Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

นรก

ขุมที่ 3 - ฆาตนรก 

                 ในนรกใหญ่ที่ 3 ชื่อสังฆาตนรกนั้น ตั้งอยู่ในภายใต้ถัดกาฬสุตตนรกลงไป ที่ได้นามว่าสังฆาตนรกนั้น มีภูเขากลิ้งไปกลิ้งมา บดสัตว์นรกทั้งหลายให้แหลกละเอียด เป็นจุณวิจุณไป และสังฆาตนรกนั้น มีสัณฐานเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส โดยกว้างยาวและลึกได้ 100 โยชน์ มีฝาผนัง 4 ด้าน แล้วด้วยเหล็กหนา 4 โยชน์ ฝาปิดเบื้องบนและพื้นล่าง แล้วด้วยเหล็กหนา 9 โยชน์เหมือนกัน มีประตู 4 ประตู ด้านละประตูๆ ในภายในสังฆาตนรกนั้น ดาษไปด้วยเพลิงถ่านอันลุกรุ่งเรืองเป็นเปลวไฟ และมีภูเขาอันสูงมีซอกอันลึก น่าพิลึกพึงกลัวยิ่งนัก และภูเขาทั้งหลายนั้นล้วนแล้วไปด้วยเหล็ก สูงตระหง่านเงื้อมยอดเทียมนภาลัย ในซอกเขานั้น เต็มไปด้วยถ่านเพลิงอันร้อนร้าย และสังฆาตนรกนั้น เต็มไปด้วยถ่านเพลิงสิ้นทั้งนั้น แผ่นดินเหล็กก็ดาษไปด้วยถ่านเพลิง จนชั้นแต่ภูเขาก็เป็นถ่านเพลิงทั้งนั้น สัตว์นรกทั้งหลาย ที่ไปบังเกิดในสังฆาตนรกนั้น มีกายอินทรีย์อันวิกลต่างๆ กัน ตัวเป็นตัวคน ศีรษะเป็นศีรษะกระบือ มหิสฺสรีรามนุสฺสมุขา ที่ตัวเป็นกระบือ หน้าเป็นหน้าคนก็มี บางพวกตัวเป็นม้า ศีรษะเป็นศีรษะคน ตัวเป็นคนศีรษะเป็นม้า หตฺถีสรีรา บางจำพวกตัวเป็นช้าง ศีรษะเป็นศีรษะคน ตัวเป็นคนศีรษะเป็นช้าง ตัวเป็นคนหน้าเป็นโค ตัวเป็นโคหน้าเป็นคน สัตว์ทั้งหลายในสังฆาตนรกนี้ มีกายพิกลวิปริตต่างๆ กันดังนี้ นายนิรยบาลทั้งหลาย เอาพวนเหล็กอันรุ่งเรืองเป็นเปลวเพลิง ผูกเข้าแล้วตีด้วยไม้ตะบองเหล็ก อันรุ่งเรืองเป็นเปลวเพลิง ผูกเข้าแล้วตีด้วยไม้ตะบองเหล็ก และตีด้วยไม้ค้อนอันรุ่งเรืองเป็นเปลวเพลิง บางทีนายนิรยบาลทั้งหลาย ไล่ต้อนตีให้วิ่ง ดังบุคคลไล่ต้อนตีโค และกระบือให้วิ่งไปฉะนั้น สัตว์นรกเหล่านี้ทนอาชญามิได้ มีความเจ็บปวดเป็นกำลัง ก็วิ่งร้องไห้ร่ำไร มีเสียงอันพิลึกพึงกลัวยิ่งนัก ซึ่งสัตว์นรกเหล่านี้ ได้ความทุกข์ทรมานกายดังนี้ เพราะอำนาจผลแห่งอกุศลกรรม ที่ตนกระทำไว้ในชาติก่อน เมื่อเป็นมนุษย์นั้น เป็นคนใจบาปหยาบช้า หาความกรุณาแก่สัตว์มิได้ จับโคมาเทียมเกวียนแล้ว ก็ขึ้นนั่งบนเกวียน ตั้งหน้าจะทิ่มแทงโค และโบยรันไม่ปราศรัย จนโคบอบช้ำแทบบรรดาตาย บางทีก็ตายด้วยความทิ่มแทง และโบยรันนั้น
                    ใช่แต่เท่านั้น บุคคลที่ฝึกช้าง ฝึกม้า ฝึกโคกระบือ ทำสัตว์ให้ได้ความลำบาก เจ็บปวดแทบบรรดาตาย บางทีก็ถึงแก่ความตาย บุคคลที่กระทำกรรมอันสาหัสดังนี้ เป็นต้น ครั้นทำลายขันธ์แล้ว ก็ไปบังเกิดในสังฆาตนรก


                    สัตว์นรกบางจำพวก ก็เกิดภายนอกสังฆาตนรก นายนิรยบาลทั้งหลายแลเห็นแต่ไกล ก็มีความชื่นชมโสมนัส หัวเราะแล้วก็โห่ร้องตวาดให้วิ่งไป นายนิรยบาลเหล่านั้น ต่างคนก็ถือศัสตราวุธ กวัดแกว่งไล่สกัดสะแกง ข้างซ้ายข้างขวา สัตว์นรกเหล่านั้นก็สะดุ้งตกใจกลัว พากันวิ่งหนีเข้าไปในระหว่างภูเขาไฟ ในภายในสังฆาตนรกนั้น ในขณะนั้น กองเพลิงใหญ่ก็บังเกิดขึ้นขวางหน้าไว้ เสียงเปลวเพลิงนั้นดังคึกๆ ดุจเสียงฟ้าลั่น สัตว์นรกเหล่านั้นกลัวเปลวเพลิง มิอาจจะวิ่งฝ่ากองเพลิงไปได้ ก็พากันวิ่งกลับหลังคืนมา กองเพลิงอันหนึ่งก็บังเกิดขึ้นขวางหน้าไว้อีกเล่า จะวิ่งไปข้างโน้นก็วิ่งไม่ได้ จะวิ่งมาข้างนี้ก็วิ่งมาไม่ได้ จนใจเข้าแล้วก็ยืนใจแข็ง อยู่ในท่ามกลางร้องไห้ ร้องครางเสียงแซ็งแซ่ น่าพิลึกพึงกลัวยิ่งนัก กองไฟข้างหลังก็ไหม้ใกล้เข้ามา ในขณะนั้น ภูเขานรกใหญ่ทั้งสอง ก็กลิ้งเข้ามาแต่ข้างทั้งสอง กลิ้งเข้ามาจนกระทบกัน บีบบดสัตว์นรกเหล่านั้น ให้ย่อยยับเป็นจุณวิจุณแล้ว ก็กลิ้งกลับไปตั้งอยู่ดังเก่า สัตว์นรกเหล่านั้น ก็กลับเป็นขึ้นมาอีกเล่า บางทีนายนิรยบาลทั้งหลายจับมัดแล้ว ก็ฝังลงในแผ่นเหล็ก ลึกประมาณสะเอว มิให้ไหวกายโคลงกายได้ ในขณะนั้นภูเขานรกใหญ่ อันรุ่งเรืองเป็นเปลวเพลิง ก็กลิ้งมาเหนือแผ่นดินเหล็ก กลิ้งมาแต่บุริมทิศเสียงดังครืนๆ ดุจเสียงฟ้าร้อง บดสัตว์นรกเหล่านั้น ให้แหลกเป็นจุณแล้ว ก็กลิ้งไปประดิษฐานข้างปัจฉิมทิศ โลหิตแห่งสัตว์นรกเหล่านั้น ไหลนองไปดุจแม่น้ำ อาศัยด้วยวิบากกรรม ของสัตว์นรกเหล่านั้นยังไม่สิ้น กายที่แหลกย่อยยับไปแล้ว ก็กลับเป็นรูปกายขึ้นมาดังเก่า ในขณะนั้นภูเขานรกใหญ่ อันรุ่งเรืองเป็นเปลวเพลิง ก็บังเกิดขึ้นในทักษิณทิศเสียงลั่นดังครืนๆ แล้วก็กลิ้งมาบดสรีรกายสัตว์นรกเหล่านั้น ให้แหลกเหลวเป็นจุณวิจุณไป แล้วก็กลิ้งไปประดิษฐานอยู่ในอุดรทิศ บางทีภูเขานรกใหญ่ เกิดขึ้นในอุดรทิศ มีเสียงดังครืนๆ แล้วก็กลิ้งมาบดสัตว์นรกเหล่านั้น ให้แหลกเป็นจุณวิจุณไป แล้วก็กลิ้งไปประดิษฐานอยู่ในทิศทักษิณ บางทีภูเขานรกใหญ่เกิดขึ้นแต่ปัจฉิมทิศ มีเสียงลั่นดังครืนๆ แล้วก็กลิ้งมาบดสัตว์นรกเหล่านั้น ให้แหลกเป็นจุณวิจุณแล้ว ก็กลิ้งไปประดิษฐานอยู่ในบุริมทิศ สัตว์นรกเหล่านั้นเวียนตายเวียนเกิด ทนทุกขเวทนาอยู่ในสังฆาตนรกนี้ กำหนดอายุได้ 2,000 ปี ถ้าจะนับเป็นปีในมนุษย์นี้ 14 โกฏิกับ 4 ล้านปี จึงเป็นวันหนึ่งในสังฆาตนรกนั้น ครั้นสัตว์นรกเหล่านี้ พ้นจากสังฆาตนรกแล้ว ก็ไปตกในนรกเป็นลำดับๆ ดุจกล่าวมาแล้ว ในเบื้องต้นนั้น

ขุมที่ 1 - สัญชีวนรก
ขุมที่ 2 - กาฬสุตตนรก
 ขุมที่ 3 - ฆาตนรก
ขุมที่ 4 - โรรุวนรก
ขุมที่ 5 - มหาโรรุวนรก
ขุมที่ 6 - ตาปนนรก
ขุมที่ 7 - มหาตาปนนรก
 ขุมที่ 8 - อวิจีนรก
อุสุทนรก - บริวารแห่งนรกใหญ่ทั้ง 8 ขุม

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com