Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 4

ยกระดับจิต(ซินซิ่ง)

ที่ผ่านมามีคนไม่น้อยเพราะควบคุมจิต(ซินซิ่ง)ไม่ได้ จึงได้เกิดปัญหามากมาย ปฏิบัติไปจนถึงระดับหนึ่งแล้วขึ้นไปอีกไม่ได้ บางท่านจิต(ซินซิ่ง)ที่ติดตัวมาค่อนข้างสูง ฝึกพลัง(กง)ได้ไม่นานตาทิพย์ก็เปิด บรรลุถึงระดับหนึ่ง เพราะว่าบุคคลผู้นี้มีรากฐาน(เกินจี)ค่อนข้างดี จิต(ซินซิ่ง)สูงมาก ดังนั้นพลัง(กง)ของเขาจึงเกิดขึ้นได้เร็ว เมื่อขึ้นถึงระดับที่จิต(ซินซิ่ง)ของเขาตั้งอยู่ พลัง(กง)ของเขาก็จะขึ้นถึงระดับนั้นเช่นกัน ถ้าเขาต้องการจะยกระดับพลัง(กง)ให้สูงขึ้นอีก ความขัดแย้งก็จะปรากฏออกมา เพื่อให้เขายกระดับจิต(ซินซิ่ง)ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่มีรากฐาน(เกินจี)ดี เขาจะรู้สึกว่าพลัง(กง)ของเขาเพิ่มขึ้นได้ไม่เลวเลย ฝึกได้ดีมาก แล้วทำไมอยู่ๆ ก็มีปัญหาต่างๆ มากมายเข้ามารุมเร้าล่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ดีไปหมด คนรอบข้างก็ไม่เป็นมิตร ผู้บังคับบัญชาก็ไม่ยอมรับ ในครอบครัวความสัมพันธ์ก็ไม่ราบรื่น เหตุใดจึงมีความขัดแย้งปรากฏออกมามากมายเช่นนี้ ตัวเขาเองก็ไม่รับรู้(อู้) ด้วยเหตุที่ว่าเขามีรากฐาน(เกินจี)ดี เมื่อขึ้นถึงระดับหนึ่งแล้ว สภาพเช่นนี้จะปรากฏ แต่นั่นยังไม่ใช่มาตรฐานสุดท้ายที่ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมจะบรรลุความสำเร็จ จะบำเพ็ญให้สูงขึ้นไปหนทางยังอีกยาวไกล ท่านจะต้องยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกอย่างต่อเนื่อง นั่นเป็นเพราะรากฐาน(เกินจี)ที่ติดตัวมานิดหน่อยได้บังเกิดผล ท่านจึงได้บรรลุถึงสภาพเช่นนั้น จะยกระดับขึ้นไปอีก มาตรฐานก็ต้องสูงตามขึ้นไปด้วย

มีคนกล่าวว่า ให้ฉันหาเงินทองมากอีกหน่อย จัดการเรื่องครอบครัวให้เรียบร้อย อะไรฉันก็ไม่ยุ่งเกี่ยวแล้ว ฉันค่อยไปบำเพ็ญธรรม ข้าพเจ้าขอบอกว่าท่านกำลังเพ้อฝัน ท่านไม่สามารถก้าวก่ายกับชีวิตของผู้อื่น ควบคุมชะตาชีวิตของผู้อื่นไม่ได้ รวมทั้งชะตาชีวิตของภรรยาบุตรธิดา และพ่อแม่พี่น้องของท่าน นั่นไม่ใช่สิ่งที่ท่านจะสามารถกำหนดได้ นอกจากนี้เมื่อท่านไม่มีอะไรต้องห่วงกังวล ไม่มีความยุ่งยากอีกแล้ว ท่านยังจะบำเพ็ญปฏิบัติอะไร ท่านคิดจะฝึกพลัง(กง)อย่างสะดวกสบาย จะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร นั่นเป็นสิ่งที่ท่านมองในแง่ของคนธรรมดาสามัญ

การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมนั้นต้องบำเพ็ญปฏิบัติท่ามกลางความทุกข์ความลำบาก ดูว่าท่านจะตัดอารมณ์ทั้งเจ็ดและกามคุณทั้งหกได้หรือไม่ ท่านจะปล่อยวางในสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ หากท่านยังยึดติดต่อสิ่งเหล่านั้น ท่านก็จะไม่สามารถบำเพ็ญ ไม่ว่าเรื่องอะไรล้วนมีเหตุผลสัมพันธ์กัน ทำไมคนจึงเป็นคนได้ ก็เพราะว่าคนมีความรักความผูกพัน คนก็มีชีวิตอยู่ได้ด้วยความรักความผูกพัน ความรักระหว่างญาติ ความรักของหนุ่มสาว ความรักต่อพ่อแม่ อารมณ์รัก มิตรภาพ ทำอะไรก็คำนึงถึงความผูกพัน ไม่ว่าอะไรก็หนีไม่พ้นความรักความผูกพันนี้ได้ อยากทำไม่อยากทำ ดีใจหรือไม่ดีใจ รักและแค้น ทุกสิ่งทุกอย่างในสังคมมนุษย์ ล้วนขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความรักความผูกพันหากตัดไม่ขาด ท่านก็ไม่อาจจะบำเพ็ญปฏิบัติได้ ถ้าคนสามารถหลุดพ้นจากความรักความผูกพันนี้ได้ ใครก็ไม่อาจทำให้ท่านหวั่นไหวได้ ใจของคนธรรมดาสามัญก็จะไม่ทำให้ท่านหวั่นไหวได้ สิ่งที่มาแทนที่คือความเมตตากรุณา เป็นสิ่งที่สูงส่งยิ่งกว่า แน่นอนการจะตัดขาดจากสิ่งนี้ในทันทีไม่ใช่เรื่องง่าย การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมเป็นหนทางยาวไกล เป็นขั้นตอนที่ต้องค่อยๆ ขจัดจิตยึดติดของตัวเอง แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเข้มงวดกับตัวเอง

พวกเราเป็นผู้ฝึกพลัง(กง) ความขัดแย้งมักจะเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน จะทำอย่างไร ยามปกติท่านรักษาจิตที่มีความเมตตากรุณาอยู่ตลอดเวลา มีสภาพจิตที่ดีงาม เมื่อเผชิญกับปัญหาก็จะสามารถปฏิบัติได้ดี เพราะมันจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบา ท่านมีความเมตตากรุณาอยู่ตลอด เมตตาต่อผู้อื่น จะทำอะไรก็คำนึงถึงผู้อื่น แต่ละครั้งเมื่อเผชิญกับปัญหาให้คิดก่อนเสมอว่า เรื่องนี้ผู้อื่นรับได้หรือไม่ จะทำร้ายผู้อื่นหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนี้ปัญหาก็จะไม่ปรากฏ ดังนั้นท่านฝึกพลัง(กง)จึงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานชั้นสูง หรือมาตรฐานชั้นสูงยิ่งขึ้นมากำหนดตัวเอง

คนบางคนมักจะไม่สามารถรับรู้(อู้) บางท่านตาทิพย์ได้เปิดแล้ว มองเห็นพระพุทธ กลับบ้านกราบไหว้พระพุทธรูป ในใจบ่นว่า เหตุใดพระพุทธจึงไม่ดูแลฉัน ช่วยฉันแก้ไขปัญหานี้เถิด แน่นอนพระพุทธย่อมไม่ยุ่งด้วย ความทุกข์ความลำบากนั้นพระองค์เป็นผู้กำหนดไว้ให้ จุดประสงค์ต้องการให้ท่านยกระดับจิต(ซินซิ่ง)ให้สูงขึ้น ให้ท่านยกระดับขึ้นท่ามกลางความขัดแย้ง พระองค์จะช่วยแก้ปัญหาให้ท่านหรือ แท้ที่จริงก็จะไม่แก้ปัญหาให้ท่าน หากช่วยแก้ปัญหาให้แล้วท่านจะมีพลัง(กง)สูงขึ้นหรือ จะยกระดับจิต(ซินซิ่ง)และระดับชั้นของท่านได้อย่างไร จุดสำคัญก็เพื่อให้ท่านมีพลัง(กง)สูงขึ้น ในสายตาของท่านผู้รู้แจ้ง การเป็นมนุษย์มิใช่เป้าหมาย ชีวิตของคนเรามิใช่เพียงเพื่อการเป็นคน ก็คือให้ท่านกลับขึ้นไป คนรับความทุกข์ทรมานเท่าไร พระองค์ถือว่ามีความทุกข์ยิ่งมากยิ่งดี เป็นการเร่งชำระหนี้ พระองค์คิดอย่างนี้ บางคนไม่สามารถรับรู้(อู้) ขอพระพุทธไม่ได้ผล ก็เริ่มโทษพระพุทธ ทำไมพระองค์ไม่ช่วยฉัน ฉันจุดธูปเทียนบูชากราบไหว้ทุกวัน เพราะเรื่องนี้บางคนถึงกับขว้างพระพุทธรูปทิ้ง จากนั้นก็ด่าพระพุทธ เพราะเขาด่าจิต(ซินซิ่ง)ของเขาก็ตกลงไป พลัง(กง)ก็สูญหายไป เขาทราบดีว่าอะไรก็ไม่เหลือแล้ว ก็ยิ่งแค้นพระพุทธมากขึ้น เขาคิดว่าพระพุทธกำลังทำร้ายเขา เขาใช้กฎของคนธรรมดาไปวัดจิต(ซินซิ่ง)ของพระพุทธ จะสามารถวัดได้อย่างไร เขาใช้มาตรฐานของคนธรรมดาสามัญไปปฏิบัติต่อเรื่องราวในระดับสูง จะเป็นไปได้อย่างไร ดังนั้นมักจะมีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้น ทำให้คนจำนวนมากคิดว่าความทุกข์ในชีวิตเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมต่อตัวเอง มีคนมากมายต้องตกลงมา

เมื่อไม่กี่ปีก่อนมีอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ใหญ่หลายท่าน มีชื่อเสียงโด่งดังก็ต้องพังลงมา แน่นอนอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ที่แท้จริงต่างก็กลับไปกันแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา เหลือเพียงพวกที่หลงอยู่ในคนธรรมดาสามัญ จิต(ซินซิ่ง)ตกต่ำลงมาและยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในสังคมมนุษย์ พวกเขาไม่มีพลัง(กง)แล้ว มีอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ที่มีชื่อเสียงในอดีตบางท่านที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ในสังคม อาจารย์ของพวกเขาเห็นว่าเขาตกต่ำลงไปในคนธรรมดาสามัญแล้ว หลงใหลในชื่อเสียงผลประโยชน์จนถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ไหวแล้ว อาจารย์ได้นำจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ของเขาไปแล้ว ซึ่งพลัง(กง)ล้วนอยู่ในตัวจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน) ตัวอย่างเช่นนี้มีอยู่มากมาย

ในวิชาของเรา เรื่องประเภทนี้น้อยมาก มีก็ไม่เด่นชัด ทางด้านการยกระดับจิต(ซินซิ่ง) ตัวอย่างที่ปรากฏออกมามากเป็นพิเศษ ที่มณฑลซันตงมีผู้ฝึกของเราคนหนึ่งทำงานในโรงงานทอผ้าขนหนูแห่งหนึ่ง หลังจากได้ฝึกหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)แล้ว ยังนำไปเผยแพร่ถ่ายทอดให้กับเพื่อนร่วมงาน ผลปรากฏว่าทำให้โฉมหน้าของโรงงานเปลี่ยนแปลงไป ก่อนนี้หัวผ้าขนหนูของโรงงานแห่งนี้ คนงานมักจะนำกลับบ้านคนละชิ้นเสมอ คนงานเอากันทุกคน หลังจากที่ฝึกพลัง(กง)แล้วเขาไม่เพียงแต่ไม่หยิบฉวย ของที่เอาไปอยู่ที่บ้านก็นำกลับมาคืน คนอื่นพอเห็นเขาทำเช่นนี้ ก็ไม่มีใครหยิบฉวยกันอีกเลย คนที่เคยนำกลับไปบ้านพากันเอามาคืนโรงงาน มีเหตุการณ์เช่นนี้ปรากฏทั้งโรงงาน

ที่เมืองแห่งหนึ่งหัวหน้าศูนย์ฝึกผู้หนึ่ง ไปเยี่ยมผู้ฝึกที่โรงงานแห่งหนึ่ง เพื่อดูว่าได้ฝึกหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)ไปถึงไหนแล้ว ผู้จัดการโรงงานแห่งนั้นออกมาต้อนรับเขาด้วยตัวเองและพูดว่า หลังจากคนงานเหล่านี้ฝึกหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)แล้ว มาเช้ากลับค่ำ ทำงานอย่างขยันขันแข็ง หัวหน้าสั่งงานก็ทำตามเป็นอย่างดีไม่เกี่ยงงาน ไม่แก่งแย่งชิงดีชิงเด่น พวกเขาทำเช่นนี้ ทำให้โฉมหน้าบรรยากาศของโรงงานเปลี่ยนโฉมหน้าไปทางที่ดีขึ้น เศรษฐกิจและผลประโยชน์ของโรงงานก็ดีขึ้น วิชาของพวกท่านดีจริงๆ อาจารย์ของพวกท่านมาเปิดชั้นเรียนเมื่อไร ผมก็จะไปร่วมด้วย หลักการบำเพ็ญปฏิบัติหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)ของเรา ก็คือการนำคนไปสู่ระดับชั้นสูง ไม่ได้คิดทำเรื่องเช่นนี้ แต่ก็สามารถช่วยปลูกฝังอารยธรรมทางจิตใจของสังคมให้เกิดการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น ถ้าหากทุกๆ คนหันไปค้นหาจากจิตใจภายใน ทุกๆ คนคิดว่าจะปฏิบัติตัวให้ดีได้อย่างไร ข้าพเจ้าว่าสังคมก็จะมั่นคง มาตรฐานศีลธรรมของมนุษย์ก็จะดีขึ้น

ขณะที่ข้าพเจ้าถ่ายทอดหลักธรรมที่เมืองไท่หยวน ผู้ฝึกคนหนึ่งอายุ 50 กว่าปี สองสามีภรรยาได้มาร่วมฟังธรรม ขณะที่พวกเขาเดินอยู่กลางถนน มีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ในทันใดกระจกข้างก็เกี่ยวเอาเสื้อของสตรีสูงอายุผู้นี้เข้า พร้อมกับลากตัวเธอเลยไป 10 กว่าเมตร “พลั๊ก” แล้วก็เหวี่ยงเธอล้มลงบนพื้น รถวิ่งเลยไปอีกกว่า 20 เมตรจึงหยุดลง คนขับกระโดดลงจากรถพูดด้วยความไม่พอใจว่า คุณเดินอย่างไรไม่มองถนน คนเราสมัยนี้มักจะเป็นเช่นนี้ มีปัญหาก็จะโยนให้กับคนอื่นรับผิดชอบ ส่วนผู้ที่นั่งอยู่ในรถก็พูดว่า ดูซิว่าหกล้มเป็นอย่างไรบ้าง รีบส่งไปโรงพยาบาลเถอะ คนขับจึงได้คิด รีบถามว่า คุณป้าเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บที่ไหน ไปตรวจที่โรงพยาบาลดีไหม ผู้ฝึกของเราผู้นั้นหลังจากค่อยๆ ลุกจากพื้นขึ้นมา แล้วตอบว่า ไม่เป็นไร พวกคุณไปเถอะ ปัดฝุ่นออกแล้วเกี่ยวแขนสามีเดินจากไป

มาถึงชั้นเรียนมาเล่าเหตุการณ์นี้ให้ข้าพเจ้าฟัง ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจมาก ผู้ฝึกของเรามีจิต(ซินซิ่ง)สูงขึ้นแล้ว เธอกล่าวกับข้าพเจ้าว่า อาจารย์ เป็นเพราะว่าวันนี้ข้าพเจ้าได้ศึกษาหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า) ถ้าไม่ได้ศึกษาหลักธรรมใหญ่(ต้าฝ่า) วันนี้คงไม่ปฏิบัติเช่นนี้ ทุกคนลองคิดดู เมื่อปลดเกษียนแล้ว เวลานี้ข้าวของก็มีราคาแพงเช่นนี้ สวัสดิการอะไรก็ไม่มี คนอายุ 50 กว่าถูกรถลากไปไกลเช่นนั้น ล้มอยู่บนพื้น ตรงไหนบาดเจ็บก็คงแย่แล้ว ฟุบกับพื้นก็คงลุกไม่ขึ้นแล้ว ไปโรงพยาบาลก็ไปซิ เข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลไม่ออกมาแล้ว ถ้าเป็นคนธรรมดาสามัญก็คงทำเช่นนั้น แต่เธอเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม จึงไม่ได้ทำเช่นนั้น เราจึงกล่าวว่า ดีชั่วอยู่ที่ความคิดชั่วขณะของคน ความคิดเพียงชั่วขณะนี้นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ต่างกัน อายุมากขนาดนั้น ถ้าเป็นคนธรรมดาสามัญโดนเหวี่ยงขนาดนั้นจะไม่บาดเจ็บหรือ แต่เธอแม้แต่ผิวหนังก็ไม่ถลอก ดีชั่วก็อยู่ตรงที่ความคิดชั่วขณะ ถ้าหากเธอล้มนอนอยู่ตรงนั้นและพูดว่า ฉันไม่ไหวแล้ว เจ็บตรงนั้นปวดตรงนี้ ถ้าเช่นนั้นเอ็นอาจจะขาด กระดูกอาจจะหัก เป็นอัมพาตไป ให้เงินท่านมากมายเท่าใด แต่ท่านต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่โรงพยาบาลเดินเหินไม่ได้ ท่านจะมีความสุขหรือ ผู้คนที่มุงดูต่างก็รู้สึกแปลกใจ สตรีสูงอายุผู้นี้ทำไมไม่เรียกร้องเอาเงินจากเขา ไม่เรียกร้องค่าเสียหาย ปัจจุบันมาตรฐานศีลธรรมของคนได้ถูกบิดเบือนไปทั้งหมด คนขับรถแม้จะขับรถเร็วก็จริง แต่เขาจะมีเจตนาชนคนหรือ เขาไม่ได้เจตนาไม่ใช่หรือ แต่ว่าปัจจุบันคนเราก็เป็นเช่นนี้ ถ้าไม่เรียกร้องค่าเสียหาย จิตใจของคนที่มุงดูจะรู้สึกไม่สงบ ข้าพเจ้าว่าปัจจุบันนี้ความดีความชั่วแบ่งแยกไม่ออก มีบางคนท่านเตือนเขาว่ากำลังทำชั่ว เขายังไม่เชื่อ เพราะมาตรฐานศีลธรรมได้เกิดการเปลี่ยนแปลง บางคนมุ่งแต่ผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว ขอเพียงได้เงินทอง เรื่องอะไรก็กล้าทำ คนไม่ทำเพื่อตัวเอง ฟ้าดินลงโทษ ได้กลายเป็นคติเตือนใจเสียแล้ว

ที่ปักกิ่งมีผู้ฝึกคนหนึ่ง หลังอาหารเย็นพาลูกออกมาเดินเล่นที่เฉียนเหมิน เห็นรถกำลังโฆษณาขายสลากรางวัล ลูกอยากร่วมสนุกจับสลากรางวัลก็ให้ไปจับ ให้เด็กหนึ่งเหรียญไปจับ ทันใดนั้นก็จับได้รางวัลที่ 2 เป็นจักรยานเด็กอย่างดี เด็กดีใจมาก ทันใดนั้นสมองเขาคิดได้ว่า ฉันเป็นผู้ฝึกพลัง(กง) จะหวังในสิ่งนี้ได้อย่างไร ฉันได้โชคที่ไม่ชอบธรรมเช่นนี้ ฉันต้องเสียกุศลไปมากเท่าใด จึงบอกกับลูกว่า อย่าเอาเลย ถ้าอยากได้เราไปซื้อกันเอง ลูกก็ไม่พอใจ เวลาขอให้ซื้อก็ไม่ซื้อให้ พอจับสลากได้เองท่านก็ไม่ให้เอาอีก ลูกก็ร้องไห้ไม่ยอม หมดปัญญาก็ได้แต่เข็นจักรยานกลับบ้าน กลับถึงบ้านยิ่งคิดยิ่งไม่ถูกต้อง รีบเอาเงินไปจ่ายเขาดีกว่า หวนคิดอีกที สลากรางวัลก็ไม่มีแล้ว ให้เงินพวกเขา พวกเขามิเอาไปแบ่งกันเองหรือ ฉันรีบเอาเงินไปบริจาคช่วยเหลือที่ทำงานดีกว่า

โชคดีที่ทำงานมีผู้ฝึกหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)กันไม่น้อย ผู้บังคับบัญชาก็เข้าใจเขา ถ้าอยู่ในสภาวะแวดล้อมทั่วไป สถานที่ทำงานทั่วไป ท่านบอกว่าท่านเป็นผู้ฝึกพลัง(กง) จับรางวัลได้รถจักรยานแต่ท่านไม่เอา เอาเงินมาบริจาคให้ที่ทำงาน ผู้บังคับบัญชาจะต้องคิดว่าคนๆ นี้สติมีปัญหา คนอื่นก็จะต้องวิพากษ์วิจารณ์กันว่า คนๆ นี้ฝึกพลัง(กง)จนเพี้ยนไป จนธาตุไฟเข้าแทรก ข้าพเจ้าบอกแล้วว่า มาตรฐานศีลธรรมได้บิดเบือนไป ถ้าเป็นในปีทศวรรษ 1950 - 1960 เรื่องประเภทนี้จะเป็นเรื่องปกติธรรมดา ใครๆ ก็ไม่รู้สึกแปลกใจ

พวกเราพูดว่า ไม่ว่ามาตรฐานศีลธรรมของมนุษย์จะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด คุณสมบัติพิเศษของจักรวาลนี้ความจริง ความเมตตา ความอดทน(เจิน ซั่น เหยิ่น) จะไม่เปลี่ยนแปลงตลอดไป มีคนบอกว่าท่านดี ท่านไม่แน่ว่าจะดีจริง มีคนบอกว่าท่านเลว ท่านก็ไม่แน่ว่าจะเลวจริง เพราะว่ามาตรฐานที่ใช้วัดความดี ความเลวนั้นได้บิดเบือนไปเสียแล้ว มีแต่ผู้ที่สอดคล้องกับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาลเท่านั้นเขาจึงจะเป็นคนดี นี่เป็นมาตรฐานหนึ่งเดียวที่จะวัดคนดีคนเลว ซึ่งเป็นที่ยอมรับในจักรวาล ท่านอย่าได้เห็นว่าสังคมมนุษย์เราเปลี่ยนแปลงไปมาก มาตรฐานศีลธรรมของมนุษย์ก็ตกต่ำลงมามาก ศีลธรรมของมนุษย์ตกต่ำลงทุกวัน ยึดถือเอาแต่ผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง แต่การเปลี่ยนแปลงของจักรวาลไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ การเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมจึงไม่สามารถใช้มาตรฐานของคนธรรมดาสามัญมากำหนด เมื่อคนธรรมดาสามัญบอกว่าเรื่องนี้ถูกต้อง ท่านก็ปฏิบัติตาม ทำเช่นนั้นไม่ได้ คนธรรมดาสามัญบอกว่าดีก็ไม่แน่ว่าจะดี คนธรรมดาสามัญบอกว่าผิดก็ไม่แน่ว่าจะผิดเสมอไป ในยุคที่มาตรฐานศีลธรรมได้บิดเบือนไป ใครทำเรื่องไม่ดี ท่านบอกเขาว่ากำลังทำเรื่องไม่ดี เขาก็ไม่เชื่อ การเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรม จึงต้องใช้มาตรฐานของคุณสมบัติพิเศษของจักรวาลมาประเมิน จึงจะสามารถแยกแยะอะไรดีหรือชั่วอย่างแท้จริง

อ่านต่อหน้า 1   2  3  4  5

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com