Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

จ้วนฝ่าหลุน เล่ม 2

กรอบอันจำกัดของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน กับ ความกว้างใหญ่และลึกซึ้งของพระธรรม

พระธรรมที่องค์ศากยมุนีทรงถ่ายทอด คนเราต่างก็รู้สึกว่าพระธรรมนั้นใหญ่มากแล้ว แต่หลักธรรมเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่จริงๆ หลักธรรมที่องค์ศากยมุนีทรงถ่ายทอดเป็นหลักธรรมในระดับชั้นของพระยูไล ในสายตาของคนธรรมดาสามัญนับว่าสูงมาก ในอดีตพระยูไลเท่านั้นจึงจะเรียกว่าพระพุทธได้ พระโพธิสัตว์ พระอรหันต์ ยังไม่นับว่าเป็นพระพุทธ ยังไม่บรรลุถึงระดับของพระพุทธ ดังนั้น ในเวลานั้นพอเอ่ยถึงพระพุทธก็จะหมายถึงพระยูไล แต่พระยูไลยังไม่ใช่พระพุทธชั้นสูงสุดในจักรวาล เป็นเพียงพระพุทธในระดับชั้นต่ำสุดในจักรวาล พระพุทธในระดับชั้นต่ำสุดจึงจะดูแลเรื่องราวของคนธรรมดาสามัญได้ พระพุทธระดับสูงเกินไปไม่ดูแลแล้ว เพียงเอ่ยปากทุกสิ่งบนโลกก็จะเปลี่ยนแปลง ซึ่งน่ากลัวนัก ท่านจึงไม่ข้องเกี่ยวด้วยอีกแล้ว ดังนั้นพระยูไลจะคอยดูแล แต่พระยูไลก็ไม่ได้ดูแลด้วยตัวเอง พระโพธิสัตว์จะคอยโปรดสัตว์ช่วยเหลือมนุษย์ให้หลุดพ้น ดังนั้นการบรรลุถึงระดับชั้นของพระยูไลจึงนับว่ายิ่งใหญ่มากทีเดียว

ณ ระดับจุลภาค พระองค์ทรงมองเห็นภายในเม็ดทรายเม็ดหนึ่งมีโลกอยู่ถึงสามพันใบ องค์ศากยมุนีเคยตรัสถึงทฤษฎีของโลกสามพันใบ พระองค์ตรัสว่าภายในทางช้างเผือก มีโลกที่เหมือนโลกของคนเราอยู่สามพันใบ และคนบนโลกเหล่านั้นก็เหมือนพวกเรา แท้ที่จริงไม่เพียงแค่สามพันใบ พระองค์ยังตรัสอีกว่า ภายในเม็ดทรายเม็ดหนึ่งมีโลกอยู่สามพันใบ ภายในเม็ดทรายหนึ่งเม็ดก็มีโลกเหมือนที่เราอยู่ถึงสามพันใบ มันยากเกินกว่าจะคาดเดาได้ เมื่อตาทิพย์เปิดสามารถจะขยายใหญ่เพื่อมองดูสิ่งของ พระองค์ทรงมองเห็นสิ่งที่เล็กในระดับจุลภาคขนาดนั้นได้แล้ว แต่ลองคิดดู ภายในทรายหนึ่งเม็ดมีโลกอยู่สามพันใบ เช่นนั้นโลกสามพันใบในทรายเม็ดนั้นก็ต้องมีทะเลมีแม่น้ำใช่หรือไม่ แล้วเม็ดทรายในแม่น้ำยังมีโลกอีกสามพันใบหรือไม่ ดังนั้นองค์ศากยมุนีก็ยังทรงมองไม่เห็นต้นกำเนิดของสสาร พระองค์จึงตรัสว่า เล็กจนไม่มีภายใน หมายความว่าเล็กเสียจนไม่อาจมองเห็นต้นกำเนิดของสสาร

วิชาฟิสิกส์ในปัจจุบันรู้เพียงว่าโมเลกุลนั้นประกอบขึ้นมาจากอะตอม และอะตอมประกอบขึ้นมาจากนิวเคลียสและอิเล็กตรอน เล็กลงไปอีก มีควอร์ค(Quark) และนิวทรีโน(Neutrino) สุดแล้วเล็กกว่านั้นยังค้นคว้าไม่ถึง สสารต้นกำเนิดที่เล็กลงไปอีกนั้นคืออะไร เมื่อถึงควอร์คและนิวทรีโน ภายใต้กล้องจุลทรรศน์ก็มองไม่เห็น ล้วนต้องใช้เครื่องมืออื่นช่วยจึงจะรู้ว่ามันมีอยู่ เล็กลงไปกว่านั้นคืออะไร วิทยาการของมนุษย์ยังห่างไกลอีกมาก สิ่งที่ใหญ่ มนุษย์คิดว่าดวงดาวเป็นวัตถุที่ใหญ่ที่สุด องค์ศากยมุนีทรงเห็นไม่เหมือนกัน สิ่งที่องค์ศากยมุนีทรงมองเห็นก็นับว่าใหญ่มาก พระองค์ทรงพบว่าดวงดาวไม่ใช่วัตถุที่ใหญ่ที่สุด มองขึ้นไปข้างบนพระองค์ก็ทรงมองไม่เห็นยอด ท้ายที่สุดจึงตรัสว่าใหญ่เสียจนไม่มีภายนอก ใหญ่จนไม่มีภายนอก เล็กจนไม่มีภายใน หมายความว่า ใหญ่เสียจนไม่มีขอบ เล็กเสียจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง


ชีวิตเป็นสิ่งที่สลับซับซ้อน โครงสร้างของจักรวาลก็เป็นสิ่งที่สลับซับซ้อนยิ่งนัก ความรู้ที่มนุษย์ควบคุมในทุกวันนี้ได้พัฒนามาถึงจุดสุดยอดแล้ว เมื่อมาถึงจุดสุดยอดก็กลายเป็นสิ่งที่จำกัดการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่นนักวิทยาศาสตร์ยิ่งใหญ่ทั้งหลายต่างได้ให้ข้อกำหนดต่างๆไว้มากมาย ทั้งทางด้านวิชาฟิสิกส์และเคมี สิ่งใดไม่เกินเลยจากข้อกำหนดที่ตั้งไว้ จะพบว่าสิ่งที่เขาพูดล้วนถูกต้อง พัฒนาไปตามแนวทางที่เขาวางไว้นั้นไม่ผิด แต่หลักการคือต้องยกระดับให้สูงขึ้นไปทีละชั้น เมื่อท่านพัฒนาเกินเลยจากข้อกำหนดของเขา ท่านจะพบว่าข้อกำหนดของเขาเป็นการจำกัดคน

วิทยาศาสตร์ปัจจุบันก็เช่นกัน มีคนได้ให้ข้อกำหนดแก่วิทยาศาสตร์ พัฒนาไปตามแนวทางของพวกเขาจึงจะนับว่าเป็นวิทยาศาสตร์ เมื่อท่านยังไม่เกินเลยจากขอบเขตของเขา จะรู้สึกว่านั่นคือวิทยาศาสตร์ เมื่อท่านเกินเลยจากข้อกำหนดของพวกเขา จะพบว่ามันจำกัดการพัฒนาของมนุษย์ สิ่งใดที่สัมผัสไม่ได้ มองไม่เห็นเขาจะไม่ยอมรับ เป็นข้อจำกัดที่ใหญ่มาก สิ่งที่พวกเราเรียกว่าพุทธ เต๋า และเทพ ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์สัมผัสไม่ได้ มองไม่เห็น และคงอยู่ในมิติอื่น ถ้าใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบันไปค้นหาออกมา นั่นก็คือวิทยาศาสตร์ใช่หรือไม่ มันก็คือวิทยาศาสตร์ แต่ทางตะวันตกได้ตั้งข้อกำหนดแก่วิทยาศาสตร์เอาไว้ สิ่งที่วิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้จะถูกตีความเป็นเทววิทยา เป็นศาสนา พวกเขาไม่กล้ายอมรับ

วิทยาศาสตร์ทางตะวันตกได้เดินมาถึงสุดขั้วแล้ว สายพุทธพูดถึงความเข้าใจต่อสิ่งของไว้ว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมไป เกิดขึ้นก็คือเมื่อสิ่งหนึ่งได้ก่อเกิดเป็นรูปร่าง ตั้งอยู่ก็คือการรักษาสภาพที่เป็นอยู่ในขั้นตอนหนึ่ง วิทยาศาสตร์ทางยุโรปพัฒนาตามกรอบที่เขากำหนดไว้ขึ้นไปไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่ได้จากการวิจัยและค้นคว้าต่อไปก็จะไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในกรอบของวิทยาศาสตร์อีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงจัดให้เป็นเรื่องของศาสนา เรื่องของเทววิทยา อันที่จริงการใช้วิทยาการทางวิทยาศาสตร์ของคนปัจจุบันค้นหาสิ่งที่ไม่อยู่ในขอบข่ายของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน หรือการค้นพบสิ่งที่ท่านสัมผัสไม่ได้ มองไม่เห็นด้วยวิธีการของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน มิใช่วิทยาศาสตร์อย่างนั้นหรือ แต่พวกเขาได้ตีกรอบวิทยาศาสตร์ด้วยข้อกำหนดที่แข็งทื่อไว้นานแล้ว อะไรที่เกินเลยจากขอบข่ายที่เขากำหนดไว้ เขาจะไม่ยอมรับ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถพัฒนาต่อไปอีก นักวิทยาศาสตร์บางราย ผู้ประสบความสำเร็จในสาขาต่างๆ ก็ได้กำหนดทฤษฎีต่างๆ ไว้มากมาย ทั้งนิวตันและไอน์สไตน์ต่างก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในสังคมมนุษย์ เทียบกับคนทั่วไป พวกเขามองเห็นได้ไกลมาก ทฤษฎีของพวกเขา สิ่งที่พวกเขาคิดค้นให้สังคมมนุษย์นั้นคือทรัพย์สินล้ำค่าทางปัญญา แต่ภายในกรอบทฤษฎีของพวกเขา จะค้นคว้าวิจัยอย่างไร เข้าใจอย่างไรล้วนต้องมีกฎเกณฑ์ หากคนรุ่นหลังเดินตามกรอบของนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ ก็จะไม่สามารถเกินเลยเขาไปได้ ไม่สามารถคิดค้นสิ่งใหม่

เมื่อคนๆหนึ่งได้พบ หรือค้นพบอะไรที่เกินเลยจากกรอบทฤษฎีที่เขากำหนดไว้ เขาจะพบว่าทฤษฎีของพวกเขาเหล่านั้นเป็นการจำกัดคน เพราะแต่ละระดับชั้นที่สูงขึ้นจะมีความเข้าใจที่สูงยิ่งขึ้น กฎที่สูงยิ่งขึ้น เช่นความเข้าใจของเราต่อสสาร ในอดีตคนเราเข้าใจกันว่า จุลภาคที่ประกอบขึ้นเป็นสสารที่เล็กที่สุดคือนิวเคลียสอะตอม แต่เวลานี้นิวเคลียสอะตอมไม่ใช่เล็กที่สุดแล้ว ยังมีควอร์ค มีนิวทรีโน ก็คือคนจะไม่หยุดยั้งที่จะเรียนรู้ทำความเข้าใจกับสิ่งเหล่านี้ หลังจากกำหนดเป็นทฤษฎีขึ้นมาแล้ว เมื่อมีการค้นพบสิ่งใหม่ มันก็จะเป็นกรอบอีกประเภทหนึ่ง เป็นเช่นนี้ อันที่จริงข้อกำหนดโดยมากมักจะเป็นการจำกัดคน

ไอน์สไตน์ไม่ใช่คนทั่วไป เขาพบว่าสิ่งที่ศาสนาหรือเทววิทยากล่าวไว้นั้นถูกต้อง เพราะความเข้าใจของมนุษย์ต่อโลกของสสาร จำกัดอยู่ภายในขอบข่ายความรู้ความเข้าใจของมนุษย์เท่านั้น ดังเช่นข้อกำหนดทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ต่อเมื่อคนธรรมดาสามัญได้ค้นคว้าและพัฒนาก้าวต่อไปอีก จึงพบว่าสิ่งที่ศาสนากล่าวไว้นั้นถูกต้อง ดังนั้นชีวิตที่บรรลุระดับชั้นที่สูงขึ้นหนึ่งชั้นเป็นตัวแทนของวิทยาศาสตร์และวิทยาการที่สูงขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น วิทยาศาสตร์และวิทยาการที่เขาควบคุม ความเข้าใจต่อโลกเหนือกว่าคนธรรมดาสามัญ ดังนั้นความเข้าใจวิทยาการของมนุษย์ของไอน์สไตน์ได้เดินมาถึงจุดสุดยอดแล้ว เมื่อค้นคว้าวิจัยต่อไปอีกก็พบว่าสิ่งที่ศาสนากล่าวไว้นั้นถูกต้องทั้งหมด ในระยะหลังนี้มีนักวิทยาศาสตร์ นักปรัชญามากมายท้ายที่สุดต่างพากันหันเข้าหาศาสนา ล้วนเป็นผู้ประสบความสำเร็จมาแล้วทั้งนั้น แต่คนดื้อรั้นงมงายที่ตกอยู่ในกรอบอันจำกัดของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ต่างพูดว่าเป็นความหลงงมงายในสมัยศักดินา

บรรยายธรรม ณ เขาต้าอวี่ซัน
บทเรียนในศาสนาพุทธ
ความตกต่ำของมนุษย์และการปรากฏตัวของผู้สำเร็จธรรม
นักค้นคว้าวิจัยกับการบำเพ็ญปฏิบัติเป็นคนละเรื่องกัน
จิตพุทธ
ไม่บำเพ็ญเต๋าแต่อยู่ในทางเต๋า
นิทานเรื่องการสร้างมนุษย์ด้วยดินเหนียว
กรอบอันจำกัดของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน กับ ความกว้างใหญ่และลึกซึ้งของพระธรรม
หลักธรรมทุกวิธี นำไปสู่ต้นกำเนิดเดียวกัน
ฉันจง (เซน) คือพวกเดินสุดขั้ว
ระดับชั้นของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม
พุทธ และ เต๋า
ช่วยคนให้หลุดพ้น บรรยายธรรมไม่ทำการแสดง
พระช่วยให้คนหลุดพ้น ไม่ใช่เพื่อคุ้มครอง
ความตกต่ำของมนุษย์ และความคิดอันตราย
คนในยุคธรรมะเสื่อม
บำเพ็ญจริง
ฉลาดปราดเปรื่อง
รับรู้
เหตุใดจึงไม่ประจักษ์
ศึกษาหลักธรรม
ช่วยฝึกสอนอย่างไร
อะไรคือว่างเปล่า
แน่วแน่
บทความศาสนาพุทธคือส่วนที่เล็กที่สุดของพระธรรม
อะไรคือปัญญา
ปลดเกษียณแล้วค่อยฝึก
  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com