Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 8

เก็บอากาศธาตุ(ไฉ่ชี่)

ขโมยชี่และเก็บอากาศธาตุ(ไฉ่ชี่) ล้วนไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเราผู้ถ่ายทอดพลัง(กง)ในระดับชั้นสูงต้องมาแก้ไขให้แก่ทุกท่าน เพราะข้าพเจ้ามีจุดมุ่งหมายเช่นนี้คือ แก้ไขให้เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม กระทำในสิ่งที่ดี จึงนำเอาปรากฏการณ์ที่ไม่ดีเหล่านี้ออกมาพูด ที่ผ่านมาไม่มีใครพูดถึง ถ้าพวกเราเข้าใจ คนจะได้ทำเรื่องที่ไม่ดีให้น้อยลง บางคนไม่เข้าใจข้อเท็จจริงของพลังลมปราณ(ชี่กง) จึงจะพูดจนเป็นเรื่องน่ากลัว

จักรวาลมีอากาศธาตุ(ชี่)อยู่ทั่วไปหมด มีคนพูดถึงธาตุหยางของฟ้า ธาตุอินของดิน ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล ท่านไปเก็บได้ตามสบาย แต่บางคนไม่ใช่เก็บอากาศธาตุ(ชี่)ในจักรวาล เขาเจาะจงสอนให้คนเก็บอากาศธาตุ(ชี่)ของต้นไม้ จนรวบรวมออกมาเป็นประสบการณ์ต่างๆ ว่า อากาศธาตุ(ชี่)ของต้นหยางเป็นสีขาว อากาศธาตุ(ชี่)ของต้นสนเป็นสีเหลือง ยังมีการพูดถึงว่าจะเก็บกันอย่างไร เก็บเวลาไหน บางคนก็พูดว่า ต้นไม้หน้าบ้านของฉันต้นนั้นถูกฉันเก็บอากาศธาตุจนตายไปแล้ว นั่นนับว่าเป็นความสามารถได้อย่างไร นั่นไม่ใช่การทำเรื่องเลวร้ายหรือ ทุกท่านคงทราบ พวกเราบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง ต้องเน้นการมีสื่อสัญญาณที่ดีงาม เน้นการหล่อหลอมให้เข้ากับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล ท่านมิต้องเน้นเรื่องของการมีเมตตาหรือ ความจริง ความเมตตา ความอดทน(เจิน ซั่น เหยิ่น) สอดคล้องกับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล ต้องเน้นการมีเมตตา นี่ท่านกระทำแต่เรื่องเลวร้ายแล้วจะมีพลัง(กง)เพิ่มขึ้นได้หรือ จะขจัดโรคได้หรือ นั่นไม่เป็นการสวนทางกับพวกเราผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมหรือ นั่นก็นับว่าเป็นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตกระทำความชั่ว อาจมีคนพูดว่า ท่านยิ่งพูดยิ่งพิสดาร ฆ่าสัตว์เป็นการฆ่าชีวิต ทำให้ต้นไม้ตายก็เป็นการฆ่าชีวิต ที่จริงก็เป็นเช่นนี้ ในศาสนาพุทธกล่าวถึงการเวียนว่ายตายเกิดหกทาง(วัฏสงสาร) ในการเวียนว่ายตายเกิดหกทาง(วัฏสงสาร) ท่านอาจจะไปเกิดเป็นต้นไม้ก็ได้ ในศาสนาพุทธกล่าวไว้เช่นนี้ เรา ณ ที่นี้ไม่พูดอย่างนี้ แต่เราขอบอกกับทุกท่าน ต้นไม้ก็มีชีวิต ไม่เพียงแต่มีชีวิต ยังมีการเคลื่อนไหวความนึกคิดที่สูงมากด้วย

ขอยกตัวอย่างสักเรื่องหนึ่ง ที่สหรัฐอเมริกามีผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการค้นคว้าอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะคนหนึ่ง สอนให้คนใช้เครื่องจับเท็จ มีวันหนึ่งเกิดความคิดฉับพลันขึ้นมา เขานำขั้วของเครื่องจับเท็จไปต่อกับต้น หนิวสือหลันฮวา จากนั้นก็รดน้ำที่โคนต้น หลังจากนั้นเขาพบว่า เข็มอิเล็กทรอนิกส์ของเครื่องจับเท็จลากเส้นกราฟแบบหนึ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เส้นกราฟนี้มีลักษณะตรงกับเส้นกราฟแบบที่แสดงความดีอกดีใจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในสมองของคน ในเวลานั้นเขาตกใจมาก ต้นไม้ทำไมมีความรู้สึก เขาแทบอยากจะออกไปป่าวประกาศบนถนนว่า ต้นไม้มีความรู้สึก จากเรื่องนี้ได้จุดประกายความคิดขึ้น เขาจึงดำเนินการค้นคว้าวิจัยทางด้านนี้ต่อไปอีก และได้ทำการทดลองต่างๆ มากมาย

มีครั้งหนึ่ง เขานำต้นไม้สองต้นมาตั้งอยู่ด้วยกัน เรียกนักเรียนของเขาให้เหยียบย่ำต้นไม้ต้นหนึ่งต่อหน้าต้นไม้อีกต้นหนึ่ง เหยียบจนตายไป จากนั้นก็นำเอาอีกต้นหนึ่งเข้าไปไว้ในห้องต่อเข้ากับเครื่องจับเท็จ เรียกนักเรียนของเขาห้าคน เข้ามาในห้องทีละคน สี่คนแรกเข้ามาแล้ว ไม่มีปฏิกิริยา รอจนนักเรียนคนที่ห้า คนที่เหยียบย่ำต้นไม้พอเข้ามาเท่านั้น ยังไม่ได้เดินมาถึงข้างหน้า เข็มอิเล็กทรอนิกส์ก็ลากเส้นกราฟออกมาแบบหนึ่งอย่างรวดเร็ว เป็นลักษณะของเส้นกราฟที่ลากออกมาในเวลาคนเกิดความกลัว เขาตกใจมาก เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงปัญหาที่ใหญ่มาก พวกเราตั้งแต่อดีตมา ถือว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง มนุษย์มีความสามารถพิเศษเกี่ยวกับระบบสัมผัส สามารถแยกแยะ มีสมองใหญ่ สามารถวิเคราะห์ ต้นไม้ทำไมจึงสามารถแยกแยะได้ มิเท่ากับว่ามีอวัยวะสัมผัสหรือ ที่ผ่านมาหากใครบอกว่าต้นไม้มีอวัยวะสัมผัส มีความนึกคิด มีความรู้สึก สามารถจำคนได้ คนเขาก็จะบอกว่าเหลวไหลงมงาย ยังไม่เพียงเท่านี้ ยังมีด้านอื่นๆ ที่เหนือกว่ามนุษย์เราในทุกวันนี้ก็ว่าได้

มีอยู่วันหนึ่งเขานำเอาเครื่องจับเท็จไปต่อเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็คิดว่าจะทำการทดลองอะไรดี ฉันจะเอาไฟมาเผาใบของมัน ดูว่าจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เขาเพียงคิดเช่นนี้ ยังไม่ได้ลงมือเผา เข็มอิเล็กทรอนิกส์ก็ลากเส้นกราฟออกมาแบบหนึ่ง ก็คือลักษณะของเส้นกราฟที่ลากออกมาในเวลาที่คนร้องขอให้ช่วยชีวิต ความสามารถพิเศษที่เหนือการสัมผัสเช่นนี้ ที่ผ่านมาเรียกว่าการหยั่งรู้จิตใจคน(ทาซินทง) เป็นความสามารถแฝงและความสามารถดั้งเดิมของคน แต่มนุษย์ทุกวันนี้กำลังเสื่อมถอย ท่านยังต้องเริ่มต้นบำเพ็ญปฏิบัติธรรมใหม่ กลับไปสู่สภาพดั้งเดิมแท้จริง กลับไปสู่ธาตุแท้โดยกำเนิดของท่าน ท่านจึงจะมีความสามารถพิเศษนี้ แต่ว่าต้นไม้มันมีพร้อมอยู่แล้ว ท่านคิดอะไรมันก็รู้ ฟังแล้วรู้สึกพิสดารมาก แต่มันเป็นการทดลองทางวิทยาศาสตร์จริงๆ เขาได้ทำการทดลองต่างๆ นานา ยังมีความสามารถพิเศษในการควบคุมบังคับระยะไกล เมื่อบทความของเขาออกมา ได้สร้างความแตกตื่นไปทั่วโลก

นักพฤกษศาสตร์ในแต่ละประเทศ ต่างพากันค้นคว้าวิจัยไปทางด้านนี้ ประเทศของเราก็ทำเช่นกัน นี่ไม่ใช่เรื่องเหลวไหลงมงายอะไรอีกแล้ว วันก่อนข้าพเจ้าพูดไว้เช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเรามนุษย์ในทุกวันนี้ สิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นมา สิ่งต่างๆ ที่ค้นพบ มากพอที่จะต้องแก้ไขหนังสือวิชาวิทยาศาสตร์ของเราทุกวันนี้ แต่กลับได้รับอิทธิพลจากทัศนคติที่สืบทอดกันมา ผู้คนจึงไม่ยอมรับมัน และไม่มีคนที่จะไปจัดการกับสิ่งเหล่านี้อย่างเป็นระบบ

ข้าพเจ้าเห็นต้นสนในสวนสาธารณะ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตายไปทั้งแถบ บางคนก็ไม่รู้ว่าฝึกวิชาอะไร กลิ้งตัวไปมาอยู่บนพื้น กลิ้งตัวเสร็จ ใช้เท้าเก็บอากาศธาตุท่านี้ มือเก็บอากาศธาตุท่านั้น ต้นสนเหล่านั้นไม่นานก็ร่วงโรยตายไปหมด นั่นเป็นการทำความดีหรือทำความชั่ว ในมุมมองของผู้ฝึกพลัง(กง)อย่างพวกเรา นั่นก็คือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ท่านเป็นผู้ฝึกพลัง(กง)ท่านต้องปฏิบัติตนเป็นคนดี ค่อยๆ หล่อหลอมให้เข้ากับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล ละทิ้งสิ่งที่ไม่ดีเหล่านั้นของท่าน ในมุมมองของคนธรรมดาสามัญ ก็ไม่ใช่การทำเรื่องดี คือการทำลายของสาธารณะ ทำลายพื้นที่สีเขียว ทำลายความสมดุลทางนิเวศวิทยา ไม่ว่าจะยืนอยู่ในมุมมองใด ก็ไม่ใช่การทำเรื่องดีทั้งนั้น อากาศธาตุ(ชี่)ในจักรวาลมีอยู่ทั่วไป ท่านไปเก็บให้พอใจ บางคนมีพลังงานสูงมาก ฝึกจนถึงระดับชั้นหนึ่งแล้ว เพียงแค่ขยับมือ อากาศธาตุ(ชี่)ของต้นไม้ในชั่วพริบตาก็ถูกเก็บไปเป็นแถบใหญ่ ก็เป็นเพียงอากาศธาตุ(ชี่) เก็บไปมากๆ แล้วทำอะไรได้ บางคนไปสวนสาธารณะไม่ทำอย่างอื่น เขาพูดว่า ฉันไม่ต้องฝึกพลัง(กง) เดินไปพลางก็เก็บเกี่ยวอากาศธาตุ(ชี่)ไปพลาง เท่ากับว่าฉันได้ฝึกเรียบร้อยแล้ว ได้อากาศธาตุ(ชี่)เป็นอันใช้ได้ เขาคิดว่าอากาศธาตุ(ชี่)ก็คือพลัง(กง) คนอื่นเดินมาข้างหน้าเขา รู้สึกร่างกายของเขาเย็นยะเยือก อากาศธาตุ(ชี่)ของต้นไม้เป็นธาตุอินมิใช่หรือ ผู้ฝึกพลัง(กง)ยังต้องเน้นความสมดุลของธาตุอินและ หยาง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันสน ยังคิดว่าตัวเองฝึกได้ดี

อ่านต่อหน้า  1  2  3  4   5  6  7

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com