Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

เกร็ดความรู้ จากสารานุกรมไทย

นโรดม

เป็นพระนามของกษัตริย์เขมร มีทั้งสิ้นสามองค์คือ นโรดม นโรดม สุรามริต และนโรดม สีหนุ

นโรดม

(พ.ศ.2378 - 2447) 
 เป็นพระโอรสของนักองค์ด้วง ขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ.2402 พระองค์ต้องลี้ภัยมาอยู่ประเทศไทย ในปี พ.ศ.2404 เนื่องจากนักองค์ ศรีวัตถา พระอนุชา ก่อการจลาจลและได้กลับไปครองเขมรใหม่ ปี พ.ศ.2405 โดยการช่วยเหลือของบาทหลวงชาวฝรั่งเศสในเขมร

ระหว่างนั้น เขมรยังเป็นประเทศราชของไทย แต่ฝรั่งเศสได้เข้ายึดครองอินโดจีนได้แล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ.2405 มีนโยบายที่จะยึดครองเขมร เพื่อเป็นบันไดก้าวไปสู่การยึดครองลาว และหาทางไต่เต้าไปตามลำแม่น้ำโขง เพื่อแข่งขันกับอังกฤษชิงตลาดการค้าในยูนนานของจีน ดังนั้นในปี พ.ศ.2406 ฝรั่งเศสจึงได้ใช้กำลังบังคับให้เจ้านโรดม ลงนามในสนธิสัญญามอบเขมร ให้เป็นรัฐอารักขาของฝรั่งเศส โดยที่ประเทศไทยไม่มีส่วนรู้เห็น เจ้านโรดมตกลงที่จะเดินทางมาประกอบพิธีบรมราชาภิเษก ที่ประเทศไทยตามประเพณี แต่โบราณแต่ฝรั่งเศสพยายามขัดขวาง โดยส่งทหารเข้ายึดพระราชวังที่เมืองอุดรมีชัยไว้ แล้วฉวยโอกาสสวมมงกุฎให้เจ้านโรดม ในวันที่ 3 มิถุนายน 2407 แม้ทางไทยจะประท้วงรัฐบาลฝรั่งเศส ในเรื่องนี้ก็ตาม ในที่สุดไทยจำต้องลงนามในสนธิสัญญากับฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2410 รับรองว่าเขมรเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ต่อมาในปี พ.ศ.2427 ข้าหลวงใหญ่ฝรั่งเศสประจำอินโดจีน บังคับให้เจ้านโรดมลงพระนามสนธิสัญญากับฝรั่งเศส ให้เขมรเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดจลาจลต่อต้านฝรั่งเศสในปีต่อมา การเคลื่อนไหวนี้ดำเนินไปจนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ต่อมาในปี พ.ศ.2440 ผู้แทนฝรั่งเศสในเมืองพนมเปญ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานสภาเสนาบดีเขมร เป็นการริดรอนอำนาจและอิทธิพล ของพระเจ้านโรดม และพระองค์ได้สวรรคตในปี พ.ศ.2447

นโรดม สุรามริต

เป็นพระราชบิดาของเจ้านโรดม สีหนุ ขึ้นครองเขมรแทนเจ้านโรดม สีหนุ ซึ่งเป็นโอรส เมื่อปี พ.ศ.2498 ทรงครองเขมรอยู่จนสวรรคตในปี พ.ศ.2503

นโรดม สีหนุ

หลังจากพระเจ้านโรดมองค์แรกสวรรคต ในปี พ.ศ.2447 แล้ว เจ้าชายศรีสวัสดิ์ พระอนุชาต่างมารดาของพระองค์แรกสวรรคต ทรงพระนามว่า กษัตริย์โสวาส จนถึง พ.ศ.2470 จากนั้น เจ้าชายมณีวงศ์ ซึ่งเป็นพระโอรสได้ขึ้นครองเขมรสืบต่อมา จนสวรรคตในปี พ.ศ.2484 ผู้เป็นกษัตริย์ต่อมาคือ นโรดม สีหนุ

พระเจ้านโรดม สีหนุ ทรงพระราชสมภพที่เมืองพนมเปญ เมื่อปี พ.ศ.2465 ทรงเป็นพระราชนัดดาของพระเจ้านโรดมองค์แรก พระราชบิดาคือ เจ้านโรดม สุรามริต

ในปี พ.ศ.2488  เมื่อฝ่ายอักษะเริ่มปราชัยในสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นจึงล้มอำนาจการปกครองของฝรั่งเศส ในอินโดจีนโดยสิ้นเชิง พระเจ้านโรดม สีหนุ จึงฉวยโอกาสนี้ ปลดแอกฝรั่งเศสและประกาศเขมร เป็นเอกราชระหว่างนั้น นักการเมืองเขมรแตกแยกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีพระเจ้านโรดม สีหนุ ทรงเป็นผู้ดำเนินนโบายร่วมมือกับฝรั่งเศสต่อไปก่อน อีกกลุ่มหนึ่งคือ ขบวนการเขมรอิสระมี ซันง๊อก ทันห์ เป็นผู้นำ มีนโยบายเป็นปฎิปักษ์ กับฝรั่งเศสและต่อต้านการกลับมา มีอำนาจของฝรั่งเศสในเขมร

ครั้นฝรั่งเศสกลับมามีอำนาจใหม่ในเขมรภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ฝรั่งเศสก็บังคับให้พระเจ้านโรดม สีหนุ ลงพระนามในสนธิสัญญารอมชอมกับตน ในปี พ.ศ.2489 ยอมรับว่าเขมรเป็นเพียงรัฐอิสระ ในสหภาพฝรั่งเศส พระเจ้านโรดม สีหนุ จึงถูกเขมรอิสระโจมตีว่าเป็นเครื่องมือของฝรั่งเศส และในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2489 กองทหารเขมรอิสระได้ปะทะกับทหารฝรั่งเศส ใกล้เมืองเสียมราฐ ฝรั่งเศสจึงกล่าวหาว่าไทยให้การสนับสนุน และใช้เป็นข้อบังคับไทยให้คืนเสียมราฐและพระตะบอง ให้ฝรั่งเศสไปในปลายปีนั้น พวกผู้นำเขมรอิสระจึงหนีเข้ากรุงเทพ ฯ และประกาศตั้งรัฐบาลเขมรอิสระขึ้นที่กรุงเทพ ฯ

ในปี พ.ศ.2496 พระเจ้านโรดม สีหนุ ประกาศยุบสภาแล้วเสด็จมาอยู่ประเทศไทย และทรงเรียกร้องของความเห็นใจจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อเอกราชของเขมร ในที่สุด 14 ประเทศ ที่เกี่ยวข้องเสนอให้เปิดการประชุมที่นครเจนีวา ที่ประชุมได้ลงมติให้ฝรั่งเศส มอบเอกราชโดยสมบูรณ์ให้แก่เขมร เวียดนาม และลาว พระเจ้านโรดม สีหนุ ทรงถือว่าพระองค์เป็นผู้ให้กำเนิดเอกราชแก่เขมร ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาได้เกิดวิกฤติการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ ทำให้พระองค์ต้องสละราชบัลลังก์ ในปี พ.ศ.2498 เจ้านโรดม สุรามริต ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์เขมรแทน เจ้านโรดม สีหนุ ตั้งพรรคการเมืองชนะการเลือกตั้ง และได้เป็นนายกรัฐมนตรี รับการช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา

เมื่อพระเจ้านโรดม สุรามริต สิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ.2503 เจ้านโรดม สีหนุ ได้กลับมาเป็นประมุขแห่งรัฐอีก และต่อมาในปี พ.ศ.2504 ได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วย แล้วเริ่มเรียกร้องความเป็นกลางให้นานาชาติรับรอง เขตแดนเขมรซึ่งนำไปสู่การพิจารณาตัดสัมพันธไมตรีกับประเทศไทย ถึงสองครั้งจนในที่สุดไทยต้องเสียเขาพระวิหารให้แก่เขมร ตามคำตัดสินของศาลโลก ในปี พ.ศ.2505 เจ้านโรดม สีหนุ หันไปผูกไมตรีกับจีน  และตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐ ในปี พ.ศ.2508

ต่อมาในปี พ.ศ.2513 รัฐสภาเขมรได้ปลดกพระองค์ออกจากตำแหน่ง และแต่งตั้ง นายเชงเอง ประธานรัฐสภา เป็นผู้รักษาการในตำแหน่งประมุขของรัฐ และแต่งตั้ง นายพลลอนนอล เป็นนายกรัฐมนตรี เจ้านโรดม สีหนุ ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นในประเทศจีน ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มคอมมิวนิสต์อีก 18 ประเทศ รับรองต่อจากจีน และประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลลอนนอล เขมรได้เปลี่ยนชื่อประเทศเป็น สาธารณรัฐเขมร ลอนนอลได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดี ในปี พ.ศ.2515

กองทัพเขมรแดงยึดอำนาจการปกครองเขมรได้ในปี พ.ศ.2518 เจ้านโรดมได้รับแต่งตั้งเป็นประมุขของรัฐตลอดชีพ แต่อำนาจแท้จริงคือ นายเขียว สัมพันธ หัวหน้าเขมรแดง ทำให้เจ้านโรดม สีหนุ ต้องลาออกจากตำแหน่งประมุขของรัฐ ในปี พ.ศ.2519

>>> กลับหน้าหลัก สารานุกรมไทย >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com