Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 8

ใครฝึกพลัง(กง) ผู้นั้นได้พลัง(กง)

ใครฝึกพลัง(กง)ผู้นั้นได้พลัง(กง) เป็นปัญหาที่สำคัญมากปัญหาหนึ่ง มีคนถามข้าพเจ้าว่าหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)ดีอย่างไร ข้าพเจ้าบอกว่าหลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)สามารถบรรลุถึงขั้นพลัง(กง)ฝึกคน ย่นระยะเวลาการฝึกพลัง(กง)ให้สั้นลง สามารถแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาฝึกพลัง(กง) แต่ตลอดเวลาจะถูกพลัง(กง)ฝึกอยู่ ในเวลาเดียวกันหลักพลัง(กง)ของพวกเราเป็นการบำเพ็ญทั้งจิตและชีวิตอย่างแท้จริง ร่างกายอันเป็นวัตถุของเรานี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก หลักธรรมใหญ่ธรรมจักร(ฝ่าหลุนต้าฝ่า)ยังมีจุดที่ดีมากๆ อีกจุดหนึ่ง ที่ผ่านมาข้าพเจ้าไม่เคยพูดถึง เรื่องนี้มีเฉพาะวันนี้ที่ข้าพเจ้าจะพูดถึง เพราะมันเกี่ยวโยงไปถึงปัญหาต้นตอของประวัติศาสตร์อย่างมาก ส่งผลกระทบต่อวงการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอย่างมาก แต่ไหนแต่ไรมาในประวัติศาสตร์ไม่มีใครกล้าเปิดเผยออกมา และไม่อนุญาตให้พวกเขาเปิดเผยออกมา แต่ข้าพเจ้าไม่พูดก็ไม่ได้

มีลูกศิษย์บางคนพูดว่า ทุกคำพูดที่อาจารย์หลี่หงจื้อพูดออกมา ล้วนเป็นความลับของสวรรค์ เป็นการเปิดเผยความลับของสวรรค์ แต่พวกเรานำพาคนไปสู่ระดับสูงจริงๆ ก็คือช่วยคนให้พ้นทุกข์ ต้องรับผิดชอบต่อทุกท่าน สามารถแบกรับหน้าที่นี้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เป็นการเปิดเผยความลับของสวรรค์ ถ้าไม่รับผิดชอบพูดไปตามอำเภอใจจึงจะเป็นการเปิดเผยความลับของสวรรค์ วันนี้เราจึงได้พูดปัญหานี้ออกมา ก็คือปัญหาใครฝึกพลัง(กง)ผู้นั้นได้พลัง(กง) ข้าพเจ้าเห็นว่าวิชาพลัง(กง)ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในอดีตที่ผ่านมาทั้งสายพุทธและเต๋าและหลักพลังกงสายพิสดาร(ฉีเหมิน) ล้วนเป็นการบำเพ็ญจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ของคน ซึ่งก็คือจิตสำนึกรอง(ฟู่อี้ซื่อ) จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)จะเป็นผู้ได้พลัง(กง)ไปทั้งหมด จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ที่พวกเราพูดถึง ณ ที่นี้ หมายถึงความนึกคิดของตัวเอง ตัวเองต้องรู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ ทำอะไรอยู่ นี่ก็คือตัวท่านเองที่แท้จริง และจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ทำอะไรโดยหลักท่านจะไม่รู้ ถึงแม้ว่าเขาจะถือกำเนิดออกมาในเวลาเดียวกับท่าน มีชื่อเดียวกันกับท่าน ควบคุมร่างเดียวกัน มีหน้าตาเหมือนกัน แต่พูดกันอย่างเคร่งครัดแล้ว เขายังไม่ใช่ตัวท่าน

ในจักรวาลนี้มีกฎอยู่ข้อหนึ่ง ใครเป็นผู้เสียผู้นั้นก็จะได้ ใครบำเพ็ญปฏิบัติผู้นั้นก็ได้พลัง(กง) วิชาพลัง(กง)ในประวัติศาสตร์ล้วนแต่สอนคนให้อยู่ในสภาวะเคลิบเคลิ้มเวลาฝึกพลัง(กง) อะไรก็ไม่คิด จากนั้นก็ให้เข้าสู่สมาธิในระดับลึก นิ่งจนในที่สุดตัวเองก็ไม่รู้อะไรเลย บางคนนั่งสมาธินานสามชั่วโมงเหมือนกับเพียงชั่วพริบตาเดียว คนอื่นยังนับถือในแรงสมาธิของเขา ที่จริงแล้วเขาได้ฝึกหรือไม่ ตัวเองก็ไม่รู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักพลัง(กง)สายเต๋าพูดว่า ซื่อเสินตาย เหวียนเสินเกิด ซื่อเสินที่เขาพูดถึง พวกเราเรียกว่าจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน) เหวียนเสินที่เขาพูดถึง เราเรียกว่าจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน) ถ้าซื่อเสินของท่านตายไปจริงๆ เช่นนั้นท่านก็ต้องตายตามไปด้วยจริงๆ จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ก็ไม่มีแล้วจริงๆ ผู้ฝึกหลักพลัง(กง)อื่นบอกว่า อาจารย์ ขณะที่ฉันฝึกพลัง(กง) คนในบ้านใครต่อใครฉันจำไม่ได้หมดเลย และยังมีอีกคนบอกข้าพเจ้าว่า ฉันไม่เหมือนคนอื่นที่ตื่นแต่เช้ามืดและอยู่ดึกๆ เพื่อฝึกพลัง(กง) เมื่อกลับถึงบ้านพอนอนลงที่โซฟา ตัวฉันก็ออกไปฝึกพลัง(กง)แล้ว ฉันเพียงนอนดูเขาฝึก ข้าพเจ้ารู้สึกน่าเศร้าใจ แต่ก็ไม่น่าเศร้าใจ

ทำไมคนเขาจึงช่วยจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)กัน มีคำกล่าวของลวี่ต้งปิงว่า ยอมช่วยสัตว์ไม่ช่วยมนุษย์ มนุษย์นั้นยากที่จะรู้แจ้ง(อู้) เพราะคนธรรมดาสามัญลุ่มหลงอยู่ในสังคมมนุษย์ ต่อหน้าผลประโยชน์จิตใจดวงนั้นไม่อาจปล่อยวาง ท่านไม่เชื่อ บางคนหลังจากฟังการบรรยายจบพอเดินออกจากหอประชุม ก็กลายเป็นคนธรรมดาสามัญ ถูกใครยั่ว แตะถูกตัวเขา เขาก็จะไม่ยอมแล้ว ผ่านไปสักระยะหนึ่ง ก็จะไม่คิดว่าตัวเองเป็นผู้ฝึกพลัง(กง) ในประวัติศาสตร์ผู้บำเพ็ญธรรมมากมายก็เห็นจุดนี้ มนุษย์ยากที่จะช่วยให้พ้นทุกข์ได้จริงๆ ก็คือจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ของคนลุ่มหลงเกินไป บางคนมีจิตรับรู้(อู้ซิ่ง)ดี แค่ชี้แนะนิดเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง บางคนพูดอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อ เขาคิดว่าท่านกำลังคุยโม้ พวกเราบอกให้เขาบำเพ็ญปฏิบัติจิต(ซินซิ่ง) พอไปอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญแล้วเขาก็ยังคงดำเนินไปตามที่เคยทำ เขาคิดว่าผลประโยชน์ที่เห็นในหมู่คนธรรมดาสามัญ สัมผัสได้ แตะต้องได้นั้น ยังเป็นผลประโยชน์ที่แท้จริง จึงยังคงทำตัวอย่างเดิม หลักธรรมที่อาจารย์พูด ฟังแล้วก็มีเหตุผล แต่ว่าปฏิบัติไม่ได้ จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ของคนนั้นช่วยเหลือยากที่สุด แต่จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ของเขาสามารถมองเห็นภาพในอีกมิติอื่น ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่า ทำไมฉันต้องช่วยจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ของท่านล่ะ เขาก็คือตัวท่าน ฉันช่วยเขาไม่เหมือนกันหรือ ก็คือท่านทั้งนั้น ใครได้ก็เหมือนกัน ก็เป็นท่านที่ได้ไป

ข้าพเจ้าจะพูดถึงวิธีการบำเพ็ญปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมของเขา คนถ้าหากมีความสามารถพิเศษมองในระยะไกล จะสามารถมองเห็นภาพอย่างหนึ่ง พอท่านนั่งสมาธิ ท่านจะเห็นว่าในชั่วพริบตาที่เกิดสมาธิ ทันใดนั้นจะมีคนที่มีหน้าตาเหมือนกับท่านออกจากภายในร่างกายของท่านไป แต่ถ้าท่านแยกแยะให้ดี ตัวท่านที่แท้จริงอยู่ตรงไหน นั่งอยู่ที่นี่นั่นเอง หลังจากที่ท่านเห็นเขาออกไปแล้ว อาจารย์จะพาเขาไปฝึกบำเพ็ญปฏิบัติในอีกมิติหนึ่งซึ่งอาจารย์เนรมิตออกมา อาจจะเป็นรูปแบบสังคมที่ผ่านมา อาจจะเป็นรูปแบบของสังคมในปัจจุบัน หรืออาจจะเป็นรูปแบบของสังคมในมิติอื่น สอนให้เขาฝึกพลัง(กง) เขาทนทุกข์ไปไม่น้อย วันละหนึ่งถึงสองชั่วโมง เขาฝึกเสร็จกลับมา ท่านก็ออกจากสมาธิแล้ว นี่เป็นสิ่งที่มองเห็นได้

ถ้ามองไม่เห็นก็ยิ่งน่าเศร้าใจ อะไรก็ไม่รู้ นั่งสมาธิอย่างเลอะๆ เลือนๆ อยู่สองชั่วโมงแล้วก็ออกจากสมาธิ บางคนนอนหลับ นอนรวดเดียวสองถึงสามชั่วโมง เขาก็ถือว่าฝึกเสร็จแล้ว ทั้งหมดก็มอบให้คนอื่นไปแล้ว นี่เป็นการบำเพ็ญปฏิบัติแบบไม่ต่อเนื่อง ใช้เวลานั่งสมาธินานเท่านี้ทุกวัน ยังมีการบำเพ็ญปฏิบัติแบบครั้งเดียวจบ ทุกคนอาจเคยได้ฟังมาว่าตั้กม้อหันหน้าเข้ากำแพงเป็นเวลาเก้าปี ที่ผ่านมาก็มีพระสงฆ์มากมายนั่งสมาธิเป็นเวลาหลายสิบปี ในบันทึกประวัติศาสตร์นานที่สุดเก้าสิบกว่าปี ยังมีที่ยาวนานกว่านี้ บนหนังตามีฝุ่นเกาะหนา มีหญ้าขึ้นพันตามร่างกาย ก็ยังนั่งอยู่อย่างนั้น สายเต๋าก็มีการพูดเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ฝึกหลักพลังกงสายพิสดาร(ฉีเหมิน)พูดถึงการนอนหลับ หลับครั้งหนึ่งนานหลายสิบปีไม่ออกจากสมาธิ ไม่ตื่น แต่ว่าใครเป็นผู้ฝึก จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ของเขาเป็นผู้ออกไปฝึก ถ้าเขาสามารถมองเห็นก็จะเห็นอาจารย์พาจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)กำลังฝึกอยู่ จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ก็มีกรรมติดค้างมากมาย อาจารย์ไม่สามารถขจัดกรรมไปให้ได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงบอกเขาว่าเจ้าอยู่ที่นี่ตั้งใจฝึกพลัง(กง) ข้าพเจ้าจะออกไปสักพัก สักพักก็จะกลับมา เจ้ารอข้าพเจ้าอยู่ที่นี่

อาจารย์รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไร แต่ก็ต้องทำเช่นนี้ และแล้วมารก็มาข่มขู่เขา แปลงเป็นสาวงามออกมายั่วยวนเขา เรื่องอะไรก็มี พอเห็นว่าจิตใจเขาไม่หวั่นไหว เพราะว่าจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ค่อนข้างจะฝึกได้ง่าย เขาสามารถรู้ความจริง มารตัวนั้นร้อนใจก็จะฆ่าเขา เพื่อให้หายแค้น แล้วก็ฆ่าเขาจริงๆ ชำระหนี้หมดไปทันที หลังจากถูกฆ่าแล้ว จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ล่องลอยอย่างเลือนราง เหมือนกับกลุ่มควันลอยออกไป แล้วก็ไปเกิดใหม่ ไปเกิดในครอบครัวที่ยากจนมาก ลำบากตั้งแต่เด็ก เมื่อเติบใหญ่พอรู้เรื่องราว แล้วอาจารย์ก็มา แน่นอนเขาจำอาจารย์ไม่ได้ อาจารย์ใช้ความสามารถพิเศษเปิดความนึกคิดที่เก็บสะสมไว้ของเขา เขาจำขึ้นมาได้ในทันที นี่เป็นอาจารย์ไม่ใช่หรือ อาจารย์ก็บอกเขาว่า ตอนนี้ใช้ได้แล้ว ฝึกได้แล้ว เวลาผ่านไปอย่างนี้หลายปี อาจารย์ก็ถ่ายทอดวิชาให้เขาแล้ว

เมื่อถ่ายทอดเสร็จอาจารย์บอกกับเขาอีกว่า เจ้ามีจิตยึดติดมากมายที่ต้องกำจัดทิ้งไป เจ้าจงจาริกไปเถิด การจาริกเต็มไปด้วยความลำบาก เดินไปในสังคม ขอข้าวกิน พบกับคนทุกประเภท ถูกเขาหัวเราะเยาะ ด่าทอ รังแก ได้เผชิญกับทุกสิ่งทุกอย่าง เขาปฏิบัติตนเป็นผู้ฝึกพลัง(กง) แยกแยะความสัมพันธ์กับคนได้ถูกต้อง รักษาจิต(ซินซิ่ง) ยกระดับจิต(ซินซิ่ง)ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การยั่วยวนของผลประโยชน์ต่างๆ ในสังคมมนุษย์ จิตใจก็ไม่หวั่นไหว ผ่านไปหลายปีเขาก็กลับจากการจาริก อาจารย์ก็พูดว่า เจ้าได้ธรรมะแล้ว สำเร็จแล้ว ไม่มีอะไรอีกแล้ว เจ้ากลับไปจัดข้าวของเดินทางได้แล้ว หากมีเรื่องอะไร เจ้าก็จัดการเรื่องในสังคมมนุษย์ให้เรียบร้อย เป็นเช่นนี้ หลายปีให้หลัง จิตสำนึกรอง(ฟู่อี้ซื่อ)ก็กลับมา พอเขากลับมา จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)อยู่ทางนี้ก็ออกจากสมาธิ จิตสำนึกหลัก(จู่อี้ซื่อ)ก็ตื่นขึ้นมา

แต่ที่จริงแล้วเขาไม่ได้บำเพ็ญปฏิบัติ จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ของเขาได้บำเพ็ญปฏิบัติ ดังนั้นจิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ก็ได้พลัง(กง) แต่ว่าจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ก็ทนทุกข์มาเหมือนกัน ถึงอย่างไรเขาก็ทิ้งชีวิตวัยหนุ่มทั้งหมดนั่งอยู่ตรงนั้น กาลเวลาของคนธรรมดาสามัญได้ผ่านพ้นไปแล้ว ถ้าเช่นนี้จะทำอย่างไร เขารู้สึกว่าพอออกจากสมาธิตัวเองฝึกจนมีพลัง(กง)ออกมาแล้ว มีความสามารถพิเศษแล้ว เขาคิดจะรักษาโรค คิดจะทำอะไรก็ทำได้ จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ก็สนองความพอใจให้เขา เพราะว่าอย่างไรเสียเขาก็คือจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน) จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ควบคุมร่างกาย พูดอะไรก็เป็นตามนั้น และเขาได้นั่งอยู่ตรงนี้เป็นเวลาหลายปีเช่นนี้ ชีวิตทั้งชีวิตก็ผ่านไปแล้ว เมื่อเขาตายไป จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ก็จากไป ต่างคนต่างไป กล่าวตามศาสนาพุทธ เขายังต้องเวียนว่ายตายเกิดหกทาง(วัฏสงสาร) เพราะว่าในร่างกายของเขาได้บำเพ็ญจนได้ผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงคนหนึ่ง ถือว่าเขาก็ได้สะสมกุศลมากมาย แล้วจะทำอย่างไร เป็นไปได้ว่าชาติหน้าจะได้เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง ก็ได้เพียงเท่านี้ นั่นมิบำเพ็ญโดยเปล่าประโยชน์หรือ

เรื่องนี้เรานำออกมาพูด และต้องทุ่มเทความพยายามอย่างมาก จึงยินยอมให้นำออกมาพูด ข้าพเจ้าได้เปิดเผยปริศนาที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ เป็นความลับสุดยอดที่เปิดเผยไม่ได้โดยเด็ดขาด นำเอามูลฐานของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมทุกวิธีที่มีมาแต่อดีตออกมาเปิดเผย ข้าพเจ้าพูดไว้มิใช่หรือว่ามันเกี่ยวโยงไปถึงต้นตอของประวัติศาสตร์อันยาวไกล เหล่านี้ก็คือสาเหตุ ท่านลองคิดดูมีสายไหนหรือวิชาไหนที่ไม่บำเพ็ญปฏิบัติธรรมกันเช่นนี้ ตัวท่านบำเพ็ญอย่างไรก็ไม่มีพลัง(กง) น่าเศร้าใจไหม แล้วจะโทษใครเล่า มนุษย์ก็ลุ่มหลงเช่นนั้น ก็คือไม่รู้แจ้ง(อู้) จะกระตุ้นชี้แนะอย่างไรก็ไม่เข้าใจ พูดสูงไปฟังแล้วรู้สึกเหลือเชื่อ พูดต่ำไปก็รับรู้(อู้)ไม่ได้ ข้าพเจ้าก็พูดจนอย่างนี้แล้ว ยังมีคนมาขอให้ข้าพเจ้าช่วยรักษาโรคให้เขา ข้าพเจ้าไม่รู้จะว่าเขาอย่างไรดี พวกเราเน้นการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม บำเพ็ญปฏิบัติธรรมไปสู่ระดับสูงจึงจะได้รับการดูแล

วิชาของเรานั้น จิตสำนึกหลัก(จู่อี้ซื่อ)เป็นผู้ได้พลัง(กง) เช่นนั้นท่านพูดว่าจิตสำนึกหลัก(จู่อี้ซื่อ)ได้พลัง(กง) จิตสำนึกหลัก(จู่อี้ซื่อ)ก็จะได้พลัง(กง)หรือ ใครอนุญาต ไม่ใช่เช่นนี้ มันจำเป็นต้องมีเงื่อนไขกำหนดไว้ก่อน ทุกคนทราบดี วิชาของเรานี้บำเพ็ญปฏิบัติโดยไม่ปลีกตัวออกจากสังคมมนุษย์ ไม่หลีกเลี่ยงจากความขัดแย้ง ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่สับสนวุ่นวายในคนธรรมดาสามัญ ท่านมีสติ เข้าใจแจ่มแจ้งต่อการเสียเปรียบในเรื่องของผลประโยชน์ เวลาถูกคนอื่นช่วงชิงผลประโยชน์ ท่านไม่ไปแย่งชิงต่อสู้เหมือนกับคนอื่น ท่ามกลางการรบกวนทางจิต(ซินซิ่ง)ประเภทต่างๆ ท่านอยู่ในฐานะเสียเปรียบ และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทุกข์ยากลำบากเช่นนี้ ฝึกฝนจิตใจของท่าน ยกระดับจิต(ซินซิ่ง)ของท่านให้สูงขึ้น ภายใต้ผลกระทบของความคิดที่ไม่ดีต่างๆ ในหมู่คนธรรมดาสามัญ ท่านสามารถโดดเด่นไม่เหมือนใคร

ทุกท่านลองคิดดู ผู้ที่รับทุกข์โดยรู้อย่างแน่ชัดมิใช่ท่านหรือ ผู้ที่ทุ่มเทคือจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ของท่านใช่หรือไม่ สิ่งที่ท่านสูญเสียไปในสังคมมนุษย์ ท่านสูญเสียไปอย่างรู้ได้ชัดมิใช่หรือ ฉะนั้นพลัง(กง)นี้ท่านก็ควรได้ ผู้ใดสูญเสียผู้นั้นย่อมจะได้ ดังนั้นนี่ก็คือสาเหตุว่าทำไมวิชาของเรา จึงบำเพ็ญปฏิบัติธรรมโดยไม่หลีกเลี่ยงจากสภาพแวดล้อมที่สับสนวุ่นวายของคนธรรมดาสามัญ พวกเราทำไมจึงต้องบำเพ็ญปฏิบัติท่ามกลางความขัดแย้งของคนธรรมดาสามัญ ก็เพราะว่าพวกเราต้องให้ตัวเองได้พลัง(กง) ต่อไปลูกศิษย์ที่บำเพ็ญธรรมเป็นหลักในวัด ต้องไปธุดงค์ในหมู่คนธรรมดาสามัญ

บางคนพูดว่า ปัจจุบันวิชาพลัง(กง)อื่นก็ฝึกกันอยู่ในหมู่คนธรรมดาสามัญมิใช่หรือ แต่ว่าทั้งหมดนั้นล้วนอยู่ในขั้นขจัดโรคภัยไข้เจ็บและเสริมสร้างสุขภาพ การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมไปสู่ระดับชั้นสูงอย่างแท้จริง มีแต่การถ่ายทอดเดี่ยว ไม่มีการถ่ายทอดกันอย่างเปิดเผย ผู้ที่นำพาลูกศิษย์จริงๆ ก็ได้นำลูกศิษย์ไปกันหมดแล้ว ไปถ่ายทอดกันอย่างลับๆ หลายปีมานี้ยังจะมีใครมาพูดเรื่องนี้อย่างโจ่งแจ้งในที่เปิดเผย ไม่มีใครพูด แต่วิชาของเรานำมาพูด เพราะว่าพวกเราก็มีวิธีบำเพ็ญธรรมเช่นนี้ ก็จะได้พลัง(กง)อย่างนี้ ในเวลาเดียวกัน ในวิชาของพวกเราสิ่งต่างๆ ที่ให้นั้น มากกว่าพันชนิดหมื่นชนิด ทั้งหมดนี้ใส่ให้กับจิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ของท่าน ให้ท่านได้พลัง(กง)ด้วยตัวเองอย่างแท้จริง ข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าได้ทำในเรื่องที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เปิดประตูบานใหญ่ที่สุด คำพูดของข้าพเจ้านี้บางคนฟังแล้วเข้าใจ ที่ข้าพเจ้าพูดไม่ใช่สิ่งที่เหลือเชื่อ ข้าพเจ้ามีนิสัยอย่างหนึ่ง ถ้ามีหนึ่งวา ข้าพเจ้าจะบอกแค่หนึ่งศอก ท่านจะบอกว่าข้าพเจ้าคุยโม้ก็ได้ ความจริงนี่ก็พูดเพียงนิดเดียวเท่านั้น หลักธรรมใหญ่ที่สูงและลึกซึ้งมากกว่านี้ เนื่องจากระดับชั้นต่างกันมากเกินไป ข้าพเจ้าไม่อาจจะพูดให้ท่านฟังได้แม้แต่นิดเดียว

วิชาของพวกเราก็บำเพ็ญปฏิบัติกันอย่างนี้ ให้ตัวท่านเองได้พลัง(กง)อย่างแท้จริง นี่เป็นครั้งแรกที่มีในประวัติศาสตร์ ท่านสามารถไปตรวจดูในประวัติศาสตร์ ดีก็ดีอยู่ที่ตัวท่านเองได้พลัง(กง) แต่ก็ยากลำบาก ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สับสนวุ่นวายของคนธรรมดาสามัญ ท่ามกลางการกระทบกระทั่งทางจิต(ซินซิ่ง)ระหว่างคนด้วยกัน ท่านสามารถปรากฏออกมาอย่างโดดเด่น นี่เป็นเรื่องที่ยากที่สุด ยากก็ยากอยู่ตรงที่ท่านยอมเสียเปรียบผลประโยชน์อย่างรู้ชัดในสังคมมนุษย์ ผลประโยชน์ที่อยู่ใกล้ตัว ใจท่านจะหวั่นไหวหรือไม่ ในการต่อสู้ชิงดีชิงเด่นระหว่างคน ใจท่านจะหวั่นไหวหรือไม่ เวลาญาติสนิทมิตรสหายประสบความทุกข์ ใจท่านจะหวั่นไหวหรือไม่ ท่านจะประเมินอย่างไร การเป็นผู้ฝึกพลัง(กง)จึงลำบากอย่างนี้ มีคนหนึ่งบอกกับข้าพเจ้าว่า อาจารย์ เป็นคนดีในหมู่คนธรรมดาสามัญก็พอแล้ว ใครจะสามารถบำเพ็ญขึ้นไปได้ ข้าพเจ้าฟังแล้วเสียใจอย่างยิ่ง ไม่พูดอะไรกับเขาเลย มีจิต(ซินซิ่ง)ทุกประเภท เขาสามารถรับรู้(อู้)ได้สูงแค่ไหนก็แค่นั้น ใครรับรู้(อู้)ได้ผู้นั้นก็จะได้

เหลาจื่อพูดว่า เต๋า สามารถอธิบายได้ และไม่ใช่เป็นหลักธรรมธรรมดา ถ้ามีอยู่เต็มพื้นไปเก็บแล้วก็บำเพ็ญสำเร็จ มันก็จะไม่มีค่า วิชาของเราคือ ให้ตัวท่านเองได้พลัง(กง)ท่ามกลางความขัดแย้ง ดังนั้นเราต้องพยายามทำตัวให้สอดคล้องกับคนธรรมดาสามัญมากที่สุด ไม่ใช่ให้ท่านต้องสูญเสียอะไรทางวัตถุจริงๆ แต่ว่าท่ามกลางสภาพแวดล้อมแห่งวัตถุนี้ ต้องการให้ท่านยกจิต(ซินซิ่ง)ให้สูงขึ้น สะดวกก็สะดวกอยู่ตรงนี้ วิชาของเรานี้สะดวกที่สุดแล้ว สามารถบำเพ็ญปฏิบัติท่ามกลางคนธรรมดาสามัญ ไม่ต้องออกบวช แต่ว่าลำบากก็ลำบากอยู่ตรงนี้ ต้องบำเพ็ญปฏิบัติธรรมในสภาพที่สับสนวุ่นวายที่สุดในหมู่คนธรรมดาสามัญ แต่ว่าดีที่สุดก็อยู่ตรงนี้เช่นกัน เพราะว่าให้ตัวท่านเองได้พลัง(กง) นี่ก็คือประเด็นสำคัญที่สุดในวิชาของเรา วันนี้ข้าพเจ้าได้พูดออกมาให้ทุกท่านฟังหมดแล้ว แน่นอน จิตหลัก(จู่เหวียนเสิน)ได้พลัง(กง) จิตรอง(ฟู่เหวียนเสิน)ก็ได้พลัง(กง) เพราะอะไร สื่อสัญญาณทั้งหมดในร่างกายของท่านและสิ่งมีชีวิตในร่างกายทั้งหมด และเซลล์ของท่านล้วนแต่จะมีพลัง(กง)เพิ่มขึ้น แน่นอนเขาก็มีพลัง(กง)เพิ่มขึ้น แต่ไม่ว่าเมื่อใดก็จะไม่สูงเท่ากับท่าน ท่านเป็นนาย เขาเป็นผู้คุ้มครองหลักธรรม

พูดถึงตรงนี้ ข้าพเจ้ายังจะพูดอีกคำ ในวงการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมของเรามีคนประเภทนี้อยู่ไม่น้อยคือ มุ่งแต่จะบำเพ็ญปฏิบัติไปสู่ระดับชั้นสูงอยู่ตลอดเวลา เที่ยวเสาะแสวงหาหลักธรรมไปทั่วทุกแห่ง ใช้เงินไปไม่น้อย เดินทางไปเหนือจรดใต้ เที่ยวหาอาจารย์ที่มีชื่อก็หาไม่พบ มีชื่อก็ใช่ว่าจะเข้าใจได้ถ่องแท้ ผลสุดท้ายไร้ผลกลับมา ทั้งเหนื่อยทั้งเสียทรัพย์สินเงินทอง อะไรก็ไม่ได้มา พลัง(กง)ที่ดีอย่างนี้ วันนี้พวกเรานำออกมาให้แก่ท่านแล้ว ข้าพเจ้าได้ยื่นให้แก่ท่านแล้ว ส่งมาถึงหน้าประตูบ้านท่านแล้ว ก็ดูว่าท่านจะบำเพ็ญได้หรือไม่ ไปไหวหรือไม่ ถ้าท่านไปไหวท่านก็บำเพ็ญต่อไป ถ้าไปไม่ไหว ถ้าท่านบำเพ็ญไม่ได้ จากนี้ไปท่านก็อย่าคิดจะบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอีกเลย นอกจากมารมาหลอกท่านแล้ว ไม่มีใครจะสอนท่านอีก ต่อไปท่านก็อย่าบำเพ็ญเลย ถ้าข้าพเจ้าช่วยท่านไม่ได้ ใครก็ช่วยท่านไม่ได้ ที่จริงในปัจจุบันคิดจะหาอาจารย์ที่แท้สักคนมาสอนท่าน ยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์เสียอีก ที่จริงก็ไม่มีใครดูแลแล้ว ในยุคธรรมะปลาย ระดับชั้นที่สูงมากๆ ต่างก็อยู่ในยุคมหันตภัย ยิ่งไม่สนใจดูแลคนธรรมดาสามัญ นี่เป็นวิชาบำเพ็ญที่สะดวกที่สุดแล้ว อีกทั้งเป็นการฝึกตามคุณสมบัติพิเศษของจักรวาลโดยตรง บำเพ็ญได้รวดเร็วที่สุดและเป็นทางที่ลัดที่สุด เน้นตรงที่จิตใจคน

อ่านต่อหน้า  1  2  3   4  5  6  7

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com