Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

จ้วนฝ่าหลุน เล่ม 2

ความตกต่ำของมนุษย์ และความคิดอันตราย

ประเทศจีนในสมัยโบราณ เมื่อท่านพูดถึงการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม คนจะพูดว่าคนๆนี้มี“ซั่นเกิน”(กุศลมูล) เมื่อท่านพูดถึงพุทธ เต๋า เทพ คนจะบอกว่าท่านน่ายกย่อง วันนี้ถ้าท่านพูดถึงการบำเพ็ญพุทธ บำเพ็ญเต๋า คนจะพากันหัวเราะท่าน ความคิดทางศีลธรรมของคนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ความคิดทางศีลธรรมของคนตกต่ำลงวันละนับพันลี้ ตกต่ำอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นข้าพเจ้าจึงพูดว่า ความคิดเกิดการเสื่อมถอย แต่คนกลับคิดว่าคนโบราณช่างโง่เขลาและงมงาย ความคิดของคนเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ากลัวและอันตรายยิ่งนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ศากยมุนีได้ตรัสไว้ว่า ในยุคธรรมะเสื่อมสังคมจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ยกตัวอย่างในสังคมเวลานี้คนไม่มี“ซินฝ่า”(จิตธรรมะ)คอยควบคุม โดยเฉพาะประเทศจีน ต่างประเทศก็เช่นกัน เพียงแต่ว่าในต่างประเทศจะปรากฏออกมาในลักษณะแตกต่างกัน ในประเทศจีนการปฏิวัติทางวัฒนธรรมได้ทำลายสิ่งที่คนเรียกว่าความคิดแบบเก่า ไม่ให้คนเชื่อถือคำสอนของขงจื๊อ คนไม่มีศีลธรรมคอยยึดเหนี่ยว ไม่มีมาตรฐานศีลธรรมคอยชี้นำและไม่ให้เชื่อถือในศาสนา ผู้คนก็ไม่เชื่อว่าการทำชั่วจะได้รับผลกรรมตอบแทน

คนเมื่อไม่มี“ซินฝ่า”(จิตธรรมะ)คอยยึดเหนี่ยวจิตใจ คนๆนี้อะไรก็กล้าทำ ท่านว่าใช่หรือไม่ อะไรก็กล้าทำ นี่คือปัญหาใหญ่ที่มนุษย์ประสบอยู่ในทุกวันนี้ คนต่างประเทศบางคนไม่กล้ามาทำการค้าในประเทศจีน คนจีนบางคนโดยเฉพาะพวกที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว เกิดอะไรนิดอะไรหน่อยก็ฆ่ากัน แทงกัน น่ากลัวเหลือเกิน เวลานี้สถานการณ์ในประเทศจีนนั้นอันตรายกว่าในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาพยนตร์ต่างประเทศและรายการโทรทัศน์ เกี่ยวกับการต่อสู้กันของกลุ่มมาเฟียต่างๆ ได้แพร่เข้ามาในประเทศ คนจีนต่างพากันเข้าใจว่าสังคมในฮ่องกงและประเทศอื่นมีสภาพเลวร้ายเช่นนั้น แท้ที่จริงไม่ใช่ นั่นเป็นการสร้างเรื่องราวให้เกินความเป็นจริงเพื่อดึงดูดผู้ชม กระตุ้นให้ผู้ชมเกิดความตื่นเต้นเร้าใจเท่านั้นเอง อันที่จริงคนที่นั่นสุภาพเรียบร้อยและมีอารยธรรมมากกว่าคนในประเทศเราเสียอีก แต่คนหนุ่มสาวในประเทศก็พยายามลอกเลียนแบบ เพราะประเทศจีนปิดประเทศอยู่นาน เมื่อสัมผัสกับสิ่งเหล่านี้จึงเข้าใจว่าสภาพสังคมในต่างประเทศเป็นเช่นนั้น

ธุรกิจของเหล่ามิจฉาชีพ อย่างที่แสดงกันในหนังทีวีเรื่อง“เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้” คนจีนในประเทศพากันลอกเลียนแบบ นั่นเป็นนวนิยายที่เขียนเกินความจริงเกี่ยวกับเมืองเซี่ยงไฮ้ในอดีตสมัยปี1930 ชีวิตจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น หนังทีวีฮ่องกงเกี่ยวกับเรื่องการต่อสู้ของกลุ่มมาเฟียต่างๆ ส่งผลสะท้อนที่ไม่ดีต่อคนในประเทศอย่างมาก ความคิดทางศีลธรรมของมนุษย์เกิดการเปลี่ยนแปลง ในประเทศจีนก็มีกลุ่มรักร่วมเพศ เสพยา ค้ายาเสพติด กลุ่มอิทธิพลมืด การปลดปล่อยเสรีทางเพศ โสเภณีปรากฏออกมา ช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้ เหมือนอย่างที่เขาพูดกันว่า คนบ้านนอกเมื่อมีอำนาจก็จะยิ่งร้ายกาจ พวกเขาไม่มีการยับยั้งชั่งใจ อะไรก็กล้าทำ คนเมื่อมาถึงขั้นนี้ น่ากลัวหรือไม่ ถ้าต่อไปเช่นนี้คนจะเป็นอย่างไร ความคิดของการเป็นคนดีและคนเลว ตกต่ำลงมาถึงขั้นนี้ เวลานี้คนจะยกย่องศรัทธาใครที่ดุร้าย มีความสามารถมากที่สุด ใครกล้าฆ่าคนก็จะนับถือคนๆนั้น

ความตกต่ำของศีลธรรมมนุษย์ เป็นกันเช่นนี้ทั่วโลก ความคิดของคนเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว เวลานี้สิ่งที่สวยงามสู้สิ่งที่น่าเกลียดไม่ได้ สิ่งดีงามสู้สิ่งชั่วร้ายไม่ได้ อะไรที่สะอาดเรียบร้อยสู้อะไรที่สกปรกมอมแมมไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนการเป็นนักดนตรีนักร้องต้องได้รับการฝึกฝน ต้องเรียนรู้วิธีการร้องเพลง เรียนรู้ทฤษฎีดนตรี แต่เวลานี้คนไหนมีหน้าตาน่าเกลียด หัวหูกระเซิง ผมยาวรุงรัง ตะโกน อา...อา... อยู่บนเวที สื่อทีวีช่วยกันประโคมก็เป็นดารา ทั้งๆที่เสียงร้องใช้ไม่ได้ ความคิดของคนตกต่ำตามการเสื่อมถอยของศีลธรรม สิ่งที่น่าเกลียดก็กลายเป็นสิ่งที่คนคลั่งไคล้ตามกันไป ผลงานทางศิลปกรรมก็เช่นกัน บางคนเอาหางแมวจุ่มสีแล้วปล่อยให้แมววิ่งไปมา แล้วเรียกภาพนั้นว่าผลงาน เรียกเป็นศิลปะสำนักนามธรรม (abstractionist) สำนักความประทับใจ(impressionist) นี้คืออะไร เมื่อก่อนภาพวาดยิ่งดียิ่งสวย คนก็จะยิ่งชื่นชม เวลานี้ท่านจะเรียกภาพวาดเหล่านั้นว่าอะไร นี่ก็คือผลพวงของการแสวงหาการปลดปล่อยเสรีทางเพศของเหล่าศิลปิน เมื่อจิตมนุษย์ไม่มีมาตรฐานทางศีลธรรมคอยยึดเหนี่ยว จิตมารย่อมเข้าครอบครอง คนที่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้จะมีสิ่งดีงามได้อย่างไร ความคิดของคนได้เปลี่ยนไป

เหล่าศิลปินแสวงหาอะไร พวกเขาพูดถึงการปลดปล่อยของจิตมนุษย์ ไม่คำนึงถึงสิ่งใด ไม่ต้องยับยั้งชั่งใจ ปล่อยไปตามอำเภอใจ ในศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่า ถ้าในใจของคนไม่มีมาตรฐานศีลธรรมคอยยึดเหนี่ยว อะไรที่เขากระทำไปก็จะมาจากจิตมาร ท่านดูผลงานวรรณกรรมในเวลานี้ คนธรรมดาสามัญไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ความจริงก็คือจิตมารเผยออกมาอย่างโจ่งแจ้งนั่นเอง

ของเล่นในร้านค้า เมื่อก่อนจะซื้อหาตุ๊กตาสักตัวต้องเลือกที่ดูดี เวลานี้ตุ๊กตาที่ยิ่งน่าเกลียดจะยิ่งขายดี หัวกะโหลกเอย ผีปีศาจเอย แม้แต่ก้อนอุจาระก็ทำเป็นของเล่นออกมาขาย อะไรที่ยิ่งน่ากลัวก็ยิ่งขายดี นี่มิใช่แสดงให้เห็นหรอกหรือว่าความคิดของคนได้เปลี่ยนแปลงไป เปลี่ยนไปทางด้านตรงกันข้าม


เมื่อข้าพเจ้าพูดว่าสังคมมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง พอพูดออกมาคนจะเข้าใจทันที นี้แสดงว่าธาตุแท้ของมนุษย์ยังคงเดิมไม่เปลี่ยน แต่มนุษย์ได้ตกต่ำลงมาถึงจุดอันตราย ข้าพเจ้าไปบรรยายธรรมในประเทศตะวันตก ได้พูดถึงเรื่องรักร่วมเพศว่า คนตะวันตกมีพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสมถึงระดับมีการร่วมประเวณีอย่างผิดศีลธรรม พวกเขาบางคนโต้แย้งว่า“รักร่วมเพศได้การคุ้มครองจากทางการ” มาตรฐานการวัดความดีความเลวไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความเห็นชอบของบุคคลหนึ่ง หรือหมู่คณะหนึ่ง คนจะตัดสินความดีเลวตามความนึกคิดของตัวเรา ฉันคิดว่าเขาดีหรือดีต่อฉัน ฉันก็จะบอกว่าเขาดี หรือได้ก่อเกิดทัศนคติอย่างหนึ่ง ทัศนคติบอกว่าดีเขาก็จะพูดว่าดี เช่นเดียวกับกลุ่มและองค์กร สิ่งใดสอดคล้องกับผลประโยชน์ของกลุ่ม หรือเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะบอกว่าเขาดี ก็จะยินยอมให้พวกเขาคงอยู่ แต่เขาอาจจะไม่ดีจริง กฎของจักรวาล พระธรรมจะไม่เปลี่ยนแปลง และเป็นมาตรฐานหนึ่งเดียวที่จะวัดคนและสรรพสิ่ง เป็นมาตรฐานหนึ่งเดียวที่จะวัดความดีเลว ข้าพเจ้าบอกพวกเขาว่า พูดให้ชัดเจน รัฐบาลของพวกท่านยินยอม พระเจ้าของพวกท่านไม่ยินยอม อันที่จริงทุกครั้งที่ดำเนินมาถึงเวลานี้ มนุษย์ตกอยู่ในภาวะอันตรายยิ่งนัก หลุดจากการควบคุม เวลานี้ได้ดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว ถ้าดำเนินเช่นนี้ต่อไป ท่านว่าจะมีสภาพเป็นเช่นไร องค์ศากยมุนีตรัสไว้ว่า ในยุคธรรมะเสื่อมจะมีมารมากมายเกิดเป็นมนุษย์ ออกบวชเพื่อบ่อนทำลายหลักธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไต้หวัน พระสงฆ์มีชื่อ อุบาสก อุบาสิกา จำนวนไม่น้อยแท้ที่จริงก็คือมาร พวกเขาตั้งตัวเป็นหัวหน้าลัทธิ พวกเขาต่างไม่รู้ว่าตัวเองคือมาร ต่างได้จัดแผนการชีวิตตัวเองก่อนมาเกิด และดำเนินชีวิตมนุษย์ตามแผนเพื่อบ่อนทำลายสิ่งนั้น สังคมมนุษย์นั้นน่ากลัวยิ่งนัก ปรมาจารย์มีชื่อในอินเดียหลายต่อหลายท่านมีวิญญาณงูเหลือมสิงอยู่ในตัว อาจารย์พลังลมปราณในประเทศจีนส่วนใหญ่มีวิญญาณสุนัขจิ้งจอก และพังพอนสิงอยู่ในตัว งูก็มี ยุคธรรมะเสื่อมก็คือยุคของความสับสนวุ่นวาย หัวหน้าลัทธิโอมชินริเกียวในประเทศญี่ปุ่นก็คือผีนรกกลับชาติมาเกิดเพื่อบ่อนทำลายโลกมนุษย์ คนทั่วไปดำเนินชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาสามัญ ไม่มีเวลาคิดถึงปัญหาเหล่านี้ ต่างรู้สึกถึงความผิดปกติ แต่ไม่รู้ว่าความเสื่อมถอยได้ตกต่ำลงมาถึงระดับนี้แล้ว เมื่อพูดออกมาคนต่างพากันตกใจ

ดังนั้น ข้าพเจ้าออกมาถ่ายทอดหลักธรรมนี้ไม่ใช่ทำด้วยอารมณ์อยากเพียงชั่วขณะ ต้องประสบกับการรบกวนในรูปแบบต่างๆอยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้าถ่ายทอดสิ่งที่ถูกต้องเที่ยงตรง เขาถ่ายทอดสิ่งจอมปลอม บ้างแกล้งทำเป็นถ่ายทอดสิ่งที่ถูกต้อง บอกให้คนทำดีแต่ก็แอบแฝงด้วยวัตถุประสงค์ที่ไม่ดี วัตถุประสงค์ที่บอกคนไม่ได้ พลังลมปราณในระยะแรกเริ่มเป็นสิ่งดี เวลานี้ก็เดินผิดทางไปแล้ว ดินแดนบริสุทธิ์หายากเหลือเกิน

บรรยายธรรม ณ เขาต้าอวี่ซัน
บทเรียนในศาสนาพุทธ
ความตกต่ำของมนุษย์และการปรากฏตัวของผู้สำเร็จธรรม
นักค้นคว้าวิจัยกับการบำเพ็ญปฏิบัติเป็นคนละเรื่องกัน
จิตพุทธ
ไม่บำเพ็ญเต๋าแต่อยู่ในทางเต๋า
นิทานเรื่องการสร้างมนุษย์ด้วยดินเหนียว
กรอบอันจำกัดของวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน กับ ความกว้างใหญ่และลึกซึ้งของพระธรรม
หลักธรรมทุกวิธี นำไปสู่ต้นกำเนิดเดียวกัน
ฉันจง (เซน) คือพวกเดินสุดขั้ว
ระดับชั้นของการบำเพ็ญปฏิบัติธรรม
พุทธ และ เต๋า
ช่วยคนให้หลุดพ้น บรรยายธรรมไม่ทำการแสดง
พระช่วยให้คนหลุดพ้น ไม่ใช่เพื่อคุ้มครอง
ความตกต่ำของมนุษย์ และความคิดอันตราย
คนในยุคธรรมะเสื่อม
บำเพ็ญจริง
ฉลาดปราดเปรื่อง
รับรู้
เหตุใดจึงไม่ประจักษ์
ศึกษาหลักธรรม
ช่วยฝึกสอนอย่างไร
อะไรคือว่างเปล่า
แน่วแน่
บทความศาสนาพุทธคือส่วนที่เล็กที่สุดของพระธรรม
อะไรคือปัญญา
ปลดเกษียณแล้วค่อยฝึก
  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com