Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม>>

สวรรค์

ชั้นดาวดึงส์

            อยู่เหนือสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาขึ้นไป ตั้งอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ เป็นที่อยู่ของพระอินทร์ ผู้เป็นใหญ่กว่าเทวดาทั้งหลาย ตัวเมืองกว้างขวาง ใหญ่โตมากและด้านยาวถึง 8 ล้านวา มีปราสาทแก้ว ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว มีประตู 1,000 ประตู ทุกประตูมียอดปราสาท ทำด้วยทองประดับด้วยแก้ว 7 ประการ เวลาเปิดปิดกระตู จะมีเสียงดังไพเราะราวกับดนตรี
               กลางนครดาวดึงส์ปราสาทชื่อ "ไพชยนต์ปราสาท" งดงามมากสุดจะพรรณา เป็นที่ประทับของพระอินทร์ผู้เป็นใหญ่ ทางทิศตะวันออก ของนครดาวดึงส์ มีสวนทิพย์ชื่อ "นันทวัน" มีสมบัติทิพย์ และไม้ผลไม้ดอกมากมาย   เป็นสถานที่เล่นสนุกสนาน สำหรับเทวดาในชั้นนี้ ด้านทิศใต้ของนครดาวดึงส์ มีสวนอุทยานใหญ่ชื่อ "ผารุสกวัน" ต้นไม้อยู่ในสวนนี้ มีลักษณะอ่อนค้อม ราวกับมีผู้ดัดไว้ ทางทิศตะวันตกของนครดาวดึงส์ มีอุทยานใหญ่อีกแห่งหนึ่ง เป็นที่เล่นสนุกสนานถูกใจเทวดาทั้งหลาย ชื่อว่า "จิตรลดา" ต้นไม้และเถาวัลย์ในสวนนี้ สวยงามราวกับมีผู้แต่งประดับไว้ ทางทิศเหนือของนครดาวดึงส์ มีอุทยานใหญ่ชื่อ "มิสสกวัน"
               ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ของนครดาวดึงส์ มีสวนใหญ่ชื่อ "มหาพน" เป็นสวนสนุกเพลิดเพลิน กำแพงล้อมรอบเป็นทองคำ มีปราสาทแก้วอยู่เหนือประตูทุกแห่ง ปราสาททองคำ 1,000 หลัง ประดับด้วยแก้ว 7 ประการ มีสระแก้วงดงามมาก ใต้พื้นสระมีแท่นแก้ว อยู่ในรถไพชยนต์ แท่นแก้วมีกลดแก้วกางอยู่ กว้างหนึ่งโยชน์ หัวรถไพชยนต์มีม้าแก้ว 2,000 ตัว มีสร้อยมุกดาห้อยประดับ พร้อมทั้งมาลัยดอกไม้ทิพย์ แล้วแก้วทองห้อยประดับอยู่มากมาย อีกทั้งมีสระไบแก้ว และกระพรวนทอง มีรัศมีงดงาม เวลาลมพัดจะได้ยินเสียงดังก้อง ราวเสียงพิณพาทย์
               ที่เขาพระสุเมรุนั้น มีช้างตัวหนึ่งชื่อ "ไอยราพต" ช้างตัวนี้ไม่ใช่สัตว์เดรัจาฉาน เพราะในเมืองสวรรค์ ไม่มีสัตว์เดรัจฉานอยู่เลย มีเทวดาองค์หนึ่งชื่อ "เอราวัณเทวบุตร" ยามเมื่อพระอินทร์เสด็จไปเล่นที่ใดก็ตาม เอราวัณเทวบุตรก็จะเนรมิตรตัว เป็นช้างเผือกเชือกใหญ่สูง หนึ่งล้านสองแสนวา มีเศียร 33 เศียร มีเศียรเล็กๆ อีก 2 เศียร ใหญ่ที่สุดตรงกลางชื่อ "สุทัศน์"   เป็นที่ประทับของพระอินทร์ มีปราสาทตั้งอยู่ตรงกลาง มีพรวนทองคำห้อยประดับกวัดแกว่งไปมา เศียรข้างทั้ง 33 เศียรนั้น แต่ละเศียรมีงา 7 งา งาแต่ละอันมีสระ 7 สระ แต่ละสระมีกอบัว 7 กอ บัวแต่ละกอมี 7 ดอก ดอกบัวแต่ละดอกมี 7 กลีบ แต่ละกลีบมีนางฟ้ายืนรำ 7 คน นางฟ้าแต่ละคนมีสาวใช้ 7 นาง เมื่อใดที่พระอินทร์เสด็จประทับเหนือแท่นแก้ว ในหัวช้างเอราวัณนั้น มเหสีทั้ง 4 องค์ของพระอินทร์ ต้องเสด็จตามไปเฝ้าอยู่เสมอ ได้แก่ นางสุธัมมา นางสุชาดา นางสุนันทา และนางสุจิตรา นอกจากนี้ ยังมีนางฟ้าที่เป็นมเหสีอีก 92 องค์ และมีเทพธิดาที่บรรเลงดนตรี ถวายพระอินทร์อีกมากมาย เสียงดนตรีที่ปรากฏบนสวรรค์ ไพเราะเพราะพริ้งยิ่งนัก และมีความมหัศจรรย์มาก เครื่องดนตรีทุกชนิด ไม่ว่าพิณ กลอง สังข์ บัณเฑาะว์ ปี่ สามารถดังขึ้นมาเองได้ หากมีผู้บรรเลงดนตรีชนิดใดขึ้นมา เครื่องดนตรีชนิดเดียวกันนั้น อีกหกหมื่นชิ้นก็จะบรรเลงได้เอง
               ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของนครดาวดึงส์นี้ มีพระเจดีย์องค์หนึ่งชื่อ "พระจุฬามณีเจดีย์" รุ่งเรืองงามประดับด้วยแก้วอินทนิล ตั้งแต่กลางยอดเจดีย์ ไปจนถึงยอดเป็นทอง ประดับด้วยแก้ว 7 ประการ สูง 80,000 วา มีกำแพงล้อมรอบ มีธงปฎากและธงชัย เทวดาทั้งหลาย ก็ถือเครื่องดีดสีตีเป่าต่างๆ มาบรรเลงบูชาถวายพระเจดีย์ทุกวัน มิได้ขาด พระอินทร์เสด็จไปนมัสการพระเจดีย์ พร้อมด้วยหมู่เทพยดา และนางฟ้าทั้งหลาย ทรงนำข้างตอกดอกไม้ ธูปเทียน ของหอมและชวาลาทั้งหลาย ถวายแก่องค์พระเจดีย์มิได้ขาด


               นอกเมืองดาวดึงส์นี้ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีอุทยานชื่อ "บุณฑริกวัน" มีกำแพงล้อมรอบทั้ง 4 ด้าน มีปราสาทแก้วอยู่เหนือประตูทุกๆ ประตู มีต้นทองหลางใหญ่ชื่อ "ปาริชาติ กัลปพฤกษ์" ใต้ต้นไม้นี้มีแท่นศิลาแก้วสีแดงเข้ม อ่อนนุ่มราวกันฟูกและหมอน ใกล้ต้นปาริชาตินั้น มีศาลาใหญ่ชื่อ "สุธรรมาเทวสภาคยศาลา" งามยิ่งกว่าศาลาอื่นๆ พื้นศาลาเป็นแก้ว 7 ประการ มีกำแพงล้อมรอบ มีดอกไม้ชนิดหนึ่งชื่อ "อาสาพตี" มีกลิ่นหอมมาก ดอกไม้นี้บานช้ามาก เวลา 1 พันปีจึงจะบาน เมื่อดอกบานทั่วทุกกิ่งก้านแล้ว จะมีแสงรุ่งเรืองมาก ที่ศาลานั้นมีราชอาสน์ทิพย์ของพระอินทร์ อีกทั้งที่นั่งของเทวดาทั้ง 32 องค์ ที่เคยได้กระทำบุญร่วมกับพระอินทร์ ในปางก่อน และยังมีที่นั่งของเทวดาทั้งหลาย เรียงกันตามลำดับ
               พระอินทร์เสด็จไปในสุธรรมาเทวสภาคยศาลา เพื่อให้เทวดาทั้งหลาย มาชุมนุนกันในที่นั้น เมื่อใดเทวดาทั้งหลาย ต้องการจะฟังธรรม ก็จะมีพรหมองค์หนึ่งชื่อ "สนังกุมาร" ลงมาจากพรหมโลก เนรมิตตนเป็นคนธรรพ์ชื่อ "ปัญจสิงขร" ปัญจสิงขรคนธรรพ์ จะขึ้นนั่งเหนือธรรมาสน์เพื่อเทศนาธรรม หากว่าพรหมสนังกุมาร ไม่มาเทศนาธรรมให้เทวดาทั้งหลายฟัง บางครั้งเทวดาในสวรรค์ ที่เป็นผู้รู้ธรรมก็จะได้รับเชิญ ให้ขึ้นเทศนาธรรมในที่นั้น ในบางครั้งพระอินทร์ ก็ทรงขึ้นธรรมาสน์เทศนาธรรมเอง เมื่อใดพระอินทร์ทรงเทศนาธรรม ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ก็จะพาบริวารไปเฝ้าทั้ง 4 ทิศ และหมู่คนธรรพ์ ก็จะนำเครื่องดนตีทั้งหลาย มาบรรเลงร่ายรำกัน อยู่ที่ปลายเขากำแพงจจักรวาลทั้ง 4 ด้าน
               ยังมีปราสาทแก้ว ปราสาททองอีกมากมาย อันเป็นวิมานของเทวดาทั้งหลาย อยู่ในอากาศสูงเทียมเท่าเขาพระสุเมรุ เทวดาทั้งหลายนี้มีอายุยืนถึง 1,000 ปีทิพย์ หรือ 36 ล้านปี ในเมืองมนุษย์ สมบัติและยศศักดิ์ทั้งหลายของพระอินทร์ และเหล่าเทวดาที่ได้มานั้น เพราะได้กระทำบุญกุศลธรรมมาแต่ก่อน ผู้ใดปรารถนาจะได้ไปเกิดในเมืองสวรรค์ อย่าได้ประมาทลืมตน ควรเร่งขวนขวายทำบุญกุศล ให้ทาน รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา ดูแลบิดามารดา ผู้เฒ่าผู้แก่ ครูอาจารย์ และสมณพราหม์ผู้ทรงศีล ก็จะได้ไปเกิดในสวรรค์นี้

ชั้นจาตุมหาราชิกา
ชั้นดาวดึงส์
ชั้นยามา
ชั้นดุสิต
ชั้นนิมมานรดี
ชั้นปรนิมมิตวสวัตตี

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com