Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>


จ้วนฝ่าหลุน

บทที่ 9

จิตสงบ

ผู้ฝึกพลัง(กง)จำนวนมากไม่สามารถเข้าสู่ความสงบ เที่ยวถามอาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)ไปทุกแห่งว่า อาจารย์ ทำไมฉันฝึกพลัง(กง)แล้วไม่สามารถเข้าสู่ความสงบ พอจะเข้าสู่ความสงบอะไรก็คิด คิดจนสับสนวุ่นวาย คิดตลบไปมาดั่งทะเลผันผวน อะไรก็ประดังเข้ามา ท่านเข้าสู่ความสงบไม่ได้เลย ทำไมจึงไม่สามารถเข้าสู่ความสงบ บางคนไม่เข้าใจคิดว่าต้องมีเคล็ดลับอะไร เขาก็ไปหาอาจารย์ที่มีชื่อเสียง อาจารย์ ช่วยสอนเคล็ดลับให้ที ฉันจะได้เข้าสู่ความสงบนิ่ง ข้าพเจ้าว่าก็ยังคงไปแสวงหาจากภายนอก หากท่านต้องการยกระดับตัวเอง ท่านจะต้องแสวงหาจากภายใน ทุ่มเทไปที่จิตใจดวงนี้ของท่าน ท่านจึงจะสามารถยกระดับให้สูงขึ้นได้อย่างแท้จริง ในระหว่างนั่งสมาธิท่านจึงจะเข้าสู่ความสงบได้ สามารถเข้าสู่ความสงบนิ่งได้ก็คือพลัง(กง) สมาธิสูงเพียงใดคือการสะท้อนถึงความสูงของระดับชั้น

คนธรรมดาสามัญจะสามารถเข้าสู่ความสงบนิ่งได้ตามใจชอบหรือ เข้าสู่ความสงบนิ่งไม่ได้แน่นอน นอกเสียจากจะเป็นคนที่มีรากฐาน(เกินจี)ดีมากๆ กล่าวคือ สาเหตุแท้จริงที่คนเราไม่สามารถเข้าสู่ความสงบนิ่ง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กระบวนท่าฝึก ไม่ใช่เพราะมีเคล็ดลับพิเศษอะไร แต่เป็นเพราะความคิดของท่าน จิตของท่านไม่บริสุทธิ์ ท่านอยู่ในสังคมมนุษย์ ความขัดแย้งระหว่างคน เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว อารมณ์ทั้งเจ็ดกามคุณทั้งหก การยึดติดต่อกิเลสตัณหาต่างๆ นานา ท่านไปแก่งแย่งชิงดีกับคนอื่น สิ่งเหล่านี้ท่านปล่อยวางไม่ได้ ไม่สามารถมองให้เป็นเรื่องธรรมดา ท่านก็คิดจะเข้าสู่ความสงบนิ่ง พูดง่ายอะไรอย่างนั้น มีคนฝึกพลัง(กง)อยู่ตรงนั้นพูดว่า ฉันไม่เชื่อ ฉันจะต้องเข้าสู่ความสงบนิ่งให้ได้ ต้องไม่คิดอะไรให้วุ่นวาย พอพูดจบ ก็ผุดขึ้นมาอีก เป็นเพราะใจดวงนั้นของท่านนั้นไม่บริสุทธิ์ ดังนั้นท่านจึงไม่สามารถเข้าสู่ความสงบนิ่ง

บางท่านอาจไม่เห็นด้วยกับความเห็นของข้าพเจ้า อาจารย์พลังลมปราณ(ชี่กง)บางคนท่านมิใช่สอนคนให้ใช้วิธีการต่างๆ หรอกหรือ เช่นยึดอยู่ที่จุดๆ หนึ่ง จินตนาการ รวมความคิดไปที่ตานเถียน เพ่งไปข้างในที่ตานเถียน หรือสวดมนต์เป็นต้น นี่เป็นวิธีการอย่างหนึ่ง ไม่เพียงแต่เป็นวิธีการอย่างหนึ่งเท่านั้น มันเป็นการสะท้อนออกมาของความเชี่ยวชาญอย่างหนึ่ง ฉะนั้นความเชี่ยวชาญก็จะสัมพันธ์โดยตรงกับการบำเพ็ญปฏิบัติจิต(ซินซิ่ง)ของเรา กับการยกระดับชั้นของเรา เขาก็ไม่ได้ใช้เพียงแค่วิธีเหล่านี้ในการเข้าสู่ความสงบ ไม่เชื่อท่านลองดู กิเลสทุกชนิดของท่าน จิตยึดติดที่รุนแรง อะไรก็ไม่ปล่อยวาง ดูซิว่าท่านสามารถเข้าสู่ความสงบได้หรือไม่ บางคนก็พูดว่าสวดมนต์จะได้ผล สวดมนต์แล้วท่านก็จะสามารถเข้าสู่ความสงบนิ่งได้หรือ มีคนพูดว่า หลักวิชาของพระอาหนีถอฝอฝึกง่าย สวดมนต์เป็นใช้ได้ ท่านลองสวดดู ข้าพเจ้าว่านั่นคือความเชี่ยวชาญ ท่านว่าง่าย ข้าพเจ้าว่าไม่ง่าย หลักวิชาของสำนักไหนก็ไม่ง่าย

ทุกคนคงทราบ องค์ศากยมุนีตรัสถึง “สมาธิ” ก่อน “สมาธิ” พระองค์ตรัสว่าอะไร ตรัสถึง “ละเว้น(ศีล)” ละเว้นกิเลสทั้งมวล ละเว้นความอยากทั้งหมด อะไรก็ไม่มีเหลือจึงจะสงบนิ่งได้ ใช่เหตุผลนี้หรือไม่ และ “สมาธิ” ก็คือความเชี่ยวชาญ ท่านก็ไม่สามารถละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างได้ในทันที อย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อละทิ้งสิ่งที่ไม่ดีออกไปหมดแล้ว แรงสมาธิก็จะเริ่มจากตื้นไปสู่ลึก คนที่สวดมนต์ต้องตั้งจิตมั่นไม่สับสน ใจต้องไม่คิดอะไรทั้งสิ้น สวดจนสมองใหญ่และส่วนอื่นทุกส่วนชาไปหมด อะไรก็ไม่รับรู้ รวบรวมความนึกคิดให้เป็นหนึ่ง สวดจนกระทั่งทุกตัวอักษรของ “อาหนีถอฝอ” ปรากฏอยู่ตรงหน้า นี่มิใช่ความเชี่ยวชาญหรอกหรือ เริ่มต้นก็จะบรรลุถึงจุดนี้ได้หรือ บรรลุไม่ถึงหรอก เมื่อบรรลุไม่ถึงก็ไม่สามารถเข้าสู่ความสงบนิ่งแน่นอน ไม่เชื่อก็ลองดู ปากก็สวดไปบทแล้วบทเล่า ในใจก็คิดไปไม่หยุด หัวหน้าในบริษัทของเราทำไมดูถูกฉันอย่างนี้ โบนัสเดือนนี้ให้มาน้อยเหลือเกิน ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ ปากก็ยังสวดมนต์อยู่เลย ท่านว่ายังจะฝึกพลัง(กง)ได้ไหม นี่ไม่ใช่ปัญหาของความเชี่ยวชาญหรอกหรือ นี่ไม่ใช่ปัญหาว่าจิตของท่านไม่บริสุทธิ์หรอกหรือ บางคนตาทิพย์เปิดแล้ว สามารถมองเข้าไปที่ตานเถียน เพราะที่ท้องน้อยของคนเป็นจุดศูนย์รวมของตาน สสารพลังงานนั้นยิ่งบริสุทธิ์ก็จะยิ่งสว่าง ยิ่งไม่บริสุทธิ์ก็จะยิ่งดำ เมื่อมองเข้าไปที่ตานเถียนดูตานนั้นแล้วจะเข้าสู่ความสงบนิ่งได้หรือ ไม่สามารถสงบนิ่งได้ ไม่ได้อยู่ที่วิธีการโดยตรง ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความนึกคิดของคน ความนึกคิดที่ไม่สะอาดบริสุทธิ์ ท่านมองเข้าไปที่ตานเถียน มองเห็นตานสว่างไสวระยิบระยับสวยดี สักพักหนึ่งตานก็จะเปลี่ยนไป กลายเป็นบ้าน “ห้องนี้ให้ลูกชายใช้แต่งงาน ห้องนี้ให้ลูกสาวอยู่ เราสามีภรรยาอยู่ห้องนี้ ตรงกลางเป็นห้องรับแขก ดีเหลือเกิน บ้านหลังนี้ฉันจะได้หรือไม่ ฉันต้องหาวิธีเอามาให้ได้ จะทำอย่างไรดี” คนก็ยึดติดอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ท่านว่าท่านจะสามารถเข้าสู่ความสงบนิ่งได้หรือ คนเขาพูดว่า ฉันมาถึงสังคมมนุษย์นี้ ก็เหมือนพักโรงแรม อยู่ไม่กี่วันก็จะกลับไปแล้ว บางคนก็ยังอาลัยอาวรณ์สถานที่นี้ จนลืมบ้านของตัวเองไปเสียแล้ว

การฝึกบำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่แท้จริง ก็จะต้องบำเพ็ญทางจิตใจ บำเพ็ญภายใน แสวงหาจากภายใน ไม่มีการไปเสาะแสวงหาจากภายนอก บางสำนักสอนว่าพระอยู่ในใจ ก็มีเหตุผล บางคนเข้าใจคำพูดนี้เบี่ยงเบนไป บอกว่าพระอยู่ในใจ เหมือนกับว่าตัวเองก็คือพระ เหมือนกับว่าใจของเขามีพระอยู่องค์หนึ่ง เขาเข้าใจเช่นนี้ นั่นไม่ผิดแล้วหรือ จะเข้าใจอย่างนั้นได้อย่างไร ความหมายก็คือให้ท่านบำเพ็ญที่จิตใจ ท่านจึงจะบำเพ็ญได้สำเร็จ นี่ก็คือเหตุผล ในตัวท่านจะมีพระได้อย่างไร ท่านต้องไปบำเพ็ญจึงจะบำเพ็ญได้สำเร็จ

สาเหตุที่ท่านไม่สามารถเข้าสู่ความสงบนิ่ง เป็นเพราะว่าความคิดของท่านไม่ว่าง ท่านไม่ได้อยู่ในระดับสูงเพียงนั้น นั่นคือเริ่มจากตื้นไปสู่ลึก มันเสริมซึ่งกันและกันกับการยกระดับชั้น เมื่อท่านปล่อยวางจิตยึดติดลงได้แล้ว ระดับชั้นของท่านก็จะยกสูงขึ้น แรงสมาธิของท่านก็เพิ่มมากขึ้น ท่านคิดจะอาศัยวิธีการอะไรเพื่อเข้าสู่ความสงบนิ่ง ข้าพเจ้าว่าล้วนแล้วแต่เป็นการไปเสาะแสวงหาจากภายนอก ฝึกพลัง(กง)ออกนอกลู่นอกทาง ออกนอกรีต ก็หมายถึงคนที่ไปแสวงหาจากภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพุทธศาสนา หากท่านไปแสวงหาจากภายนอก เขาก็ว่าท่านเดินไปสู่ทางมาร การบำเพ็ญปฏิบัติธรรมที่แท้จริงต้องบำเพ็ญที่ใจ จิต(ซินซิ่ง)ของท่านยกระดับสูงขึ้นเมื่อใด ใจของท่านจึงจะบรรลุถึงความสะอาดบริสุทธิ์ ไร้ความหมายมั่น เพียงแต่ท่านยกระดับจิต(ซินซิ่ง)สูงขึ้นเมื่อใด จึงจะสามารถหล่อหลอมเข้ากับคุณสมบัติพิเศษของจักรวาลของเรา ขจัดกิเลสต่างๆ ของคน จิตยึดติด สิ่งที่ไม่ดีงามทิ้งไป ท่านจึงจะสามารถขจัดสิ่งที่ไม่ดีในร่างกายออกไป ท่านจึงจะลอยขึ้นมาได้ ไม่ถูกควบคุมจากคุณสมบัติพิเศษของจักรวาล กุศลที่เป็นสสารของท่าน จึงจะแปรเปลี่ยนเป็นพลัง(กง) นั่นไม่ใช่เสริมซึ่งกันและกันหรอกหรือ นี่ก็คือเหตุผล

นี่คืออัตวิสัยที่ไม่สามารถทำให้ตัวเองบรรลุถึงมาตรฐานของผู้ฝึกพลัง(กง)ที่กำหนดไว้ เป็นสาเหตุที่ทำให้เข้าสู่ความสงบนิ่งไม่ได้ โดยภววิสัยที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็มีสภาพการณ์เช่นนี้ รบกวนอย่างรุนแรงจนท่านไม่สามารถบำเพ็ญปฏิบัติสู่ระดับสูงขึ้นไปได้ สร้างความกระทบกระเทือนอย่างมากต่อผู้ฝึกพลัง(กง) ทุกคนคงทราบดี หลังจากการปฏิรูปเปิดเสรี มีการตื่นตัวทางเศรษฐกิจ นโยบายการเมืองก็เปิดกว้างขึ้น มีการนำเข้าวิทยาการใหม่ๆ มากมาย มาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ก็สูงขึ้น คนธรรมดาสามัญก็คิดว่านี่เป็นเรื่องดี แต่พอแยกดูเป็น 2 ส่วน ดูอย่างพินิจพิเคราะห์ สิ่งที่ไม่ดีก็มาพร้อมกับการปฏิรูปเปิดเสรี หลากหลายละลานตา บทประพันธ์ต่างๆ หากไม่มีสิ่งลามกอยู่บ้างแล้ว ดูเหมือนว่าหนังสือเล่มนี้จะขายไม่ออก เพราะว่าต้องคำนึงถึงปัญหายอดขาย ภาพยนตร์หรือโทรทัศน์หากไม่มีฉากบนเตียงสักนิด ดูเหมือนว่าทั้งภาพยนตร์และโทรทัศน์จะไม่มีผู้ชม เพราะเน้นเรื่องยอดจำหน่ายบัตรที่นั่งและสถิติคนดู เบื้องหลังผลงานศิลปกรรม ใครจะรู้ว่าเป็นศิลปะจริงๆ หรือเป็นอะไร ในศิลปวัฒนธรรมโบราณของประเทศจีนเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ และประเพณีซึ่งมีแต่โบราณของชนชาติจีนไม่ใช่ใครค้นพบหรือใครสร้างออกมา ข้าพเจ้าได้พูดไปแล้วเมื่อตอนพูดเกี่ยวกับอารยธรรมก่อนประวัติศาสตร์ ทุกสิ่งล้วนมีต้นกำเนิดของมัน มาตรฐานศีลธรรมของมนุษย์บิดเบือนไปแล้ว เกิดการเปลี่ยนแปลงเสียแล้ว มาตรฐานของการวัดความดีความชั่วก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย นั่นคือเรื่องของคนธรรมดาสามัญ คุณสมบัติพิเศษของจักรวาลความจริง ความเมตตา ความอดทน(เจิน ซั่น เหยิ่น) เป็นมาตรฐานเดียวที่จะวัดความดีความชั่วของคน มันไม่เปลี่ยนแปลง การเป็นผู้ฝึกพลัง(กง) หากท่านคิดจะกระโดดออกมา ก็ต้องใช้มาตรฐานนี้มาวัด ท่านไม่ควรใช้มาตรฐานของคนธรรมดาสามัญมาเป็นเครื่องวัด เพราะฉะนั้นโดยภววิสัยจึงมีการรบกวนเช่นนี้ ไม่เพียงเท่านี้ รักร่วมเพศ การปลดปล่อยทางเพศ การเสพยาเสพติดต่างๆ ก็ออกมากันหมดแล้ว

สังคมมนุษย์พัฒนามาจนถึงวันนี้ ทุกท่านลองคิดดู หากพัฒนาต่อไปจะเป็นอย่างไร จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้หรือ มนุษย์ไม่ลงโทษสวรรค์จะลงโทษเอง เวลามนุษย์เกิดภัยพิบัติก็ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ในการบรรยายธรรมมาหลายครั้ง ข้าพเจ้าก็ไม่ได้กล่าวถึงปัญหาภัยพิบัติใหญ่หลวงของมนุษย์ ทางศาสนามีพูดถึงกัน ผู้คนจำนวนมากก็พูดถึงหัวข้อทันสมัยนี้ ข้าพเจ้าจะพูดปัญหาเช่นนี้ พวกเราลองคิดดู ในสังคมมนุษย์ปัจจุบัน มาตรฐานทางศีลธรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงถึงเพียงนี้ ความตึงเครียดระหว่างเพื่อนมนุษย์ดำเนินมาถึงระดับนี้แล้ว ท่านไม่คิดหรือว่ามันได้ดำเนินมาถึงขั้นที่อันตรายมากแล้ว ดังนั้นในสภาพแวดล้อมโดยภววิสัยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็กำลังรบกวนการบำเพ็ญปฏิบัติธรรมไปสู่ระดับสูงต่อผู้ฝึกพลัง(กง)ของเราอย่างหนัก ภาพเปลือยก็ตั้งอยู่ตรงนั้น แขวนอยู่กลางถนนใหญ่ เงยหน้าก็มองเห็น

เหลาจื่อเคยพูดไว้ว่า “ผู้มีภูมิปัญญาสูงได้ฟังธรรมะ มุมานะปฏิบัติ” ผู้มีภูมิปัญญาสูงได้ฟังธรรมะ กว่าจะได้ธรรมะมานั้นแสนลำบาก ไม่ฝึกวันนี้จะรอถึงเมื่อใด สภาพแวดล้อมที่สับสนวุ่นวาย ข้าพเจ้าคิดว่ากลับเป็นเรื่องดี ยิ่งสับสนวุ่นวาย จึงจะได้มาซึ่งผู้สูงส่ง ต้องสามารถหลุดพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่นี้ นั่นจึงจะนับว่าบำเพ็ญขึ้นมาได้อย่างจริงจังและแน่นแฟ้นที่สุด

การเป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่จิตใจแน่วแน่ ข้าพเจ้าว่านี่กลับเป็นเรื่องที่ดี หากไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ไม่เปิดโอกาสให้ท่านได้พัฒนาจิต(ซินซิ่ง)ให้สูงขึ้น ท่านก็จะขึ้นไปไม่ได้ ท่านเป็นคนดีฉันก็เป็นคนดี จะบำเพ็ญปฏิบัติกันได้อย่างไร การเป็นผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมทั่วไป จัดอยู่ในประเภท “ผู้มีภูมิปัญญาปานกลางได้ฟังธรรมะ” ฝึกก็ได้ ไม่ฝึกก็ได้ คนประเภทนี้ก็คงจะลำบาก บางคนอยู่ตรงนี้ฟังอาจารย์พูดแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผล แต่เมื่อกลับไปสู่สังคมมนุษย์ ก็ยังคงหลงใหลในผลประโยชน์ที่อยู่ตรงหน้านั้นๆ อย่าว่าแต่ตัวท่านเลย มหาเศรษฐีทางตะวันตกและคนร่ำรวยจำนวนมาก หลังจากชีวิตจบสิ้น เขาพบว่าอะไรก็ไม่มี ความร่ำรวยทางวัตถุเมื่อเกิดนำติดตัวมาไม่ได้ เมื่อตายก็นำติดตัวไปไม่ได้ ช่างว่างเปล่านัก แต่ว่าทำไมพลัง(กง)นี้จึงล้ำค่ายิ่งนัก ก็เพราะว่ามันจะติดอยู่กับจิตหลัก(เหวียนเสิน)ของท่านตลอดไป เกิดนำติดตัวมาได้ ตายก็นำติดตัวไปได้ พวกเราพูดว่าจิตหลัก(เหวียนเสิน)ไม่ดับสลาย นี่ไม่ใช่เรื่องงมงาย เซลล์ในร่างกายอันเป็นวัตถุของเรานี้เมื่อลอกออกไปแล้ว แต่ในมิติวัตถุอื่นส่วนประกอบของโมเลกุลที่เล็กยิ่งกว่านั้นไม่ได้ดับสลายไปด้วย มันเพียงแต่ลอกเปลือกออกไปชั้นหนึ่งเท่านั้น

ที่ข้าพเจ้ากล่าวมาข้างต้น ล้วนเกี่ยวกับปัญหาจิต(ซินซิ่ง)ของคนทั้งนั้น องค์ศากยมุนีเคยตรัสไว้เช่นนี้ ตั๊กม้อก็เคยกล่าวไว้ว่า ประเทศจีนดินแดนตะวันออกแห่งนี้เป็นที่กำเนิดของผู้มีกุศลมากล้น ประเทศจีนของเราในอดีตที่ผ่านมามีพระสงฆ์จำนวนมาก คนจีนจำนวนไม่น้อยที่ภาคภูมิใจในตัวเองมาก เข้าใจความหมายนั้นว่าสามารถบำเพ็ญพลัง(กง)ได้สูง ดังนั้นหลายคนดีใจ กระหยิ่มใจ ก็ยังคงเป็นพวกเราคนจีนและประเทศจีนนี้เองที่เป็นที่กำเนิดของผู้มีรากฐานยอดเยี่ยม(ต้าเกินชี่) เป็นที่กำเนิดของผู้มีกุศลมากล้น ที่จริงมีคนมากมายไม่เข้าใจความหมายนี้ ทำไมประเทศจีนแห่งนี้จึงให้กำเนิดผู้มีกุศลมากล้น ทำไมจึงสามารถมีพลัง(กง)สูง มีคนจำนวนมากไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงในคำพูดของคนในระดับชั้นสูง และไม่เข้าใจสภาพของอาณาจักรและสภาพความคิดของคนที่อยู่ในระดับชั้นสูง แน่นอนเราพูดแล้วว่าอย่าไปพูดว่ามันคือความหมายอะไร ทุกท่านลองคิดดู มีเพียงในหมู่คนที่วุ่นวายที่สุด ในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนที่สุด จึงจะสามารถบำเพ็ญพลัง(กง)สูงออกมาได้ ความหมายก็เป็นเช่นนี้

อ่านต่อหน้า 1  2   3  4  5

บทที่1 นำคนไปสู่ระดับสูงอย่างแท้จริง
บทที่2 เรื่องเกี่ยวกับตาทิพย์
บทที่3 ทุกคนเป็นสานุศิษย์
บทที่4 เสียกับได้
บทที่5 รูปธรรมจักร(ฝ่าหลุน)
บทที่6 ธาตุไฟแทรก(โจ๋วหั่วยู่หมอ)
บทที่7 ปัญหาการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
บทที่8 การจำศีล (ปี้กู่)
บทที่9 พลังลมปราณ(ชี่กง)กับกายบริหาร
คำศัพท์

  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com