Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์>>

กฎมาตรฐาน ว่าด้วยการสร้างความเสมอภาคทางโอกาสให้แก่คนพิการ

3 . มาตรการดำเนินงาน

กฎข้อที่ 13 ข้อมูลข่าวสารและการวิจัย
รัฐมีความรับผิดชอบสูงสุดในการรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของคนพิการนี้ ส่งเสริมการวิจัยที่ครอบคลุมทุกด้าน รวมทั้งอุปสรรคที่มีผลกระทบต่อชีวิตของบุคคลเหล่านี้

1 . รัฐควรเก็บรวบรวมสถิติที่ระบุเพศหญิงชายไว้สม่ำเสมอเป็นระยะ รวมทั้งข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของคนพิการ การจัดเก็บสถิติข้อมูลดังกล่าวควรให้สัมพันธ์เชื่อมโยงกับสำมะโนประชากรและการสำรวจครัวเรือนของประเทศ โดยอาจร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับองค์กรต่อไปนี้ คือ มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และองค์กรของคนพิการ การเก็บรวบรวมข้อมูลควรจะจัดให้มีคำถามเกี่ยวกับโครงการและบริการ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากโครงการหรือบริการดังกล่าว
2 . รัฐควรพิจารณาจัดตั้งศูนย์ข้อมูลเกี่ยวกับความพิการขึ้น ซึ่งรวมถึงสถิติเกี่ยวกับบริการและโครงการสำหรับคนพิการที่มีอยู่ในสังคม และสถิติของคนพิการกลุ่มต่าง ๆ โดยในการจัดเก็บสถิติเหล่านี้ก็จะต้องคำนึงถึงความต้องจำเป็นที่จะคุ้มครองความเป็นส่วนตัว และเกียรติภูมิส่วนบุคคลของคนพิการแต่ละคนด้วยเช่นกัน
3 . รัฐควรริเริ่ม และสนับสนุนโครงการวิจัยเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตของคนพิการและครอบครัวของเขา การวิจัยดังกล่าวควรจะรวมถึงการศึกษาเกี่ยวกับสาเหตุ ประเภท และความหนาแน่นของจำนวนความพิการ จำนวนโครงการด้านความพิการที่มีอยู่ในปัจจุบัน และความสำเร็จของโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ รวมตลอดถึงความต้องการจำเป็นในการพัฒนาและประเมินผลของบริการและมาตรการสนับสนุน
4 . รัฐควรพัฒนาจัดทำหลักเกณฑ์ ตลอดจนบรรทัดฐานในการดำเนินการสำรวจระดับชาติขึ้นมา โดยร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ของคนพิการ
5 . รัฐควรอำนวยให้คนพิการมีส่วนร่วมในการจัดเก็บข้อมูลและการวิจัย โดยควรให้การสนับสนุนเป็นพิเศษในการคัดเลือกคนพิการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าร่วมในการวิจัยดังกล่าว
6 . รัฐควรสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนผลงานวิจัย และประสบการณ์จากการวิจัย
7 . รัฐควรดำเนินมาตรการเพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และความรู้เกี่ยวกับความพิการแก่ฝ่ายการเมืองและการบริหารในทุกระดับ ทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น

กฎข้อที่ 14

การกำหนดนโยบายและการวางแผน รัฐต้องประกันว่า ประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความพิการได้รับการบรรจุไว้ในการกำหนดนโยบายและการวางแผนระดับชาติที่เกี่ยวข้อง

1 . รัฐควรริเริ่มจัดให้มีนโยบายระดับชาติสำหรับคนพิการที่เพียงพอ พร้อมทั้งกระตุ้นและสนับสนุนให้มีการดำเนินงานตามนโยบายนี้ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น
2 . รัฐควรให้องค์กรของคนพิการเข้ามามีส่วนร่วมตัดสินใจในแผนและโครงการทั้งหลาย ซึ่งสัมพันธ์กับคนพิการหรือมีผลต่อสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของคนพิการ
3 . ความต้องการจำเป็น และปัญหาของคนพิการควรได้รับการบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาทั้งหลาย และต้องไม่ถูกพิจารณาเป็นเอกเทศ
4 . ความรับผิดชอบสูงสุดของรัฐที่มีต่อสภาพของคนพิการไม่ใช่การปล่อยให้ฝ่ายอื่นละทิ้งความรับผิดชอบต่อคนพิการ บุคคลใดก็ตามที่มีหน้าที่ให้บริการ จัดกิจกรรม หรือให้ข้อมูลข่าวสารในสังคมควรได้รับการสนับสนุนให้ยอมรับในหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะจัดโครงการต่าง ๆ ให้แก่คนพิการ
5 . รัฐควรอำนวยความสะดวกในการพัฒนาโครงการและมาตรการต่าง ๆ เพื่อคนพิการโดยชุมชนท้องถิ่น หนทางหนึ่งที่ทำได้คือการจัดทำคู่มือรายการดำเนินงาน ตลอดจนจัดโครงการฝึกอบรมต่าง ๆ ให้บุคลากรในท้องถิ่น

กฎข้อที่ 15 กฎหมาย

รัฐมีความรับผิดชอบในการสร้างพื้นฐานทางกฎหมายเพื่อเป็นมาตรการที่จะนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ของการมีส่วนร่วมและความเสมอภาคอย่างเต็มที่สำหรับคนพิการ

1 . บทบัญญัติระดับชาติที่ว่าด้วยสิทธิและภาระหน้าที่ของพลเมือง ควรครอบคลุมถึงสิทธิและภาระหน้าที่ของคนพิการด้วย รัฐมีพันธะที่จะช่วยให้คนพิการได้ใช้สิทธิของตนเอง รวมถึงสิทธิในฐานะความเป็นมนุษย์ สิทธิของพลเมือง และสิทธิทางการเมืองบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกับพลเมืองอื่น รัฐต้องประกันว่า องค์กรของคนพิการมีส่วนร่วมทั้งในการพัฒนาตัวบทกฎหมายในระดับชาติที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิของคนพิการ รวมทั้งการประเมินผลตัวบทกฎหมายเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง
2 . การดำเนินการทางกฎหมายอาจจำต้องขจัดเงื่อนไข ซึ่งอาจส่งผลในทางลบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนพิการ รวมถึงการถูกรังควานและการตกเป็นเหยื่อ บทบัญญัติใด ๆ ของกฎหมายที่เลือกปฏิบัติต่อคนพิการต้องถูกยกเลิก กฎหมายระดับชาติก็ควรมีบทลงโทษที่เหมาะสม ในกรณีที่มีการละเมิดหลักการของการไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคล
3 . การตรากฎหมายระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับคนพิการอาจปรากฏในสองลักษณะที่แตกต่างกัน สิทธิและภาระหน้าที่ของคนพิการอาจระบุไว้ในกฎหมายทั่วไป หรือในกฎหมายเฉพาะ กฎหมายเฉพาะสำหรับคนพิการอาจจะตราขึ้นได้หลาย ๆ วิธี คือ
(ก) โดยการตรากฎหมายที่เกี่ยวกับคนพิการโดยเฉพาะขึ้นเป็นกฎหมายเอกเทศ
(ข) โดยการรวมเรื่องของความพิการไว้ในกฎหมายภายใต้หัวข้อเฉพาะ
(ค) โดยการกล่าวถึงคนพิการโดยเฉพาะไว้ในตัวบทที่ช่วยในการตีความกฎหมาย ที่มีอยู่การผสมผสานแนวทางที่แตกต่างกันเหล่านี้อาจจะเป็นวิธีการที่พึงประสงค์ และการให้มีบทบัญญัติที่ยืนยันสิทธิอาจได้รับการพิจารณาด้วย
4 . รัฐอาจพิจารณาจัดให้มีกลไกอย่างเป็นทางการที่รับฟังคำร้องทุกข์ เพื่อทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ให้แก่คนพิการ

กฎข้อที่ 16 นโยบายเศรษฐกิจ
รัฐมีความรับผิดชอบที่จะจัดหางบประมาณสำหรับโครงการและมาตรการในระดับชาติ เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้แก่คนพิการ
1 . รัฐควรรวมเรื่องความพิการไว้ในงบประมาณปกติของทุกหน่วยงาน ทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น
2 . รัฐ องค์กรเอกชน และองค์กรอื่น ๆ ที่สนใจ ควรประสานเพื่อกำหนดวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการสนับสนุนโครงการและมาตรการที่เกี่ยวเนื่องกับคนพิการ
3 . รัฐควรพิจารณาใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ (เช่น เงินกู้ การยกเว้นภาษี เงินช่วยเหลือที่กำหนดวัตถุประสงค์เฉพาะ กองทุนพิเศษ และอื่น ๆ ) เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกันในสังคมให้แก่คนพิการ
4 . เสนอแนะให้จัดตั้งกองทุนพัฒนาคนพิการขึ้นในรัฐ เพื่อสามารถให้การสนับสนุนโครงการนำร่อง และโครงการช่วยเหลือตนเองในระดับรากหญ้า

กฎข้อที่ 17 การประสานงาน
รัฐเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดตั้งและเสริมสร้างความเข้มแข็งของคณะกรรมการประสานงานระดับชาติหรือ องค์กรที่มีลักษณะเดียวกันเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางระดับชาติในด้านความพิการ
1 . คณะกรรมการประสานงานระดับชาติหรือองค์กรลักษณะเดียวกัน ควรเป็นองค์กรถาวรซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายและกฎระเบียบในการบริหารงานที่เหมาะสม
2 . การมีผู้แทนจากทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชน จะช่วยให้มีองค์ประกอบที่เป็นทั้งสหสาขาและสหวิชาชีพ โดยที่ผู้แทนอาจมาจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องในภาครัฐ องค์กรของคนพิการ และองค์กรเอกชน
3 . องค์กรของคนพิการควรจะมีบทบาทสูงในคณะกรรมการประสานงานระดับชาติ เพื่อประกันว่า มีการสนองตอบที่เหมาะสมต่อปัญหาของคนพิการ
4 . คณะกรรมการประสานงานระดับชาติ ควรจะมีอิสระและทรัพยากรเพียงพอที่จะปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบตามขีดความสามารถในการตัดสินใจ คณะกรรมการฯควรรายงานรัฐในระดับสูงสุด

กฎข้อที่ 18 องค์กรของคนพิการ
รัฐควรตระหนักถึงสิทธิขององค์กรของคนพิการในการเป็นตัวแทนของคนพิการในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่น รัฐควรตระหนักในบทบาทขององค์กรของคนพิการในฐานะที่ปรึกษาในการตัดสินใจใด ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องความพิการ
1 . รัฐควรส่งเสริมและสนับสนุนทางเศรษฐกิจและด้วยวิธีการอื่น ๆ ในการจัดทำและเสริมความเข้มแข็งให้แก่องค์กรของคนพิการ สมาชิกในครอบครัวและหรือผู้พิทักษ์สิทธิประโยชน์ รัฐควรจะตระหนักว่า องค์กรเหล่านี้มีบทบาทในการกำหนดนโยบายด้านความพิการทั้งสิ้น
2 . รัฐควรมีการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับองค์กรของคนพิการ และประกันว่า องค์กรของคนพิการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายของรัฐบาล
3 . บทบาทขององค์กรของคนพิการได้แก่การระบุความต้องการจำเป็นและลำดับความสำคัญ การเข้ามีส่วนร่วมในการวางแผน การดำเนินงานและประเมินผลการบริการและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนพิการ การส่งเสริมให้สาธารณชนตระหนักในปัญหาความพิการ ตลอดจนการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
4 . ในฐานะที่องค์กรของคนพิการเป็นกลไกที่จะทำให้เกิดการช่วยเหลือตนเองในหมู่คนพิการ องค์กรของคนพิการต้องจัดและสนับสนุนให้คนพิการมีโอกาสในการพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดการช่วยเหลือกันเองในระหว่างสมาชิก ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันด้วย
5 . องค์กรของคนพิการสามารถแสดงบทบาทการเป็นที่ปรึกษาได้ในหลายๆ ด้าน เป็นต้นว่า เป็นผู้แทนถาวรในคณะกรรมการขององค์กรที่รัฐบาลเป็นผู้ให้งบประมาณสนับสนุนร่วมอยู่ในคณะกรรมาธิการของทางราชการ และให้ความรู้ความเชี่ยวชาญในการดำเนินโครงการต่างๆ
6 . บทบาทขององค์กรของคนพิการในฐานะที่ปรึกษาควรดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาและให้การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อมูลข่าวสารระหว่างรัฐและองค์กรของคนพิการ
7 . องค์กรของคนพิการควรเป็นผู้แทนถาวรอยู่ในคณะกรรมการประสานงานระดับชาติด้านความพิการ หรือองค์กรที่มีลักษณะเดียวกัน
8 . บทบาทขององค์กรของคนพิการในท้องถิ่นหรือชุมชนควรได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างให้เข้มแข็งเพื่อประกันว่าองค์กรของคนพิการสามารถส่งผลต่อกิจการใดๆ ที่เกิดขึ้นในระดับชุมชน



กฎข้อที่ 19 การฝึกอบรมบุคลากร
รัฐต้องรับผิดชอบในการประกันให้มีการฝึกอบรมบุคคลากรอย่างเพียงพอในทุกระดับที่มีส่วนร่วมในการวางแผน และการจัดให้มีโครงการและบริการที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ
1 . รัฐควรประกันว่า หน่วยงานของรัฐทุกแห่งที่ให้บริการด้านคนพิการมีการจัดฝึกอบรมให้แก่บุคลากรอย่างเพียงพอ
2 . ในการฝึกอบรมนักวิชาชีพด้านความพิการ และการจัดหาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความพิการให้แก่โครงการฝึกอบรมทั่ว ๆ ไป หลักการมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ของคนพิการ และความเสมอภาคควรได้รับการบรรจุไว้อย่างเหมาะสม
3 . รัฐควรพัฒนาโครงการฝึกอบรมต่าง ๆ ขึ้น โดยปรึกษาหารือกับองค์กรของคนพิการ และให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในฐานะครู วิทยากร หรือที่ปรึกษาของโครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
4 . การฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานในชุมชนมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งควรให้คนพิการมีส่วนร่วมสร้างค่านิยม ความสามารถและเทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมทั้งทักษะซึ่งคนพิการ ผู้ปกครอง ครอบครัวและสมาชิกสามารถปฏิบัติได้

กฎข้อที่ 20 การติดตามและประเมินผลโครงการด้านความพิการ ในระดับชาติ เพื่ออนุวัติการให้เป็นไปตามกฎมาตรฐาน

รัฐเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามและประเมินผลการดำเนินโครงการ และการให้บริการในระดับชาติที่เกี่ยวเนื่องกับการสร้างความเสมอภาคทางโอกาสให้แก่คนพิการอย่างต่อเนื่อง
1 . รัฐควรประเมินผลโครงการระดับชาติด้านความพิการเป็นระยะ ๆ และอย่างเป็นระบบ รวมทั้งเผยแพร่ที่มาและผลของการประเมินผล
2 . รัฐควรพัฒนาจัดทำหลักเกณฑ์ และกำหนดบรรทัดฐานหลักเกณฑ์ในการประเมินโครงการและบริการที่เกี่ยวเนื่องกับความพิการ
3 . บรรทัดฐานและหลักเกณฑ์ดังกล่าวควรได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือที่ใกล้ชิดกับองค์กรของคนพิการ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกเริ่มของการวางแนวคิดและการวางแผน
4 . รัฐควรมีส่วนร่วมในความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดทำมาตรฐานกลางสำหรับการประเมินผลด้านความพิการในระดับชาติ รัฐควรส่งเสริมให้คณะกรรมการประสานงานระดับชาติมีส่วนร่วมด้วย
5 . การประเมินผลโครงการต่าง ๆ ในด้านความพิการ ควรจะได้รับการบรรจุไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผน เพื่อให้ได้รับประโยชน์โดยรวมในการบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบาย

กฎข้อที่ 21 ความร่วมมือด้านวิชาการและเศรษฐกิจ
รัฐทั้งประเทศอุตสาหกรรมและประเทศกำลังพัฒนา มีความรับผิดชอบในการร่วมมือและดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อการปรับปรุงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนพิการในประเทศที่กำลังพัฒนา
1 . มาตรการที่จะให้บรรลุถึงความเสมอภาคทางโอกาสของคนพิการ รวมทั้งผู้ลี้ภัยที่พิการ ควรจะได้รับการบูรณาการรวมไปกับโครงการพัฒนาทั่วไป
2 . มาตรการดังกล่าวต้องผนวกเข้าไว้ในความร่วมมือด้านวิชาการและเศรษฐกิจในทุกรูปแบบ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ทั้งในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน รัฐควรหยิบยกประเด็นความพิการขึ้นหารือเกี่ยวกับความร่วมมือกับประเทศคู่หารือทั้งหลาย
3 . เมื่อมีการวางแผนและทบทวนโครงการว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการและเศรษฐกิจ ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษกับผลของโครงการที่จะมีต่อสภาพของคนพิการ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ คนพิการและองค์กรของคนพิการต้องได้รับการปรึกษาหารือเกี่ยวกับการจัดโครงการเพื่อคนพิการ คนพิการควรมีส่วนร่วมโดยตรงในการจัดโครงการ การดำเนินงาน และการประเมินผลโครงการ
4 . เรื่องที่ได้รับการจัดลำดับให้มีความสำคัญสูงสำหรับความร่วมมือด้านวิชาการและเศรษฐกิจ คือ
(ก) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการพัฒนาทักษะ ความสามารถ และศักยภาพของคนพิการ รวมทั้งการริเริ่มให้มีกิจกรรมกระจายการจ้างงานเพื่อคนพิการและของคนพิการ
(ข) การพัฒนาและเผยแพร่เทคโนโลยีซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความพิการที่เหมาะสม และวิธีการใช้เทคโนโลยีดังกล่าว
5 . ส่งเสริมรัฐให้สนับสนุนการจัดตั้งและเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรคนพิการ
6 . รัฐควรจะดำเนินมาตรการเพื่อปรับปรุงความรู้เกี่ยวกับความพิการของบรรดา บุคลากรในทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโครงการความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจ

กฎข้อที่ 22 ความร่วมมือระหว่างประเทศ

รัฐจะมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในความร่วมมือระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับนโยบายเพื่อสร้างความเสมอภาคทางโอกาสให้แก่คนพิการ
1 . ภายในกรอบสหประชาชาติ ทบวงชำนัญพิเศษ และองค์กรระหว่างรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง รัฐควรมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายด้านความพิการ
2 . เมื่อโอกาสอำนวย รัฐต้องเสนอปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับความพิการในการเจรจาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐาน การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร โครงการพัฒนา ฯลฯ
3 . รัฐควรส่งเสริม และสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่าง
(ก) องค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความพิการ
(ข) สถาบันวิจัยและนักวิจัยรายบุคคลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความพิการ
(ค) ผู้แทนจากโครงการสาขาต่าง ๆ และกลุ่มวิชาชีพที่อยู่ในวงการที่เกี่ยวข้องกับ ความพิการ
(ง) องค์กรของคนพิการ
(จ) คณะกรรมการประสานงานระดับชาติ
4 . รัฐต้องประกันว่า องค์การสหประชาชาติและทบวงชำนัญพิเศษ รวมทั้งองค์กรระหว่างรัฐบาลและองค์กรรัฐสภาระหว่างประเทศทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค มีการดำเนินงานร่วมกับองค์กรคนพิการทั้งในระดับโลกและระดับภูมิภาค

4. กลไกการติดตามผล

1 . วัตถุประสงค์ของกลไกติดตามผลก็เพื่อช่วยให้การอนุวัติการตามกฎมาตรฐานเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล ช่วยให้แต่ละรัฐสามารถประเมินระดับการอนุวัติการตามกฎมาตรฐาน และวัดความก้าวหน้าของการดำเนินงาน การติดตามผลควรระบุถึงอุปสรรคและเสนอแนะมาตรการอันเหมาะสม ที่จะช่วยให้การอนุวัติการตามกฎมาตรฐานประสบความสำเร็จ กลไกติดตามผลจะต้องเคารพสภาพทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมที่มีอยู่ของแต่ละรัฐ ส่วนประกอบที่สำคัญควรเป็นการจัดบริการให้การปรึกษาและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตลอดจนข้อมูลข่าวสารระหว่างรัฐ

2 . กฎมาตรฐานควรได้รับการติดตามภายในกรอบการประชุมของคณะกรรมาธิการว่าด้วยการพัฒนาสังคม ผู้เสนอรายงานพิเศษซึ่งมีประสบการณ์กว้างขวางและเกี่ยวข้องในเรื่องของความพิการและองค์กรระหว่างประเทศจะต้องได้รับการแต่งตั้งในกรณีที่จำเป็น โดยได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากงบประมาณพิเศษเป็นเวลา 3 ปี เพื่อติดตามผลการอนุวัติการตามกฎมาตรฐาน

3 . องค์กรระหว่างประเทศของคนพิการซึ่งมีสถานะที่ปรึกษาของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม และองค์กรที่เป็นผู้แทนของคนพิการซึ่งยังไม่ได้จัดตั้งองค์กรของตนเองขึ้นมาควรได้รับเชิญให้ร่วมกันจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาคณะหนึ่ง ซึ่งองค์กรของคนพิการจะต้องมีเสียงข้างมาก โดยคำนึงถึงความพิการหลากหลายประเภท และหลักการกระจายที่นั่งตามเขตภูมิศาสตร์อย่างเท่าเทียมกัน โดยคณะผู้เชี่ยวชาญคณะนี้จะเป็นที่ปรึกษาของทั้งผู้เสนอรายงานพิเศษ และสำนักเลขาธิการขององค์การสหประชาชาติตามที่เหมาะสม

4 . คณะผู้เชี่ยวชาญจะได้รับการสนับสนุนโดยผู้เสนอรายงานพิเศษในการทบทวน ให้คำแนะนำ ให้ผลตอบรับ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเพื่อส่งเสริมกฎมาตรฐาน อนุวัติการและติดตามผลตามกฎมาตรฐาน

5 . ผู้เสนอรายงานพิเศษ จะเป็นผู้จัดส่งแบบสอบถามไปยังรัฐองค์กรที่อยู่ในระบบสหประชาชาติ องค์กรระหว่างรัฐบาล องค์กรเอกชน รวมถึงองค์กรของคนพิการ แบบสอบถามควรเป็นเรื่องการปฏิบัติตามแผนที่จะอนุวัติการในรัฐให้เป็นไปตามกฎมาตรฐาน คำถามควรมีการคัดเลือกและครอบคลุมกฎมาตรฐานเฉพาะด้านจำนวนหนึ่ง เพื่อการประเมินผลในด้านลึกในการจัดเตรียมคำถาม ผู้เสนอรายงานพิเศษควรปรึกษาหารือกับคณะผู้เชี่ยวชาญ และสำนักเลขาธิการขององค์การสหประชาชาติด้วย

6 . ผู้เสนอรายงานพิเศษจะต้องหาทางเจรจาโดยตรง ไม่เพียงแต่กับรัฐเท่านั้น แต่กับองค์กรเอกชนท้องถิ่นของรัฐสมาชิกนั้น ๆ ด้วย เพื่อหาข้อคิดเห็นและข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อมูลที่จะนำมาบรรจุไว้ในรายงาน ผู้เสนอรายงานพิเศษจะต้องให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการอนุวัติการตามกฎมาตรฐาน และติดตามผล รวมทั้งให้ความช่วยเหลือในการจัดเตรียมการตอบแบบสอบถาม

7 . แผนกประสานนโยบายและการพัฒนาที่ยั่งยืนของสำนักเลขาธิการ ในฐานะศูนย์กลางเรื่องความพิการขององค์การสหประชาชาติ โครงการเพื่อการพัฒนาของสหประชาชาติ (UNDP) และองค์กรตลอดจนกลไกอื่นๆ ภายใต้ระบบสหประชาชาติ เป็นต้นว่า คณะกรรมาธิการประจำภูมิภาค และองค์การชำนัญพิเศษ และการประชุมในระหว่างองค์กร จะต้องร่วมมือกับผู้เสนอรายงานพิเศษในการอนุวัติการตามกฎมาตรฐาน และติดตามผลในระดับชาติ

8 . ผู้เสนอรายงานพิเศษโดยความช่วยเหลือจากสำนักเลขาธิการจะต้องจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมาธิการว่าด้วยการพัฒนาสังคมในการประชุมสมัยที่ 34 และ 35 โดยการจัดทำรายงานนี้ ผู้เสนอรายงานพิเศษควรส่งเสริมปรึกษากับคณะผู้เชี่ยวชาญ

9 . รัฐต้องส่งเสริมให้คณะกรรมการประสานงานระดับชาติ หรือองค์กรที่มีลักษณะเช่นเดียวกันเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุวัติการตามกฎมาตรฐานและการติดตามผลในฐานะศูนย์กลางของเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับความพิการในระดับชาติ คณะกรรมการฯ ควรได้รับการส่งเสริมให้จัดทำกระบวนวิธีในการประสานการติดตามผล องค์กรของคนพิการควรจะได้รับการส่งเสริมให้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการติดตามผลกระบวนการดำเนินงานในทุกระดับ

10 . หากมีแหล่งทรัพยากรพิเศษ ควรมีการเพิ่มตำแหน่งที่ปรึกษาระหว่างภูมิภาค ในเรื่องของกฎมาตรฐานขึ้นมาอีกหนึ่งตำแหน่งหรือมากกว่า เพื่อให้บริการโดยตรงแก่รัฐ ซึ่งรวมถึง
(ก) การจัดฝึกสัมมนาอบรมในระดับชาติและระดับภูมิภาคว่าด้วยสาระของกฎมาตรฐาน
(ข) การจัดทำแนวทางเพื่อช่วยพัฒนากลวิธีที่จะอนุวัติการให้เป็นไปตามกฎมาตรฐาน
(ค) การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการอนุวัติการตามกฎมาตรฐาน

11 . ในการประชุมสมัยที่ 34 คณะกรรมาธิการว่าด้วยการพัฒนาสังคมควรจะจัดตั้งคณะทำงานแบบเปิดกว้างขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อตรวจสอบรายงานของผู้เสนอรายงานพิเศษ พร้อมให้ข้อเสนอแนะว่าจะสามารถปรับปรุงการปฏิบัติตามกฎมาตรฐานได้อย่างไร ในการตรวจสอบรายงานของผู้เสนอรายงานพิเศษ คณะกรรมาธิการ ฯ โดยผ่านทางคณะทำงาน ฯ จะต้องปรึกษาหารือกับองค์กรของคนพิการระหว่างประเทศ และองค์การชำนัญพิเศษตามกฎข้อ 71 และ 76 ของข้อบังคับการประชุมของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม

12 . ในสมัยประชุมแรกหลังจากผู้เสนอรายงานพิเศษพ้นอาญัตติแล้ว คณะกรรมาธิการฯ ควรตรวจสอบความเป็นไปได้ของการต่ออาณัติแก่ผู้เสนอรายงานพิเศษ หรือแต่งตั้งผู้เสนอรายงานพิเศษคนใหม่ หรือพิจารณากลไกติดตามผลอื่น ๆ รวมทั้งควรให้ข้อเสนอแนะที่เหมาะสมต่อคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม

13 . รัฐควรได้รับการส่งเสริมให้บริจาคสมทบกองทุนบริจาคโดยความสมัครใจที่เกี่ยวกับความพิการขององค์การสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมการอนุวัติการตามกฎมาตรฐาน

<< ย้อนกลับ | หน้าถัดไป >>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com