Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์

คำประกาศแห่งความเสมอภาค

(The Communist Manifesto)
โดย คาร์ล มาร์กซ์ และ เฟรดริด แองเกลส์

ชนชั้นกรรมาชีพ และ คอมมิวนิสต์

         คอมมิวนิสต์ ยืนหยัดอยู่ข้าง ชนชั้นกรรมาชีพทั้งมวล โดยความสัมพันธ์เช่นใด คอมมิวนิสต์ จะไม่สร้างรูปพรรคที่แตกต่าง เป็นปฏิปักษ์ต่อพรรคชนชั้น ที่เป็นแรงงานอื่น
พวกเขา ไม่มีผลประโยชน์แตกแยก และแตกต่างจากผลประโยชน์ ของชนชั้นกรรมาชีพ ทั้งมวล พวกเขาไม่ตั้งลัทธิแบ่งแยกใดๆ เพื่อที่จะใช้ดัดแปลง และนำรูปแบบการเคลื่อนไหว ของกรรมาชีพ
            คอมมิวนิสต์ แตกต่างจากพรรคชนชั้นแรงงานอื่นๆ โดยสิ่งเหล่านี้ ก) ในการต่อสู้ ระดับชาติ ของกรรมาชีพในประเทศต่างๆ พวกเขาได้เสนอ และนำเอาผลประโยชน์ร่วม ของกรรมาชีพทั้งมวล โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ มาสู่ขบวนการต่อสู้ก่อนเป็นอันดับแรก
ข) ในระดับขั้นต่างๆ ของพัฒนาการ ที่ซิ้งการต่อสู้ ของชนชั้นคนงานต่อต้าน ชนชั้นกระฎุมพี จะดำเนินผ่านไป คอมมิวนิสต์จะเป็นตัวแทนผลประโยชน์ ของขบวนการทั้งมวลเสมอ และทุกหนทุกแห่ง
            เพราะฉะนั้น ในทางหนึ่งอย่างที่ปฏิบัติกันอยู่ คอมมิวนิสต์จะเป็นส่วนที่ก้าวหน้า และมั่นคงที่สุด ของพรรคชนชั้นแรงงาน ของทุกประเทศ และจะเป็นส่วนที่ผลักดัน ส่วนอื่นๆ ให้ก้าวหน้าไป และในอีกทางหนึ่งโดยทฤษฏีแล้ว พวกเขามีความก้าวหน้าในความเข้าใจ อย่างแจ่มแจ้งชัดถึงแนวทาง ในการดำเนินงาน เงื่อนไข และผลลัพธ์ในบั้นปลายโดยกว้างๆ แห่งการเคลื่อนไหว ของชนชั้นกรรมาชีพมากกว่าส่วนอื่นๆ ของมวลกรรมกรทั้งหลาย
           วัตถุประสงค์ขั้นแรก ของคอมมิวนิสต์ เหมือนวัตถุประสงค์ ของกรรมาชีพ พรรคอื่นๆ ทั้งหลาย คือการก่อรูปกรรมาชีพ ให้เป็นชนชั้นล้มล้างอำนาจสุงสุด ของกระฎุมพี และเข้าควบคุม อำนาจทางการเมือง โดยชนชั้นกรรมาชีพ
           ข้อสรุปทางทฤษฎีของคอมมิวนิสต์ ไม่มีทางที่จะวางลงบนความคิด และหลักการ ซึ่งถูกประดิษฐ์ หรือค้นพบโดยบุคคลหนึ่งบุคคลใด ที่อาจจะเป็นนักแก้ไขสถานการณ์ ทั้งหลายในสากลโลก
            เขาเพียงแต่ แสดงความสัมพันธ์ อันเป็นจริงที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ ทางชนชั้น ที่เป็นอยู่ จากความเคลื่อนไหวทางประวัติศาสตร์ ที่ดำเนินมาให้เราได้เห็นกันอยู่ ถ้อยคำที่ง่ายๆ การยกเลิกความสัมพันธ์ ทางด้านทรัพย์สิน ที่เป็นอยู่มิได้เป็นลักษณะ ที่แตกต่างออกไป ของคอมมิวนิสต์ แต่อย่างใดเลย
            ความสัมพันธ์ ทางด้านทรัพย์สินทั้งหลายในอดีต ต่างต้องขึ้นอยู่กับ การเปลี่ยนแปลง ทางประวัติศาสตร์ อันเป็นผลมาจาก การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ทางประวัติศาสตร์อีกต่อหนึ่ง
            ตัวอย่างเช่นการปฏิวัติในฝรั่งเศส ได้ยกเลิกทรัพย์สินของชนชั้นศักดินา ให้มาเป็นทรัพย์สินของชนชั้นกระฎุมพี


            โดยทั่วไปแล้ว ลักษณะที่แตกต่างออกไป ของคอมมิวนิสต์ มิใช่การยกเลิก การครอบครองทรัพย์สิน ของกระฎุมพี แต่ทรัพย์สินส่วนบุคคลของกระฎุมพีสมัยใหม่ เป็นการส่อแสดงครั้งสุดท้าย และสมบรูณ์ที่สุดแห่งระบบการผลิต และการยึดครองทรัพย์สิน ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐาน ความขัดแย้งทางชนชั้น บนการเอารัดเอาเปรียบชนส่วนใหญ่ โดยชนส่วนน้อย
            โดยนัยนี้ ทฤษฎีคอมมิวนิสต์ อาจจะรวมเข้าเป็นประโยคเดียวได้คือ..... การยกเลิกทรัพย์สินส่วนบุคคล
            เรา คอมมิวนิสต์ ถูกติเตียนต่อความปรารถนา ที่จะยกเลิกสิทธิการครอบครอง ทรัพย์สินที่หามาได้โดยส่วนตัว เปรียบเสมือนผลได้ จากแรงงานมนุษย์เอง เป็นทรัพย์สิน ที่ถูกนำมากล่าวอ้างอย่างพล่อยๆ ว่าเป็นพื้นฐานแห่งเสรีภาพ กิจกรรม และอิสระภาพ ส่วนบุคคลทั้งมวล
            ทรัพย์สินที่ยากจะเอาชนะ หามาได้ด้วยตนเอง และใช้เลี้ยงชีพ ! ท่านหมายถึง ทรัพย์สินของช่างฝีมือผู้น้อย และชาวนาเล็กๆ อันเป็นรูปแบบทรัพย์สิน ที่เปรียบกับรูปแบบ ของชนชั้นกระฎุมพี เช่นนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องยกเลิก เพราะการพัฒนา อุตสาหกรรม ได้ทำลายมันลง โดยกว้างขวางเรียบร้อยแล้ว และยังคงดำเนิน การทำลายมันลง ทุกวัน
               หรือท่านหมายถึงทรัพย์สินส่วนบุคคล ของชนชั้นกระฎุมพีสมัยใหม่ แล้วค่าแรงได้เพิ่มทรัพย์สินใดๆ ให้แก่กรรมกรหรือ ไม่แม้แต่น้อย มันไม่เพิ่มทุนต่างหาก ทุนอันหมายถึง ทรัพย์สินอันเบียดบัง มาจากค่าแรง และจะไม่เพิ่มขึ้นเลย หากเว้นเสีย ซึ่งเงื่อนไข แห่งการนำค่าจ้างแรงงาน จำนวนใหม่มาสำหรับการเอารัดเอาเปรียบอีก ทรัพย์สินในรูปแบบปัจจุบันนี้ วางอยู่บนความขัดแย้ง ระหว่างทุน และค่าจ้างแรงงาน ขอให้เรามาพิจารนา ความขัดแย้งทั้งสองด้านนี้
            การเป็นนายทุนนั้น จะมีแต่เพียง " สถานะ " ส่วนตัวในการผลิตเท่านั้นไม่ หากแต่จะต้องมี " สถานะ " ทางสังคมในการผลิตอีกด้วย ทุนคือผลผลิตร่วม และจะเกิดขึ้น ก็แต่โดยกิจกรรมร่วมกัน ของสมาชิกหลายๆ คน ไม่เพียงเท่านี้ ในที่สุดแล้วยังต้อง เป็นกิจกรรมร่วมกัน ของสมาชิกทั้งหมด ในสังคมอีกด้วย จึงจะทำให้สิ่งนี้ดำเนินไปได้
            เพราะฉะนั้น ทุนจึงมิได้เป็นพลัง ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากแต่เป็นพลัง ของสังคม เพราะฉะนั้น เมื่อทุนถูกเปลี่ยนแปลง มาเป็นทรัพย์สินร่วม ของสมาชิกทั้งหมด ในสังคม ในทางนี้ทรัพย์สินส่วนบุคคล จึงมิได้ถูกเปลี่ยนแปลง มาเป็นทรัพย์สินร่วม แต่อย่างใด เพียงแต่ลักษณะทางสังคม ของทรัพย์สินเท่านั้นที่ถูกเปลี่ยนแปลง ทำให้มันสูญเสีย ลักษณะทางชนชั้นของมันไป
                ขอให้เราพิจารณาค่าแรง
             อัตราเฉลี่ยของค่าแรง เป็นค่าจ้างขั้นต่ำ นั่นหมายความถึง ปัจจัยที่น้อยที่สุด แห่งวิธีการยังชีพ ซึ่งเป็นความต้องการอย่างที่สุด ที่จะล้อมกรอบกรรมกร ให้เข้าในความ เป็นอยู่ เยี่ยงกรรมาชีพอย่างเดียวเท่านั้น ดั้งนั้นสิ่งที่กรรมกรค่าจ้างได้รับ สำหรับค่าตอบแทน แรงงานของเขา จึงเพียงพอ เพื่อการยืด และสืบต่อความเป็นอยู่เช่นนี้เท่านั้น เราจึงมิได้มุ่งหวังแต่อย่างใด ที่จะยกเลิกกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล แห่งผลผลิตของแรงงาน แบบนี้ อันเป็นกรรมสิทธิ์ยึดครอง ซึ่งได้รับเพื่อการธำรงชีพ และการสืบพันธุ์ของชีวิตมนุษย์ และไม่เหลือส่วนเกิน อันจะใช้สำหรับบังคับแรงงานผู้อื่น ทั้งหมดที่เราต้องการกำจัดออกไป ก็คือลักษณะอันขมขื่น แห่งการครอบครองทรัพย์สิน แบบที่กล่าวนี้ ซึ่งทำให้กรรมกร มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อเพิ่มทุน และถูกอนุญาตให้อยู่ ตราบเท่าที่ชนชั้นปกครอง ยังต้องการ ผลประโยชน์ ของเขาอยู่เท่านั้น
            ในสังคมกระฎุมพี แรงงานที่ยังใช้ได้อยู่ เป็นแต่เพียงวิธีการ ในการเพิ่ม แรงงานสะสม (Accumulated Labour) แต่ในสังคมคอมมิวนิสต์ แรงงานสะสม เป็นเพียงวิธีการที่ส่งเสริม ขยาย และสร้างความร่ำรวย ให้กับความเป็นอยู่ของกรรมกร
              เพราะฉะนั้น ในสังคมกระฎุมพี อดีตครอบงำปัจจุบัน ในสังคมคอมมิวนิสต์ ปัจจุบันครอบงำอดีต ในสังคมกระฎุมพี ทุนเป็นอิสระและมีปัจเจกภาพ (Individuality)
ขณะที่ผู้มีชีวิตอยู่ ต้องพึ่งพาผู้อื่น และไม่มีปัจเจกภาพเลย
              และการยกเลิกสภาวะของสิ่งเหล่านี้ ถูกพวกกระฎุมพีหาว่า " เป็นการยกเลิก ปัจเจกภาพและเสรีภาพ " และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเป็นการยกเลิกปัจเจกภาพ ของกระฎุมพี อิสระภาพของกระฎุมพี และเสรีภาพของกระฎุมพี ซึ่งเรามุ่งหวังจะยกเลิก โดยมิต้องสงสัย
              ภายใต้เงื่อนไขการผลิต ของกระฎุมพีในปัจจุบัน เสรีภาพหมายถึงการค้าเสรี การซื้อขายเสรี แต่ถ้าการซื้อขายหายไป การซื้อขายเสรีก็ย่อมหายไปด้วย คำพูดเกี่ยวกับ การซื้อขายเสรี และคำพูด "โอ้อวด" อื่นๆ ทั้งหลายของกระฎุมพี เกี่ยวกับเสรีภาพทั่วๆ ไปนี้ ถ้าจะมีความหมายอยู่บ้าง ก็เพียงเมื่อเปรียบเทียบกับการค้าขาย ที่ถูกจำกัดกับพ่อค้า ที่ขาดอิสระภาพ ในสมัยกลางเท่านั้น แต่จะไม่มีความหมายเลย เมื่อนำมาต่อต้านการยกเลิก การซื้อขาย การยกเลิกเงื่อนไข การผลิตแบบกระฎุมพี และการล้มล้างชนชั้นกระฎุมพีเอง

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com