Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 7

การรักษาโรคในโรงพยาบาลกับการรักษาโรคด้วยพลังลมปราณ(ชี่กง)

พวกเรามาพูดถึงปัญหาที่เกี่ยวกับการรักษาโรคในโรงพยาบาลกับการรักษาโรคด้วยพลังลมปราณ(ชี่กง) หมอแผนปัจจุบันบางคนไม่ยอมรับพลังลมปราณ(ชี่กง) พูดได้ว่าเป็นจำนวนมาก เขาจะพูดว่าถ้าอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)รักษาโรคได้ ยังจะต้องมีโรงพยาบาลไปทำไมกัน พวกท่านมาแทนที่โรงพยาบาลของเราก็แล้วกัน พลังลมปราณ(ชี่กง)ของพวกท่านเพียงแค่ขยับมือก็สามารถรักษาโรคได้ ไม่ต้องฉีดยา กินยา อยู่โรงพยาบาล มาแทนที่โรงพยาบาลของพวกเราน่าจะดี การพูดเช่นนี้ไม่มีเหตุผล มีคนไม่เข้าใจพลังลมปราณ(ชี่กง) ความจริงแล้วการรักษาโรคด้วยพลังลมปราณ(ชี่กง) ไม่สามารถเหมือนกับวิธีการรักษาของคนธรรมดาสามัญ มันไม่ใช่ความสามารถของคนธรรมดาสามัญ มันเป็นสิ่งที่อยู่เหนือธรรมดา สิ่งที่อยู่เหนือธรรมดานี้หากนำออกมา ก็จะรบกวนสังคมมนุษย์ในวงกว้าง จะอนุญาตได้หรือ พระพุทธมีเดชานุภาพมหาศาล เพียงพระพุทธขยับมือทีเดียว โรคของมนุษย์ทั้งมวลก็จะไม่เหลืออยู่ต่อไป ทำไมพระพุทธท่านจึงไม่ทำ ทั้งๆ ที่มีพระพุทธอยู่มากมาย ทำไมพระพุทธท่านไม่เมตตาให้ท่านหายจากโรค เพราะสังคมมนุษย์ก็ต้องเป็นเช่นนี้ อยู่ในสภาพของการเกิดแก่เจ็บตายเช่นนี้ ล้วนเกี่ยวพันกับเหตุและผลทั้งสิ้น เป็นการหมุนเวียนชดใช้กรรม ท่านติดหนี้ก็ต้องชดใช้

ถ้าท่านรักษาโรคของเขาให้หาย ก็เท่ากับทำลายกฎข้อนี้ ก็สามารถทำเรื่องไม่ดีแล้วไม่ต้องชดใช้ เช่นนั้นได้หรือ ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมด้วยจิตเมตตา ในขณะที่ท่านยังไม่มีกำลังมากพอที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างถึงที่สุด ก็อนุญาตให้ท่านไปรักษาโรคได้ เพราะท่านกระทำด้วยจิตเมตตา อนุญาตให้ทำเช่นนี้ได้ แต่ถ้าท่านสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างแท้จริง แก้ไขในวงกว้างก็จะไม่อนุญาต ท่านก็จะทำลายสภาพของสังคมมนุษย์อย่างรุนแรง จึงไม่อนุญาต เพราะฉะนั้น จะให้พลังลมปราณ(ชี่กง)มาแทนที่โรงพยาบาลนั้นทำไม่ได้ มันเป็นหลักธรรมที่อยู่เหนือธรรมดา

ถ้าหากจัดตั้งโรงพยาบาลพลังลมปราณ(ชี่กง)ขึ้นมาในประเทศจีน สมมุติว่าอนุญาตให้ทำเช่นนี้ได้ อาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)เก่งๆ ต่างพากันออกมาทำ ท่านลองคิดดูจะมีสภาพเป็นอย่างไร ไม่อนุญาตให้ทำเช่นนี้ เพราะว่าต้องรักษาสภาพสังคมมนุษย์เช่นนี้เอาไว้ ถ้าจัดตั้งโรงพยาบาลพลังลมปราณ(ชี่กง)ขึ้นมา เปิดแขนงการรักษาด้วยชี่กง ศูนย์พักฟื้นสุขภาพ สถานรักษาพยาบาล ถ้าตั้งขึ้นมา ประสิทธิภาพของการรักษาของอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ผู้นั้นก็จะตกลงอย่างมาก การรักษาจะไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะอะไร เพราะเขาได้กระทำในสิ่งที่เป็นของคนธรรมดาสามัญ ก็ต้องอยู่ในกฎเดียวกับคนธรรมดาสามัญ และอยู่ในระดับชั้นที่มีสภาพเดียวกับคนธรรมดาสามัญ ผลการรักษาของเขาจึงต้องเหมือนของโรงพยาบาลทั่วไป ดังนั้นจึงรักษาโรคไม่ได้ เขาก็จะพูดถึงช่วงระยะเวลาของการรักษาต้องมีหลายช่วง โดยมากมักจะเป็นเช่นนี้

พลังลมปราณ(ชี่กง)ไม่ว่าจะตั้งโรงพยาบาลก็ดี ไม่ตั้งก็ดี พลังลมปราณ(ชี่กง)สามารถรักษาโรคได้ ข้อนี้ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ พลังลมปราณ(ชี่กง)เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในสังคมมาเป็นเวลายาวนาน มีคนมากมายที่ฝึกจนบรรลุถึงเป้าหมายของการมีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ว่าอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ได้ช่วยเคลื่อนย้ายโรคไปก็ดี หรืออย่างไรก็ดี เวลานี้โรคนั้นก็ไม่มีแล้ว จึงพูดว่าพลังลมปราณ(ชี่กง)สามารถรักษาโรคได้นั้นใครก็ปฏิเสธไม่ได้ คนส่วนใหญ่ที่ไปหาอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)รักษาโรคนั้น ล้วนเป็นโรคแปลกที่รักษายาก รักษาที่โรงพยาบาลก็ไม่หาย ก็ลองไปให้อาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)รักษาดู ผลก็คือรักษาหายได้ คนที่สามารถรักษาหายในโรงพยาบาลจะไม่ไปหาอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง) โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น คนเรามักจะเข้าใจเช่นนี้ ดังนั้นพลังลมปราณ(ชี่กง)จึงสามารถรักษาโรคได้ เพียงแต่ว่าไม่สามารถที่จะทำในแบบที่สังคมมนุษย์ทั่วไปทำกัน การก้าวก่ายสังคมมนุษย์ในวงกว้างเป็นสิ่งที่ไม่อนุญาตให้ทำโดยเด็ดขาด ในวงแคบหรือหากไม่ส่งผลกระทบอะไรมากนัก ทำกันอย่างเงียบๆ เป็นสิ่งที่อนุญาตให้ทำกันได้ แต่โรคจะไม่หายขาด ข้อนี้ยืนยันได้ ฉะนั้นการฝึกฝนพลัง(กง)ด้วยตัวเองเพื่อรักษาโรคเป็นวิธีที่ดีที่สุด

มีอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)บางท่านพูดว่า โรงพยาบาลไม่สามารถรักษาโรคได้ ผลการรักษาของโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ จะให้เราพูดอย่างไร แน่นอนมันมีสาเหตุมากมาย จุดสำคัญข้าพเจ้าว่าเป็นเพราะมาตรฐานศีลธรรมของมนุษย์เราตกต่ำลง ทำให้เกิดมีโรคประหลาดๆ กันขึ้นมา โรงพยาบาลไม่สามารถรักษาได้ กินยาก็ไม่ได้ผล ยาปลอมก็มีมาก ล้วนเป็นเพราะคนทำให้สังคมเสื่อมโทรมถึงระดับนี้ เราทุกคนต่างก็ไม่ต้องโทษใคร ทุกคนมีส่วนผลักดันยุยงให้สังคมเสื่อมลงกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผู้มาบำเพ็ญปฏิบัติธรรมก็ต้องประสบกับความทุกข์ความลำบาก

โรคบางอย่างโรงพยาบาลวินิจฉัยไม่ออก แต่มันมีโรคอยู่จริงๆ บางคนตรวจพบแต่ไม่สามารถวินิจฉัยว่าเป็นโรคอะไร เป็นโรคที่ยังไม่เคยพบมาก่อน โรงพยาบาลจึงตั้งชื่อโรคประเภทนี้ว่า “โรคยุคปัจจุบัน” โรงพยาบาลจะสามารถรักษาได้หรือไม่ ได้แน่นอน ถ้าโรงพยาบาลไม่สามารถรักษาโรคแล้ว คนจะเชื่อถือได้อย่างไร ทำไมจึงไปรักษาที่โรงพยาบาลกันอยู่ โรงพยาบาลยังรักษาโรคได้ เพียงแต่ว่าวิธีการรักษาของโรงพยาบาลนั้นเป็นวิธีการในระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญ แต่โรคนั้นผิดปกติเหนือธรรมดา บางโรคก็หนักมาก เพราะฉะนั้นโรงพยาบาลจึงพูดว่ามีโรคให้รีบรักษา อาการหนักก็จะรักษาไม่หาย ให้ยามากไปก็จะเป็นพิษ มาตรฐานการรักษาในโรงพยาบาลปัจจุบันเช่นเดียวกับมาตรฐานทางเทคโนโลยีของเรา ล้วนอยู่ในระดับชั้นของคนธรรมดาสามัญ เพราะฉะนั้นผลของการรักษาจึงเป็นเช่นนี้ มีปัญหาหนึ่งที่เราจะต้องพูดให้แจ่มแจ้ง การรักษาโรคด้วยพลังลมปราณ(ชี่กง)ทั่วไปกับการรักษาโรคในโรงพยาบาล ก็คือการเคลื่อนย้ายต้นตอของโรคออกไป เคลื่อนย้ายไปอยู่ในช่วงครึ่งหลังของชีวิต แต่ไม่ได้มีการลบล้างกรรมแต่อย่างใด

พวกเรามาพูดถึงการแพทย์แผนจีน การแพทย์แผนจีนนั้นใกล้เคียงกับการรักษาด้วยชี่กงมาก ประเทศจีนในสมัยโบราณ แพทย์จีนส่วนใหญ่จะมีความสามารถพิเศษทั้งนั้น เช่นซุนซือเม่า หัวถัว หลี่สือเจิน เปี่ยนเชี่ย แพทย์ใหญ่เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความสามารถพิเศษ ในหนังสือการแพทย์ก็มีบันทึก แต่สิ่งสุดยอดเหล่านี้เวลานี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ สิ่งที่แพทย์แผนจีนรับสืบทอดมาก็เป็นเพียงตำรายาเท่านั้น หรือได้มาจากการค้นคว้าและประสบการณ์ การแพทย์จีนในสมัยโบราณเจริญรุ่งเรืองมากๆ เจริญรุ่งเรืองมากกว่าการแพทย์แผนปัจจุบันเสียอีก มีคนคิดกันว่า การแพทย์ปัจจุบันนั้นเจริญมากแค่ไหน ทำซีทีสแกนเนอร์ก็สามารถมองเห็นภายในร่างกายคน ทำอัลตราซาวด์ ถ่ายรูป และฉายแสงเอกซเรย์ อุปกรณ์ต่างๆ ทันสมัยมาก ตามสายตาของข้าพเจ้ายังเปรียบเทียบไม่ได้กับการแพทย์โบราณของจีน

หัวถัวมองเห็นโจโฉมีเนื้องอกในสมอง จะเปิดกะโหลกผ่าเอาเนื้องอกออกให้ โจโฉพอได้ยินก็นึกว่าหัวถัวจะเอาศีรษะของเขา สั่งจับหัวถัวไปขัง สุดท้ายหัวถัวตายในคุก เมื่อโรคของโจโฉกำเริบขึ้นมา ก็นึกถึงหัวถัว เรียกหาหัวถัว หัวถัวก็ตายไปเสียแล้ว ภายหลังโจโฉก็ต้องตายด้วยโรคนี้จริงๆ หัวถัวทำไมจึงรู้ เพราะเขามองเห็น นี่เป็นความสามารถพิเศษของคนเรา ในอดีตแพทย์ใหญ่ส่วนมากจะมีความสามารถเช่นนี้ เมื่อตาทิพย์เปิด เพียงมองจากด้านเดียวก็จะสามารถมองเห็นถึงภายในร่างกายของคนทั้ง 4 ด้านในเวลาเดียวกัน จากด้านหน้าสามารถมองเห็นด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา ยังสามารถแยกดูเป็นชั้นๆ ยังสามารถมองทะลุมิติออกไป ดูว่าต้นตอของโรคเกิดจากสาเหตุอะไร วิธีการรักษาของการแพทย์ปัจจุบันสามารถทำเช่นนั้นได้หรือไม่ ยังห่างไกลนัก คงจะต้องใช้เวลาอีกเป็นพันปี ไม่ว่าจะเป็นการทำ ซีทีสแกนเนอร์ อัลตราซาวด์ ฉายแสงเอกซเรย์ ก็สามารถมองเห็นภายในร่างกายของคน แต่ว่าเครื่องมือมันใหญ่โตเหลือเกิน และก็ไม่สามารถพกติดตัวไปได้ ไม่มีไฟฟ้าก็ใช้ไม่ได้ ในขณะที่ตาทิพย์ไปถึงไหน เราก็นำติดตัวไปถึงตรงนั้น ไม่ต้องใช้พลังงาน จะเปรียบเทียบกันได้อย่างไร

มีคนพูดว่ายาปัจจุบันดีอย่างไรนั้น ข้าพเจ้าว่าไม่แน่เสมอไป สมัยก่อนยาสมุนไพรของจีนพูดได้ว่ายาถึงโรคก็หาย มีหลายอย่างขาดการสืบทอดไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกมากที่ตกทอดกันมาในหมู่คนพื้นเมือง มีครั้งหนึ่งข้าพเจ้าไปเผยแพร่หลักธรรมที่เมืองฉีฉีฮาเอ่อ ในตลาดมีคนๆ หนึ่งกำลังถอนฟันให้กับชาวบ้าน ดูลักษณะคนผู้นี้คงจะมาจากทางใต้ ท่าทางไม่เหมือนคนทางตะวันออกเฉียงเหนือ ใครอยากถอนฟันก็จะถอนให้ ฟันที่ถอนออกมาวางอยู่เป็นกอง เขาถอนฟันให้คนไม่ใช่เป้าหมาย เป้าหมายจริงของเขาอยู่ที่การขายยาน้ำ ยาน้ำนั้นมีไอสีเหลือง กลิ่นฉุนมาก เวลาจะถอนฟันก็เปิดขวดยาน้ำ จ่อข้างแก้มตรงกับตำแหน่งของฟันที่จะถอน ให้คนสูดไอสีเหลืองสักเล็กน้อย ยาน้ำพร่องไปเล็กน้อย ปิดฝาแล้ววางขวดลง ปากก็โฆษณาสรรพคุณของยาน้ำไป พลางควักก้านไม้ขีดขึ้นมาจากกระเป๋า พลางก็ใช้ก้านไม้ขีดนั้นถอนฟัน ฟันก็หลุดออกอย่างง่ายดาย ไม่เจ็บ ฟันมีเลือดติดออกมาเล็กน้อย แผลก็ไม่มีเลือดออก พวกเราลองคิดดู ก้านไม้ขีดออกแรงก็จะหัก แต่เขากลับใช้ก้านไม้ขีดถอนฟันได้

ข้าพเจ้าว่าในประเทศจีน มีวิชาบางอย่างสืบทอดอยู่ในหมู่คนพื้นเมือง แม้กระทั่งเครื่องมือละเอียดอ่อนของการแพทย์สมัยใหม่ก็ยังสู้ไม่ได้ ดูว่าผลของใครดีกว่ากัน เขาใช้ก้านไม้ขีดเพียงก้านเดียวก็สามารถถอนฟันได้แล้ว ถ้าเป็นทันตแพทย์ก็ต้องฉีดยาชาเข้าตรงนี้ตรงนั้น ฉีดยาก็เจ็บเหลือเกิน พอยาชาออกฤทธิ์ ก็ใช้คีมจับดึง ดึงอยู่เป็นเวลานาน หากทำไม่ดีรากยังหักคาอยู่ข้างในอีก เอาค้อนใหญ่มา เอาสิ่วมาแซะ เจาะจนอกสั่นขวัญแขวน เอาเครื่องมือที่ละเอียดมากรอให้ บางคนถึงกับสะดุ้ง เจ็บมาก เลือดออกไม่น้อย บ้วนเลือดออกมาอยู่พักหนึ่ง ท่านว่าของใครดีกว่ากัน ของใครทันสมัยกว่ากัน เราจะเอาเครื่องไม้เครื่องมือที่เห็นภายนอกมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ต้องดูประสิทธิผลของมัน การแพทย์แผนจีนในสมัยโบราณเจริญก้าวหน้ามาก การแพทย์แผนปัจจุบันจะอีกนานสักเท่าไรก็ไม่สามารถตามทันได้

วิทยาศาสตร์ของจีนในสมัยโบราณแตกต่างจากวิทยาศาสตร์ตะวันตก ของจีนเดินไปอีกเส้นทางหนึ่ง และมีสภาพอีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราจะใช้ความเข้าใจในปัจจุบันมาทำความเข้าใจกับเทคโนโลยีโบราณของจีนไม่ได้ เพราะวิทยาศาสตร์ของจีนในสมัยโบราณมุ่งศึกษาไปที่ร่างกายคน ชีวิต จักรวาล มุ่งค้นคว้าไปที่สิ่งเหล่านี้โดยตรง จึงเดินอีกเส้นทางหนึ่ง ผู้ที่ศึกษาเล่าเรียนในสมัยนั้น ต้องเรียนรู้การนั่งสมาธิ มีท่าของการนั่ง เวลาจับพู่กันเขียนหนังสือก็ต้องควบคุมลมหายใจ ทุกๆ วงการอาชีพล้วนแต่เน้นจิตบริสุทธิ์ ปรับลมหายใจ สังคมทั้งหมดในสมัยนั้นอยู่ในสภาพเช่นนั้น

มีบางคนพูดว่า หากดำเนินตามวิทยาศาสตร์โบราณของจีน ทุกวันนี้เราจะมีรถยนต์ รถไฟหรือ จะมีความเจริญก้าวหน้าเช่นทุกวันนี้หรือ ข้าพเจ้าว่าท่านไม่ควรใช้มุมมองจากสภาพแวดล้อมปัจจุบันไปทำความเข้าใจกับสภาพอีกแบบหนึ่ง ความคิดและทัศนคติของท่านต้องมีการปฏิรูป ไม่ต้องมีเครื่องรับโทรทัศน์ หน้าผากของคนมีเครื่องรับภาพติดมาเอง อยากจะดูอะไรก็ได้ และยังมีความสามารถพิเศษ ไม่มีรถไฟ รถยนต์ คนนั่งอยู่ตรงนั้นก็ลอยขึ้นมาได้ ลิฟท์ก็ไม่ต้องใช้ มันจะนำมาซึ่งการพัฒนาของสังคมในสภาพที่แตกต่างออกไป ไม่แน่ว่าจะถูกจำกัดอยู่ในกรอบเช่นนี้ จานบินของมนุษย์ต่างดาวไปมาได้อย่างรวดเร็ว ใหญ่ได้เล็กได้ พวกเขาก็มีเส้นทางการพัฒนาที่แตกต่างออกไป เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์อีกแบบหนึ่ง

อ่านต่อหน้า    1   2   3   4   5

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com