Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

เกร็ดความรู้ จากสารานุกรมไทย

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ทรงเป็นพระราชโอรสสมเด็จพระมหาธรรมราชา และพระวิสุทธิกษัตรี ประสูติเมื่อปี พ.ศ.2098 ณ เมืองพิษณุโลก

สงครามคราวขอช้างเผือกในปี พ.ศ.2106 ซึ่งเป็นสงครามกับพม่าครั้งที่สองในแผ่นดินพระมหาจักรพรรดิ์ ไทยต้องยอมรับเป็นไมตรีกับพม่า ครั้งนั้นพระเจ้าบุเรงนองได้ขอพระนเรศวรไปอยู่ ณ กรุงหงสาวดี เพื่อทรงเลี้ยงเป็นราชบุตรบุญธรรม พระนเรศวรต้องประทับ ณ กรุงหงสาวดีเป็นเวลา 6 ปี จึงได้กลับมาเมืองไทย ภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครังแรก เมื่อปี พ.ศ.2112 พระองค์มีพระชันษาได้ 15 ปี

เมื่อตีกรุงศรีอยุธยาได้แล้ว พระเจ้าบุเรงนอง โปรดให้ทำพิธีปราบดาภิเษกพระมหาธรรมราชาขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน แทนสมเด็จพระมหินทราธิราช ครั้นสมเด็จพระนเรศวรได้ทรงประกาศอิสระภาพของไทย เมื่อปี พ.ศ.2127 สมเด็จพระมหาธรรมราชาก็ทรงครองราชย์ ต่อมาจนสวรรคตในปี  พ.ศ.2133 สมเด็จพระนเรศวร ฯ จึงได้ขึ้นครองราชย์ และได้ทรงสถาปนาสมเด็จพระเอกาทศรถเป็นพระมหาอุปราช โดยทรงยกย่องให้มีเกียรติเสมอพระเจ้าแผ่นดิน

สมเด็จพระนเรศวร ฯ ต้องเผชิญสงครามกับพม่าหลายครั้ง แต่พม่าพ่ายแพ้ไปทุกครั้งคือในปลายปี พ.ศ.2127 ไทยรบชนะพระยาพสิมที่เมืองสุพรรณบุรี

พ.ศ.2128 ไทยรบชนะพระเจ้าเชียงใหม่ที่บ้านสระเกศ แขวงเมืองวิเศษไชยชาญ
พ.ศ.2129 พระเจ้านันทบุเรงยกกองทัพเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยา แต่ต้องล่าถอยกลับไป ในครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวร ฯ ทรงดาบพระแสงดาบคาบค่าย นำทหารเข้าตีค่ายพระเจ้าหงสาวดี
พ.ศ.2133 พระมหาอุปราชาคุมทัพเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ เมื่อเดินทัพมาถึงเมืองกาญจนบุรี สมเด็จพระนเรศวร ฯ ทรงดักซุ่มตีกองทัพพม่าแตกพ่ายไป
พ.ศ.2135 พระเจ้านันทบุเรงให้พระมหาอุปราชายกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวร ฯ ได้กระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา ที่บริเวณหนองสาหร่าย แขวงเมืองสุพรรณบุรี พระองค์ได้จ้วงฟันด้วยพระแสงของ้าว ถูกพระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์

เพื่อเป็นอนุสรณ์ในชัยชนะครั้งนี้สมเด็จพระนเรศวร ฯโปรดให้สร้างพระเจดีย์องค์หนึ่ง ณ ที่นั้น ปัจจุบันเรียกว่า อนุสรณ์ดอนเจดีย์ ณ ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ก่อนที่สมเด็จพระนเรศวร ฯ จะยกทัพไปตีพม่าเป็นการตอบแทนพร้อมกับขยายอาณาเขตของไทย พระองค์โปรดให้กลับตั้งหัวเมืองเหนือขึ้นดังเดิม และปราบเสี้ยนหนามศัตรูให้ราบคาบ ทรงเห็นว่าเขมรเป็นศัตรูที่ลอบยกกองทัพมาเบียดเบียนบุกรุกหัวเมืองไทยหลายครั้ง ในขณะที่ไทยต้องทำศึกสงครามด้านอื่น ๆ พระองค์จึงยกทัพไปตีเมืองละแวกราชธานีเขมรในเวลานั้น เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองมั่นคงแล้ว สมเด็จพระนเรศวร ฯ ทรงยกทัพไปตีพม่าสองครั้งคือ

ครั้งแรกในปี พ.ศ.2138 พระองค์ทรงยกทัพไปตีกรุงหงสาวดี ตั้งล้อมอยู่สามเดือนแต่ตีไม่ได้ ต้องเลิกทัพกลับ
ครั้งที่สอง ในปี พ.ศ.2142 ในเวลานั้นพระเจ้าเชียงใหม่มังนรธาช่อ ซึ่งเป็นราชบุบตรพระเจ้าบุเรงนอง ยอมอ่อนน้อมต่อสมเด็จพระนเรศวร ฯ ฝ่ายเมืองยะไข่และเมืองตองอูตกลงกันที่จะสกัดกั้นกองทัพสมเด็จพระนเรศวร ฯ มิให้ยกไปยังกรุงหงสาวดี พระเจ้าตองอูถือโอกาสเก็บทรัพย์สมบัติกวาดต้อนผู้คน พร้อมทูลเชิญพระเจ้านันทบุเรงหนีไปเมืองตองอู ส่วนพวกยะไข่ ภายหลังที่ค้นคว้าสมบัติที่เหลืออยู่และเผาปราสาทราชวัง วัดวาอารามไฟไหม้ไปทั่วเมือง แล้วหลบหนีไปก่อนที่สมเด็จพระนเรศวร ฯ จะเสด็จยกทัพไปถึงกรุงหงสาวดีแปดวัน สมเด็จพระนเรศวร ฯ ทรงขัดเคืองจึงนำทัพติดตามไปยังเมืองตองอู ซึ่งอยู่ห่างออกไปเป็นระยะทาง 240 กม. มีภูเขาเป็นเขตคั่นมั่นคง กองทัพไทยได้ล้อมเมืองตองอู แล้วขุดเหมืองไขน้ำในคูเมืองให้ไหลออกลงสู่แม่น้ำสะโตง ซึ่งชาวเมืองเรียกว่า "เหมืองอโยธยา
" หรือ "เหมืองสยาม" แต่ก็ตีหักเอาเมืองไม่ได้ ครั้นเสบียงอาหารขาดแคลนจึงต้องเลิกทัพกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2143

ในตอนปลายแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวร ฯ ทรงคุมทัพกลับจากเมืองตองอูมาทางเมืองเมาะตะมะ ทรงตั้งพระยาทะละเป็นเจ้าเมืองนี้ให้ปกครองหัวเมืองมอญทั้งปวง ส่วนสมเด็จพระเอกาทศรถโปรดให้แบ่งกองทัพยกมาทางเมืองเชียงใหม่ เพื่อระงับเหตุวิวาทระหว่างเจ้าเมืองเชียง
ใหม่กับพระยารามเดโช ข้าหลวงไทยที่เมืองเชียงแสน ในระหว่างนั้นบรรดาเจ้าเมืองไทยใหญ่เช่น เมืองนาย เมืองแสนหวี มาสวามิภักดิ์ขึ้นอยู่แก่ไทย

ในปี พ.ศ.2146 พระเจ้าอังวะ ฟื้นตัวได้ทำพิธีราชาภิเษกทรงพระนามว่า พระเจ้าสีหสุธรรมราชา แล้วแผ่อำนาจออกไปทางแคว้นไทยใหญ่จนถึงเมืองนายและจะตีเมืองแสนหวี สมเด็จพระนเรศวร ฯ จึงยกทัพไปตีเมืองอังวะทางเมืองเชียงใหม่ และทรงให้พระเอกาทศรถยกทัพขึ้นไปทางเมืองฝาง ครั้นพระองค์ยกทัพไปถึงเมืองหางก็ทรงประชวรและเสด็จสวรรคตที่เมืองหาง เมื่อวันจันทร์ เดือนหก ขึ้นแปดค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ.2148 พระชนมายุได้ 50 พรรษา

สมเด็จพระนเรศวร ฯ ทรงแผ่พระเดชานุภาพไปในแหลมอินโดจีน สามารถปราบข้าศึกได้ทุกสารทิศ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวเท่านั้น ที่ยกกองทัพไปตีพม่า

>>> กลับหน้าหลัก สารานุกรมไทย >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com