Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

นรก

ขุมที่ 2 - กาฬสุตตนรก

                  นรกใหญ่ที่ 2 ชื่อกาฬสุตตนรกนั้น ตั้งอยู่ในภายใต้สัญชีวนรกลงไป ที่ได้นามว่ากาฬสุตตนรกนั้น มีสายบรรทัดเหล็ก สำหรับดีดกายแห่งสัตว์นรกทั้งหลายให้ย่อยยับไป และกาฬสุตตนรกนั้น มีสัณฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยกว้างยาวและลึกได้ 100 โยชน์ มีฝาผนังทั้ง 4 ด้านแล้วไปด้วยเหล็กหนา 9 โยชน์ ฝาปิดเบื้องบน และพื้นล่างนั้นก็แล้วไปด้วยเหล็ก 9 โยชน์เท่ากัน มีประตู 4 ประตู ด้านละประตูๆ มีหมู่นายนิรยบาลประจำอยู่ทุกด้านทุกประตู ทำกรรมกรณ์แก่สัตว์นรกทั้งหลาย มัดด้วยพวนเหล็ก ผูกขึงลงไว้กับแผ่นดินเหล็ก ที่รุ่งเรืองเป็นเปลวเพลิงนั้น แล้วก็เอาสายบรรทัดเหล็กใหญ่ เท่าลำตาลดีดลง ถ้าดีดลงข้างหน้า กายสัตว์นรกก็แตกผ่าตลอดถึงข้างหลัง ถ้าดีดลงข้างหลัง กายสัตว์นรกก็แตกผ่าตลอดถึงข้างหน้า ดีดข้างซ้ายก็แตกผ่าตลอดถึงข้างขวา ดีดข้างขวาก็แตกผ่าตลอดถึงข้างซ้าย สัตว์นรกเหล่านี้ได้ความเจ็บปวด ทนทุกข์ลำบากแสนสาหัส ครั้นกายแตกออกไปเป็นซีกน้อยซีกใหญ่แล้ว เพลิงที่แผ่นดินเหล็กนั้น ก็ไหม้ให้ยับย่อยเป็นจุณวิจุณไป กรรมยังไม่สิ้นตายแล้วก็กลับเป็นขึ้นมาอีกเล่า ทนทุกขเวทนาดังนี้สืบต่อไป สัตว์นรกบางจำพวกนั้น นายนิรยบาลทั้งหลาย จับมัดลงไว้แล้วก็ถากด้วยขวาน ดังนายช่างไม้ถากไม้ฉะนั้น บางทีนายนิรยบาลถากแต่บาทา ตราบเท่าถึงสะเอว บางทีถากแต่สะเอวตราบเท่าถึงต้นคอ บางทีนายนิรยบาลสองคนยืนผินหลังให้กัน แล้วถากสองขวาน นายนิรยบาลคนหนึ่ง ถากแต่กลางตัวลงมาข้างเท้า คนหนึ่งถากแต่กลางตัวไปถึงศีรษะ

สัตว์นรกเหล่านี้ ได้ความทุกขเวทนาแสนหาหัส ดิ้นๆ รนๆ จะดิ้นไปก็ดิ้นไปไม่ได้ พ้นวิสัยที่จะอดจะทน ก็ร้องไห้ร้องครางเสียงเซ็งแซ่ น่าพิลึกพึงกลัวยิ่งนัก กรรมยังไม่สิ้น ตายไปแล้วก็กลับเป็นร่างเป็นกายขึ้นมาอีกเล่า ทนทุกขเวทนาดังนี้สืบต่อไป เป็นทั้งนี้เพราะอำนาจผลแห่งอกุศลกรรม ที่ตนกระทำไว้เมื่อครั้งเป็นมนุษย์นั้น แต่ปางก่อนสัตว์เหล่านี้เป็นคนใจบาป มีโทสะเป็นเบื้องหน้า ผูกมัดสัตว์มีชีวิตด้วยตนเอง ให้สัตว์ตายด้วยความลำบาก บางทีใช้คนอื่นให้ผูกมัดสัตว์มีชีวิต ให้สัตว์ตายโดยความลำบาก บางทีผูกมัดจำจองบุคคลที่ตนโกรธนั้น ทำให้ได้รับความลำบากจนถึงแก่สิ้นชีวิต คนเหล่านี้ครั้นทำลายขันธ์แล้ว ก็ลงไปทนทุกขเวทนา อยู่ในกาฬสุตตนรกช้านาน กำหนดกาลได้ 1,000 ปี วันหนึ่งคืนหนึ่งในกาฬสุตตนรกนั้น ถ้าจะคิดเป็นปีในมนุษย์นี้ได้ 3 โกฏิกับ 6 ล้านปี และ 3 โกฏิกับ 6 ล้านปี 30 หน จึงเป็นเดือนหนึ่งในกาฬสุตตนรก 12 เดือนจึงเป็นหนึ่งปี นับปีดังนี้ได้ 1,000 ปี จีงมีอายุประมาณของสัตว์ในกาฬสุตตนรกนั้น ครั้นสัตว์นรกนี้พ้นจากกาฬสุตตนรกแล้ว อกุศลกรรมยังไม่สิ้น ก็เลื่อนออกไปตกในอุสุทนรก และยมโลกิกนรก ที่เป็นบริวารแห่งกาฬสุตตนรกนั้น ถ้าอกุศลกรรมยังไม่สิ้น ก็เลื่อนขึ้นมาตกในสัญชีวนรก แล้วก็เลื่อนออกมาตกในนรก ที่เป็นบริวารแห่งสัญชีวนรกทุกขุมๆ ครั้นพ้นจากนรกเหล่านี้แล้ว อกุศลกรรมยังไม่สิ้น ก็ไปบังเกิดในเปตวิสัย และติรัจฉานกำเนิด บางทีก็ไปบังเกิดเป็นมนุษย์เข็ญใจ เป็นคนมีอายุน้อย เป็นง่อย เปลี้ย เตี้ยค่อม และเป็นคนมีกายพิกลวิปริตต่างๆ และมักเป็นคนมีโรคเบียดเบียนในกายมาก เป็นดังนี้ก็เพราะเศษบาปให้ผล

ขุมที่ 1 - สัญชีวนรก
ขุมที่ 2 - กาฬสุตตนรก
 ขุมที่ 3 - ฆาตนรก
ขุมที่ 4 - โรรุวนรก
ขุมที่ 5 - มหาโรรุวนรก
ขุมที่ 6 - ตาปนนรก
ขุมที่ 7 - มหาตาปนนรก
 ขุมที่ 8 - อวิจีนรก
อุสุทนรก - บริวารแห่งนรกใหญ่ทั้ง 8 ขุม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com