Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

เกร็ดความรู้ จากสารานุกรมไทย

มฤคทายวัน

เป็นชื่อสังเวชนียสถานแห่งหนึ่งทางพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา อยู่ชานเมืองพาราณสี รัฐอุตรประเทศ อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 10 กม. ในวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาสายบาลีเรียกชื่อเต็มว่า อิสิปตนมิคทายวัน ปัจจุบันเรียกกันว่า สารนาถ

 เมื่อพระสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้เสด็จพุทธดำเนินจากโพธิมณฑล จนถึงมฤคทายวันเป็นระยะ 18 โยชน์ (โยชน์ละ 400 เส้น เท่ากับ 288 กม.) ทรงแสดงพระธรรมเทศนาชื่อธัมมจักกัปวัตนสูตร โปรดเบญจวัคคีย์ เป็นครั้งแรกเป็นการพระพุทธศาสนา ณ ที่นี้เป็นครั้งแรก และเป็นที่มาแห่งวันอาสาฬหบูชา

เมื่อทรงแสดงพระธรรมจักรจบลง พราหมณ์โกณทัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม แล้วทูลขออุปสมบท และพระพุทธเจ้าทรงอุปสมบทให้พระโกณทัญญะ จึงเป็นพระภิกษุสงฆ์รูปแรกในพระพุทธศาสนา ส่วนเบญจวัคคีย์ที่เหลือ เมื่อพระพุทธเจ้าทรงอบรมสั่งสอนในวันต่อมา ก็ได้วงตาเห็นธรรมวันละรูป แล้วทูลขออุปสมบทเป็น พระภิกษุตามลำดับจนครบทั้งห้ารูป จากนั้นพระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาชื่อ อนัตตลักขณสูตร โปรดพระภิกษุเบญจวัคคีย์พร้อมกัน เมื่อจบพระธรรมเทศนา พระภิกษุเบญจวัคคีย์ ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์พร้อมกันทั้งห้ารูป

ในระหว่างที่พระพุทธเจ้า กับพระอรหันตสาวกห้ารูปพักจำพรรษาอยู่ ณ มฤคทายวัน มีบุตรเศรษฐีาชาวเมืองพาราณสีคนหนึ่งชื่อยศ เกิดเบื่อหน่ายชีวิตฆราวาสมาพบพระพุทธเจ้าในคืนวันหนึ่ง เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาชื่อ อนุปุพพิกถาห้า (ว่าด้วยเรื่อง ทาน ศีล สวรรค์ โทษของกาม และอานิสงส์ของการออกบวชจากกามตามลำดับ) ก็ได้ดวงตาเห็นธรรมสำเร็จเป็นพระโสดาบัน แล้วทูลขออุปสมบท พระพุทธเจ้าทรงอุปสมบทให้วันรุ่งขึ้นบิดามารดา และภริยาของพระยศออกตามหาพระยศมาพบพระพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาชื่ออนุปุพพิกกถา ทั้งสามท่านได้ดวงตาเห็นธรรม ทูลขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง นับเป็นอุบาสกอุบาสิกาผู้นับถือพระรัตนตรัยเป็นคณะแรก พระยศได้ฟังพระธรรมเทศนาอยู่ด้วยแล้วได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ต่อมามีสหายของพระยศจำนวน 54 คน มาหาพระยศเมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจ้า ก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุทั้งหมด รวมมีพระอรหันต์ในครั้งนั้นในพรรษาแรกถึงหกสิบรูป

ครั้นหมดฤดูฝน (ออกพรรษาแล้ว) ทรงเรียกประชุมสงฆ์ มีพระดำรัสให้พระอรหันตสาวกเหล่านั้นออกไป ประกาศพระศาสนามีใจความว่า บัดนี้พวกเธอหลุดพ้นจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ และของมนุษย์แล้ว จงเที่ยวจารึกไป เพื่อประโยชน์สุขแก่คนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุขของเทวดา และมนุษย์เถิด จงแยกย้ายไปทางละรูปด้วยมีคนจำนวนมากที่มีกิเลสน้อย ถ้าไม่ได้ฟังธรรม จะสูญเสียผลอันตนพึงจะได้ จงไปแสดงธรรมอันงาม ประกาศพรหมจรรย์ พร้อมอรรถรสให้ครบบริบูรณ์แก่พวกเขาเถิด ส่วนเราตถาคตจะไปประเทศธรรมที่ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม

ในระหว่างทาง ทรงพบกับพวกภัททิยกุมารจำนวนสามสิบคน ทรงแสดงธรรมโปรดจนสำเร็จ เป็นพระอริยบุคคลตั้งแต่พระโสดาบันถึงพระอนาคามี และทรงให้อุปสมบททั้งหมด แล้วโปรดให้จารึกไปเผยแพร่พระศาสนาเป็นคณะที่สอง

หลังพุทธปรินิพพานได้ราว 274 ปี พระเจ้าอโศก ฯได้เสด็จขึ้นครองราชย์ในอาณาจักรมคธ ทรงศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า จึงทรงทำนุบำรุงพระพุทธศานาเป็นการใหญ่ เสด็จไปนมัสการสังเวชนียสถานและพุทธสถานทุก ๆ ตำบล แล้วโปรดให้สร้างพระเจดีย์ พระวิหาร และเสาศิลาจารึกขึ้น ณ ตำบลนั้น ๆ ถึง 84,000 ตำบล

ที่มฤคทายวัน พระเจ้าอโศก ฯ โปรดให้สร้างถาวรวัตถุเป็นอนุสรณ์ไว้หลายอย่างได้แก่

1. พระสถูปสององค์ คือ ธัมมราชิกสถปู อยู่ทางทิศตะวันตกของธัมมเมกขสถูป โปรดให้สร้างขึ้น ณ ที่ประทับของพระพุทธเจ้าเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ต่อมาได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์รวมหกครั้ง แต่ถูกพวกมุสลิมมีกุตม์ - อุด - ดิน เป็นหัวหน้า ทำลายคร้งใหญ่ เมื่อราวปี พ.ศ.1738 (มคฤทายวันร้างครั้งนี้) และเมื่อปี พ.ศ.2337 ราชาผู้ครองเมืองพาราณสีชื่อ ชคัต สิงห์ สั่งให้ฝังซากธัมมราชิกสถูป และกุฏิวิหารอื่น ๆ เพื่อเอาอิฐหินและดินไปทำสะพานข้ามแม่น้ำคงคา ปรากฎว่าได้พบพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุอยู่ในผอบหินอ่อนสีมรกต ซึ่งอยู่ภายในแท่งหินทรงกลมอีกชั้นหนึ่ง ชคัต สิงห์ สั่งให้คนนำเอาพระบรมสารีริกธาตุไปทิ้งในแม่น้ำคงคา

ส่วนธัมเมกขสถูปนั้น พระเจ้าอโศก ฯ โปรดให้สร้างขึ้น ณ  จุดที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมจักร โปรดเบญจวัคคีย์ พระสถูปนี้มีผู้บูรณปฏิสังขรณ์ต่อเติมหลายครั้ง

2. เสาอโศก คือ เสาศิลาจารึกที่พระเจ้าอโศก ฯ โปรดให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ว่า ณ มฤคทายวันนี้ พระพุทธเจ้าทรงตั้งสังฆมณฑลขึ้นเป็นครั้งแรก แล้วทรงหมุนวงล้อแห่งพุทธธรรมให้เคลื่อนออกไปจากที่นี้ ดังจะเห็นได้จากรูปลักษณะของเสาอโศกนี้คือ เดิมเสานี้สูงประมาณ 15 เมตร ที่หัวเสาสลักเป็นรูปสิงห์สี่ตัว ยืนหันหลังเข้าหากัน ที่ฐานสลักเป็นรูปวงล้อธรรมจักรสี่วงอยู่ตรงเท้า ของสิงห์แต่ละตัว เหนือหัวสิงห์ทั้งสัตว์มีวงล้อธรรมจักรปักอยู่หนึ่งวง จารึกพระคาถา 32 บท มี "เย ธมฺมา เหตุปภวา" เป็นต้น

ในสมัยราชวงศ์ศุงคะ (ราวพุทธศตวรรษที่ 4 - 5)  ซึ่งปกครองอาณาจักรมคธสืบต่อมา จากราชวงศ์โมริยะของพระเจ้าอโศก ฯ พระเจ้าบุษยมิตรผู้สถานปนาราชวงศ์นี้ นับถือศาสนาพราหมณ์ฮินดูเคร่งครัด และสั่งให้ทำลายพระพุทธศาสนาทุกรูปแบบ (ดูบุศยมิตร - ลำดับที่ 3177 ประกอบ) มฤคทายวันไม่ได้รับการเอาใจใส่แต่อย่างใด

ในสมัยราชวงศ์กุษาณะของพวกอ้ายสี ที่ยกมาจากเอเชียกลางมีอำนาจปกครองอินเดียตอนเหนือ โดยเฉพาะในรัชสมัยเพระเจ้ากนิษกะที่สอง ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ทำให้พระพุทธศาสนากลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง สมัยนั้นมฤคทายวันก็กลายเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่ง

ในสมัยราชวงศ์คุปตะ (ราวพุทธศตวรรษที่ 9 - 11) นับเป็นยุคทองของมฤคทายวัน แต่เมื่อสิ้นราชวงศ์นี้ก็เริ่มเสื่อมลง ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.1149 พระเจ้าหรรษวรรธนะกษัตริย์ราชวงศ์ธเนศวรองค์ที่หก ได้แผ่อาณาเขตมาครองอาณาจักรมคธทั้งหมด พระองค์ได้ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างพระเจ้าอโศก ฯ มฤคทายวันก็ได้รับการพัฒนายิ่งขึ้น จนกลายเป็นศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่ง มีพระภิกษุสงฆ์ถึง 1,500 รูป พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้สังกัดนิกายสัมมีติยะแห่งเถรวาท

หลังจากพระเจ้าหรรษวรรธนะสวรรคตแล้ว กษัตริย์วรรณศูทรทางตะวันออกคือ รัฐพิหาร และเบงกอลในปัจจุบัน ได้สถาปนาราชวงศ์ปาละขึ้น และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญอีกหลังจากซบเซาอยู่พักหนึ่ง

ต่อมาพระเจ้าโควินทจันระแห่งราชวงศ์คาหัฑวาล (พ.ศ.1157 - 1197) ครองราชย์ที่นครกโนช ปกครองเขตอโยธยา และพาราณสีมีพระมเหสีพระนามกุมารเทวี ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก หลังจากรัชกาลนี้แล้ว มฤคทายวันก็เสื่อมลงจนร้าง ด้วยอิทธิพลของฮินดูในระยะแรก และของมุสลิมในระยะต่อมา รวมเวลาที่ถูกทิ้งร้างประมาณ 700 ปี

จนถึงสมัยการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในอินเดีย มีอนาคาริกธรรมบาลชาวศรีลังกาเป็นผู้นำ เมื่อปี พ.ศ.1434 มฤคทายวันก็ได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่

>>> กลับหน้าหลัก สารานุกรมไทย >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com