Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม>>

เงินตราโบราณ

เงินภาคเหนือ

เงินแท่งและเงินก้อน
      มีรูปลักษณ์ต่างๆกัน เช่น รูปเรือสำเภา อานม้า ขนมครก ฯลฯ เป็นเงินตราที่จีนนำมาใช้ ในอาณาจักรล้านนาไทย ราคาคิดตามน้ำหนักเงิน เป็นตำลึงจีน (10 สลึง เท่ากับ1 ตำลึงจีน) เนื่องจากเงินนี้มีเนื้อเงินบริสุทธิ์สูงเกือบ 100 เปอร์เซนต์ จึงมีผู้นำไปใช้เป็นเครื่องประดับ และภาชนะใช้สอยกันมาก

เงินใบไม้ เงินวงตีนม้า เงินปากหมู เงินหอยโข่ง เงินท้อกเชียงใหม่ เงินท้อกเมืองน่าน
       เป็นเงินตราของล้านนาไทย เนื้อเงินมีความบริสุทธิ์น้อย เรียกชื่อตามรูปลักษณ์ที่ทำต่างๆกัน ราคาคิดตามค่าของน้ำหนักโลหะที่นำมาหลอม สำหรับเงินท้อกเชียงใหม่นั้น กล่าวกันว่าทำขึ้นเพื่อใช้ในการแต่งงาน และการหย่าร้าง มิใช่เพื่อจับจ่ายใช้สอย

เงินกำไลมือ หรือเงินเจียง เงินดอกไม้ หรือเงินผักชี
         เป็นเงินที่ใช้กันทางภาคเหนือของไทย เงินเจียง (เชียง) ดัดแปลงมาจากกำไลมือ มาเป็นรูปคล้ายเกือกม้าสองวง ปลายต่อกัน มีตราอักษรไทย บอกชื่อเมืองที่ทำเงินนี้ขึ้น เช่น แสน (เชียงแสน) หม (เชียงใหม่) กก (เชียงราย) ส่วนเงินดอกไม้หรือเงินผักชี นั้นทำด้วยเงินผสมโลหะอื่นเล็กน้อย ด้านหนึ่งมีลวดลาย รูปก้นหอยหรือผักชี คล้ายดอกไม้และมีขนาดต่างๆกัน

เงินภาคอีสาน

เงินฮาง
        เป็นเงินตราที่ใช้กันทางภาคอีสานของไทย รูปลักษณ์เหมือนรางหญ้าหรือรางข้าวหมู มีขอบโดยรอบเหมือนแคมเรือทางด้านหน้า และมีตราประทับทางมุมด้านหัว เนื่องจากเงินนี้มีเนื้อเงินบริสุทธิ์สูงมาก จึงนิยมนำไปหลอมเป็นเครื่องประดับ เครื่องใช้สอย

 

เงินฮ้อย
         เป็นเงินตราที่ใช้กันอยู่ในอาณาจักรลานช้าง ซึ่งเป็นเมืองในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง เช่น เวียงจันทร์ หลวงพระบาง สกลนคร อุดรธานี และอุบลราชธานี รูปลักษณ์คล้ายเรือแคนนู หัวท้ายเรียวเล็กน้อย ด้านบนมีตุ่มทั่วไปเป็นท้องบุ้ง และมีราคาแตกต่างกันไปตามส่วนผสมของเนื้อเงิน

เงินลาด
         เป็นเงินตราที่ใช้กันอยู่ในอาณาจักรลานช้าง หรือเมืองในแถบภาคอีสาน เช่นเดียวกับเงินฮ้อย เงินลาดนี้ทำด้วยทองแดงผสมทองเหลือง มีเนื้อเงินเล็กน้อย บางชิ้นมีเนื้อเงินหุ้มเฉพาะภายนอกเท่านั้น รูปลักษณ์คล้ายเงินฮ้อยแต่เรียวเล็กกว่า มีร่องตรงกลางและมีตราประทับอยู่ ด้านบน 3 ตรา มีขนาดต่างๆกัน บางคนเรียกว่า เงินปลิง

เงินภาคใต้

เหรียญเงินอาหรับและเหรียญทองคำ
                       พบที่จังหวัดปัตตานี เป็นเงินตราของพ่อค้าชาวอาหรับ นำติดตัวมาจากประเทศของตน อาจใช้แลกเปลี่ยนสินค้ากับพ่อค้าคนไทย แถบหัวเมืองชายทะเลภาคใต้ แต่คงไม่ถึงกับใช้ในการซื้อขายสินค้า สำหรับเหรียญนี้มีอักษรเปอร์เซียจารึกไว้ อ่านได้ความว่า จัดทำขึ้นเป็นเหรียญที่ระลึก

เงินนโม
          เป็นเงินตราที่มีบนาดเท่าเม็ดกาแฟขนาดเล็ก ด้านหนึ่งมีอักษรสันสกฤตโบราณ "น" อีกด้านหนึ่งเป็นร่องคล้ายเม็ดกาแฟ ทำด้วยเงินแต่ไม่ขาวเหมือนเงินบริสุทธิ์ เข้าใจว่าคงผสมแร่พลวง เงินนโมนี้นิยมใช้เป็นเครื่องรางของขลัง คุ้มกันโรคภัยไข้เจ็บ พบมากที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และที่เกาะชวา

อีแปะ
         เป็นเงินตราที่มีรูปลักษณ์เหมือนเงินเหรียญของจีน ทำด้วยตะกั่วผสมดีบุก บรรดานายเหมือง และเจ้าเมืองแถบภาคใต้ของไทย เป็นผู้ทำขึ้นในอาณาเขตของตน โดยมีอักษรไทย - จีน บอกชื่อเมืองกำกับไว้เป็นสำคัญ จึงมักเรียกอีแปะเหล่านี้ตามชื่อเมืองที่ผลิต เช่น อีแปะสงขลา อีแปะพัทลุง อีแปะปัตตานี เป็นต้น

เงินภาคกลาง

เงินพดด้วงสุโขทัย
          ทำด้วยเนื้อเงินบริสุทธิ์ รูปลักษณ์เป็นก้อนกลม ปลายงอเข้าหากัน มีตราประทับอยู่ด้วย ส่วนใหญ่เป็นตราช้าง ราชสีห์ ราชวัตร สังข์ และดอกไม้ มีราคา บาท สองสลึง สลึง อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า เงินคุบหรือเงินคุด ทำด้วยเนื้อชิน ซึ่งอาจใช้เป็นเงินตรา หรือใช้เป็นลูกตุ้มชั่งน้ำหนัก

เงินพดด้วงอยุธยา
          เป็นเงินที่มีรูปลักษณ์ขดกลมคล้ายตัวด้วง มีตราประทับต่างๆกัน กว่า 50 ตรา ส่วนใหญ่เป็น ตราจักร หรือธรรมจักร หรือตราสังข์ ครุฑ ช้าง ดอกบัว พุ่มดอกไม้ ราชวัตร ฯลฯ ทำด้วยเนื้อเงินบริสุทธิ์ คิดราคาตามค่าของน้ำหนักเงิน ใช้เป็นเงิตรา ราคาสูงขนาด บาท สองสลึง  เฟื้อง 2 ไพ และไพ ส่วนเงินปลีกที่มีราคาต่ำสุดใช้เบี้ยหอย

เงินพดด้วงรัตนโกสินทร์
          เป็นเงินตราที่ใช้กันในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น รูปลักษณ์เหมือนกับพดด้วงสมัยอยุธยา ทำด้วยเนื้อเงินบริสุทธิ์ตราจักรประทับไว้หนึ่งตรา พร้อมตราประจำรัชกาลที่ผลิตเงินนี้ขึ้นใช้ประทับไว้ด้วย เช่น เงินพดด้วงในรัชกาลที่ 4 ใช้ตรามงกุฎ เป็นต้น นอกจากจะผลิตขึ้นใช้เป็นเงินตราแล้ว ยังใช้เป็นเงินที่ระลึกในโอกาสต่างๆอีกด้วย ราคาคิดตามค่าของน้ำหนักเงิน เช่นเดียวกับเงินพดด้วงอยุธยา เงินนี้เลิกใช้เมื่อ ปี พ.ศ. 2447 เมื่อมีการตั้งโรงกษาปณ์หลวง เพื่อทำเหรียญแบนขึ้นมาใช้ สืบต่อมาจนบัดนี้

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com