Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

พระบรมครู

ทรงสอนตามความเข้าใจของผู้อื่น

                   พระสูตรเป็นอันมากเกิดจากมีผู้ถาม แล้วพระพุทธเจ้าทรงตอบ การที่มีผู้ถามแสดงว่าเขากำลังสนใจเรื่องนั้นอยู่ แต่ไม่สามารถหาคำตอบด้วยตนเองได้

                   การตอบคำถามของพระพุทธเจ้ามี 4 วีธี คือ
                1. เอกังสวาทะ
ตอบยืนยันโดยส่วนเดียว ตัวอย่างเช่น มงคลสูตร มีผู้ถามว่าอะไรบ้างที่เป็นมงคล พระพุทธเจ้าทรงตอบว่า มงคลมี 38 ประการ เช่น การไม่คบคนชั่ว คบคนดี บูชาผู้ที่ควรบูชา เป็นต้น หรือมีผู้ถามว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วจริงหรือไม่ พระพุทธเจ้าจะทรงยีนยันว่าเป็นเช่นนั้นจริง หรือถามว่า ทำอย่าไรจึงจะพ้นทุกข์ ก็ทรงบอกว่า การปฏิบัติตามอริยมรรค มีองค์ 8 จะทำให้พ้นทุกข์ได้

                    2. วิภัชชวาทะ ตอบจำแนกแยกแยะให้เห็นข้อเท็จจริง เช่น มีผู้ถามว่า ศีล 5 ข้อไหนสำคัญกว่ากัน พระองค์ทรงตอบว่า ศีล 5 แต่ละข้อต่างก็มีความสำคัญในตัวเอง จะว่าข้อไหนสำคัญกว่าข้อไหนไม่ได้ การปฏิบัติให้ครบทั้ง 5 ข้อนั้นแหละเป็นสิ่งสำคัญ หรือ มีผู้ถามว่าคนตายแล้วเกิดหรือไม่ พระองค์จะไม่ทรงยืนยันว่า ตายแล้วเกิดหรือไม่เกิด แต่จะทรงจำแนกว่า ถ้าคนยังมีตัณหาอยู่ ตายแล้วต้องเกิด เพราะ กมฺมํ เขตฺตํ กรรมเปรียบเหมือนพื้นที่นา วิญญาณํ พืชํ   วิญญาณเปรียบเหมือนเมล็ดพืช ตณฺหา สิเนโห ตัณหาเปรียบเหมือนต้นอ่อนภายในพืช เมล็ดพืชที่สมบรูณ์ดี หว่านลงในนาที่เหมาะสม ย่อมงอกขึ้นได้ฉันใด คนที่ยังมีตัณหายังกระทำกรรมอยู่ ตายแล้วย่อมเกิดอีกฉันนั้น ส่วนคนที่สิ้นตัณหา คือ บรรลุพระอรหัตตผลแล้วตาย แล้วย่อมไม่เกิดอีก เหมือนไฟดับไปเพราะหมดเชื้อเพลิงฉะนั้น

                    3. ปฏิปุจฉา ตอบโดยการย้อนถาม หรือไม่ตอบโดยตรง แต่ตอบโดยนัยให้ผู้ฟังเข้าใจเอาเอง เช่นมีผู้ถามว่า "ทางไปสู่ความเป็นพรหม ที่พวกพราหมณ์สอนไว้ต่างๆ กันนั้นถูกหรือผิด" พระองค์ทรงย้อนถามว่า "แล้วพวกพราหมณ์เคยเห็นพรหมบ้างหรือไม่" เมื่อเขาตอบว่า "ไม่เคย" พระองค์ก็ตรัสว่า "เมื่อพวกพราหมณ์ไม่เคยเห็นพรหม ไม่รู้จักพรหม จะบัญญัติทางไปสู่ความเป็นพรหมได้อย่างไร" หรือมีผู้ถามว่า พวกพราหมณ์ถือว่าเขาเกิดมาจากปากของพรหม ข้อนี้เป็นความจริงเพียงไร พระองค์ทรงตอบว่า ใครๆ ก็ทราบว่าพวกพราหมณ์เกิดมาจากมารดา ซึ่งเป็นนางพราหมณี ถ้าเขาถือว่าเขาเกิดมาจากปากพรหมแล้ว ช่องคลอดของนางพราหมณีนั่นแหละ คือปากของพรหม หรือมีผู้ถามว่า การอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ในแม่น้ำคงคา ทำให้บริสุทธิ์ไปสวรรค์ได้จริงหรือไม่ พระองค์ทรงตอบว่า ถ้าการอาบน้ำในแม่น้ำคงคาทำให้ไปสวรรค์จริง แล้วปลาและเต่าในแม่น้ำคงคา จะไปสวรรค์ก่อนมนุษย์เสียอีก

                   4. ฐปนียะ ทรงงดเสียไม่ตอบ ถ้ามีผู้ถามโดยมุ่งหวัง จะให้พระพุทธเจ้าตอบ เพื่อสนับสนุนความคิดของตน หรือลัทธิของตน พระองค์จะไม่ทรงตอบ เช่น มีผู้ถามว่า โลกนี้ใครสร้าง โลกนี้จะมีอยู่ยั่งยืนตลอดไปหรือไม่ คนตายแล้วอัตตาไปไหน เป็นต้น พระองค์ตรัสว่า คำถามอย่างนี้ตถาคตไม่ตอบ เพราะตอบไปแล้ว ไม่ได้ประโยชน์อะไร ไม่สามารถทำให้หลุดพ้นทุกข์ได้ ถ้าต้องการจะถาม ก็ถามคำถามที่มีประโยชน์ ดีกว่า

                    การสอนตามความสนใจของผู้เรียน เป็นวิธีสอนที่ได้ผลดีวิธีหนึ่ง เราจะทราบความสนใจของนักเรียนได้ ก็โดยให้นักเรียนตั้งคำถามขึ้น แล้วครูและนักเรียนอื่นๆ ช่วยกันตอบคำถามนั้น หรือการสอนวิชาทุกวิชา ต้องเปิดโอกาสให้นักเรียน ซักถามความสงสัยของตน ครูบางคนไม่ยอมให้นักเรียนถาม เพราะกลัวว่าจะตอบไม่ได้ นักเรียนต้องรับฟังสิ่งที่ครูพูดอย่างเดียว จะสงสัยหรือโต้แย้งไม่ได้ การสอนแบบนี้ เป็นการสื่อสารด้านเดียว นักเรียนไม่สามารถแสดงปฏิกิริยาใดๆ เป็นการสอนที่แห้งแล้งน่าเบื่อมาก

ทรงพร้อมที่จะสอน
ทรงสอนด้วยการทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
ทรงสอนโดยมีจุดมุ่งหมาย
ทรงสอนโดยคำนึงถึงความพร้อมของผู้ฟัง
ทรงสอนโดยคำนึงถึงความแตกต่างฯ
ทรงสอนโดยใช้สื่อภาษาที่เข้าใจง่าย
ทรงสอนจากสิ่งที่รู้ไปหาสิ่งที่ไม่รู้
ทรงสอนจากยากไปหาง่าย
ทรงสอนโดยจัดคำสอนเป็นข้อๆ
ทรงสอนตามความเข้าใจของผู้อื่น
ทรงสอนโดยวิธีซักถาม
ทรงสอนให้ผู้ฟังลงมือปฎิบัติ
ทรงสอนโดยใช้อุปกรณ์การสอน
ทรงสอนให้ใช้ปัญญาพิจารณาฯ
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com