สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

การปกครองระบอบประชาธิปไตย

องค์กรนิติบัญญัติ

แนวความคิดเกี่ยวกับองค์กรนิติบัญญัติ

การแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ในการใช้อำนาจอธิปไตย
ลัทธิเทพาธิปไตย คือยุคสมัยที่กษัตริย์มีอำนาจและเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตย เมื่อลัทธิเทพาธิปไตย เสื่อมลง มีการพยายามจำกัดขอบเขตอำนาจของกษัตริย์ โดยเชื่อว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน จึงเกิดลัทธิประชาธิปไตยขึ้น

มองเตสกิเออ ได้แบ่งแยกอำนาจอธิปไตย ออกเป็น 3 ส่วนและกำหนดองค์กรผู้ใช้ อำนาจต่างๆดังนี้
อำนาจนิติบัญญัติ องค์กรผู้ใช้ อำนาจ คือ รัฐสภา

  • อำนาจบริหาร องค์กรผู้ใช้ อำนาจ คือ คณะรัฐมนตรี หรือประมุขฝ่ายบริหาร
  • อำนาจตุลาการ องค์กรผู้ใช้ อำนาจ คือ ศาล
  • อำนาจนิติบัญญัติ ถือว่าเป็นอำนาจที่สำคัญที่สุด เนื่องจาก การกระทำการใดๆต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน เช่น การจัดทำ ก.ม ,การประกาศสงคราม , การเปลี่ยนแปลงอาณาเขต , การทำสนธิสัญญากับต่างประเทศ การพิจารณายอมรับว่าประเทศใดมีรัฐสภาที่ถูกต้องหรือไม่ จะพิจารณาที่รัฐสภาที่ถูกต้องตามครรลองของระบบ คือการได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน
    - วิวัฒนาการขององค์กรนิติบัญญัติในระบอบการปกครองแบบรัฐสภา รัฐสภา(องค์กรนิติบัญญัติ)ของอังกฤษ ได้รับการยกย่องว่าเป็นแม่บทแห่งการปกครองระบอบรัฐสภา
    - วิวัฒนาการทางการปกครองของประเทศอังกฤษ

ค.ศ ที่ 11 อังกฤษมีการปกครองตามลัทธิฟิวดัล มีเจ้านคร(วาสซัล Vassal) เป็นผู้รับใช้กษัตริย์ในการปกครองนครนั้นๆ
ค.ศ ที่ 12 ได้เกิดมีที่ประชุม คอนซิลเลียม Concillium ขึ้นซึ่งประกอบด้วย ราชาคณะ, ขุนนาง โดยกษัตริย์จะบัญญัติกฎหมายสำคัญใดๆต้องปรึกษากับที่ประชุมนี้ก่อน ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น แมกนั่ม คอนซิลเลียม
- บทบัญญัติที่สำคัญทางการปกครองซึ่งเป็นที่มาของระบบรัฐสภาในอังกฤษ
- แม็กนา คาร์ตา เป็นบทบัญญัติด้านภาษีอากร และประกันอิสรภาพและเสรีภาพของประชาชน
- พ.ร.บว่าด้วยคำร้องขอสิทธิ ค.ศ 1629(Petition of rights) โดยนำหลักสำคัญของแม็กนา คาร์ตา มาบัญญัติซ้ำ
- พ.ร.บว่าด้วยสิทธิ ค.ศ 1688 (Bill of rights) เป็นกฎหมายประกาศแสดงสิทธิของรัฐสภาให้เด่นชัดยิ่งขึ้น เช่น ห้ามมิให้กษัตริย์หน่วงเหนี่ยวกฎหมาย ,ห้ามเรียกเก็บภาษีหากไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภา ,ห้ามกษัตริย์มีกองทัพของตนเอง ,เงินประจำตำแหน่งของกษัตริย์เป็นไปตามความเห็นชอบของสภา
- พ.ร.บ ว่าด้วยรัฐสภา เป็นความสำเร็จของสภาสามัญ ซึ่งได้ออกกฎหมายว่า ร่าง ก.ม ที่ได้ลงมติโดยสภาสามัญแล้วไม่จำเป็นที่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาขุนนาง

ความเป็นมาขององค์กรนิติบัญญัติ ในระบอบประชาธิปไตยของไทย
พระมหากษัตริย์ของไทยทรงริเริ่มให้มีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ต่างๆดังนี้

รัชกาลที่ 5

  1. ทรงจัดตั้งสภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน,สภาองคมนตรี (การดำเนินงานของ 2สภาไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ เนื่องจากสมาชิกของสภาทั้ง 2 ไม่มีความรู้ ,ขาดประชุมบ่อย , ไม่แสดงความคิดเห็น ,เกรงกลัวอิทธิพลของขุนนาง)
  2. ตรา พ.ร.บ ลักษณะการปกครองท้องที่ ร.ศ 116 (ริเริ่มเลือกตั้ง ผู้ใหญ่บ้าน,กำนัน)
  3. เลิกทาส (เป็นรากฐานในเรื่องสิทธิเสรีภาพ, ก้าวเข้าสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย)
  4. การปกครองท้องถิ่น (ตรา พ.ร.บ จัดการสุขาภิบาล)

รัชกาลที่6

  1. ทรงลดหย่อนโทษให้กับคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
  2. การตั้งดุสิตธานี จำลองบ้านเมืองให้มีลักษณะการปกครองแบบประชาธิปไตย(มีการเลือกผู้แทน ภายใน เรียกว่าเชษฐบุรุษ)

รัชกาลที่ 7

  1. ทรงสถาปนาอภิรัฐมนตรี ,เสนาบดีสภา ,องค์มนตรีสภา ,ทำร่างรัฐธรรมนูญ(เตรียมพระราชทานแก่ประชาชนแต่ คณะราษฎร์ยึดอำนาจเสียก่อน) รัฐธรรมนูญและองค์กรนิติบัญญัติของไทยภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย 2475 ร.ธ.น 2475 สภานิติบัญญัติ เป็นสภาเดี่ยว ประกอบด้วย สมาชิก 2 ประเภท สมาชิกสภาผู้แทน สมาชิกจากการแต่งตั้ง

ความหมายของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย
องค์กรนิติบัญญัติ
ลักษณะของรัฐสภา
องค์กรบริหาร
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย