ปรัชญา อภิปรัชญา ญาณวิทยา จิตวิทยา ตรรกศาสตร์>>

สุนทรียศาสตร์ญี่ปุ่น

sabi - wabi สุนทรียศาสตร์ของความพร่อง / ความไม่พอเพียง

Saito ได้ตีความศัพท์คำว่าsabi และ wabi ขึ้นมาใหม่ในลักษณะที่เป็น ”สุนทรียศาสตร์ของความขาดแคลนหรือความไม่เพียงพอ(aesthetics of insufficiency) บ่อยครั้ง ศัพท์คำนี้ถูกให้ความหมายในลักษณะเป็นการอ้างถึง”จิตวิญญานชาวญี่ปุ่นอันเป็นนิรันดร์”("eternal" Japanese spirit) อย่างไรก็ตาม ในข้อเท็จจริงตั้งแต่สมัยกลางเป็นต้นมา ศัพท์คำนี้ได้รับการตีความหมายใหม่และแผ่ขยายความหมายออกไปอย่างต่อเนื่อง

    การใช้ประโยชน์ต่างๆ ในทางการเมือง ซึ่งถูกนำมาใช้โดยทั้งทางด้านสุนทรียศาสตร์ และการตีความต่างๆ เกี่ยวกับปกรณัมโบราณ(mythologizing interpretations) ประกอบเป็นส่วนสำคัญอันหนึ่งของสุนทรียศาสตร์ญี่ปุ่นในช่วงต้นคริสตศตวรรษที่ 21 ตัวอย่างเช่น Saito ได้ตีความคำว่า sabi และ wabi ในลักษณะของ”สุนทรียศาสตร์ของความพร่อง หรือความความไม่พอเพียง”(aesthetics of insufficiency) บางทีอาณาบริเวณ ที่สำคัญที่สุดของสุนทรียศาสตร์ญี่ปุ่นในปัจจุบัน ได้พัฒนาความหมายโดยนัยเกี่ยวกับการดำรงอยู่เกี่ยวกับประสบการณ์ที่ถูกทิ้งระเบิดและผลที่ตามมาภายหลัง ซึ่งดูเหมือนว่าเรียกร้องต้องการหนทางใหม่ๆ ในเรื่องของ”ความเข้าใจ”



    ลักษณะคู่ตรงข้ามหลายหลากถูกนำมาใช้รวบรวมความคิดเกี่ยวกับศิลปะญี่ปุ่น ประกอบด้วย

  • ความเป็นหญิง และ ความเป็นชาย (feminine and masculine), และระหว่าง
  • ความเป็นท้องถิ่น และ ความเป็นต่างประเทศ (native and foreign) (originally Chinese; since 1868, American or Western).

อ่านต่อ >>>

sabi - wabi สุนทรียศาสตร์ของความพร่อง / ความไม่พอเพียง
สุนทรียภาพแบบชินโต: การแสดงถึงเอกภาพทั้งมวล
Mono no aware: การร่วมรู้สึกกับสิ่งต่างๆ - ความรู้สึกอ่อนไหวกับสิ่งที่ไม่จีรังคงทน
การละครของญี่ปุ่น Zeami
พิธีชงชา (Tea ceremony)
สวนญี่ปุ่น (Japanese gardens)
ด้านวรรณกรรม
สุนทรียศาสตร์ด้านการประพันธ์ญี่ปุ่นมีรากเหง้ามาจากลัทธิชินโตและพุทธศาสนา
กวีนิพนธ์ญี่ปุ่น: ความเชื่อมโยงระหว่าง”มนุษย์”กับ”ธรรมชาติ”
  

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย