Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

เกร็ดความรู้ จากสารานุกรมไทย

พุทธวงศ์

เป็นคัมภีร์หนึ่งในขุทกนิกาย สุตตันตุปิฎกเป็นคัมภีร์ลำดับที่ 14 ในจำนวน 15 คัมภีร์ด้วยกัน ได้พรรฌาความเป็นสี่ตอน

ตอนที่หนึ่ง แสดงรัตนจงกลมกัณฑ์ว่าด้วยพระพุทธานุภาพ พระพุทธองค์ทรงเนรมิตจงกรมแก้วในอากาศ
ตอนที่สอง แสดงพุทธวงสกถาว่าด้วยประวัติของพระพุทธเจ้า 25 พระองค์
ตอนที่สาม แสดงพุทธปกิฌกัณฑ์ว่าด้วยเรื่องเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
ตอนที่สี่ แสดงธาตุภาชนียกถาว่าด้วยการแจกพระบรมสารีริกธาตุ

ตอนที่หนึ่งแสดงพุทธานุภาพ 

เริ่มต้นแต่ท้าวมหาพรหมทราบพุทธปริชิตกว่า ทรงมีความเป็นผู้ขวนขวายน้อย ที่จะไม่ทรงแสดงธรรม จึงมาเฝ้ากราบทูลอาราธนาว่า สัตว์ทั้งหลายที่มีกิเลสธุลีในจักษุน้อย เมื่อได้ฟังธรรมย่อมสามารถรู้ได้ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแก่หมู่สัตว์เหล่านั้นด้วยเถิด พระผู้มีพระภาคทรงทรงสดับแล้วได้ตรัสว่าสัตว์เหล่าใดมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ตั้งใจฟ้งด้วยดีตภาคตจะเปิดประตูนิพพานอมตธรรมแก่สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น บัดนี้ตถาคตตกลงใจว่าจะแสดงธรรมแก่สัตว์ทั้งหลายแล้ว ขณะนั้นมารผู้มีบาปได้ช่องจึงเข้ามาเฝ้าพระพุทธองค์กราบทูลว่า ความปรารถนาของพระองค์สำเร็จหมดแล้ว พระองค์เสร็จต่อพรหมจรรย์แล้ว บัดนี้เป็นสมควรแล้วที่จะเสด็จปรินิพานได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า มารผู้มีบาปตถาคตจะยังไม่ปรินิพพานก่อน ตราบเท่าที่พรหมจรรย์นี้ของเรา จักยังไม่สำเร็จประโยชน์แพร่หลายกว้างขวางชนหมู่มาก รู้ทั่วถึงธรรมเป็นปึกแผ่นแน่นหนา เป็นไปมากและตราบเท่าที่เทวดา และมนุษย์ทั้งหลายประกาศได้ดีแล้ว ในลำดับนั้นพระองค์ทรงอธิษฐานพระองค์ ในอันที่จะสั่งสอนเวไนยสัตว์ ให้บรรลุมรรคผลนิพพานสืบต่อไป จากนั้นก็ทรงเลือกหาผู้ที่สมควรจะรับธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก ทอดพระเนตรเห็นปัญจวัคคีย์ด้วยพุทธญาณ จึงได้เสด็จไปโปรดด้วยพระธรรมจักกัปปวัตนสูตร เป็นปฐมเทศนา เมื่อจบเทศนานั้นพระอัญญาโกณทัญญะได้รู้ทั่วถึงธรรมว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับไปเป็นธรรมดา" แล้วทูลขอบรรพชาอุปสมบท เป็นพระสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา จากนั้นได้ทรงแสดงธรรมโปรดท่านที่เหลือทั้งสี่ ให้พิจารณาเห็นธรรมตามเป็นจริง บรรลุมรรคผลตามสามารถ แล้วประทานเอหิภิกขุอุปสมบทแก่ทั้งสี่ท่าน แล้วทรงแสดงอนัตตลักขณธรรม เมื่อเทศนาจบท่านทั้งห้าบรรลุเป็นพระอรหันต์ จากนั้นพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม โปรดพระยศกับสหายอีก 54 องค์ รวมเป็น 55 องค์ ได้พระอรหันต์หกสิบองค์ แล้วตรัสส่งให้พระสาวกเหล่านั้น ไปแสดงธรรมสั่งสอนประชาชนในทิศต่าง ๆ ด้วยพระดำรัสว่า พวกเธอตัดบ่วงที่ผูกพันตนเองได้แล้ว จงเที่ยวไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุขแก่คนหมู่มาก จงไปทางละคนอย่าไปทางเดียวกัน สองคน ส่วนเราตถาคตก็จะไปยังตำบลอุรุเวลา แคว้นมคธ เพื่อโปรดชฏิลสามพี่น้อง เมื่อพระผู้มีพระภาคโปรดชฏิลสามพี่น้อง พร้อมบริวารหนึ่งพัน ให้บรรลุมรรคผลแล้วประทานเอหิภิกขุอุปสมบท จากนั้นเสด็จเข้ากรุงราชคฤห์ เพื่อทรงเปลืองปฏิญญาที่ถวายไว้แก่พระเจ้าพิมพิสาร ทรงแสดงธรรมโปรดพระเจ้าพิมพิสาร พร้อมไพร่ฟ้าประชาชนเป็นจำนวนมาก ให้บรรลุมรรคผลเป็นพระอริยบุคคล พระเจ้าพิมพิสารทรงถวายสวนหลวงเวฬุวัน เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์สาวก

พระผู้มีพระภาคทรงมีพระพุทธวิตกว่า พวกพรหมพร้อมเทวดา มาร คผธรรมห์ นาค ครุฑ ไม่รู้จักว่าพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร พุทธานุภาพเป็นอย่างไร พระกำลังเป็นอย่างไร พระพุทธเจ้ามีประโยชน์แก่โลกอย่างไร จึงแสดงพุทจานุภาพให้ปรากฎชัด ทรงเนรมิตรัตนจงกรมในนภากาศแล้วเสด็จจงกลมอยู่ ทรงบันดาลให้โลกนี้ เทวโลกและพรหมโลกสว่างไสวเป็นอันเดียวกัน อันนั้นเป็นความมหัศจรรย์ บรรดาเทวดาทุกชั้น และเทวดาที่นับเนื่องในหมู่พรหมต่างก็แสดงความยินดี ทวยเทพในหมื่นโลกธาตุมาประชุมกัน ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วกระทำพุทธบูชา

ตอนที่สองว่าด้วยพระพุทธเจ้า 25 พระองค์ 

ได้แก่ พระทีปังกรพุทธเจ้า พระโกญทัญญพุทธเจ้า พระมงคลพุทธเจ้า พระสมุนพุทธเจ้า พระเรวตพุทธเจ้า พระโสภิตพุทธเจ้า พระอโนมาทัสสีพุทธเจ้า พระปทุมพุทธเจ้าพระนารทพุทธเจ้า พระปทุมุตรพุทธเจ้า พระสุเมธพุทธเจ้า พระสุชาตพุทธเจ้า พระปิยทัสสีพุทธเจ้า พระอัตถทัสสีพุทธเจ้า พระธรรมทัสสีพุทธเจ้า พระสิทธัตถพุทธเจ้า พระติสสพุทธเจ้า พระปุสสพุทธเจ้า พระวิปัสสัพุทธเจ้า พระสิขีพุทธเจ้า พระเวสสภูพุทธเจ้า พระกกุสันธพุทธเจ้า พระโกนาคมนพุทธเจ้า พระกัสสปพุทธเจ้า พระโคตมพุทธเจ้า

พระโคตมพุทธเจ้า  เสด็จอุบัติ ณ สวนลุมพินี พรมแดนเมืองกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกชนบทกับเมืองเทวทหะแคว้นเดียวกัน พระเจ้าสุทโธทนราชาเป็นพระชนก พระนางเจ้ามหามายาราชเทวีเป็นพระชนนีเสด็จอยู่ครองฆราวาส 29 ปี พระนางเจ้ายโสธราเทวีเป็นพระชายา มีพระโอรสพระองค์หนึ่งพระนามว่าราหุลกุมาร ทรงเห็นนิมิตสี่ประการ เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ด้วยอัสวราชยานพระที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญเพียรประพฤติทุกกรกิริยาอยู่หกปี ได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมนาสัมโพธิญาณ ณ ภายใต้ควงไม้อัสสัตถพฤกษ์โพใบ เป็นไม้โพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลเสนานิคม กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ เมื่อท้าวสหัมบดีพรหมกราบทูลอาราธนาเสด็จจากพุทธคยา ไปยังกรุงพาราณสี ทรงประกาศพระอนุตรธรรมจักรอันบวร โปรดคณะพระปัญจวัคคัย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน กรุงพาราณสี แคว้นกาสี ทรงพักจำพรรษา ณ ที่นั้น ทรงแสดงธรรมโปรดพระยศกับพวกอีก รวม 55 คน หมดฝนแล้วได้พระสาวก 60 องค์ ทรงส่งไปประกาศพระศาสนา ณ ทิศต่าง ๆ ส่วนพระองค์เองเสด็จกลับไปยังตำบลอุรุเวลา เพื่อโปรดชฎิลสามพี่น้องกับบริวารหนึ่งพันองค์ประทานเอหิภิกขุอุปสมบทแล้ว ทรงพาเข้ากรุงราชคฤห ทรงเปลื้องปฏิญญาที่ถวายไว้แก่พระเจ้าพิมพิสาร ทรงพาภิกษุสงฆ์เข้าพัก ณ วัดเวฬุวัน มีพระสารีบุตรเถระกับพระมหาโมคคัลลานเกระ เป็นคู่พระอัครสาวก พระอานนท์เถระเป็นพระพุทธอุปฐาก พระเขมาเถรีกับพระอุบลวรรณาเถรีเป็นคู่พระอัครเถรี จิตตคฤหบดีกับหัตถกอุบาสกชาวเมืองอาฬวีเป็นคู่อัครอุปัฏฐาก นางนันทมาตาอุบาสิกากับนางอุตราอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา ในพระศาสนานี้มีมหาสาวกสันนิบาตครั้งเดียว มีพระสงฆ์มาประชุมกัน 1,250 องค์ พระพุทธองค์ทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ ทรงแสดงหลักทางพระพุทธศาสนา ซึ่งมีหลักสำคัญสามประการ ห้ามทำความชั่วทั้งปวง ให้ทำความดีให้บริบูรณ์ ให้ทำจิตให้สะอาดหมดจด พระองค์ทรงดำรงค์พระชนม์อยู่ประมาณ 100 ปี (ในมหาปรินิพพานสูตร มหาวรรคทีฆนิกายและพระสูตรอื่นว่า 80 ปี) ทรงแสดงธรรม ทรงบัญญัติพระวินัยไว้พระศาสนาแก่บริษัททั้งสี่ (ภิกษุ ภิกษุนี อุบาสก อุบาสิกา - เพิ่มเติม) เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ ระหว่างต้นรังทั้งคู่ในสาลวโนทยาน สวนหลวงกรุงกุสินารา แคว้นมัลละ พระบรมธาตุของพระองค์แผ่ไปในทิศต่าง ๆ

ตอนที่สาม แสดงพุทธปกิณกกัณฑ์ 

ว่าด้วยเรื่องเบ็ดเตล็ดเกี่ยวกับพระพุทธเจ้าข้อความสำคัญก็คือ แสดงว่ากัปไหนมีพระพุทธเจ้าที่กล่าวพระนามมาแล้ว เสด็จอุบัติในกัปไหน

ตอนที่สี่แสดงธาตุภาชนียกถา 

ว่าด้วยการแบ่งพระบรมสารีริกาธาตุไปในประเทศต่าง ๆ พระบรมสารีริกาธาตุทะนานหนึ่ง พระเจ้าอชาติศัตรู ทรงนำไปใช้ที่นครราชคฤห์ ทะนานหนึ่งอยู่ในเมืองเวสาลี ทะนานหนึ่งอยู่ในนครกบิลพัสดุ์ ทะนานหนึ่งอยู่ในอัลลกัปปนคร ทะนานหนึ่งอยู่ในรามคามนคร ทะนานหนึ่งอยู่ในเวฏฐาทีปกนคร ทะนานหนึ่งอยู่ในเมืองปาวาของมัลลกษัตริย์ ทะนานหนึ่งอยู่ในเมืองกุสินารา

โทณพราหมณ์ให้สร้างสถูปบรรจุทะนานทอง โมฬิยกษัตริย์ให้สร้างสถูปบรรจุพระพุทธสรีรางคาร พระสถูปบรรจุพระบรมธาตุแปดแห่งเป็นเก้าแห่ง ทั้งตุมพเจดีย์ รวมพระอังคารด้วยเป็นสิบแห่ง

>>> กลับหน้าหลัก สารานุกรมไทย >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com