Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม อารยธรรม >>

เจ้าพระยาสายน้ำแห่งชีวิต

ม่น้ำเจ้าพระยากำเนิดจากแม่น้ำสาขาน้อยใหญ่มากมาย โดยมีแม่น้ำสายหลัก 4 สายคือ ปิง วัง ยม น่าน ซึ่งไหลมาจากภูเขาสูงจากทางภาคเหนือ แม่น้ำวังไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปิงที่จังหวัดตาก แม่น้ำยมไหลมาบรรจบกับแม่น้ำน่านที่อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ จากนั้นแม่น้ำทั้ง 4 สายก็ไหลมาบรรจบเป็นสายเดียวกันที่ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลมาทางใต้อีกกว่า 300 กิโลเมตร เพื่อมาออกที่อ่าวไทย ตรงจังหวัดสมุทรปราการ สำหรับคนไทย แม่น้ำเจ้าพระยาคือวงจรชีวิต และหัวใจของวัฒนธรรมไทย

เหตุการณ์สำคัญมากมายในประวัติศาสตร์ไทย เกิดขึ้นบนสองฝั่งฟากแม่น้ำนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงมาถึง สามยุคสมัย คือ อยุธยา ธนบัรี และกรุงเทพมหานคร แม่น้ำเจ้าพระยาไม่เป็นเพียงเส้นทางคมนาคม และขนส่งที่สำคัญของประเทศเท่านั้น ตลอดเส้นทางที่ไหลผ่าน กระแสน้ำได้พัดพาตะกอนอันอุดมสมบรูณ์มาด้วย จึงก่อให้เกิดที่ราบลุ่มอันกว้างใหญ่ และเหมาะแก่การเพาะปลูก ซึ่งได้ผลดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
                   ที่ราบลุ่มอันอุดมสมบรูณ์ดึงดูดผู้คนให้มาตั้งถิ่นฐาน และไม่นานที่ราบลุ่มนี้ก็ได้รับการขนานนามว่า บางกอก ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเป็นแหล่งที่มีต้นมะกอกอยู่มาก หรืออาจจะเป็นเพราะสภาพทางภูมิศาสตร์ของแผ่นดิน ที่มีรูปร่างคล้ายเกาะ โดยมีแม่น้ำลำคอลงต่างๆห้อมล้อม เมื่อผู้คนอพยพมาอยู่กันมากขึ้น ก็เกิดเป็นเมืองใหญ่ชื่อ ธนบุรีศรีมหาสมุทร ทางด้านตะวันตกของเกาะเป็นที่ดอน มีบริเวณพื้นที่สูงกว่าอุดมสมบรูณ์กว่า ฝั่งตะวันออกที่เมื่อหลายร้อยปีก่อนยังเป็นเพียงที่ลุ่มต่ำ มีป่าชายเลนสลับกับหนองบึง นับจากศตวรรษที่ 14 บางกอกเป็นที่รู้จักของนักเดินเรือ และพ่อค้าซึ่งเดินทางมาค้าขายกับสยามประเทศ โดยมีศูนย์กลางการค้าอยู่ที่เมืองหลวงคืออยุธยา

บรรดานักเดินเรือและพ่อค้า จะต้องแวะที่บางกอกก่อนการเดินทางอันยาวไกล ตามเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาที่คดเคี้ยว ไปสู่จุดหมายปลายทางคืออยุธยา สมัยก่อนการเดินทางจากปากอ่าวไทย ตามเส้นทางแม้น้ำเจ้าพระยา ตามสภาพปัจจุบันคือจากปากน้ำในจังหวัดสมุทรปราการ ไปยังจังหวัดนนทบุรี ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวัน เพราะแต่น้ำเจ้าพระยาสมัยนั้นไหลคดเคี้ยวเป็นรูปเกือกม้า รอบเกาะบางกอก ในปี 2085 สมเด็จพระไชยราชาธิราช กษัตริย์องค์ที่ 15 แห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงเห็นความลำบากที่เกิดขึ้นกับนักเดินเรือและพ่อค้า จึงมีพระบัญชาให้ขุดคลองลัดตัดโค้งรูปเกือกม้า เชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงที่ปัจจุบันเป็นปากคลองบางกอกน้อย กับคลองบางกอกใหญ่เข้าด้วยกัน

 

กระแสน้ำที่ปรับเปลี่ยนไหลไปทางคลองลัด ซัดเซาะตลิ่งสองข้างให้กว้างขึ้น กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยาใหม่ ย่นระยะเวลาการเดินทางจากสมุทรปราการ ถึงนนทบุรี ที่เคยใช้เวลาหนึ่งวัน เป็น ชั่วหม้อข้าวเดือด คือไม่เกินชั่วโมง เป็นที่ปลาบปลื้มของบรรดาพ่อค้า โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เช่น จีน และโปรตุเกส ซึ่งทำให้กิจการค้าของอยุธยารุ่งเรืองมากขึ้น คลองลัดนี้คือแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบัน ซึ่งไหลผ่านวัดอรุณราชวราราม และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตท่าพระจันทร์

แม่น้ำเจ้าพระยาเดิมกลายเป็นคลองบางกอกน้อย และคลองบางกอกใหญ่ ส่วนเกาะบางกอกถูกตัดแยกออกจากกันเป็นสองส่วน มีเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทร ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตก ซึ่งในสมัยอยุธยานั้น ธนบุรีศรีมหาสมุทร เป็นเมืองสูนย์กลางทางการค้าแห่งหนึ่งของสยาม ดึงดูดผู้คนจากที่ต่างๆ ทั้งที่มีฐานะ และเพิ่งก่อร่างสร้างตัว มาช่วยกันสร้างชุมชนขึ้น ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดี วัดสำคัญๆหลายแห่งทางบางกอกฝั่งตะวันตก เช่น วัดแจ้งหรือวัดอรุณราชวราราม วัดท้ายตลาด หรือวัดโมลีโลกยาราม และวัดระฆังโฆสิตาราม รวมทั้งฝั่งตะวันออกคือ วัดโพธารามหรือวัดพระเชตุพนและวัดสลัก หรือวัดมหาธาตุ สร้างขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับการเจริญเติบโตของชุมชน คือประมาณ พ.ศ. 2143 หรือก่อนหน้านั้นไม่นานนัก สมัยพระนารายณ์มหาราช (2199-2231) ธนบุรีศรีมหาสมุทร ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์กลางทางการค้าเท่านั้น ยังเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ เพื่อถ่วงดุลย์อำนาจระหว่างฝรั่งเศสกับฮอลแลนด์ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงโปรดให้ฝรั่งเศสสร้างป้อมทหารขึ้นสองป้อม ริมแม่น้ำเจ้าพระยาคือ ป้อมวิชัยประสอทธิ์ ปัจจุบันอยู่หน้ากองทัพเรือในฝั่งธนบุรี และป้อมวิชาเยนทร์ ปัจจุบันถูกรื้อไปแล้ว อยู่ตรงบริเวณใกล้เคียงกับปากคลองตลาด ฝั่งกรุงเทพฯ

หลังจากอยุธยาล่มสลายในปี พ.ศ. 2310 พระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงเลือกธนบุรีศรีมหาสมุทร เป็นที่ตั้งของเมืองหลวงแห่งใหม่ ทั้งนี้เนื่องจากความสำคัญของเมือง ประกอบกับทำเลที่ตั้ง ซึ่งอุดมสมบรูณ์ และมีชัยภูมิเหมาะสม แต่ความสำคัญของธนบุรีศรีมหาสมุทรก็ค่อยๆ ลดลงบันจากปี พ.ศ. 2325 เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงสถาปนากรุงเทพฯเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่
                      ในสังคมไทยสมัยใหม่ สถานะของกรุงเทพฯ และกรุงธนบุรี ถือเป็นอิสระแก่กันจนกระทั่งปี พ.ศ. 2514 เมื่อรัฐบาลในสมัยนั้นยุบรวมสองจังหวัดที่ตั้งอยู่ตรงข้ามสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นจังหวัดเดียวกันคือ กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย.

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com