Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

เกร็ดความรู้ จากสารานุกรมไทย

นาลันทา

เป็นชื่อเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งในสมัยพระพุทธกาลตั้งอยู่ในแคว้นมคธ อยู่ห่างจากเมืองราชคฤห์ นครหลวงของแคว้นมครประมาณ 6 กม. บริเวณที่ตั้งเมืองในสมัยก่อนตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟนาลันทา ของทางรถไฟสายปักเตียร์ปูร - พิหาร แห่งการรถไฟสายตะวันออกของอินเดีย

ในสมัยพุทธกาลเมืองนาลันทาเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง มีผู้คนอยู่อาศัยคับคั่ง ชื่อเมืองนี้ปรากฏในพระสูตรต่าง ๆ ของพระพุทธศาสนา ในเวลาที่พระพุทธเจ้าเสด็จจาริกมาสู่แคว้นมคธ ได้เสด็จมาพักแรมที่นาลันทานี้บ่อยครั้ง ที่ปาวาริกัมพวัน คือสวนมะม่วงของปาวาริกเศรษฐี พระสูตรที่ทรงแสดงที่นาลันทามี เช่น พรหมชาลสูตร เกวัฎสูตร อุปาลิวาทสูตร

เมื่อพระพุทธองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว เมืองนาลันทาก็ได้เสื่อมโทรมลงและจางหายไปจากประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา เป็นเวลาหลายร้อยปี และเริ่มปรากฏชื่อเสียงโด่งดังอีกครั้งหนึ่งในสมัยมหาวิทยาลัยนาลันทาซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา เกิดขึ้นเป็นแหล่งกลางการศึกษาและเผยแพร่ พระพุทธศาสนาอยู่หลายศตวรรษ

ประวัติมหาวิทยาลัยนาลันทา มีปรากฏอยู่ในบันทึกของพระภิกษุจีนเหี้ยนจัง (พระถังซัมจั๋ง) พระเจ้าศกราทิตย์ (พระเจ้ากุมารคุปตะที่ 1) แห่งราชวงศ์คุปตะ ผู้ครองราชย์ระหว่างปี พ.ศ.958 - 998 ได้ทรงสร้างวัดหนึ่งในสวนมะม่วงที่เมืองนาลันทา ต่อมาวัดนี้ได้เป็นศูนย์กลางการเจริญเติบโตขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยนาลันทา กษัตริย์ราชวงศ์คุปตะต่อ ๆ มาได้ทรงสร้างวัดขึ้นอีกสี่วัด และมีกษัตริย์ไม่ปรากฏพระนามองค์หนึ่งแห่งอินเดียกลาง ได้สร้างขึ้นอีกวัดหนึ่ง แล้วสร้างกำแพงสูงขึ้นล้อมรอบวัดทั้งหมด โดยมีประตูใหญ่เข้าออกเพียงประตูเดียว รวมเรียกว่า นาลันทามหาวิหาร

ภิกษุชาวจีนองค์แรกที่เดินทางไปสืบพระศาสนาที่อินเดียองค์แรกที่เดินทางไปอินเดีย ระหว่างปี พ.ศ.943 - 954 คือท่านฟาเหียน ซึ่งเมื่อตอนที่ท่านดินทางไปมหาวิทยาลัยนาลันทายังไม่เกิดขึ้น จดหมายเหตุของท่านจึงไม่ได้กล่าวถึงมหาวิทยาลัยนี้ไว้เลย

ในปี พ.ศ.1180 ที่หลวงจีนเหี้ยนจังไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยนาลันทาและได้เขียนบันทึกไว้นั้น เป็นตอนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้กำลังรุ่งโรจน์เต็มที่ มีนักศึกษาอยู่ประมาณ 10,000 คน มีอาจารย์อยู่ 1,500 คน พระเจ้าหรรษวรรธนะทรงให้การอุปถัมภ์บำรุงอย่างเต็มที่ ตอนที่มหาวิทยาลัยจะรับนักศึกษาจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์อย่างเข้มงวด ผู้ที่เข้าศึกษาถือว่าเป็นผู้มีศักดิ์ศรีและมีเกียรติได้รับการยกย่องอย่างสูง

มหาวิทยาลัยนาลันทามีหอสมุดใหญ่อยู่สามหลัง เป็นที่เก็บรวบรวมคัมภีร์ทางศาสนาและต้นฉบับนิพนธ์ของคณาจารย์ คนสำคัญของฝ่ายมหายานไว้เป็นจำนวนมาก

สาเหตุสำคัญที่ทำให้มหาวิทยาลัยนาลันทาค่อย ๆ เสื่อมโทรมลงโดยสำคัญในรัชสมัยของราชวงศ์ปาละนั้น ได้แก่การขึ้นของนิกายตันตระ แห่งพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ในอินเดียได้นำเอาวิธีการแบบกามสุขัลลิกานุโยค หรือการหมกมุ่นมัวเมาในกาม มาเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติของภิกษุ นิกายนี้สอนวิถีทางแห่งความหลุดพ้นแบบหนามยอกเอาหนามบ่ง คือถ้าต้องการความหลุดพ้นจากกามก็ต้องเสพกามให้เบื่อแล้วจะหลุดพ้นได้เอง ภิกษุฝ่ายตันตระ หรืออีกชื่อหนึ่งว่า มนตรยาน จึงหมกมุ่นอยู่กับสุราและนารี

พระพุทธศาสนาในอินเดียถูกซ้ำเติมโดยกองทหารมุสลิมที่ยกมาทำลายฆ่าพระภิกษุนักศึกษาและอาจารย์ตายเกือบหมด แล้วจุดไฟเผาพลาญมหาวิทยาลัยหมดสิ้น

>>> กลับหน้าหลัก สารานุกรมไทย >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com