Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 5

เบิกเนตร

พระพุทธรูปที่สร้างออกมาจากโรงงานเป็นเพียงงานศิลปกรรมชิ้นหนึ่ง เบิกเนตรก็คือ การอัญเชิญธรรมกายของพระพุทธองค์หนึ่งมาสถิตยังองค์พระพุทธรูป จากนั้นจะนำองค์พระพุทธรูปมาให้คนธรรมดาได้กราบไหว้บูชา ผู้ฝึกพลัง(กง)มีจิตใจเคารพนับถือ เวลาบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ธรรมกายในองค์พระพุทธรูปก็จะคอยคุ้มครองปกป้องเขา นี่คือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการเบิกเนตร เพียงแต่ส่งกระแสจิตที่เที่ยงธรรมในพิธีเบิกเนตรอย่างเป็นทางการ หรือจะเป็นผู้สำเร็จธรรมชั้นสูง หรือคนที่มีพลังจากการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในระดับสูงมากๆ เท่านั้น จึงจะสามารถกระทำเรื่องนี้ได้

ในวัดพูดกันว่าพระพุทธรูปต้องเบิกเนตร พระพุทธรูปที่ไม่ผ่านการเบิกเนตรว่ากันว่าจะไม่ศักดิ์สิทธิ์ ปัจจุบันพระสงฆ์ในวัดที่มีสมณศักดิ์สูงจริงๆ เหล่านั้น ก็ไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว หลังจาก “การปฏิวัติวัฒนธรรม” พระสงฆ์ที่อ่อนพรรษาบางรูปไม่ได้รับการถ่ายทอดอย่างแท้จริง เมื่อได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส หลายสิ่งหลายอย่างขาดการถ่ายทอด ถามเขาว่าเบิกเนตรเพื่ออะไร เขาตอบว่า เบิกเนตรแล้วพระพุทธรูปก็จะศักดิ์สิทธิ์ เหตุใดจึงศักดิ์สิทธิ์ เขาก็อธิบายไม่ถูก ดังนั้นเขาจึงรู้แต่ประกอบพิธีกรรม โดยนำบทสวดบรรจุเข้าไปในองค์พระพุทธรูป จากนั้นก็ใช้กระดาษปิดไว้ สวดมนต์ต่อหน้าพระพุทธรูป ก็เป็นอันว่าเบิกเนตรแล้ว แต่จะเบิกเนตรได้จริงหรือไม่ ต้องดูว่าเขาสวดมนต์อย่างไร องค์ศากยมุนีเน้นว่าต้องมีจิตเที่ยงธรรม ในขณะที่สวดมนต์ใจต้องมีสมาธิแน่วแน่ ต้องให้สั่นสะเทือนไปถึงโลกในสายที่เขาบำเพ็ญได้จริงๆ จึงจะสามารถอัญเชิญผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงมาได้ ธรรมกายของผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงองค์นั้นก็จะเข้าไปสถิต จึงจะบรรลุถึงเป้าหมายของการเบิกเนตร

พระสงฆ์บางรูปขณะที่สวดมนต์อยู่นั้น ในใจคิดแต่ว่า หลังจากการทำพิธีเบิกเนตรแล้วฉันจะได้เงินเท่าใด หรือสวดมนต์ไปพลางก็คิดไปพลางว่า ผู้นั้นผู้นี้ไม่ดีต่อฉันอย่างไร ในใจคอยคิดหาวิธีสู้รบตบมือ ปัจจุบันในยุคธรรมะปลาย ไม่ยอมรับปรากฏการณ์เช่นนี้ก็ไม่ได้ พวกเราในที่นี้มิได้วิจารณ์พุทธศาสนา ในยุคธรรมะปลายวัดวาอารามก็ไม่สงบและไม่บริสุทธิ์ ในสมองของเขาเวลาคิดถึงเรื่องเหล่านี้ มีความคิดที่ไม่ดีเช่นนี้แล้ว จะมีผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงองค์ใดมา จึงไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายของการเบิกเนตร แต่ก็ไม่เสมอไปทั้งหมด วัดและอารามเต๋าที่ดีก็ยังมีอยู่บ้าง

ข้าพเจ้าเคยไปพบเห็นพระสงฆ์รูปหนึ่งในเมืองแห่งหนึ่ง มือไม้ดำสกปรก เอาบทสวดใส่เข้าไปในองค์พระพุทธรูป แล้วบ่นพึมพำสองทีเป็นอันเสร็จพิธีเบิกเนตร หยิบพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่งขึ้นมา แล้วบ่นพึมพำอีกสองที เบิกเนตรครั้งละ 40 หยวน ปัจจุบันพระสงฆ์ถือสิ่งเหล่านี้เป็นพุทธพาณิชย์ ร่ำรวยจากพิธีเบิกเนตรพระพุทธรูป ข้าพเจ้ามองดูแล้วไม่ได้เบิกเนตร ไม่สามารถเบิกเนตรได้ ปัจจุบันพระสงฆ์กล้าทำเรื่องเช่นนี้ ข้าพเจ้ายังเห็นอะไรอีกเรื่องหนึ่ง ในวัดมีคนคนหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นอุบาสกบอกว่า จะเบิกเนตรพระพุทธรูป เขาใช้กระจกบานหนึ่งสะท้อนแสงอาทิตย์ส่องไปบนองค์พระพุทธรูป แล้วเขาก็บอกว่าเบิกเนตรแล้ว น่าขันถึงเพียงนี้ ปัจจุบันศาสนาพุทธได้ดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว เรื่องนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ได้พบเห็นกันทั่วๆ ไป

เมืองหนานจิงได้สร้างพระพุทธรูปสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ขึ้นมาประดิษฐาน ณ เขาต้าอวี่ซันในฮ่องกง เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาก พระสงฆ์จากทั่วโลกจำนวนมากเดินทางมาร่วมพิธีเบิกเนตรองค์พระพุทธรูป ในจำนวนนี้มีพระสงฆ์รูปหนึ่ง ได้ใช้กระจกบานหนึ่งสะท้อนแสงอาทิตย์ส่องไปบนพระพักตร์ขององค์พระพุทธรูป บอกว่าเป็นการเบิกเนตร ในงานพิธีที่ใหญ่โต และเคร่งขรึมเช่นนั้นยังกระทำเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้ ข้าพเจ้ารู้สึกสลดใจยิ่งนัก ไม่แปลกที่องค์ศากยมุนีได้ตรัสไว้ว่า เมื่อถึงยุคธรรมะปลาย พระสงฆ์ยังยากที่จะช่วยตัวเอง จะช่วยคนก็ยิ่งลำบาก อีกทั้งยังมีพระสงฆ์จำนวนมากที่อธิบายคัมภีร์ในมุมมองของตนเอง ไม่ว่าคัมภีร์อะไรของเจ้าแม่หวางหมู่เหนียงเหนียงก็เข้าไปอยู่ในวัดหมด สิ่งที่ไม่ใช่คัมภีร์ของพุทธศาสนาก็ถูกนำเข้าไปในวัด ทำให้สับสนวุ่นวายไปหมด ปัจจุบันจึงยุ่งเหยิงกันมาก แน่นอนพระสงฆ์ที่บำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริงก็ยังคงมีอยู่ ยังบำเพ็ญธรรมได้ดี การเบิกเนตรแท้ที่จริงก็คือ การอัญเชิญธรรมกายของผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงมาสถิตยังองค์พระพุทธรูป นี่ก็คือการเบิกเนตร

หากว่าพระพุทธรูปองค์นี้ไม่ได้รับการเบิกเนตรก็ตั้งบูชาไม่ได้ หากบูชาก็จะเกิดผลร้ายแรงในภายหลัง ผลร้ายแรงที่จะตามมาคืออะไร ปัจจุบันทางด้านสรีรศาสตร์พบว่า ความนึกคิดของคนเรา ความคิดในสมองของคน สามารถทำให้เกิดสสารชนิดหนึ่ง พวกเราในระดับชั้นสูงมองเห็นว่ามันเป็นสสารชนิดหนึ่งจริงๆ แต่ว่าสสารชนิดนี้ไม่เหมือนกับรูปแบบของคลื่นสมองที่พวกเราค้นพบในปัจจุบัน แต่เป็นรูปแบบสมองที่สมบูรณ์แบบ โดยปกติคนธรรมดาสามัญเวลาขบคิดปัญหา สิ่งที่ส่งออกมาในรูปลักษณ์ของสมองใหญ่ เนื่องจากมันไม่มีพลังงาน ส่งออกมาแล้วไม่นานก็จะกระจายหายไป แต่พลังงานของผู้ฝึกพลัง(กง)จะรักษาไว้ได้นาน ใช่ว่าพระพุทธรูปองค์นี้พอสร้างออกมาจากโรงงานก็จะมีความคิด ไม่มี บ้างยังมิได้ผ่านการเบิกเนตร เขานำไปตั้งไว้ในวัดก็ยังไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ของการเบิกเนตร หากว่าอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ปลอมคนใด หรือคนที่ฝึกวิชานอกลู่นอกทางไปทำการเบิกเนตร ก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง สุนัขจิ้งจอก พังพอน ก็จะขึ้นไปสิงสถิต

ถ้าเช่นนั้นพระพุทธรูปที่ไม่ผ่านการเบิกเนตร ไปกราบไหว้บูชาก็อันตรายอย่างยิ่ง อันตรายถึงระดับไหน ข้าพเจ้าพูดแล้วว่ามนุษย์พัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ ทุกอย่างกำลังเลวร้ายลง ทั้งสังคม ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลก็กำลังเลวร้ายลงทุกขณะ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในสังคมมนุษย์เราล้วนเกิดขึ้นจากการกระทำของพวกเราเอง คิดจะแสวงหาหลักธรรมที่แท้จริง เดินบนทางสายหลักยังยาก ถูกรบกวนกันทุกๆ ด้าน คิดจะขอพระพุทธเป็นที่พึ่ง ใครคือพระพุทธ คิดจะขอก็ยังยาก ไม่เชื่อข้าพเจ้าจะพูดให้ฟัง คนแรกที่ไปไหว้องค์พระพุทธรูปที่ไม่ผ่านการเบิกเนตรก็จะเกิดผลร้าย เวลานี้คนที่ไปไหว้พระจะมีสักกี่คนที่คิดขอพระพุทธเพื่อให้ได้มรรคผล น้อยคนที่จะคิดเช่นนี้ คนส่วนใหญ่ไหว้พระมีเป้าหมายอะไร เพื่อปัดเป่าความทุกข์ ความลำบาก ขอให้ร่ำรวย ขอสิ่งเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในคัมภีร์ของศาสนาพุทธหรือ แท้ที่จริงไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย

ผู้ที่ไหว้พระหากไปขอเงินขอทอง ไหว้พระพุทธรูป หรือพระโพธิสัตว์กวนอินหรือพระยูไล อธิษฐานว่า ช่วยให้ฉันร่ำรวยเถอะ ดีละ ความนึกคิดที่สมบูรณ์ก็จะก่อเกิดเป็นรูปร่างขึ้นมา เขาส่งออกไปยังองค์พระพุทธรูป ความนึกคิดนั้นก็ขึ้นไปยังองค์พระพุทธรูปในทันที ในอีกมิติหนึ่งร่างนี้สามารถขยายใหญ่และหดเล็กได้ เมื่อขึ้นไปอยู่บนร่างนี้ พระพุทธรูปองค์นี้ก็จะมีสมองเกิดขึ้นมา ก็จะมีความคิด แต่ไม่มีเรือนร่าง คนอื่นๆ ก็ไปกราบไหว้ เมื่อเป็นเวลานานเข้า ก็ทำให้มันเกิดพลังงานในระดับหนึ่งขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกพลัง(กง)ก็ยิ่งอันตราย เมื่อไหว้แล้วก็จะไปเพิ่มพลังงานให้กับมันทีละเล็กละน้อย มันก็จะก่อเกิดเป็นเรือนร่างขึ้นมาได้ แต่เรือนร่างนี้ก่อเกิดขึ้นมาในอีกมิติหนึ่ง ก่อเกิดขึ้นแล้วมันจะอยู่ในอีกมิติหนึ่ง มันสามารถรู้ถึงกฎของจักรวาลเล็กน้อย ดังนั้นสามารถทำอะไรให้กับมนุษย์ได้บ้าง เช่นนี้มันก็สามารถมีพลัง(กง)ขึ้นมาได้ แต่มันช่วยคนอย่างมีเงื่อนไขมีค่าตอบแทน ในอีกมิติหนึ่งมันเคลื่อนไหวได้ตามอำเภอใจ ควบคุมคนธรรมดาสามัญได้ตามอำเภอใจ ร่างที่มีรูปร่างนี้เหมือนกับองค์พระพุทธรูปไม่มีผิด ก็ไหว้จนเกิดพระโพธิสัตว์กวนอินปลอมและพระยูไลปลอมขึ้นมา เป็นเพราะมนุษย์ไหว้จนเกิดขึ้นมาเอง หน้าตาเหมือนองค์พระพุทธรูป เป็นรูปลักษณ์ขององค์พระพุทธ ความคิดขององค์พระพุทธปลอม พระโพธิสัตว์ปลอมจะเลวร้ายมากๆ ต้องการแสวงหาแต่เงินทอง มันเกิดขึ้นมาในอีกมิติหนึ่ง มีความคิด เข้าใจกฎเล็กๆ น้อยๆ มันไม่กล้าทำสิ่งเลวร้ายมากๆ แต่จะทำสิ่งเลวร้ายเล็กๆ น้อยๆ บางครั้งก็ช่วยคน ถ้าไม่ช่วยเหลือคนบ้าง กระทำแต่สิ่งชั่วร้าย ก็ต้องฆ่ามัน แล้วมันช่วยอย่างไร คนไหนอธิษฐานว่า ขอพระช่วยฉันที ในบ้านมีคนป่วย ตกลง จะช่วยท่าน มันก็จะให้ท่านใส่เงินลงในตู้บริจาค ความคิดของมันต้องการแต่เงิน ใส่เงินลงไปในตู้บริจาคมาก ก็จะให้โรคหายเร็วขึ้น เพราะมันมีพลังงานในระดับหนึ่ง อยู่ในอีกมิติหนึ่งมันสามารถควบคุมคนธรรมดาสามัญได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีพลัง(กง)ไปไหว้ ก็จะยิ่งอันตราย ผู้ฝึกพลัง(กง)จะไปขออะไรหรือ ขอเงิน พวกเราลองคิดดู ผู้ฝึกพลัง(กง)จะไปขอเงินทองทำไม ขอให้ญาติปลอดทุกข์หายไข้ ล้วนแต่เป็นการยึดติดต่อสายสัมพันธ์ คิดจะควบคุมชะตาชีวิตของคนอื่น คนแต่ละคนต่างก็มีชะตาชีวิตของตัวเอง ถ้าท่านไปไหว้มัน อธิษฐานว่า ช่วยให้ฉันร่ำรวยหน่อย ตกลง มันจะช่วยท่าน มันอยากให้ท่านขอเงินจากมันมากๆ ขอมากๆ หน่อย มันก็จะเอาของๆ ท่านได้มากหน่อย มูลค่าการแลกเปลี่ยนต้องเท่ากัน คนอื่นใส่เงินในตู้บริจาคให้มันมาก มันจะให้ท่านได้ ได้อย่างไร ออกจากบ้านเก็บกระเป๋าเงินได้ ที่ทำงานแจกรางวัลพิเศษ อย่างไรก็คิดทุกวิถีทางเพื่อให้ท่านได้เงิน มันไม่ช่วยท่านโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่เสียก็ไม่ได้ ขอเอาพลัง(กง)ของท่านไปหน่อย มันขาดพลัง(กง) หรือเอาตานและสิ่งอื่นๆ ที่ท่านฝึกได้มา มันต้องการสิ่งนี้

พระพุทธปลอมเหล่านี้บางครั้งอันตรายมาก พวกเราจำนวนมากที่ตาทิพย์เปิดแล้วก็คิดว่าตัวเองได้เห็นพระพุทธ มีบางคนนึกว่าวันนี้ในวัดมีพระพุทธมากลุ่มหนึ่ง มีพระพุทธองค์หนึ่งมีนามเช่นนั้น เช่นนี้ซึ่งนำกลุ่มหนึ่งมา บอกว่ากลุ่มที่มาเมื่อวานนี้เป็นอย่างไร กลุ่มที่มาวันนี้เป็นอย่างไร สักพักหนึ่งก็ไป แล้วก็มาใหม่อีกกลุ่ม คืออะไร ก็คือประเภทนี้ ไม่ใช่พระพุทธจริง มันคือพระพุทธปลอม ประเภทนี้มีมากมาย

ถ้าในวัดปรากฏสภาพเช่นนี้ก็จะยิ่งอันตราย ถ้าพระสงฆ์ไปไหว้มัน มันก็จะควบคุมพระสงฆ์ เจ้าไหว้ข้าไม่ใช่หรอกหรือ เจ้าไหว้ข้าโดยมีสติรู้ชัด ดี เจ้าต้องการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมไม่ใช่หรือ ข้าจะดูแลเจ้า ข้าจะบอกให้เจ้าบำเพ็ญอย่างไร มันจะกำหนดให้ท่าน ท่านจะบำเพ็ญไปยังที่ใดเมื่อท่านบำเพ็ญสำเร็จแล้ว เนื่องจากมันเป็นผู้กำหนดให้บำเพ็ญ ดังนั้นสำนักบำเพ็ญหลักธรรมใดๆ ที่อยู่เบื้องบนก็จะไม่รับท่าน มันเป็นผู้กำหนด ดังนั้นต่อไปท่านก็จะต้องขึ้นกับการควบคุมของมัน นี่ไม่ใช่บำเพ็ญโดยเปล่าประโยชน์หรือ ข้าพเจ้าว่ามนุษย์เราเวลานี้คิดจะบำเพ็ญจนได้มรรคผลนั้นยากมาก ปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่มีอยู่ทั่วไป พวกเราหลายคนมองเห็นรัศมีพระพุทธตามภูเขาแม่น้ำที่มีชื่อ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นพวกนี้ทั้งนั้น มันมีพลังงาน สามารถที่จะปรากฏออกมาให้เห็น ผู้บรรลุธรรมชั้นสูงที่แท้จริงจะไม่ปรากฏออกมาให้เห็นง่ายๆ

สมัยก่อนที่เรียกกันว่าพระบนโลกหรือเต๋าบนโลก มีอยู่ค่อนข้างน้อย แต่เดี๋ยวนี้มีมากมาย เวลาที่มันทำสิ่งชั่วร้าย เบื้องบนก็จะฆ่ามัน พอจะฆ่ามัน มันก็จะวิ่งเข้าไปในองค์พระพุทธรูป กฎของคนธรรมดาสามัญ โดยทั่วไปผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงจะไม่มายุ่งเกี่ยวง่ายๆ ผู้สำเร็จธรรมชั้นยิ่งสูงจะยิ่งไม่ทำลายกฎของคนธรรมดาสามัญ จะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยแม้แต่น้อย คงไม่สามารถให้ฟ้าผ่าองค์พระพุทธรูปแตกไปในทันที พระท่านไม่ทำเรื่องเช่นนี้ ดังนั้นเมื่อมันวิ่งเข้าไปในพระพุทธรูป ก็จะไม่ยุ่งเกี่ยว จะฆ่ามัน มันก็รู้มันก็หนี ดังนั้นองค์พระโพธิสัตว์กวนอินที่ท่านเห็น ใช่พระโพธิสัตว์กวนอินหรือไม่ พระพุทธที่ท่านเห็นใช่พระพุทธหรือไม่ พูดยาก

พวกเราไม่น้อยคิดถึงปัญหาหนึ่ง พระพุทธรูปในบ้านของเราจะทำอย่างไร หลายคนอาจนึกถึงข้าพเจ้า เพื่อช่วยให้ผู้ฝึกสามารถบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ข้าพเจ้าขอบอกให้ท่านปฏิบัติดังนี้ ท่านนำหนังสือของข้าพเจ้า(เพราะภายในมีรูปถ่ายของข้าพเจ้า) หรือว่ารูปถ่ายของข้าพเจ้า ท่านยกพระพุทธรูปไว้ในมือ ตั้งมือในลักษณะดอกบัวใหญ่ แล้วขอกับข้าพเจ้า ขอให้อาจารย์ช่วยเบิกเนตรพระพุทธรูป ครึ่งนาทีก็เป็นอันเสร็จพิธี ขอบอกกับพวกเรา วิธีนี้ให้ใช้เฉพาะกับผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมของเราเท่านั้น กับญาติสนิทมิตรสหายจะใช้ไม่ได้ เราจะดูแลเฉพาะผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมของเรา บางคนบอกว่าจะนำรูปถ่ายอาจารย์ไปไว้ที่บ้านเพื่อนหรือญาติเพื่อช่วยป้องกันภูตผีปีศาจ ข้าพเจ้าไม่ใช่มีไว้เพื่อป้องกันสิ่งเหล่านั้นให้กับคนธรรมดาสามัญ การทำเช่นนี้เป็นการไม่เคารพต่ออาจารย์อย่างยิ่ง

พูดถึงเรื่องของพุทธและเต๋าบนโลก ยังมีสภาพการณ์อีกแบบหนึ่งคือ ในประเทศจีนสมัยโบราณ มีคนมากมายที่บำเพ็ญปฏิบัติธรรมในป่าลึก ทำไมปัจจุบันนี้จึงไม่มี ความจริงไม่ใช่ว่าไม่มี เพียงแต่ไม่ให้คนธรรมดาสามัญรู้ ไม่ได้น้อยไปกว่าเดิม คนเหล่านี้ล้วนมีความสามารถพิเศษ หลายปีมานี้ไม่ใช่ว่าคนพวกนี้ไม่อยู่แล้ว คนพวกนี้ยังมีอยู่ ปัจจุบันในโลกยังมีอยู่หลายพันคน ในประเทศจีนมีมากหน่อย โดยเฉพาะตามภูเขา แม่น้ำที่มีชื่อ ตามภูเขาสูงๆ ก็มี พวกเขาใช้ความสามารถพิเศษปิดถ้ำไว้ ดังนั้นท่านจึงมองไม่เห็นเขา การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมของเขาค่อนข้างช้า ยังไม่ถูกวิธี ยังหาแก่นแท้ของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมไม่ถูก ส่วนของเรานั้นมุ่งตรงที่จิตใจคน ยึดมั่นบำเพ็ญปฏิบัติตามคุณสมบัติพิเศษสูงสุดของจักรวาล บำเพ็ญปฏิบัติตามรูปแบบของจักรวาล แน่นอนพลัง(กง)จึงก่อเกิดรวดเร็ว เพราะว่าวิธีการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมจะก่อตัวเป็นรูปปิรามิด ตรงกลางเท่านั้นเป็นทางสายหลัก ทางสายย่อยที่อยู่ข้างๆ บำเพ็ญปฏิบัติแล้วจิต(ซินซิ่ง)ไม่แน่ว่าจะสูงส่งเสมอไป บำเพ็ญได้ไม่สูงนักพลัง(กง)ก็จะเปิด แต่ยังห่างไกลจากการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่แท้จริงในทางสายหลัก

เขาเองก็มีการรับลูกศิษย์เพื่อสืบทอดวิชา วิชานี้บำเพ็ญได้สูงเพียงเท่านี้ จิต(ซินซิ่ง)ของเขาก็สูงได้เพียงเท่านี้ ดังนั้นลูกศิษย์ที่เขาถ่ายทอดให้ก็จะบำเพ็ญได้สูงเท่านี้ ยิ่งเป็นวิชาสายย่อยที่อยู่ริมรอบนั้นก็ยิ่งมีทฤษฎีมาก วิธีบำเพ็ญก็จะยิ่งซับซ้อน จับแก่นแท้ของการบำเพ็ญไม่ถูก คนบำเพ็ญปฏิบัติธรรมจุดสำคัญอยู่ที่การบำเพ็ญจิต(ซินซิ่ง) เขาไม่เข้าใจถึงจุดนี้ เขาคิดว่าการทนทุกข์ก็จะสามารถบำเพ็ญปฏิบัติธรรม เพราะฉะนั้นเขาใช้เวลาบำเพ็ญอันยาวนาน บำเพ็ญเป็นหลายร้อยปี นับพันปี ก็ได้พลัง(กง)ออกมาเพียงเล็กน้อย ที่จริงแล้วเขาไม่ได้บำเพ็ญออกมาโดยอาศัยการทนทุกข์ แล้วบำเพ็ญออกมาอย่างไร ก็เหมือนกับคนทั่วๆ ไป ในวัยหนุ่มจิตยึดติดต่างๆ มีมากมาย เมื่อถึงวัยชรา วันเวลาผ่านไป อนาคตหมดหวังแล้ว ใจที่ยึดติดนี้ก็ละทิ้งไปเอง ถูกขัดเกลาออกไป วิชาสายย่อยก็คือวิธีเช่นนี้ เขาจึงอาศัยการนั่งสมาธิ มีสมาธิ ทนทุกข์ เมื่อบำเพ็ญขึ้นไป เขาก็พบว่าสามารถเพิ่มพลัง(กง)ได้เช่นกัน แต่เขากลับไม่รู้ว่า เป็นเพราะกาลเวลาอันยาวนานและความทุกข์ยากได้ขัดเกลาเอาจิตยึดติดของคนธรรมดาสามัญของเขาออกไป ละทิ้งจิตยึดติดไปแล้วพลัง(กง)ก็จะเกิดขึ้น

เรามีเป้าหมายชี้ตรงไปที่จิตใจอย่างแท้จริง เมื่อขจัดจิตใจเช่นนั้นไป การบำเพ็ญก็จะรวดเร็ว ข้าพเจ้าเดินทางผ่านไปยังที่ต่างๆ พบกับคนเหล่านี้เสมอ บำเพ็ญมานานหลายปี เขาพูดว่า ไม่มีใครรู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่ เรื่องของท่านเราไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่ก่อกวน คนพวกนี้นับว่าเป็นพวกที่ค่อนข้างดี

แต่ก็มีพวกที่ไม่ดี พวกที่ไม่ดีเราก็ต้องจัดการ ยกตัวอย่าง ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าไปถ่ายทอดพลัง(กง)ที่กุ้ยโจว ขณะที่กำลังสอนอยู่ มีคนมาหาข้าพเจ้า บอกว่าอาจารย์ปู่ของเขาต้องการพบข้าพเจ้า อาจารย์ปู่ของเขาชื่อนั้นๆ บำเพ็ญปฏิบัติธรรมมานานหลายต่อหลายปีแล้ว ข้าพเจ้ามองดูคนๆ นี้มีไอเย็น(อินชี่)อยู่ในตัว ไม่ดีมากๆ หน้าตาซีดเหลือง ข้าพเจ้าจึงบอกปัดไปว่าไม่มีเวลาไปพบ ปฏิเสธไป ปรากฏว่าตาเฒ่าผู้นั้นก็ไม่พอใจ เริ่มก่อกวนข้าพเจ้า ก่อกวนข้าพเจ้าทุกวัน ตัวข้าพเจ้าก็ไม่อยากต่อกรกับใคร ไม่จำเป็นต้องสู้กับเขา เวลาเขาส่งสิ่งไม่ดีมาข้าพเจ้าก็จัดการชำระ ชำระแล้ว ก็ทำการเผยแพร่หลักธรรมต่อไป

ในสมัยราชวงศ์หมิงมีผู้บำเพ็ญเต๋าผู้หนึ่ง ขณะที่บำเพ็ญเต๋าถูกงูเข้าสิงร่าง ต่อมาชายผู้นี้บำเพ็ญยังไม่สำเร็จก็ถึงแก่ความตาย งูตัวนี้จึงครอบครองร่างของเขา และบำเพ็ญจนได้ร่างคน อาจารย์ปู่ของคนคนนั้นก็คืองูที่บำเพ็ญจนได้ร่างคน เพราะธาตุแท้ของเขาไม่เปลี่ยนแปลง แปลงเป็นงูตัวใหญ่มาก่อกวนข้าพเจ้าอีก ข้าพเจ้าเห็นว่าการทำเช่นนี้แย่มาก จึงจับมันไว้ในมือและใช้พลัง(กง)ที่มีอานุภาพสูงมากๆ เรียกว่าพลัง(กง)หลอมละลาย ละลายท่อนล่างของเขาจนกลายเป็นน้ำ ท่อนบนของมันก็หนีกลับไป

อยู่มาวันหนึ่ง หัวหน้าศูนย์ฝึกกุ้ยโจวของเราถูกศิษย์หลานของเขาเชิญไปพบ บอกว่าอาจารย์ปู่ของเขาต้องการพบ หัวหน้าศูนย์ก็ไป พอเข้าไปในถ้ำมืดสนิทมองอะไรไม่เห็น เห็นแต่เงาเงาหนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น ประกายตาเป็นสีเขียว พอลืมตาถ้ำก็สว่าง หลับตาถ้ำก็มืดสนิท เขาพูดภาษาท้องถิ่นว่า หลี่หงจื้อจะมาอีกแล้ว ครั้งนี้เราจะไม่ไปก่อกวนอีก ข้าผิดไปแล้ว หลี่หงจื้อมาเพื่อโปรดสัตว์ ศิษย์หลานถามเขาว่า อาจารย์ปู่ ท่านยืนขึ้นมาซิ ขาของท่านเป็นอะไรไปหรือ เขาบอกว่า ข้ายืนไม่ได้แล้ว ขาของข้าได้รับบาดเจ็บ ถามว่าบาดเจ็บได้อย่างไร เขาก็เริ่มเล่าถึงความหลังที่มาก่อกวนข้าพเจ้า ในงานนิทรรศการสุขภาพที่ปักกิ่งเมื่อปี 1993 เขาก็มาก่อกวนข้าพเจ้าอีก เพราะเขาทำแต่เรื่องเลวร้ายอยู่ตลอดเวลา มาก่อกวนข้าพเจ้าเผยแพร่หลักธรรมใหญ่ ข้าพเจ้าจึงต้องทำลายเขาโดยสิ้นเชิง หลังจากนั้นศิษย์พี่ศิษย์น้องของเขาคิดจะตอบโต้ข้าพเจ้า พอข้าพเจ้าพูดไม่กี่ประโยค พวกเขาตกใจมาก ไม่กล้าตอบโต้แล้ว เข้าใจเรื่องราวว่าเป็นมาอย่างไร พวกเขายังมีบางคนที่เป็นคนธรรมดาสามัญ ซึ่งบำเพ็ญมาแล้วเป็นเวลานาน นี่คือบางตัวอย่างของปัญหาการเบิกเนตร

อ่านต่อหน้า 1  2  3  4   5  6  7

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com