Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

เกร็ดความรู้ จากสารานุกรมไทย

โรมันคาทอลิก

คำนี้เป็นคำคุณศัพท์ใช้ขยายบุคคล หรือองค์การศาสนาคริสต์ มีความหมายตามภาษากรีกทั่วไป สากล

ศาสนาคริสต์ ในปัจจุบันแบ่งออกเป็นสามนิกายใหญ่คือ โรมันคาทอลิก โปรเตสแตนส์ และออร์โทดอกซ์  ชาวโรมันคาทอลิกทั่วโลก รวมตัวกันเป็นองค์การเดียวเรียกว่า คริสต์จักรคาทอลิก มีสันตะปาปาเป็นประมุขสูงสุด มีคาร์ดินัลร้อยกว่าท่านเป็นที่ปรึกษา แบ่งอำนาจการปกครองท้องถิ่นลดหลั่นลงเป็น อาร์ชบิชอป และอธิการโบสถ์ ในปัจจุบัน คริสต์จักร คาทอลิก มีสมาชิกประมาณ 1,000 ล้านคน มีมากในแถบอเมริกาใต้ ยุโรปตอนใต้ แอฟริกากลาง ประเทศฟิลิปปินส์ นอกนั้น กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในทุกประเทศ

คำว่า คาทอลิก เริ่มมีผู้ใช้มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่สอง เมื่อมีสมาชิกบางคนแยกตัวออกจากคริสต์จักร และเรียกตัวเองว่า ชาวคริสต์ ฝ่ายองค์การจึงต้องกล่าวเตือนสมาชิกที่ยังเหลืออยู่ว่า พวกที่แยกออกไปนั้น เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม ส่วนองค์กรเดิมมีลักษณะสากล

เมื่อนิกายออร์ไทดอกซ์ และนิกายโปรเตสแตนท์ ประกาศตัวเป็นอิสระ มีหลายกลุ่มยังอ้างว่า กลุ่มของตนก็มีลักษณะคาทอลิก (สากล) ด้วย และเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจสับสน ทุกฝ่ายจึงพร้อมใจกันเรียกนิกาย ที่มีสันตะปาปาเป็นประมุขว่า โรมันคาทอลิก ด้วยเหตุผลที่ว่า สันตะปาปา จะต้องมีตำแหน่งเป็น บิชอร์ป แห่งกรุงโรม เสมอ

ในประเทศไทย มีชาวโรมันคาทอลิกอยู่ประมาณ 250,000 คน ปกครองโดย อาร์คบิชอป สองท่าน และบิชอป แปดท่าน อาร์ชบิชอป ของกรุงเทพ ฯ มีตำแหน่งเป็น คาร์ดินัล คือ ที่ปรึกษาของสันตะปาปา ด้วย

คำสอนที่ทำให้ชาวโรมันคาทอลิก ต่างกับคริสต์ชนนิกายอื่น ๆ ก็คือ ข้อเชื่อที่ว่า สันตะปาปา เป็นผู้สืบตำแหน่งจากเซนต์ปีเตอร์ (นักบุญเปโตร)  มาตามลำดับ ในฐานะประมุขของคริสต์ชนทั้งมวล ดังนั้น การเป็นศิษย์ของพระเยซู เรียกร้องให้ยอมรับการเป็นผู้นำของสันตะปาปาโดยอัตโนมัติ เซนต์ปีเตอร์ซึ่งชาวคาทอลิก เชื่อว่าได้รับตำแหน่งประมุขของคริสต์ศาสนาจากพระเยซูโดยตรง ยังไม่มีชื่อตำแหน่งว่า สันตะปาปา ทั้งยังไม่ได้ตั้งสำนักงานที่เรียกว่า สำนักของสันตะปาปา ที่เป็นรูปธรรม เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์แล้ว ก็เริ่มปฎิบัติหน้าที่ ณ กรุงเยรูซาเล็ม เป็นแห่งแรก ต่อมาเห็นว่าไม่ปลอดภัยอีก ก็ย้ายไปปฎิบัติหน้าที่ ณ กรุงโรม ในที่สุดก็ถูกประหารชีวติ ในรัชสมัยของจักรพรรดิ์นีโร โดยวิธีถูกตรึงไม้กางเขนกลับหัวคือ ให้ศีรษะทิ่มลง และเท้าชี้ขึ้น เหตุเกิดขึ้นบนเนินวาติกัน ซึ่งภายหลังจักรพรรดิ์คอนสแตนติน ยกให้เป็นศาสนสมบัติ ส่วนที่เป็นหลุมฝังศพของท่านคือเชิงเนินวาติกัน กลายเป็นที่ตั้งของโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ในปัจจุบัน

ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาต้องห้ามในอาณาจักรโรมัน ตั้งแต่ปี พ.ศ.607 ในรัชสมัยของจักรพรรดิ์นีโร จนถึงจักรพรรดิ์คอนสแตนติน ได้มีราชโองการให้ยกเลิกในปี พ.ศ.856 ระหว่างเวลาดังกล่าว ผู้สืบตำแหน่งเซนต์ปีเตอร์ในกรุงโรมส่วนมากถูกประหารชีวิต ตามราชโองการของจักรพรรดิ์นีโร ในปี พ.ศ.867 เมื่อจักรพรรดิ์คอนสแตนติน ย้ายราชสำนักไปอยู่ที่ไบแซนไทน์ ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นคอนสแตนติโนเปิล ก็ได้มอบให้บิชอปแห่งโรม มีอำนาจดูแลบริเวณภาคกลางของอิตาลี ต่างพระเนตรพระกรรณ บริเวณนี้จึงได้ชื่อว่ารัฐของสันตะปาปา ตั้งแต่นั้น

ต่อมาเกิดมีกระแสอธิบายคำสั่งสอนของพระเยซูแตกต่างกันมากขึ้น จักรพรรดิ์คอนสแตนตินจึงอุปถัมภ์จัดสังคายนาขึ้น ณ กรุงคอนสแตนติโนเปิล บิชอปจากที่ต่าง ๆ ได้มาชุมนุมกันและตกลงการตีความคัมภีร์ในหลักใหญ่กันได้ จักรพรรดิ์คอนสแตนตินจึงให้ประกาศเป็นคำสอนสากล (คาทอลิก)  ของศาสนาคริสต์

ต่อมาเมื่อพวกตาดมองโกลรุกราน จักรพรรพิ์โรมันสิ้นอำนาจทางตะวันตกอย่างสิ้นเชิง คริสต์จักรโดยการนำของบิชอปแห่งโรม สันตะปาปาลีโอ สามารถเกลี้ยกล่อมไม่ให้อัตติลาเข้าปล้นกรุงโรมได้สำเร็จในปี พ.ศ.995 ส่วนในที่อื่น ๆ คณะบาทหลวงก็ได้เป็นผู้ชักกชวนให้ประชาชน รวมตัวกันสร้างป้อมปราการ ป้องกันตัวเองอย่างได้ผลเป็นส่วนมาก จนในที่สุดพวกตาดมองโกลเองกลับหันเข้าสวามิภักดิ์ และรับนับถือศาสนาคริสต์เช่น จักรพรรดิ์ชาร์เลอมาญ ในปี พ.ศ.1343 ทำให้อำนาจของบิชอปแห่งโรมแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นตามลำดับ ได้ตั้งสำนักของสันตะปาปามีอำนาจสูงสุดในยุโรป ในสมัยสันตะปาปาเกรกอรีที่เจ็ด ซึ่งทรงกำหนดให้บิชอปแห่งโรม มีตำแหน่งเป็นสันตะปาปาผู้เดียวในคริสต์จักรคาทอลิก ส่วนคริสต์จักรออร์โทดอกซ์บางกลุ่ม ยังคงมีตำแหน่งประมุขของตนเองเรียกว่า ปาตริอาร์ช มาจนทุกวันนี้

หลังสมัยสันตะปาปาเกรกอรีที่เจ็ด อำนาจทางการเมืองของสันตะปาปาเสื่อมลงตามลำดับ จนนถึงปี พ.ศ.2413 คาวัวร์ได้ยกทัพอิตาลีเข้ายึดกรุงโรม ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิตาลี กำหนดเขตให้สันตะปาปาอยู่ในเขตวาติกัน ขึ้นตรงต่อรัฐบาลอิตาลี ต่อมามุสโสลินีต้องการเอาใจพวกคาทอลิกทั่วโลก จึงตั้งกติกาสัญญาในปี พ.ศ.2472 รับรู้อธิปไตยของรัฐวาติกัน ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1,000 เอเคอร์ รวมทั้งมหาวิหารทั้งสี่แห่ง

สันตะปาปายังคงรักษาอำนาจทางศาสนาด้วยการเรียกประชุมสังคยานาเป็นระยะ ๆ เน้นหนักว่าเอกภาพจะมีได้ต้องมีประมุขเดียวกันคือ สันตะปาปา

>>> กลับหน้าหลัก สารานุกรมไทย >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com