Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 3

การสิงร่าง

เราอาจเคยได้ยินได้ฟังในวงการบำเพ็ญปฏิบัติเขาเล่ากัน เกี่ยวกับการถูกสัตว์เช่นสุนัขจิ้งจอก พังพอน งู เป็นต้น เข้าสิงร่าง ความเป็นมาของสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างไร มีคนกล่าวกันว่าการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมก็เพื่อให้ได้มาซึ่งความสามารถพิเศษ ความจริงแล้วมิใช่เพื่อการเสริมสร้างความสามารถพิเศษ เพราะความสามารถพิเศษเหล่านี้คือความสามารถดั้งเดิมของมนุษย์ เพียงแต่ว่าสังคมมนุษย์มีการพัฒนาก้าวหน้าไปมาก นับวันคนก็ยิ่งให้ความสำคัญต่อวัตถุที่มีรูปในมิติของเรานี้ พึ่งพาอาศัยเครื่องมือเทคโนโลยีมากขึ้นๆ เพราะฉะนั้นทำให้ความสามารถดั้งเดิมที่มีอยู่ค่อยๆ ถดถอย ท้ายที่สุดก็สูญหายไปจนหมดสิ้น

ถ้าท่านคิดจะมีความสามารถพิเศษ ก็จะต้องผ่านการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม กลับไปสู่สภาพดั้งเดิมแท้จริง บำเพ็ญให้สำเร็จ แต่สัตว์ไม่มีความคิดที่สลับซับซ้อนเช่นนี้ เพราะฉะนั้นมันจึงเชื่อมต่อกับคุณลักษณะพิเศษของจักรวาลได้ มันมีสัญชาตญาณมาแต่กำเนิด บางคนพูดว่าสัตว์สามารถจะบำเพ็ญปฏิบัติได้ สุนัขจิ้งจอกสามารถฝึกตาน งูและสัตว์อื่นๆ สามารถบำเพ็ญปฏิบัติ ไม่ใช่ว่ามันบำเพ็ญปฏิบัติได้ ในระยะแรกมันก็ไม่รู้ว่าการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมเป็นอย่างไร แต่มันมีสัญชาตญาณติดตัวมาแต่เกิด เมื่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขและสภาพแวดล้อมพิเศษ เวลานานเข้าก็อาจสามารถบังเกิดผลขึ้นมา มันจึงสามารถได้พลัง(กง)มา และแสดงความสามารถพิเศษออกมาได้

เมื่อเป็นเช่นนี้มันก็มีความสามารถเกิดขึ้น ในอดีตเราพูดกันว่าถ้าได้พลังเหนือธรรมชาติ(หลิงชี่)แล้วก็เกิดความสามารถขึ้นมา ในสายตาของคนทั่วไป สัตว์มีความร้ายกาจแค่ไหน สามารถควบคุมคนได้อย่างง่ายดาย ที่จริงข้าพเจ้าว่าไม่ร้ายกาจหรอก โดยเฉพาะต่อหน้าผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม มันไม่ใช่อะไรเลย อย่าเห็นว่ามันบำเพ็ญมานับร้อยนับพันปี ยังไม่เท่ากะเบียดนิ้วเดียวของคน พวกเราพูดว่าสัตว์มีสัญชาตญาณมาแต่เกิด มันมีความสามารถ แต่ในจักรวาลของเรามีกฎข้อหนึ่ง นั่นคือไม่อนุญาตให้สัตว์บำเพ็ญจนสำเร็จ เพราะฉะนั้นเรามักจะพบในตำราโบราณว่า ในระยะหลายร้อยปีจะต้องมีการทำลายล้างมันสักครั้ง ทำลายล้างครั้งใหญ่บ้างเล็กบ้าง สัตว์เมื่อถึงระยะเวลาก็จะมีพลัง(กง)เพิ่มขึ้น ก็ต้องทำลายล้างมันโดยฟ้าผ่าหรืออื่นๆ ไม่อนุญาตให้มันบำเพ็ญปฏิบัติ เพราะว่ามันไม่มีคุณสมบัติของมนุษย์ จึงไม่ให้มันบำเพ็ญปฏิบัติธรรมเช่นเดียวกับมนุษย์ ไม่มีคุณลักษณะของมนุษย์ มันบำเพ็ญจนสำเร็จก็คือมาร จึงไม่อนุญาตให้มันได้บำเพ็ญสำเร็จ ดังนั้นสวรรค์จึงต้องพิฆาตมัน มันก็รู้ในสิ่งนี้ แต่ข้าพเจ้าได้พูดไว้แล้วว่า สังคมมนุษย์ปัจจุบันตกต่ำอย่างมาก บางคนทำแต่ความเลวความชั่ว มาถึงสภาพเช่นนี้ สังคมมนุษย์เราจะไม่อันตรายหรือ

ทุกสิ่งเมื่อถึงที่สุดก็ต้องย้อนกลับ เราพบว่าสังคมมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนที่จะถึงแก่การดับสลายในแต่ละรอบ ล้วนเกิดจากความตกต่ำอย่างที่สุดทางศีลธรรมของมนุษย์ ทุกวันนี้มิติที่มนุษย์เราอาศัยอยู่และมิติอื่นๆ ล้วนตกอยู่ในสภาวะที่อันตรายอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะอยู่ในมิติใดในระดับชั้นนี้ก็อันตรายด้วยเช่นกัน มันก็จะต้องหาทางหลีกหนีโดยเร็วเช่นกัน โดยการไต่เต้าไปสู่ระดับที่สูงขึ้น คิดว่าการยกระดับชั้นแล้วจะหนีได้พ้น พูดง่ายแต่ทำยาก การคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมต้องมีเรือนร่างมนุษย์ เพราะฉะนั้นจึงปรากฏมีผู้ฝึกพลัง(กง)ถูกวิญญาณแปลกปลอมเข้าสิง ซึ่งก็เป็นสาเหตุหนึ่ง

มีคนคิด ทำไมเหล่าผู้สำเร็จธรรมชั้นสูง อาจารย์พลัง(กง)สูงส่งซึ่งมีอยู่มากมายทำไมจึงไม่ดูแล เพราะจักรวาลของเราก็มีกฎอยู่ข้อหนึ่ง สิ่งที่ท่านแสวงหาเอง สิ่งที่ท่านต้องการผู้อื่นจะไม่มาก้าวก่าย เราสอนให้พวกท่านเดินไปบนทางสายหลัก ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดหลักธรรมให้ท่านอย่างชัดเจน ให้ท่านรับรู้(อู้)ด้วยตัวเอง ท่านจะศึกษาหรือไม่ เป็นปัญหาของท่านเอง อาจารย์เพียงแต่เป็นผู้นำท่านเข้าสู่ประตูธรรม ส่วนการบำเพ็ญขึ้นกับแต่ละคน ไม่มีใครบังคับให้ท่านบำเพ็ญ จะบำเพ็ญหรือไม่ เป็นปัญหาของตัวท่านเอง กล่าวคือท่านจะเดินไปทางไหน ท่านคิดอยากได้อะไร ไม่มีใครก้าวก่ายได้ มีแต่แนะนำให้ใฝ่ดี

มีบางคนที่เราเห็นเขาฝึกพลัง(กง) ที่จริงแล้ววิญญาณแปลกปลอมที่สิงอยู่ได้พลัง(กง)ไป ทำไมจึงปล่อยให้วิญญาณแปลกปลอมเข้าสิง การฝึกพลัง(กง)ในที่ต่างๆ มีคนกี่มากน้อยที่ถูกวิญญาณแปลกปลอมเข้าสิง พูดออกมาแล้วจะมีคนจำนวนมากไม่กล้าฝึกพลัง(กง) มีจำนวนมากจนน่าตกใจ ทำไมจึงมีสภาพเช่นนี้ปรากฏ สิ่งเหล่านี้กำลังก่อความหายนะในสังคมมนุษย์ ทำไมถึงปรากฏเหตุการณ์ที่ร้ายแรงเช่นนี้ นี่ก็คือสิ่งที่มนุษย์เองชักนำมา เพราะว่ามนุษย์เรากำลังเลวลงทุกขณะ มารก็มีอยู่ทุกแห่งหน โดยเฉพาะอาจารย์ถ่ายทอดพลังลมปราณ(ชี่กง)จอมปลอมทั้งหลายล้วนมีวิญญาณแปลกปลอมสิงอยู่ สิ่งที่เขาถ่ายทอดก็คือสิ่งเหล่านี้ แต่ไหนแต่ไรมาในประวัติศาสตร์จะไม่อนุญาตให้สัตว์เข้ามาสิงร่างคน เมื่อเข้ามาก็จะต้องฆ่ามันเสีย ไม่ว่าใครพบเห็นก็จะไม่อนุญาตโดยเด็ดขาด แต่ในสังคมปัจจุบันก็มีคนขอมัน ต้องการมัน เซ่นไหว้มัน มีคนคิดว่าฉันไม่ได้ขอมันตรงๆ ท่านไม่ได้ขอมัน แต่ท่านขอความสามารถพิเศษ ผู้บรรลุธรรมชั้นสูงในหลักธรรมสายหลักจะให้ท่านได้หรือ การขอก็คือการยึดติดในสังคมมนุษย์ จิตใจเช่นนี้จะต้องขจัดให้หมดไป ถ้าเช่นนั้นใครจะให้ได้เล่า ก็จะมีแต่มารและสัตว์ชนิดต่างๆ ในมิติอื่นๆ ที่จะให้ได้ นั่นเท่ากับเป็นการไปขอมันมิใช่หรือ มันก็มา

จะมีสักกี่คนที่มาบำเพ็ญปฏิบัติธรรมด้วยความคิดที่ถูกต้อง การฝึกพลัง(กง)จะต้องเน้นกุศล ต้องกระทำความดี มีเมตตาจิต ต้องตั้งตนอยู่ในทำนองคลองธรรมอยู่เสมอ ไม่ว่าท่านจะฝึกอยู่ในสวนสาธารณะก็ดี ในบ้านก็ดี จะมีใครสักกี่คนคิดอย่างนี้ บางคนก็ไม่รู้ว่าเขาฝึกพลัง(กง)อะไร ฝึกไปพลางจิตก็ล่องลอยปากก็ยังบ่นว่า ลูกสะใภ้ของฉันไม่กตัญญูต่อฉัน แม่สามีฉันแย่จังเลย บางคนบ่นตั้งแต่เรื่องในที่ทำงานไปจนถึงเรื่องสำคัญของบ้านเมือง ไม่มีเรื่องอะไรที่ไม่บ่น สิ่งที่ไม่สอดคล้องกับความคิดของตนเองก็เกิดอารมณ์ขัดเคือง ท่านว่านี่เป็นการฝึกพลัง(กง)หรือ บางคนฝึกพลัง(กง)ท่ายืนอยู่ทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อยจนขาสั่น แต่ในสมองยังฟุ้งซ่าน เช่นปัจจุบันข้าวของราคาแพง ข้าวของก็ขึ้นราคา ทำไมที่ทำงานเงินเดือนยังไม่ออก ทำไมฉันฝึกแล้วความสามารถพิเศษจึงยังไม่ปรากฏ ความสามารถพิเศษปรากฏออกมาเมื่อไร ฉันจะเป็นอาจารย์ชี่กง ก็จะร่ำรวย หากินด้วยการบำบัดรักษาโรค เมื่อเห็นผู้อื่นฝึกจนมีความสามารถพิเศษ เขาจะยิ่งกระวนกระวายใจ ยิ่งพยายามจะแสวงหาความสามารถพิเศษ แสวงหาตาทิพย์ แสวงหาความสามารถในการรักษาโรค พวกท่านลองคิดดู มันช่างห่างไกลจากคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล ซึ่งยึดมั่นในความจริง ความเมตตา ความอดทน(เจิน ซั่น เหยิ่น)ไปกันคนละทาง พูดให้แรงหน่อย พวกเขากำลังฝึกไปในทางชั่วร้าย แต่ตัวเขาเองกลับไม่รู้สึกตัว ยิ่งคิดมากความคิดยิ่งเลวร้าย คนเช่นนี้จะไม่ได้หลักธรรม เขาไม่เน้นกุศล คิดว่าการฝึกพลัง(กง)อาศัยวิธีฝึกกระบวนท่าก็จะสามารถฝึกให้เกิดพลัง(กง)ขึ้นมาได้ เขาคิดอยากได้อะไรก็แสวงหาสิ่งนั้น เขาคิดว่าเป็นเช่นนี้

เป็นเพราะความคิดของตัวเองไม่ถูกต้อง จึงชักนำเอาสิ่งไม่ดีเข้าหาตัว สัตว์ตัวนั้นอาจมองเห็นว่าคนผู้นี้ฝึกพลัง(กง)เพื่อความร่ำรวย ต้องการชื่อเสียง ต้องการความสามารถพิเศษ ร่างกายของเขาก็ไม่เลว มีสิ่งดีๆ ติดตัวมามาก แต่ความคิดเขาเลวมาก เขาต้องการความสามารถพิเศษ เขาอาจมีอาจารย์ ถึงแม้จะมีอาจารย์ฉันก็ไม่กลัว เพราะมันรู้ว่าอาจารย์ที่สอนการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่แท้จริงเห็นเขาแสวงหาแต่ความสามารถพิเศษ ยิ่งแสวงหายิ่งไม่ให้ เป็นจิตยึดติดที่ต้องขจัดออกไป เขายิ่งมีความคิดเช่นนี้ก็ยิ่งไม่ให้ความสามารถพิเศษเขา เขาก็ยิ่งไม่รับรู้(อู้) ยิ่งแสวงหาความคิดก็ยิ่งไม่ดี ผลสุดท้ายอาจารย์ก็ได้แต่ถอนหายใจว่าคนผู้นี้ช่วยไม่ได้ ก็จะเลิกยุ่งกับเขา มีบางคนไม่มีอาจารย์ อาจมีอาจารย์ผ่านทางมาดูแลเขา เพราะผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงในแต่ละมิติมีอยู่มากมาย ผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงเมื่อเห็นคนผู้นี้ก็จะดูแลเขาสักวัน เห็นไม่ได้ผลก็ผละไป พรุ่งนี้ก็มาใหม่อีกท่าน มองดูเห็นว่าคนนี้ไปไม่ไหว ก็จากไปอีก

สัตว์นั้นรู้ว่าเขามีอาจารย์ก็ดี มีอาจารย์ผ่านทางมาก็ดี สิ่งที่เขาแสวงหา อาจารย์ท่านให้ไม่ได้ เพราะว่าสัตว์มองไม่เห็นมิติที่ผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงสถิตอยู่ ดังนั้นมันจึงไม่กลัว มันอาศัยช่องว่างนี้ ในจักรวาลของเรามีกฎอยู่ข้อหนึ่ง สิ่งที่เขาแสวงหา ตัวเองคิดอยากได้ โดยทั่วไปผู้อื่นไม่สามารถก้าวก่ายได้ มันอาศัยช่องว่างนี้ เมื่อเขาอยากได้ ข้าก็จะให้เขา ข้าช่วยเขาไม่ผิดไม่ใช่หรือ มันไม่กล้าเข้าสิงทันที โดยจะลองให้พลัง(กง)เขาเล็กน้อยก่อน เขาพบว่าอยู่มาวันหนึ่งตัวเองมีพลัง(กง)ขึ้นมา อีกทั้งสามารถบำบัดรักษาโรคได้ สัตว์นั้นเห็นว่าได้ผล เหมือนเป็นการโหมโรงก่อนการแสดงจริง เขาต้องการเช่นนี้ ข้าก็จะเข้าสิง เมื่อสิงแล้วก็จะให้มากจนเป็นที่พอใจ ท่านไม่ใช่ต้องการตาทิพย์หรอกหรือ ท่านต้องการอะไรก็จะให้ทุกอย่าง มันก็เข้าสิงร่าง

ความคิดแสวงหาของเขา กำลังแสวงหาสิ่งเหล่านี้อยู่พอดี ตาทิพย์ก็เปิด ยังสามารถปล่อยพลัง(กง)ออกมา ทั้งยังมีความสามารถพิเศษเล็กๆ น้อยๆ ได้ เขาดีใจมาก คิดว่าได้สิ่งที่ตัวเองแสวงหาแล้ว ฝึกจนสำเร็จแล้ว แท้ที่จริงเขาไม่ได้ฝึกสำเร็จเอง เขารู้สึกว่าเขาสามารถมองทะลุร่างคน สามารถเห็นว่าร่างกายคนส่วนไหนมีโรค ความจริงแล้วตาทิพย์ของเขาไม่ได้เปิด แต่สัตว์ที่สิงอยู่ได้ควบคุมสมองใหญ่ของเขา สัตว์ตัวนั้นใช้สายตาของมันมองดู แล้วสะท้อนภาพไปยังสมองใหญ่ของเขา เขาก็คิดว่าตาทิพย์ของตนเปิดแล้ว ส่งพลัง(กง)ออกมาได้ พอเขายื่นมือออกมาเพื่อปล่อยพลัง(กง) กรงเล็บของสัตว์ตัวนั้นก็จะยื่นออกมาจากตัวเขาเช่นกัน พอเขาส่งพลัง(กง)ออกมา งูตัวนั้นแลบลิ้นไปยังจุดที่มีโรคหรือจุดที่เป็นฝี แล้วใช้ลิ้นเลียเอา เรื่องราวประเภทนี้มีมากมาย คนที่ถูกวิญญาณแปลกปลอมเข้าสิงล้วนเกิดจากที่ตัวเองแสวงหามา

เนื่องจากเขาแสวงหา คิดแต่จะร่ำรวยมั่งมี มีชื่อเสียงดี ความสามารถพิเศษก็มีแล้ว สามารถรักษาโรคได้ ตาทิพย์ก็มองเห็น สิ่งนี้ทำให้เขาดีใจ สัตว์มองเห็นแล้วว่า ท่านต้องการความร่ำรวยมั่งมีไม่ใช่หรือ ตกลง ข้าก็ให้ท่านได้ร่ำรวยมั่งมี การที่สมองใหญ่ของคนเราถูกควบคุม ถือว่าเป็นเรื่องที่ง่ายมาก มันสามารถควบคุมคนจำนวนมากมาให้ท่านรักษา มากันมากมาย ด้านหนึ่งเขาให้การรักษา อีกด้านหนึ่งก็ควบคุมนักข่าวให้ลงโฆษณา มันควบคุมคนเราให้ทำในสิ่งเหล่านี้ คนไข้ให้เงินน้อยก็ไม่ยอม โดยจะทำให้เขาปวดศีรษะ อย่างไรก็ต้องให้จ่ายเงินมาก ให้เขาร่ำรวยทั้งเงินทองและชื่อเสียง อาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ก็ได้เป็นแล้ว โดยมากคนพวกนี้ไม่คำนึงถึงเรื่องจิต(ซินซิ่ง) อะไรก็กล้าพูด สวรรค์เป็นหนึ่ง เขาเป็นรอง เขากล้าพูดว่าเขาคือหวางหมู่เหนียงเหนียง อวี้หวางต้าตี้(เง็กเซียนฮ่องเต้)ลงมาจุติ เขากล้าพูดว่าเขาคือพระพุทธ เพราะว่าเขาไม่ได้ผ่านการบำเพ็ญจิต(ซินซิ่ง)มาอย่างแท้จริง เขาฝึกพลัง(กง)ก็เพื่อแสวงหาความสามารถพิเศษ ผลก็คือการชักนำวิญญาณสัตว์เข้ามาสิงร่าง

บางท่านอาจคิด ทำไมจะไม่ดี หาเงินทองได้ ขอเพียงให้ร่ำรวยซ้ำยังมีชื่อเสียงอีกด้วยก็ใช้ได้ มีคนไม่น้อยที่คิดเช่นนี้ ข้าพเจ้าขอบอกกับพวกเรา สัตว์มันมีจุดมุ่งหมายที่เข้ามาสิงในร่างคน มันไม่ทำให้ท่านโดยไม่มีสาเหตุ จักรวาลมีกฎข้อหนึ่งว่า ผู้ไม่สูญเสียย่อมไม่ได้ แล้วมันได้อะไร ก่อนหน้านี้ข้าพเจ้าได้พูดถึงเรื่องนี้แล้วว่า มันต้องการสิ่งสุดยอดในร่างกายของท่านเพื่อบำเพ็ญเป็นร่างคน มันก็จะดูดเอาสิ่งสุดยอดจากร่างกายของคน สิ่งสุดยอดนี้หากเราคิดที่จะบำเพ็ญปฏิบัติก็ต้องใช้ หากว่าปล่อยให้มันดูดเอาไป ท่านก็ไม่ต้องคิดที่จะบำเพ็ญปฏิบัติธรรม จะบำเพ็ญปฏิบัติอย่างไรได้ ท่านจะไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่อีกเลย บำเพ็ญปฏิบัติไม่ได้อีกแล้ว บางคนอาจกล่าวว่าข้าก็ไม่คิดที่จะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมหรอก ข้าคิดแต่จะร่ำรวย มีเงินมีทองเป็นใช้ได้ ช่างมันปะไร ข้าพเจ้าขอบอกกับพวกท่าน ท่านคิดจะร่ำรวยมั่งมี แต่เมื่อข้าพเจ้าบอกเหตุผลแล้ว ท่านก็จะเลิกล้มความคิดเช่นนี้ เพราะอะไร หากว่ามันออกจากร่างของท่านเร็วหน่อย ท่านก็จะรู้สึกว่าร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปสภาพร่างกายท่านจะเป็นเช่นนี้ตลอดชีวิต เพราะว่าสิ่งสุดยอดภายในร่างกายของคนถูกมันดูดเอาไปมากเกินไป หากมันออกจากร่างของท่านช้า ท่านก็จะเหมือนซากศพตายทั้งเป็น ชีวิตที่เหลือ ท่านอาจต้องนอนรอความตายบนเตียง มีเงินแล้วท่านจะมีโอกาสได้ใช้หรือ มีชื่อเสียงแล้วท่านจะเสวยสุขได้หรือ มันน่ากลัวไหมล่ะ

เรื่องเหล่านี้มีปรากฏให้เห็นเด่นชัดในวงการฝึกพลัง(กง)ในปัจจุบันซึ่งมีมากมาย มันไม่เพียงแต่เข้าสิงร่าง ยังทำลายจิตหลัก(เหวียนเสิน)ของคน มันเจาะเข้าไปในหนีหวานกง นั่งยองๆ อยู่ตรงนั้น มองผิวเผินเขาคือคน แต่ว่าเขาไม่ใช่คน ปัจจุบันมีสภาพเช่นนี้ปรากฏอยู่มาก เพราะว่ามาตรฐานศีลธรรมของเราเกิดการเปลี่ยนแปลง บางคนทำแต่ความชั่ว ท่านบอกเขาว่าเขากำลังทำชั่ว เขาจะไม่เชื่อ เขาคิดว่าการหาเงิน การแสวงหาความร่ำรวยนั้นเป็นไปตามหลักของธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องถูกต้อง เพราะฉะนั้นจึงทำร้ายผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นเสียหาย เพื่อเงินแล้วสิ่งเลวร้ายทุกอย่างเขากล้าทำทั้งนั้น ถ้ามันไม่สูญเสีย มันก็จะไม่ได้ มันจะให้อะไรท่านเปล่าๆ เช่นนั้นหรือ มันต้องการสิ่งที่อยู่ในร่างกายของท่าน แน่นอนข้าพเจ้าพูดแล้ว เป็นเพราะว่าความคิดของคนไม่ถูกต้อง จิตไม่เที่ยงตรง จึงนำพาความยุ่งยากมาสู่ตัว

พวกเราพูดถึงหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า) การบำเพ็ญปฏิบัติในหลักธรรมของเรา ขอเพียงท่านสามารถควบคุมจิต(ซินซิ่ง)ให้มั่นคง ธรรมะย่อมชนะอธรรม ท่านก็จะไม่เกิดปัญหาใดๆ หากจิต(ซินซิ่ง)ของท่านไม่สามารถควบคุมจิตใจให้มั่นคง เที่ยวแสวงหาสิ่งนี้สิ่งนั้น ก็จะนำมาซึ่งความยุ่งยากอย่างแน่นอน บางท่านไม่ยอมละทิ้งวิชาเก่าที่เคยฝึกมาก่อน เราเน้นการฝึกพลัง(กง)ต้องแน่วแน่หนึ่งเดียว การบำเพ็ญปฏิบัติที่แท้จริงต้องแน่วแน่หนึ่งเดียว ท่านอย่าเห็นว่าอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)บางท่านเขียนตำราออกมามากมาย ข้าพเจ้าบอกกับพวกท่านได้เลยว่า ในหนังสือของเขาอะไรก็มี เหมือนสิ่งที่เขาฝึก มีทั้งงู สุนัขจิ้งจอก พังพอน พอท่านเปิดดูหนังสือเหล่านั้น สิ่งเหล่านี้ก็จะกระโดดออกมาจากตัวหนังสือ ข้าพเจ้าพูดแล้วว่า อาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)จอมปลอมมีมากกว่าพลังลมปราณ(ชี่กง)จริงเป็นหลายๆ เท่า ท่านแยกแยะไม่ออก ฉะนั้นท่านจะต้องควบคุมให้ได้ ข้าพเจ้าไม่ได้หมายความว่าท่านจะต้องมาฝึกบำเพ็ญหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า) ท่านจะไปฝึกวิชาใดก็ได้ แต่ที่ผ่านมามีคำกล่าวอยู่ประโยคหนึ่ง พันปีไม่ได้หลักธรรมที่แท้จริง ก็จะไม่ฝึกวิชามารแม้แต่วันเดียว ดังนั้นจะต้องมีจิตใจมั่นคงบำเพ็ญปฏิบัติหลักธรรมที่แท้จริง อย่าได้ปะปนวิชาอื่นเข้าไป แม้แต่จิตนึกคิดก็ปะปนเข้าไปไม่ได้ ธรรมจักร(ฝ่าหลุน)ของผู้ฝึกบางท่านถึงกับเสียรูปไป ทำไมจึงเสียรูปไปทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ฝึกวิชานั้น แต่เมื่อเวลาเขาฝึก ความนึกคิดจะปะปนด้วยวิชาเดิมที่เคยฝึก เท่ากับปะปนสิ่งอื่นเข้าไป ปัญหาเกี่ยวกับการเข้าสิงร่าง ข้าพเจ้าจะขอพูดเพียงเท่านี้

อ่านต่อหน้า  1  2  3  4   5  6  7  8  9

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com