ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

คู่มือดับทุกข์

  • ท่านจงอย่าปล่อยให้ความอยากความรักตัว หวงตัว เกิดในจิต เพราะธรรมชาติอย่างนั้นมันเป็นสิ่งสกปรกที่จะบั่นทอนจิตของท่านให้ตกต่ำและเป็นทุกข์
       
  • พอมีเวลาว่าง จงน้อมจิตสู่สมาธิอันสะอาดบริสุทธิ์อยู่เสมอ แม้จะทำวันละ 5 นาที สมาธิที่ถูกต้องก็จะเกิดขึ้นในจิตได้เช่นเดียวกัน และจะเพิ่มปริมาณความสงบสะอาดของมันเรื่อยไป จิตของท่านจะมั่นคงแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไป
       
  • จงอย่าคิดว่า ฉันปฎิบัติไม่ได้ ฉันไม่มีกำลังใจที่จะปฎิบัติควบคุมจิตตังเอง อย่าคิดอย่างนั้นเป็นอันขาด เพราะความคิดอย่างนั้นมันเป็นการดูหมิ่นตัวเอง เป็นการตีค่าตัวเองต่ำเกินไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
      
  • เมื่อมีปัญหายุ่งยากเกิดขึ้น จงหยุดคิดทุกอย่างก่อน ให้น้อมจิตสู่การกำหนดลมหายใจ นับ 1-2 กลับไปกลับมาพร้อมกับลมหายใจนั้น สักนาทีหนึ่ง แล้วน้อมจิตเข้าไป พิจารณาปัญหานั้นว่า นี่มันคืออะไร ทำอย่างไรเราจึงจะไม่เป็นทุกข์ไปกับมัน เราควรทำอย่างไร จึงจะทำให้เรื่องนี้มันสงบไปได้อย่างถูกต้องที่สุด
      
  • การทะอย่างนี้จะทำให้เข้าใจสถานการณ์นั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง และท่านจะเกิดความคิดที่เฉียบแหลม ในการที่จะแก้ไขปัญหานั้นได้ด้วยสติปัญญาของตัวเอง
      
  • หลักสำคัญที่จะลืมไม่ได้คือ จงปล่อยวางอยู่เสมอ จงทำจิตให้ปล่อยวาง อย่าเก็บเอาสิ่งต่างๆมาค้างไว้ในจิตใจด้วยความอยากเป็นอันขาด แล้วปัญหาทุกอย่างก็จะสลายตังไปในที่สุด โดยที่ท่านจะไม่เป็นทุกข์
      
  • พอถึงเวลาก็นั่งสมาธิ พอออกจากสมาธิก็ตามดูจิต และทำจิตใจให้ปล่อยวาง มองเห็นความไม่เที่ยงของทุกสิ่งอยู่เป็นประจำ
       
  • จงยอมรับการเกิดขึ้นของทุกสิ่งทุกอย่าง ยอมให้มันเกิดขึ้นกับท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้ายหรือดี พยายามหาทางทำกับมันให้ดีที่สุด โดยไม่ต้องเป็นทุกข์ไปกับมัน
  • นี่คือการฝึกจิตให้สงบและฉลาด ซึ่งทุกท่านสามารถทำได้ไม่ยากเลย
      
  • จงคิดเสมอว่า ชีวิตท่านกำลังเดินเขา้หาความตาย และการพลัดพรากจากทุกสิ่งในโลกนี้ เพราะฉะนั้นอย่าประมาท คือ อย่ามัวเมาสนุกสนานอยู่ในโลก โดยไม่หาทางรอดพ้นให้กับตัวเอง เพราะความประมาทอย่างนั้น มันจะทำให้ท่านพลาดโอกาส ที่จะได้รับสิ่งที่ดีๆในชีวิต ซึ่งหมายถึงสติปัญญาความหลุดพ้น
      
  • ความหลุดพ้นทางจิตคือ ความที่จิตไม่เป็นทุกข์กลัดกลุ้ม
      
  • ธรรมชาติแห่งความหลุดพ้นนี้ ท่านทุกคนสามารถเขา้ถึงได้ ถ้าฝึกจิตให้ถูกต้อง ซึ่งการฝึกจิตให้ถูกต้อง อย่างนี้เรียกว่า การปฎิบัติธรรม นั่นเอง
      
  • การฝึกจิตให้เป็นสมาธิ และใช้สติตามดู อาการภายในจิตของตนเอง และทำจิตใจให้ปล่อยวางอยู่อย่างนี้เสมอ ความทุกข์ก็จะไม่เกิดขึ้นภายในใจท่านเลย
       
  • อย่าเชื่อง่ายจนเกินไป อย่าคิดว่าใครพูดอะไรก็จะเป็นจริงตามนั้น อย่างเชื่ออย่างนั้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีอาจารย์สอนธรรมะว่า ต้องปฎิบัตอย่างนี้จึงจะถูก ธรรมะของฉันเท่านั้นที่ถูกต้อง ธรรมะของคนอื่นไม่ถูก หรือพูดว่าจิตกับใจต่างกัน ใจนั้นอยู่บนจิต ส่วนจิตนั้นอยู่ใต้ใจ ฯลฯ อย่างนี้ก็อย่าเพิ่งเชื่อ เพราะนั่นเป็นเพียงความคิดเห็น ของเขาแนวหนึ่งเท่านั้น จะเอามาเป็นมาตรฐานว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องสมบรูณ์แล้วไม่ได้
     
  • แต่การฝึกจิตให้ปล่อยวาง จนจิตมันวางได้จริง มันไม่ยึดติดอยู่ในอารมณ์ทุกรูปแบบได้จริง นั่นแหละจึงจะเป็นธรรมะที่ถูกต้องแท้จริง เพราะความทุกข์จะหมดไปจากจิตใจได้จริงๆ จาการฝึกปฎิบัติอย่างนั้น
      
  • จงจำไว้ว่า สมาธินั้น ท่านทำเพื่อให้จิตหยุดคิดปรุงแต่ง แล้วกำลังความมั่นคง และความสงบของจิตก็จะเกิดขึ้น

<< ย้อนกลับ| หน้าถัดไป>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย