Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

สังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ การเมือง เศรษฐศาสตร์ >>

ประชาคมโลก (Global Community)

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

 เกาหลีเหนือกับอาวุธนิวเคลียร์

ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือกับประชาคมโลก เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อปี 2536 เมื่อเกาหลีเหนือปฏิเสธไม่ยอมให้คณะผู้ตรวจการของสำนักงานปรมาณูสากล (ไอเออีเอ) เข้าตรวจสอบโรงงาน 2 แห่งที่ต้องสงสัยว่ามีกากนิวเคลียร์ หลังจากนั้นไม่นานก็ประกาศถอนตัวออกจากสนธิสัญญาห้ามแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ และนับแต่นั้นสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีก็ตึงเครียดเรื่อยมา

แม้กิจกรรมด้านการทูตจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้เย็นลงบ้าง โดยสมัยบิล คลินตันเป็นผู้นำสหรัฐ ในปี พ.ศ.2537 สองประเทศบรรลุข้อตกลงในการที่เกาหลีเหนือสัญญาว่าจะยุติและเลิกล้มโครงการผลิตพลูโตเนียม ซึ่งเป็นฐานการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือจะได้รับความช่วยเหลือในการผลิตพลังงานนิวเคลียร์เป็นการตอบแทน

แต่ในปี พ.ศ.2545 หลังประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช เป็นผู้นำสหรัฐได้หนึ่งปี บุชกล่าวโจมตีเกาหลีเหนือว่าเป็นหนึ่งใน "อักษะแห่งความชั่วร้าย" ซึ่งไม่กี่เดือนถัดมา สหรัฐพบหลักฐานที่เกาหลีเหนือกำลังผลิตอาวุธนิวเคลียร์โครงการอื่น จากนั้น สหรัฐ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จึงยุติการให้ความช่วยเหลือด้านน้ำมันตามข้อตกลงปี 2537 แก่เกาหลีเหนือ แต่เกาหลีเหนือมีท่าทีเมินเฉย และยังเดินเครื่องโรงงานนิวเคลียร์ที่เมืองยองบอน กระทั่งปี พ.ศ.2546 เกาหลีเหนือก็เรียกร้องอีกครั้ง ขอเจรจาตัวต่อตัวกับสหรัฐ แต่โดนปฏิเสธ

ในท้ายสุดจึงเกิดการเจรจา 6 ฝ่ายที่ประกอบด้วยเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ สหรัฐ รัสเซีย จีนและญี่ปุ่นขึ้นครั้งแรกเพื่อแก้ไขวิกฤตนิวเคลียร์โสมเหนือ ที่ประชุมดังกล่าวมีการร่างข้อตกลงออกมาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2548 แต่ไม่ได้ใส่ประเด็นสำคัญอย่างเช่น สมควรปิดโครงการยูเรเนียมของเกาหลีเหนือหรือไม่ลงไปด้วย จนเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2548 ขั้นตอนดังกล่าวหยุดได้ชะงักลง

ต่อมานานาชาติมีความพยายามตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2549 ที่จะชักชวนเกาหลีเหนือ กลับสู่โต๊ะการเจรจา 6 ฝ่าย เพื่อคลี่คลายปัญหานิวเคลียร์ แต่ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2549 โลกก็ต้องตกตะลึงกับพฤติกรรมของเกาหลีเหนือ เมื่อรัฐบาลเปียงยางของเกาหลีเหนือ ไม่สนใจคำเตือนจากประชาคมระหว่างประเทศ โดยเดินหน้าทดลองยิงขีปนาวุธที่ผลิตขึ้นเองในประเทศอย่างน้อย 6 ลูก ในจำนวนนี้มีขีปนาวุธพิสัยไกล “แตโปดอง-2” ที่สามารถยิงไกลถึงรัฐฮาวาย และชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ รวมอยู่ด้วย ต่อมาในวันรุ่งขึ้น เกาหลีเหนือก็ทดลองขีปนาวุธลูกที่ 7 แม้กระแสข่าวในเวลาต่อมาระบุว่า การทดลองส่วนใหญ่ล้มเหลว ขีปนาวุธไม่ถูกเป้าหมายตามที่ต้องการ แต่ก็ทำให้นานาชาติ เช่น ญี่ปุ่น และสหรัฐ หวาดระแวงต่อท่าทีที่คุกคามของรัฐบาลเปียงยาง

ประชาคมระหว่างประเทศไม่รีรอที่จะตอบโต้พฤติกรรมที่ก้าวร้าวของรัฐบาลเปียงยาง ตามแรงกดดันของสหรัฐ วันที่ 15 กรกฎาคม คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ลงมติเป็นเอกฉันท์ คว่ำบาตรเกาหลีเหนือ อีกทั้งเรียกร้องชาติสมาชิกยุติการส่งออกวัตถุดิบที่จะนำไปใช้ในโครงการพัฒนาขีปนาวุธ

3 เดือน ต่อมามีรายงานข่าวกรองของสหรัฐ ในเดือนกันยายนระบุว่า เกาหลีเหนือเตรียมทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ประเด็นนี้ทำให้สหรัฐต้องออกมาเตือนพร้อมขู่เกาหลีเหนือ ให้ยุติแผนการดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ยั่วยุ แต่เกาหลีเหนือตอบโต้อย่างทันควันว่าเป็นสิทธิที่จะมีอาวุธไว้ป้องกันตนเอง พร้อมกับกล่าวหามาตรการคว่ำบาตรทางการเงินของสหรัฐ ว่าเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดทางตันในการเจรจา 6 ฝ่าย

เกาหลีเหนือ ยังคงเดินหน้าไม่สนใจแรงกดดันจากสหรัฐ วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2549 ทั่วโลกก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อเกาหลีเหนืออ้างว่าประสบความสำเร็จในการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินครั้งประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรก โดยคาดว่ามีขนาดหัวรบไม่ถึง 1 กิโลตัน ซึ่งทำให้เกาหลีเหนือออกมาประกาศตัวเป็นชาตินิวเคลียร์ล่าสุด แม้ว่ารัฐบาลเปียงยางของเกาหลีเหนือจะออกมายืนยันว่าการทดลองครั้งนี้ ไม่มีการรั่วไหลของรังสีอันตรายออกมาแต่อย่างใด และเป็นการกระทำไปเพราะความจำเป็นที่จะต้องปกป้องตัวเองจากการถูกรุกรานจากสหรัฐ แต่ขณะเดียวกันการออกมาประกาศของเกาหลีเหนือ ก็เป็นเหมือนการบอกให้โลกได้รับรู้แล้วว่า ขณะนี้โลกกำลังมีสมาชิกใหม่ที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในมือแล้ว

เกาหลีเหนือถือว่าเป็นชาติที่แปดของโลกที่ทำการทดลองสำเร็จ แต่เป็นสิ่งที่ตื่นตระหนกของนานาชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งการทดลองครั้งนี้แม้แต่ชาติพันธมิตรของเกาหลีเหนือยังไม่ทราบมาก่อน การสร้างความตื่นตะลึงให้กับประชาคมโลกครั้งนี้ทำให้หลายประเทศต่างออกมาข่มขู่ ประกาศจะใช้มาตรการเด็ดขาดกับเกาหลีเหนือ ฐานที่ไม่ยอมฟังเสียงของชาวโลก ที่ไม่ต้องการให้มีการทดลองหรือใช้อาวุธนิวเคลียร์อีก ความช่วยเหลือต่างๆที่เคยมีมาก็อาจจะต้องพิจารณากันอีกครั้ง

นานาชาติมีปฏิกิริยาต่อการทดลองนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยทันที คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ลงมติเป็นเอกฉันท์ในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ.2549 คว่ำบาตรทางการเงินและอาวุธต่อเกาหลีเหนือ โดยมติที่ 1718 อนุญาตให้นานาชาติสามารถเข้าตรวจค้นเรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านเข้า-ออกเกาหลีเหนือ ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นเรือขนอาวุธ และยังได้เรียกร้องเกาหลีเหนือ ให้ทำลายอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธทำลายล้างสูง และขีปนาวุธข้ามทวีปทุกชนิดที่มีไว้ในครอบครอง และให้กลับสู่โต๊ะเจรจา 6 ฝ่าย โดยไม่มีเงื่อนไข

แรงกดดันจากนานาชาติที่มีต่อเกาหลีเหนือ ดูเหมือนจะได้ผลในระดับหนึ่ง เมื่อจีนซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของรัฐบาลเปียงยาง ประกาศเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2549 ว่าเกาหลีเหนือยินยอมเข้าร่วมโต๊ะเจรจา 6 ฝ่าย ที่กรุงปักกิ่ง และในที่สุด การเจรจาครั้งใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2549 ที่ผ่านมา แต่ก็จบลงด้วยข้อสรุปเดิม ๆ คือ ไม่มีความคืบหน้ามากนัก ต่อมามี การเจรจา 6 ฝ่ายอีกครั้ง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 ซึ่งการเจรจาครั้งนี้ได้บรรลุข้อตกลงในประเด็นสำคัญ คือ

ทั้งนี้เกาหลีเหนือจะได้รับความช่วยเหลือด้านพลังงานเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงหนักจำนวน 50,000 ตันแลกกับการปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยองเบียนและเปิดรับผู้ตรวจสอบนานาชาติ และเกาหลีเหนือจะได้รับน้ำมันเชื้อเพลิงหนักอีก 950,000 ตันเมื่อสำแดงรายการและปิดโรงเรือนเกี่ยวกับนิวเคลียร์ทั้งหมด

ทั้งหมดนี้เป็นสาระสำคัญของข้อตกลง แต่ทว่าหลายประเทศยังไม่ค่อยเชื่อถือเกาหลีเหนือว่าจะยอมปลดอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองอย่างแท้จริง โลกภายนอกได้แต่ประมาณการว่าเกาหลีเหนือมีวัสดุนิวเคลียร์เป็นจำนวนเท่าไร ผลิตไว้แล้วเท่าไหร่ แต่ไม่มีใครรู้ตัวเลขที่แท้จริง บางคนบอกว่าเกาหลีเหนือได้เสริมคุณภาพพลูโตเนียมที่ได้จากเตาปฏิกรณ์เมืองยองเบียนจนกระทั่งสามารถสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้แล้วประมาณ 4-13 ลูก นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ข้อตกลงล่าสุดนี้ไม่ได้ระบุให้เกาหลีเหนือทำลายอาวุธนิวเคลียร์และคลังวัสดุนิวเคลียร์ที่ผ่านการเสริมคุณภาพแล้ว โดยปล่อยประเด็นนี้ไว้ให้คณะทำงานหยิบมาเจรจากันต่อไป

อ่านต่อ >>>

มนุษย์ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก
ภูมิศาสตร์และสภาวะแวดล้อมโลก
สถานการณ์ด้านสังคมและวัฒนธรรม
เศรษฐกิจโลก
การเมืองระหว่างประเทศ
ระบบกฎหมายของโลก
สิทธิมนุษยชนในกระแสโลกาภิวัตน์
เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลง
ประชาคมโลกภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์
บรรณานุกรม
  แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com