Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 8

การจำศีล (ปี้กู่)

มีคนพูดกันถึงปัญหาการจำศีล(ปี้กู่) การจำศีล(ปี้กู่)เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง ไม่เพียงแต่มีในวงการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมเท่านั้น ในสังคมมนุษย์เราก็มีคนไม่น้อยที่มีเหตุการณ์เช่นนี้ปรากฏ บางคนไม่กินไม่ดื่มเป็นปีๆ หรือสิบกว่าปี แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่เป็นปกติ บางคนนำเอาการจำศีล(ปี้กู่)ไปพูดเป็นปรากฏการณ์ของระดับชั้นใดชั้นหนึ่ง และมีบางคนนำเอาการจำศีล(ปี้กู่)ไปพูดเป็นการชำระร่างกายอย่างหนึ่ง และบางคนก็บอกว่ามันเป็นขั้นตอนของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในระดับชั้นสูง

ความจริงแล้วไม่ใช่ทั้งนั้น เช่นนั้นแล้วเรื่องเป็นอย่างไรกัน จริงๆ แล้วก็คือการจำศีล(ปี้กู่)เป็นวิธีการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่พิเศษแบบหนึ่งที่เรานำมาใช้ภายใต้สภาพแวดล้อมที่กำหนดขึ้นโดยเฉพาะ แล้วภายใต้สภาพแวดล้อมที่กำหนดขึ้นเฉพาะอย่างไรจึงนำมันมาใช้ ประเทศจีนในสมัยโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนหน้าที่ยังไม่ได้ก่อตั้งศาสนา ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมมากมายล้วนแต่ใช้วิธีบำเพ็ญลับหรือวิธีบำเพ็ญเดี่ยว เข้าไปบำเพ็ญในป่าลึกหรือในถ้ำ ห่างไกลจากผู้คน เมื่อทำเช่นนี้แล้ว ก็จะเกี่ยวโยงไปถึงปัญหาแหล่งที่มาของอาหาร ถ้าเขาไม่ใช้วิธีการจำศีล(ปี้กู่) ก็จะบำเพ็ญปฏิบัติไม่ได้ ก็ต้องอดข้าวอดน้ำตายอยู่ข้างใน ข้าพเจ้าไปบรรยายธรรม จากฉงชิ่งไปอู่ฮั่น นั่งเรือไปตามแม่น้ำแยงซีเกียง(ฉางเจียง)มุ่งไปทางตะวันออก มองเห็นสองฝั่งของช่องเขาทั้งสาม(ซานเสีย) มีถ้ำหินอยู่ช่วงกลางภูเขา ภูเขาที่มีชื่อเสียงหลายๆ แห่งล้วนมีสิ่งนี้ ในอดีตผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมพวกนั้นหลังจากใช้เชือกไต่เข้าไปแล้วตัดเชือกทิ้งไป ก็จะบำเพ็ญปฏิบัติอยู่ในถ้ำ บำเพ็ญปฏิบัติไม่สำเร็จก็ต้องตายอยู่ข้างใน ไม่มีน้ำไม่มีอาหาร เขาใช้วิธีบำเพ็ญปฏิบัติแบบพิเศษภายใต้สภาพแวดล้อมที่พิเศษมากๆ

มีหลักพลัง(กง)จำนวนมากผ่านการสืบทอดมาด้วยวิธีเช่นนี้ เพราะฉะนั้นจึงมีการจำศีล(ปี้กู่) หลักพลัง(กง)จำนวนมากไม่มีการจำศีล(ปี้กู่) หลักพลัง(กง)ที่ถ่ายทอดกันอยู่ในสังคมของเราทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ไม่มีวิธีการเช่นนี้ พวกเราเน้นการฝึกพลัง(กง)ต้องแน่วแน่หนึ่งเดียว ท่านไม่สามารถคิดจะทำอะไรก็ทำอย่างนั้นตามอำเภอใจ ท่านรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ดี ท่านก็คิดจะจำศีล(ปี้กู่) ท่านจำศีล(ปี้กู่)เพื่ออะไร บางคนรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องดี อยากรู้อยากเห็น หรือคิดว่าตัวเองมีความเชี่ยวชาญ(กงฟู)สูงแล้วสามารถโอ้อวดได้ สภาพจิตของคนมีทุกประเภท ถึงแม้จะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมด้วยวิธีนี้ ก็ต้องใช้พลังงานในร่างกายมาหล่อเลี้ยงร่างกายตัวเอง ดังนั้นจึงได้ไม่คุ้มเสีย ทุกคนคงทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีการก่อตั้งศาสนาขึ้นมาแล้ว ท่านเข้าไปทำสมาธิในวัด ปิดประตูขังตัวเองไม่ให้ใครพบ ก็ยังมีคนคอยส่งน้ำชาให้อาหาร ไม่เกี่ยวโยงไปถึงปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเราบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอยู่ในสังคมมนุษย์ ตามหลักท่านไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้ และในวิชาของท่านไม่มี ท่านก็อย่าได้ไปทำให้วุ่นวาย แต่ถ้าท่านต้องการจะจำศีล(ปี้กู่)จริงๆ ท่านก็ไปบำเพ็ญของท่านเอง เท่าที่ข้าพเจ้าทราบ อาจารย์ที่ถ่ายทอดพลัง(กง)ไปสู่ระดับสูง เพื่อนำพาคนไปปฏิบัติอย่างแท้จริง ในวิชาของเขามีการจำศีล(ปี้กู่) ก็อาจมีปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น แต่เขาไม่สามารถนำออกเผยแพร่ทั่วไป มักจะนำลูกศิษย์บำเพ็ญอย่างลับๆ หรือบำเพ็ญเดี่ยว

ปัจจุบันก็มีอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)สอนผู้คนจำศีล(ปี้กู่) จำศีล(ปี้กู่)ได้สำเร็จหรือไม่ สุดท้ายจำศีล(ปี้กู่)ไม่สำเร็จ มีใครจำศีล(ปี้กู่)ได้สำเร็จบ้าง ข้าพเจ้าเห็นไปอยู่โรงพยาบาลกันไม่น้อย มีอันตรายเกือบเสียชีวิตกันไม่น้อย ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ เหตุการณ์การจำศีล(ปี้กู่)ก็มีอยู่จริงมิใช่หรือ มีจริง แต่มีอยู่จุดหนึ่ง สภาพของสังคมมนุษย์ของพวกเรานี้ ไม่อนุญาตให้ใครมาทำลายกันง่ายๆ ไม่อนุญาตให้ทำลายกัน ไม่ต้องพูดถึงว่าทั่วทั้งประเทศมีผู้ฝึกพลัง(กง)มากเท่าใดที่ไม่กินไม่ดื่ม เฉพาะที่ฉางชุนนี้ ถ้าใครๆ พากันไม่กินไม่ดื่ม ข้าพเจ้าว่าคงทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมากทีเดียว ไม่ต้องรีบร้อนไปหุงหาอาหาร ชาวนาเพาะปลูกด้วยความเหน็ดเหนื่อย ไม่กินกันแล้ว ก็คงตัดความยุ่งยากออกไปได้มาก ทำงานอย่างเดียว ไม่กินข้าว เป็นเช่นนั้นได้หรือ นั่นยังจะเป็นสังคมมนุษย์อีกหรือ ไม่ได้แน่นอน ไม่อนุญาตให้เรื่องอย่างนี้มารบกวนสังคมของมนุษย์ในวงกว้าง

อาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)บางท่าน ถ่ายทอดการจำศีล(ปี้กู่)จนมีอันตรายเกิดขึ้นมากมาย บางคนก็คือยึดติดมุ่งแต่จะจำศีล(ปี้กู่) แต่จิตเขาไม่ปล่อยวาง จิตของคนธรรมดาสามัญอีกมากมายก็ยังไม่ได้ปล่อยวาง เห็นอะไรน่ากินไม่ได้กินก็นึกอยาก พอจิตใจของเขาเกิดความอยากขึ้นมา ก็ควบคุมไม่ไหวแล้ว เขาก็กระวนกระวายอยากกิน พอกิเลสเกิดขึ้นมาก็ต้องกิน ไม่กินก็จะรู้สึกหิว แต่กินแล้วก็ต้องอาเจียน กินเข้าไปไม่ได้ นี่ก็ทำให้จิตใจตึงเครียด ตกใจกลัว หลายคนต้องไปอยู่โรงพยาบาล ที่จริงมีคนจำนวนมากที่เกิดมีอันตรายเกือบถึงแก่ชีวิต และมีบางคนมาขอให้ข้าพเจ้าช่วยจัดการเรื่องวุ่นวายเหล่านี้ ข้าพเจ้าไม่อยากยุ่งกับเรื่องเหล่านี้ อาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)เหล่านี้ก็ชอบก่อเรื่องวุ่นวาย ใครจะอยากไปจัดการกับเรื่องยุ่งเหยิงของเขาเหล่านี้

พูดอีกที ท่านไปจำศีล(ปี้กู่)จนเกิดปัญหา นั่นไม่ใช่เพราะท่านไปเสาะแสวงเองหรอกหรือ พวกเราพูดแล้วว่าปรากฏการณ์เหล่านี้มีอยู่จริง แต่มันไม่ใช่เป็นสภาวะที่ปรากฏในระดับชั้นสูง และไม่ใช่การสะท้อนที่พิเศษอะไร มันเป็นเพียงวิธีบำเพ็ญปฏิบัติอย่างหนึ่งที่ถูกนำมาใช้ภายใต้เหตุการณ์พิเศษเท่านั้น แต่ไม่สามารถนำออกมากระทำกันอย่างแพร่หลาย มีคนไม่น้อยมุ่งแต่จะจำศีล(ปี้กู่) ยังเรียกมันว่าการจำศีล(ปี้กู่)และกึ่งจำศีล(ปี้กู่) ยังแบ่งเป็นระดับชั้น บางคนบอกว่าเขาดื่มน้ำ บางคนบอกว่าเขากินผลไม้ นั่นเป็นการจำศีล(ปี้กู่)ปลอมทั้งนั้น เวลานานเข้า รับรองไปไม่รอดทั้งหมด ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่แท้จริง เข้าไปอยู่ในถ้ำ ไม่ดื่มไม่กิน นั่นเรียกว่าจำศีล(ปี้กู่)จริง

อ่านต่อหน้า   1  2  3   4  5  6   7

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com