Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

เกร็ดความรู้ จากสารานุกรมไทย

สเปน 

ประเทศในทวีปยุโรป เรียกชื่อเป็นทางการว่า ราชอาณาจักรสเปน ส่วนชื่อที่ชาวสเปนเรียกประเทศตนเองคือ เอสปาญา ประเทศสเปนตั้งอยู่ในคาบสมุทรไอบีเรีย อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ครอบคลุมพื้นที่ประมาณห้าในหกของคาบสมุทร โดยอีกหนึ่งในหกเป็นดินแดนของประเทศโปร์ตุเกส มีพื้นที่ 504,742 ตร.กม. นับว่าเป็นประเทศใหญ่เป็นอันดับสาม ของทวีปยุโรป รองจากรัสเซียและฝรั่งเศส และมีขนาดไล่เลี่ยกับประเทศไทย อยู่ติดทะเลสองด้านคือ ด้านตะวันออก และด้านใต้ เป็นทะเลเมดิเตอเรเนียน ส่วนด้านตะวันตก และด้านเหนือเป็นมหาสมุทรแอตแลนติก มีเขตแดนทางบกติดต่อกับสองประเทศคือ ประเทศฝรั่งเศส ทางด้านเหนือ และประเทศโปร์ตุเกส ทางด้านตะวันตก

ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูง มีที่ราบเฉพาะบริเวณชายฝั่งทะเล และตอนปลายของแม่น้ำสายใหญ่ ๆ ที่ราบสูงมีความสูงเฉลี่ย 600 เมตร จากระดับน้ำทะล ครอบคลุมประมาณสามในสี่ของพื้นที่ประเทศ ทำให้สเปนได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่มีความสูงเฉลี่ยของพื้นที่ มากเป็นอันดับสองของยุโรป รองจากสวิตเซอร์แลนด์ จุดสูงสุดอยู่ที่ยอดเขามูลาเซน ในเทือกเขาเซียราเนวาดา สูง 3,477 เมตร

เมืองสำคัญได้แก่ กรุงมาดริด เป็นเมืองหลวง และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ ตั้งอยู่ใจกลางคาบสมุทร ได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวง เมื่อปี พ.ศ.2104 เมืองบาร์เซโลนา เป็นเมืองใหญ่อันดับสอง ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นเมืองท่า และศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญ เมืองอื่น ๆ ส่วนใหญ่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยโบราณ ในฐานะเป็นเมืองหลวง หรือเมืองศูนย์กลางของอาณาจักรต่าง ๆ บริเวณตัวเมืองเก่ามักมีกำแพงเมือง และป้อมปราการที่แข็งแรง อันเป็นลักษณะของเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยที่ อาณาจักรต่าง ๆ แข่งขันอำนาจกัน

ประเทศสเปน มีความหลากหลายทั้งในด้านเชื้อชาติ และประชากรและวัฒนธรรม สืบเนื่องมาจากการผสมผสานของชนชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในคาบสมุทรไอบีเรีย ในระยะแรกชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ทางตอนในของคาบสมุทรเป็นชนชาติเคลต์ ซึ่งอพยพเข้ามาจากทางทิศเหนือ ส่วนบริเวณชายฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียน เป็นที่อยู่อาศัยของชาวฟินิเชียน ชาวกรีก ซึ่งเดินเรือมาค้าขาย และสร้างที่มั่นขึ้นระหว่าง 300 - 100 ปี ก่อนพระพุทธศักราช และชาวคาร์เทจ ซึ่งติดตามเข้ามาในพระพุทธศตวรรษที่สอง อันเป็นระยะเวลาที่ชาวโรมัน เริ่มแผ่อำนาจเข้ามาทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของคาบสมุทร ต่อมาชาวโรมันได้ค่อย ๆ ขยายอำนาจออกไปจนได้ครอบครองคาบสมุทรไอบีเรีย เมื่อปี พ.ศ.524 ทำให้สเปนกลายเป็นแคว้นหนึ่ง ของจักรวรรดิ์โรมันเป็นเวลา 200 ปี

ในพระพุทธศตวรรษที่สิบ ภายหลังการล่มสลายของจักรวรรดิ์โรมันแล้ว พวกอนารยชนเผ่าวิซิกอท เริ่มบุกรุกเข้ามาทางภาคเหนือของสเปน และค่อย ๆ ขยายอำนาจปกครองออกไปตามลำดับ โดยมีเมืองโตเลโด เป็นศูนย์กลางอำนาจ ทำให้อารยธรรมอันเป็นรากฐานของชนชาติเยอรมัน เข้ามาผสมผสานกับอารยธรรมของชนชาติเคลต์ และโรมัน ที่มีอยู่เดิม มีการเลือกตั้งกษัตริย์ให้ดำรงตำแหน่งผู้ปกครองของอาณาจักรต่าง ๆ

ในกลางพระพุทธศตวรรษที่สิบสาม พวกมัวร์ ซึ่งเป็นชาวมุสลิม ในทวีปแอฟริกาตอนเหนือได้เริ่มแผ่ขยายอำนาจ เข้ามาทางตอนใต้ของสเปน โดยข้ามช่องแคบยิบรอลตาร์ ซึ่งมีความกว้างเพียง 13 กม. ในส่วนที่แคบสุด จนในที่สุดได้ครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของคาบสมุทร ยกเว้น บางส่วนทางตอนเหนือระหว่างพระพุทธศตวรรษที่ 13 - 17 โดยมีเมืองกอร์โดท เป็นศูนย์กลางอำนาจของชาวมุสลิม ทำให้อารยธรรมอาหรับเข้ามาผสมผสานอยู่ในอารยธรรมของสเปน หลายอย่างโดยเฉพาะด้านสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมแขนงต่าง ๆ

ในตอนต้นพระพุทธศตวรรษที่สิบแปด อาณาจักรของชาวคริสต์ได้เริ่มตอบโต้อำนาจของอาณาจักรชาวมุสลิม ทำให้อิทธิพลของชาวมุสลิมค่อย ๆ ถอยร่นลงไปทางใต้ของคาบสมุทรทีละน้อย ที่มั่นสุดท้ายของชาวมุสลิมที่อาณาจักรกรานาดา ถูกทำลายลงในปี พ.ศ.2035 นับเป็นการสิ้นสุดอำนาจการปกครอง ของชาวมุสลิมในสเปน ที่ยาวแปดศตวรรษ และเริ่มต้นอำนาจทางการเมืองของสเปน ในยุคที่มีกษัตริย์ชาวคริสต์ปกครองประเทศอย่างเป็นปึกแผ่นมั่นคง

อาณาจักรที่เป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับพวกมัวร์คือ อาณาจักรคาสตีล และอาณาจักรอารากอน ส่งผลให้สเปนรวมเข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และเพิ่มกำลังอำนาจมากขึ้นได้ขยายดินแดน ออกไปยังอาณาจักรเนเปิลล์ ในคาบสมุทรอิตาลีด้วย ต่อมาในปี พ.ศ.2059 พระเจ้าชาร์ลที่หนึ่ง แห่งราชวงศ์ฮัมบูร์ก ได้ครองราชย์สเปน ทำให้เนเธอร์แลนด์ ตกอยู่ใต้การปกครองของสเปนด้วย นอกจากนั้น พระองค์ยังทรงได้รับเลือกตั้งให้เป็นพระเจ้าชาร์ลที่ห้า แห่งจักรวรรดิ์โรมัน อันศักดิ์สิทธิ์ ทำให้อำนาจของสเปนแผ่กว้างออกไปมากยิ่งขึ้น

ในพระพุทธศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด สเปนเริ่มขยายดินแดนออกไปในทวีปต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง และถือเป็นช่วงเวลาที่สเปนรุ่งเรืองถึงขีดสุด การค้นพบเส้นทางเดินเรือของนักเดินเรือคนสำคัญ ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสเปน ทำให้สเปนมีโอกาสได้ไปสร้างอาณานิคมขึ้นในดินแดนต่าง ๆ การเดินเรือไปพบทวีปอเมริกาเหนือของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ในปี พ.ศ.2035  ได้นำไปสู่การสำรวจและการสร้างอาณานิคมของสเปน ในทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต้ การเดินทางสำรวจของ เฟอร์ดินานด์ แมกเจลแลน อ้อมทวีปอเมริกาใต้ ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ไปถึงหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ.2064  ทำให้สปนขยายอาณานิคมมาที่หมู่เกาะนี้ ในปี พ.ศ.2108

หลังจากสเปนรุ่งเรืองอย่างเต็มที่ เป็นเวลาหนึ่งศตวรรษก็เริ่มเสื่อมอำนาจลง ต้องเสียดินแดนของตนทั้งในทวีปยุโรป และในอาณานิคมหลายแห่ง เช่น  เสียคาบสมุทรยิบรอลตาร์ ให้แก่อังกฤษ และเกาะซาร์ดิเนีย ให้แก่ฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2257  เสียดินแดนฟลอริดา ให้แก่ฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2306  อาณานิคมในอเมริกากลาง และทวีปอเมริกาใต้ ต่างพากันประกาศอิสรภาพ สเปนแพ้สงครามกับสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ.2441  ต้องยกเกาะคิวบา เกาะเปอร์โตริโก เกาะกวม และหมู่เกาะฟิลิปปินส์ ให้แก่สหรัฐอเมริกา

วัฒนธรรมของสเปน โดยเฉพาะด้านภาษา ศาสนา และขนบธรรมเนียมประเพณี แพร่หลายออกไปกว้างขวาง มีประชากรทั่วโลกพูดภาษาสเปน ประมาณ 400 ล้านคน นับเป็นภาษาที่มีผู้พูดเป็นอันดับสามของโลก รองจากภาษาจีน และภาษาฮินดี

>>> กลับหน้าหลัก สารานุกรมไทย >>>

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com