ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

สงครามญี่ปุ่น–รัสเซีย

โดย นาวาเอก สุริยะ พรสุริยะ

วิเคราะห์บทเรียนในสภาวะแวดล้อมของไทย

ญี่ปุ่นวิเคราะห์บทเรียนความสำเร็จในสงครามญี่ปุ่น-รัสเซียเปรียบเทียบกับความล้มเหลวในสงครามโลกครั้งที่สองที่ญี่ปุ่นรบกับฝ่ายสัมพันธมิตรที่มีสหรัฐฯ เป็นผู้นำ แล้วชี้ว่าบทเรียนทั้ง ๘ ประเด็น ญี่ปุ่นสอบไม่ผ่าน

ในสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงน่าสนใจว่าหากนำมาใช้วิเคราะห์ในสภาวะแวดล้อมของไทยจะมีส่วนช่วยในการประเมินศักยภาพและความเสี่ยง เป็นดัชนีบ่งชี้สิ่งที่จะต้องปรับปรุงหรือพัฒนาได้หรือไม่ แน่นอนว่าปัจจัยที่นำมาซึ่งความสำเร็จและความล้มเหลวมีอีกมากมาย การจะฟันธงว่าจัดการทั้ง ๘ ประเด็นไม่ดีจะนำไปสู่ความพ่ายแพ้สงคราม คงเป็นเรื่องที่โต้แย้งกันได้ในอีกหลายแง่มุม อย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์ควบคู่กับแนวคิดหรือหลักการทำสงครามของนักยุทธศาสตร์และนักการทหารในอดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ ซุนวู เคลาส์วิตซ์ จนถึงหลักนิยมมาตรฐานของกองทัพมหาอำนาจ จะเห็นว่าประเด็นที่ญี่ปุ่นจับเป็นบทเรียนนั้น ส่วนใหญ่ก็สอดคล้องกันและเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของสงคราม จึงอาจสามารถจัดเป็นกรอบในการประเมินศักยภาพและความเสี่ยงได้

สภาวะแวดล้อมของไทยในปัจจุบัน นักยุทธศาสตร์แทบทุกสำนักเห็นพ้องกันว่าภัยคุกคามทางทหารจาก ภายนอกไม่ชัดเจน และไทยก็ไม่มียุทธศาสตร์ที่จะใช้สงครามเป็นเครื่องมือในการแย่งชิงผลประโยชน์กับประเทศใด ๆ เพียงแต่ไทยกำลังเผชิญกับปัญหาการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีเป้าหมายเพื่อการแบ่งแยกดินแดน และมีทีท่าว่าจะยืดเยื้อต่อไป แม้หลายฝ่ายจะมองว่าอาจยุติลงได้ด้วยการเจรจาและผ่อนปรนให้เป็นเขตปกครองพิเศษทางด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ แต่จากสภาพการณ์ที่กลุ่มก่อความไม่สงบทั้งหลายยังไม่มีผู้นำที่ชัดเจน การเจรจาเงื่อนไขต่าง ๆ คงเป็นไปได้ยาก ซึ่งหากมองสถานการณ์นี้เป็นสภาวะสงคราม แล้วใช้บทเรียนจากสงคราม ญี่ปุ่น – รัสเซีย มาวิเคราะห์การดำเนินการที่ผ่านมา ก็อาจเห็นสิ่งบ่งชี้ที่สำคัญบางประการที่ควรนำไปพิจารณาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้กับกลุ่มก่อความไม่สงบดังกล่าว

  • ประเด็นแรก ความมุ่งมั่นและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนไทย ในการที่จะทำสงครามกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเหล่านี้ ดูเหมือนว่าคนไทยทุกคนอยากเห็นปัญหายุติ แต่ในทางปฏิบัติการ สนับสนุนการปราบปราม (การทำสงคราม) ยังขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน บ้างก็อยากให้ยึดแนวทางสันติ บ้างก็เห็นอกเห็นใจฝ่ายตรงข้าม เป็นต้น จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดว่าควรจะดำเนินการอะไรเพื่อให้บรรลุความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนไทยหรือไม่
  • ประเด็นต่อมา เรื่องการกำหนดเป้าประสงค์ที่ชัดเจนและสะท้อนความเป็นจริง จนถึงปัจจุบัน ภาพที่ต้องการให้เป็นในขั้นสุดท้าย ก็ยังคงคลุมเครือไม่มีใครกล้าฟันธงว่าจะต้องเอาชนะให้ราบคาบ หรือจะประนีประนอมภายใต้เงื่อนไขใด สภาพการณ์จึงเป็นว่าเราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและเป็นฝ่ายตั้งรับจากการริเริ่มของผ่ายตรงข้ามตลอดมา ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นมีการวิเคราะห์ว่า ได้กำหนดเป้าหมายสุดท้ายไว้ชัดเจนว่าต้องการเป็นรัฐอิสระปกครองตนเอง โดยเล็งเป้าหมาย ของการเป็นเขตอิสระทางวัฒนธรรมไว้ในเบื้องต้นก่อน (ข้อมูลจากการบรรยายพิเศษ ณ สรส. เมื่อ ๒๒ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๙ โดย พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ) ประเด็นนี้จึงน่าที่จะพอประเมินเปรียบเทียบกันได้ว่า ยุทธศาสตร์ที่ตามมาของฝ่ายใดจะมีแนวทางที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน
  • ประเด็นที่สาม การเลือกพันธมิตรอย่างระมัดระวัง ในสงครามทั้งปวง สิ่งที่คู่สงครามพึงตระหนัก คือพันธมิตรจะมีส่วนช่วยเพิ่มความได้เปรียบและลดจุดอ่อนในการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้ ซึ่งญี่ปุ่นแสวงประโยชน์มาแล้วจากสงครามญี่ปุ่น - รัสเซีย ในกรณีเหตุการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ภาพของพันธมิตรอาจไม่ชัด แต่แนวร่วม ทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ น่าจะเป็นเป้าหมายหลักที่ทั้งสองฝ่ายพยายามแย่งชิงมาเป็นพันธมิตรหรือแนวร่วม ความสำเร็จในเรื่องนี้นับเป็นประเด็นสำคัญของผลการต่อสู้เพื่อบรรลุเป้าหมายสุดท้ายที่ไม่ควรละเลยทีเดียว
  • ประเด็นที่สี่ การเตรียมกำลังให้พร้อมและเพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับข้าศึก ในกรณีภาคใต้ของไทย ดูเหมือนว่าเราจะตกที่นั่งเดียวกับรัสเซีย คือประมาทและไม่เชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีศักยภาพที่จะต่อกรด้วยได้ จึงไม่มี การเตรียมการอะไรเป็นพิเศษ ไม่มียุทธศาสตร์ที่จะต่อสู้เพื่อเอาชนะ การเตรียมกำลังจึงขาดทิศทาง ในทางยุทธวิธี ก็เป็นรองเพราะเป็นฝ่ายต้องคอยรับมือกับสถานการณ์ที่ฝ่ายตรงข้ามริเริ่มและสร้างปัญหา ทำให้การเตรียมกำลังและใช้กำลังของฝ่ายเราไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
  • ประเด็นที่ห้า คุณค่าของข่าวกรอง ทุกฝ่ายทราบดีว่าข่าวกรองเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการต่อสู้และเอาชนะฝ่ายตรงข้าม ที่ผ่านมาดูเหมือนจะมีความเห็นสอดคล้องตรงกันในเรื่องนี้ ว่าการข่าวของฝ่ายเราไม่มีประสิทธิภาพ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เห็นการทุ่มเทให้คุณค่าความสำคัญของการพัฒนาประสิทธิภาพงานด้านการข่าวที่เป็นรูปธรรมชัดเจน คงพอจะคาดเดาได้ว่าผลสำเร็จของการต่อสู้ในพื้นที่ ซึ่งฝ่ายตรงข้ามเป็นฝ่ายริเริ่มทั้งเป้าหมายและวิธีการ จะคาดหวังได้มากน้อยเพียงใด
  • สำหรับประเด็นที่หก การบ่อนทำลายเพื่อสร้างความระส่ำระสายให้กับฝ่ายตรงข้ามนั้น ผลที่ต้องการคือการบั่นทอนความมุ่งมั่นในการสู้รบ อันเป็นเป้าหมายของการปฏิบัติการจิตวิทยานั่นเอง ในเรื่องนี้ถ้าจะเปรียบเทียบความสำเร็จของการปฏิบัติการจิตวิทยาเพื่อสร้างความระส่ำระสาย เกิดความท้อแท้ ขาดขวัญ หมดกำลังใจที่จะสู้รบแล้ว คงตอบได้ไม่ยากว่าฝ่ายไหนทำได้ดีกว่ากัน การปฏิบัติการจิตวิทยาต่อฝ่ายตรงข้าม น่าจะเป็นสิ่งที่ต้องวิเคราะห์วางแผนดำเนินการอย่างจริงจัง มิใช่เพียงแค่ปฏิบัติการจิตวิทยาต่อฝ่ายเรากันเอง ด้วยการนำสิ่งของไปมอบให้และนำการแสดงไปให้ความบันเทิงเป็นหลักอย่างที่ทำอยู่ปัจจุบัน

 

ในส่วนของความร่วมมือระหว่างหน่วยกำลังต่างเหล่าที่ปฏิบัติการในพื้นที่ อันเป็นประเด็นที่เจ็ด ที่ญี่ปุ่นมองว่าส่งผลต่อความสำเร็จในสงครามญี่ปุ่น - รัสเซียนั้น ถือเป็นปัจจัยสำคัญในสงครามยุคใหม่ที่เน้นการปฏิบัติการร่วมเป็นหลัก ในกรณีภาคใต้ของไทยที่มีการแบ่งมอบพื้นที่ความรับผิดชอบส่วนหนึ่งให้กับหน่วยนาวิกโยธินของ กองทัพเรือ และในแต่ละพื้นที่ก็ยังมีกำลังจากหลายหน่วยงานปฏิบัติการร่วมกัน ความร่วมมือและการประสานงาน ที่แนบแน่นนับเป็นปัจจัยสำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะต้องทบทวนและประเมินการปฏิบัติที่ผ่านมาและให้คุณค่าความสำคัญ

ประเด็นสุดท้าย การรู้ว่าเมื่อไรควรยุติ แน่นอนว่าจะต้องรู้ว่าสิ่งที่ต้องการขั้นสุดท้ายคืออะไรก่อน จะได้เป็นเป้าหมายในการเดินเกมวางแผนเตรียมการยุติสงครามไว้ล่วงหน้า ต้องตัดสินใจในห้วงจังหวะอันเหมาะสมที่จะสามารถแสวงประโยชน์จากผลลัพธ์ของการปฎิบัติการทางทหารในพื้นที่ ต่อกรณีสถานการณ์ภาคใต้ของไทยคงคาดหวังได้ยากเพราะประการแรกเรายังไม่ชัดเจนว่า ผลลัพธ์สุดท้าย (End State) ที่ต้องการมีขอบเขตอย่างไร การจะเอาชนะเด็ดขาดในการต่อสู้ทางทหารคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมิใช่สงครามตามรูปแบบ หากจะยุติด้วยการเจรจาก็จำเป็นต้องสร้างสภาวะแวดล้อมให้มีเงื่อนไขที่จะได้เปรียบในการเจรจาก่อน จังหวะเวลาของการยุติสงครามจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบอีกประเด็นหนึ่ง หากยุติในจังหวะที่สถานการณ์เป็นรอง ก็เชื่อได้ว่าผลประโยชน์สำคัญยิ่งของชาติอาจต้องถูกแบ่งปันไปอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

อ่านต่อ >>>

สถานการณ์และลำดับเหตุการณ์ก่อนเกิดสงคราม
ยุทธศาสตร์และการสู้รบ
การยุทธ์ที่ปอร์ตอาเธอร์
การรบที่ช่องแคบสึชิมา
การยุติสงครามและบทเรียนในมุมมองญี่ปุ่น
วิเคราะห์บทเรียนในสภาวะแวดล้อมของไทย
บทสรุป
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย