ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>
คู่มือดับทุกข์
อนุรักษ์เนื้อแท้ของพระพุทธศาสนา ให้คงอยู่คู่โลก ตราบชั่วฟ้าดินสลายเพื่อเป็นแสงสว่างแห่งชีวิต ของสรรพสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
- สรุปว่า
ท่านจะฝึกสมาธิเพื่อจะเรียกกำลังจิตจากสมาธินั้นไปพัฒนาความคิดนึก
หรือความรู้สึกของท่านให้ถูกต้อง ซึ่งความรู้สึกนึกคิดที่ถูกต้องนั้น
แท้จริงก็คือปัญญา นั่นเอง
- จงจำไว้ว่า ปัญหายิ่งใหญ่ในชีวิตท่านก็คือความทุกข์ ความกลัดกลุ้มใจ
และความทุกข์นั้นก็จะไม่หมดไปได้
เพราะการไหว้วอนบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ
แต่มันจะหมดไปจากใจของท่านได้ ถ้าท่านมีปัญญารู้เท่าทันตามความเป็นจริง
ในสิ่งที่ทำให้ท่านเป็นทุกข์นั้น
- ดังนั้น ในการฝึกสมาธิทุกครั้ง ท่านจึงต้องกำหนดจิตให้สงบเสียก่อน
จากนั้นจึงเอาจิตที่สงบนั้นมาพิจารณาทบทวนปัญหาที่ทำให้ท่านนั้นเกิดทุกข์
- ท่านจะต้องรู้ความจริงด้วยว่า ปัญหาที่ท่านไม่สามารถแก้ไขได้นั้น
เพราะมันเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ตามสภาพแวดล้อมของมัน
แต่หน้าที่ของท่านคือ ท่านจะต้องพยายามหาวิธีทำให้ดีที่สุด
โดยคิดว่าทำดีที่สุดได้เพียงเท่านี้ ผลจะเกิดอย่างไรก็ช่างมัน
ปัญหาจะหมดไปหรือไม่ก็ช่างมัน ท่านจะได้หรือเสียก็ช่างมัน
ท่านทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุด ท่านก็ถูกต้องแล้ว
เรื่องจะดีจะร้ายจะได้หรือเสียมันไม่ใช่เรื่องของท่าน
- ท่านจะต้องเปิดใจให้กว้าง ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น
ว่ามันเกิดขึ้นได้ตามเหตุและปัจจัยของมัน เช่นเรื่องที่ไม่ดี
ไม่ปรารถนา มันก็จะเกิดขึ้นกับท่านตามเหตุและปัจจัยของมันเอง
เพราะทุกสิ่งเป็นของที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน บางทีมันก็ดี
บางทีมันก็ไม่ดี มันเป็นอยู่อย่างนี้เอง เรื่องไม่ดีที่ไม่ปรารถนานั้น
แท้จริงมันเป็นสอ่งที่อยู่คู่โลกนี้มานานแล้ว ทุกคนล้วนต้องประสบกับมัน
แม้ว่าจะมีลักษณะแตกต่างกันบ้างก็ตาม เรื่องไม่ดีที่ไม่ปรารถนานั้น
ไม่ได้เกิดจากอำนาจเทวดาฟ้าดินที่ไหนเลย
มันเป็นธรรมดาที่มีอยู่ในโลกอย่างนี้
- จงรู้จักธรรมะข้อที่ว่า อนิจจตา ซึ่งแปลว่า ความไม่เที่ยง สิ่งมีเหตุปัจจัย ปรุงแต่งทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนแต่เป็นของไม่เที่ยวแท้ทั้งนั้น ความเปลี่ยนแปลงจากดีไปเลว เปลี่ยนแปลงจากสมหวังเป็นผิดหวัง ฯลฯ ก็ล้วนแต่เป็นเพราะความไม่เที่ยงแท้ของมันเอง ดังนั้นจึงอย่าทุกข์โศก ไปกับเรื่องดีร้าย ได้เสียที่เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่จงรู้จักมันว่า มันเป็นของมันอย่างนี้ มันไม่เที่ยงแท้สักสิ่งเดียว ถ้าท่านรู้อย่างนี้ด้วยความสงบของสมาธิ จิตท่านก็จะไม่เป็นทุกข์เลย
- จงรู้จักธรรมะข้อที่ว่า ทุกขตา ซึ่งแปลว่า ความเป็นทุกข์ จงจำไว้ว่า
ชีวิตคนเรานั้นล้วนแต่มีความทุกข์ด้วยกันทั้งสิ้น
ลักษณะของความทุกข์นั้นได้แก่ ความเกิด แก่ เจ็บ และตาย ความโศกเศร้า
ความอาลัยอาวรณ์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ
ความที่ได้รับสิ่งที่ไม่ปรารถนา ความพลัดพรากจากคนรักหรือของรัก
ความผิดหวัง เหล่านี้คือความทุกข์
ที่คนทุกชาติทุกภาษาในโลกนี้กำลังประสบอยู่
- จงรู้จักธรรมะข้อที่ว่า อนัตตา ซึ่งแปลว่า
ความไม่ใช่ตัวเราหรือของเรา หรือความปราศจากแก่นสารที่ยั่งยืนถาวร
ข้อที่ว่า สิ่งทั้งหลายไม่มีตัวตนแก่นสารที่ถาวรนั้น หมายความว่า
สิ่งเหล่านั้นจะมีอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง
จะนานหรือไม่แล้วแต่เหตุการณ์ของมัน ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืนตลอดไป
ดังนั้นตัวตนที่เป็นของยั่งยืนถาวรของมันจึงไม่มี สิ่งเหล่านั้น
มันหมายรวมถึงร่างกาย และจิตใจของเราทุกคนด้วย
- เมื่อทุกสิ่งเป็นของไม่เที่ยงแท้ ชวนแต่จะให้เราเป็นทุกข์กับมัน
และไม่ใช่สิ่งที่เป็นแก่นสารถาวรเช่นนั้นแล้ว
เราจะมัวไปลุ่มหลงอยากได้อยากเป็นอะไร
ให้มันมากเรื่องไปโดยเปล่าประโยชน์อีกเล่า
- ในการฝึกสมาธินั้น ให้แบ่งเวลาออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงแรก
ต้องกำหนดจิตให้สงบ ไม่ต้องคิดเรื่องอะไร ส่วนช่วงที่ 2
จึงอาศัยจิตที่สงบนั้นเป็นตัวพิจารณาสิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบ
- พอครบเวลาที่กำหนดไว้แล้ว เมื่อเลิกนั่งสมาธิ
ก็ให้ตั้งความรู้สึกไว้ว่าต่อไปนี้ท่านจะมีสติ
พิจารณาสิ่งต่างๆอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการพิจารณานั้น ท่านจะพิจารณา
ให้เห็นสภาพที่เป็นจริงของสิ่งเหล่านั้น ซึ่งล้วนตกอยู่ภายใต้กฎแห่ง
ความไม่เที่ยง ความเป็นทุกข์ และความไม่มีแก่นสารถาวรทั้งสิ้น
- จงเตือนตัวเองว่า ทุกสิ่งกำลังจะเปลี่ยนไป มันไม่เที่ยงแท้แน่นอน
มันจะเกิดเรื่องที่ไม่ดีกับเราเมื่อไรก็ได้
หรือมันจะเกิดเรื่องดีที่ถูกใจเราเมื่อไรก็ได้อีกเช่นกัน
เพราะสิ่งเหล่านั้นมันไม่เที่ยง
ดังนั้นเราจะต้องทำจิตพร้อมรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ
โดยไม่ต้องดีใจหรือเสียใจไปกับเรื่องเหล่านั้น
- จงพยายามทำจิตให้ปล่อยวางอยู่เสมอ หมายความว่า ท่านจะต้องพยายาม
รักษาจิตใจให้สะอาด อย่าคิดอะไรให้เป็นทุกข์
อย่าอยากได้อะไรมากจนเกินพอดี อย่าถือตัว อย่าถือทิฐิมานะ
รักษาจิตให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ จงน้อมจิตให้เห็นสภาวะที่สงบ
และสะอาดอยู่เสมอ วิธีนี้จะทำให้จิตของท่านสงบเย็น ผ่องใส
และไม่เดือดร้อนได้เป็นอย่างดีที่สดุ
- จงตั้งใจว่า แม้ท่านจะออกจากการนั่งสมาธิแล้ว
แต่ท่านจะรักษาจิตใจให้สะอาดผ่องใสและไม่ถือมั่น ไม่แบกเอาสิ่งต่างๆ
มาไว้ในใจให้หนักใจเปล่า ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สมาธิเกิดอยู่ในจิตตลอดเวลา
- จะคิดเรื่องอะไรก็จงคิดด้วยปัญญา คิดเพื่อที่จะทำให้เกิดความถูกต้อง คิดเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ และสัตว์ทั้งหลาย ให้พวกเขาได้รับความสุขสงบในชีวิต คิดเพื่อทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุด คิดที่จะทำให้ตนเองและคนอื่นสัตว์อื่น มีความสุข และไม่มีทุกข์อยู่เสมอ