Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

จ้วนฝ่าหลุน เล่ม 2

ฉันจง (เซน) คือพวกเดินสุดขั้ว

ถ้าแบ่งคนออกเป็นกลุ่มเป็นประเภท พวกเดินสุดขั้ว พวกเดินสายกลาง นิกายฉันจงก็คือพวกเดินสุดขั้วตั้งแต่เริ่มต้น และไม่เป็นระบบสำหรับการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม ในอดีตมีการถกเถียงเกี่ยวกับวิธีบำเพ็ญปฏิบัติของนิกายฉันจงมาโดยตลอด แม้ว่าจะบำเพ็ญปฏิบัติตามวิธีของนิกายฉันจง แต่ในความเป็นจริงเพราะพวกเขามีจิตใฝ่บำเพ็ญเป็นพระพุทธ จึงตกอยู่ในความดูแลขององค์ศากยมุนีมาโดยตลอด นิกายฉันจงจึงไม่สามารถจัดตั้งขึ้นเป็นระบบ ตั๊กม้อไม่มีสวรรค์ของตัวเองไม่สามารถช่วยให้คนบรรลุหลุดพ้นได้ ในเวลานั้นตั๊กม้อก็ยังคงนับถือองค์ศากยมุนีเป็นองค์ศาสดา แม้ตั้งนิกายฉันจงขึ้นมา ก็ยังถือว่าตัวเองเป็นสาวกรุ่นที่ 28 ขององค์ศากยมุนี และยังคงนับถือองค์ศากยมุนีเป็นอย่างมาก ในบรรดาหลักทฤษฎีขององค์ศากยมุนี ตั๊กม้อบรรลุความกระจ่างกับคำว่า“ว่างเปล่า”เป็นสำคัญ ก็ยังไม่พ้นจากหลักทฤษฎีของศาสนาพุทธอยู่ดี ต่อมาภายหลังนิกายฉันจงนับวันก็ยิ่งเสื่อมถอย คนรุ่นต่อมาพากันจัดตั้งตั๊กม้อขึ้นเป็นนิกายเอกเทศ เป็นนิกายสูงสุด ฉันจงไม่ใช่นิกายที่สูงสุด แท้ที่จริงนิกายฉันจงเสื่อมถอยจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง ตัวตั๊กม้อเองก็ยังพูดว่าหลักทฤษฎีของเขาจะใช้ได้เพียง 6 รุ่นเท่านั้น

ตั๊กม้อมุ่งเน้นทำความเข้าใจต่อคำว่า“ว่างเปล่า”ขององค์ศากยมุนี แต่ยังคงนับถือองค์ศากยมุนีเป็นอย่างมาก เพราะเป็นสาวกรุ่นที่ 28 แต่คนรุ่นต่อมาได้เดินสุดขั้วไปถึงสุดทาง เมื่อเดินถึงสุดทางก็เข้าสู่ยุคเสื่อม พวกเขาถึงกับยกตั๊กม้อขึ้นมาเทียบเคียงกับองค์ศากยมุนี นับถือตั๊กม้อและยกย่องหลักทฤษฎีของตั๊กม้อเป็นพุทธธรรมเพียงหนึ่งเดียว นี่ก็คือการเดินหลงเข้าไปสู่แนวทางที่ผิด

ตั๊กม้อยังบำเพ็ญในระดับที่ต่ำมาก ในเวลานั้นเขาเพียงบรรลุได้ถึงระดับของพระอรหันต์เท่านั้น เขาก็เป็นเพียงพระอรหันต์ จะรับรู้สิ่งต่างๆได้มากเท่าใด สุดท้ายเขาก็บรรลุไม่ถึงระดับชั้นของพระยูไล ระดับชั้นของเขาและขององค์ศากยมุนียังห่างไกลกันมากนัก ดังนั้นสิ่งที่เขารับรู้นั้นใกล้เคียงกับหลักปรัชญาของคนธรรมดาสามัญ คนธรรมดาสามัญยอมรับหลักทฤษฎีของเขาได้ค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพวกที่เห็นศาสนาเป็นปรัชญาแขนงหนึ่ง เป็นการเมืองประเภทหนึ่ง คนที่ศึกษาหลักปรัชญาของศาสนาพุทธประดุจเป็นวิชาความรู้แขนงหนึ่ง เมื่อนำมาศึกษาในทำนองพุทธปรัชญา จะยอมรับหลักทฤษฎีของเขาได้ค่อนข้างง่าย มันเหมือนหลักปรัชญาของคนธรรมดาสามัญจริงๆ


ไม่ว่าจะบรรลุถึงระดับชั้นที่สูงเพียงไรก็มีพระพุทธอยู่ ผู้บำเพ็ญนิกายฉันจงกลับบำเพ็ญจนว่างเปล่า พูดถึงการบำเพ็ญ แม้กระทั่งคนพวกเขายังไม่กล้ายอมรับว่ามีอยู่ คนเป็นๆเห็นๆอยู่ยังไม่ยอมรับ เปรียบไม่ได้กับคนที่ผู้มีความรับรู้ต่ำที่พูดว่า เห็นฉันจึงเชื่อ ไม่เห็นก็ไม่เชื่อ แต่พวกเขาแม้เห็นๆอยู่ก็ยังไม่กล้ายอมรับว่ามีอยู่ ถ้าอะไรก็ไม่มี พวกเขามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ลืมตาเพื่ออะไร ก็ปิดตาเสีย ไม่ต้องนอน ไม่ต้องยืน ... ก็คือเดินเข้าไปสุดทาง ตั๊กม้อพูดว่าหลักธรรมของเขาสามารถถ่ายทอดได้เพียง 6 รุ่นเท่านั้น คนปัจจุบันนี้ยังคงยึดอยู่กับหลักธรรมนี้ไม่ยอมปล่อย ความจริงก็คือหลักธรรมที่ไม่มีอยู่ เป็นเรื่องน่าหัวเราะ เดินไปสู่ทางตัน ไม่ยอมรับตัวเอง ไม่ยอมรับพระพุทธ ไม่ยอมรับโลก ไม่ยอมรับว่าตัวเองคงอยู่แล้วตั้งชื่อไว้เพื่ออะไร ทานข้าวเพื่อการใด อดข้าวเสียซิ ไม่ต้องดูเวลา ไม่ต้องฟังเสียง ...

ทำไปทำมาทุกสิ่งล้วนไม่มี นี่ไม่ใช่เป็นการบ่อนทำลายองค์ศากยมุนีหรอกหรือ ถ้าอะไรองค์ศากยมุนีก็ไม่ได้ตรัสแล้วพระองค์ทรงทำอะไรตลอดเวลา 49 ปี ทราบไหมว่าความว่างเปล่าที่องค์ศากยมุนีตรัสนั้นความหมายที่แท้คืออะไร ที่พูดว่าองค์ศากยมุนีไม่ได้ทิ้งหลักธรรมไว้ คือพูดว่าพระองค์มิได้ทรงถ่ายทอดวิธีบำเพ็ญปฏิบัติธรรมอันแท้จริง และหลักธรรมของจักรวาลออกมา สิ่งที่พระองค์ทรงถ่ายทอดออกมาเป็นเพียงสิ่งที่มีอยู่ในระดับชั้นที่พระองค์บำเพ็ญปฏิบัติ พระองค์ทรงให้หลักธรรมของพระยูไลแก่คนธรรมดาสามัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประสบการณ์และบทเรียนของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม หลักธรรมอันแท้จริงที่องค์ศากยมุนีทิ้งไว้ให้ในช่วงที่ทรงมีชีวิตอยู่คือศีล และตรัสถึงความเข้าใจในระดับชั้นที่แตกต่างกัน นี่ก็คือหลักธรรมชั้นหนึ่ง แต่องค์ศากยมุนีไม่อยากให้คนยึดติดอยู่กับระดับชั้นของพระองค์ จึงตรัสว่าพระองค์ทรงมิได้ถ่ายทอดอะไรตลอดชั่วชีวิตของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงทราบดีว่าหลักธรรมที่พระองค์ทรงถ่ายทอดไม่ใช่หลักธรรมสูงสุด พระยูไลคือพระพุทธ แต่พระพุทธไม่ใช่ระดับชั้นที่สูงสุด พระธรรมไร้ขอบเขต ผู้บำเพ็ญปฏิบัติธรรมจะได้ไม่ถูกจำกัดด้วยหลักธรรมที่พระองค์ทรงถ่ายทอด ผู้มีรากฐานดี(ต้าเกินจี) จะได้บำเพ็ญบรรลุระดับชั้นที่สูงยิ่งขึ้น มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น และเห็นหลักธรรมที่สูงยิ่งขึ้น

บรรยายธรรม ณ เขาต้าอวี่ซัน
บทเรียนในศาสนาพุทธ
ความตกต่ำของมนุษย์และการปรากฏตัวของผู้สำเร็จธรรม
นักค้นคว้าวิจัยกับการบำเพ็ญปฏิบัติเป็นคนละเรื่องกัน
จิตพุทธ
ไม่บำเพ็ญเต๋าแต่อยู่ในทางเต๋า
นิทานเรื่องการสร้างมนุษย์ด้วยดินเหนียว
กรอบอันจำกัดของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน กับ ความกว้างใหญ่และลึกซึ้งของพระธรรม
หลักธรรมทุกวิธี นำไปสู่ต้นกำเนิดเดียวกัน
ฉันจง (เซน) คือพวกเดินสุดขั้ว
ระดับชั้นของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม
พุทธ และ เต๋า
ช่วยคนให้หลุดพ้น บรรยายธรรมไม่ทำการแสดง
พระช่วยให้คนหลุดพ้น ไม่ใช่เพื่อคุ้มครอง
ความตกต่ำของมนุษย์ และความคิดอันตราย
คนในยุคธรรมะเสื่อม
บำเพ็ญจริง
ฉลาดปราดเปรื่อง
รับรู้
เหตุใดจึงไม่ประจักษ์
ศึกษาหลักธรรม
ช่วยฝึกสอนอย่างไร
อะไรคือว่างเปล่า
แน่วแน่
บทความศาสนาพุทธคือส่วนที่เล็กที่สุดของพระธรรม
อะไรคือปัญญา
ปลดเกษียณแล้วค่อยฝึก
  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com