Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

ตำนานกรณียเมตตสูตร

(เรียบเรียงจาก ไข่มุก อุทยาวลี)

เมื่อไปที่ไหนก็ควรให้ความเคารพแก่สถานที่นั้น ตำนานกรณียเมตตสูตร ได้ให้ข้อสอนใจเกี่ยวกับการเข้าไปทำกิจใดๆ ในสถานที่หนึ่ง

ในอธรรถกถากรณียเมตตสูตร กล่าวไว้ว่า เมื่อใกล้เข้าพรรษา ภิกษุหมู่หนึ่งชวนกันไปเผ้าพระพุทธเจ้า ซึ่งเวลานั้นประทับอยู่ ณ กรุงสาวัตถี ขอเรียนพระกรรมฐาน เรียนได้แล้วได้ทูลลาพากันไปหาสถานที่อันสมควร เพื่อเป็นที่บำเพ็ญพระกรรมฐาน ไปถึงราวป่าเชิงเขาแห่งหนึ่ง ดูเหมาะดี มีลำธารน้ำ มีหมู่บ้านที่อาศัยบิณฑบาตอยู่ไม่ไกลนัก ชาวบ้านเล่าก็มีศรัทธาเลื่อมใสนิมนต์ให้อยู่จำพรรษา ปลูกกุฏิให้อยู่รูปละกุฏิ ภิกษุหมู่นั้นจึงตกลงจำพรรษาอยู่ที่นั่น

ภิกษุเหล่านั้นเริ่มบำเพ็ญสมณธรรม ถ้าฝนไม่ตก ภิกษุทั้งหลายมักนั่งที่โคนไม้เป็นส่วนใหญ่ รุกขเทวดาซึ่งสิงสถิตอยู่ที่ต้นไม้เหล่านั้น เห็นท่านผู้ทรงศีลมานั่งอยู่ใต้รุกขวิมานของตนเช่นนั้น ก็ไม่สามารถจะนิ่งเฉยได้ ต้องหอบหิ้วออกจากวิมานสู่พื้นดิน ได้ความลำบากมาก แรกๆ ก็ทนได้ ด้วยเข้าใจว่าภิกษุเหล่านั้นจะกลับไปไม่ช้า ครั้นปรากฏว่าภิกษุหมู่นั้นจำพรรษาที่นั่น จึงคิดขับไล่ โดยไม่ใช้กำลังกายผลักไส หากแต่ใช้วิธีรบกวนทางประสาท คือ ทำให้เป็นผีหลอก ส่งเสียงโหยหวน และมีกลิ่นเหม็น ภิกษุจึงไหวหวาดจิตไม่สงบในการบำเพ็ญกรรมฐาน จึงปรึกษากันว่า "การเข้าพรรษานั้น มีพระพุทธบัญญติไว้เป็น ๒ ข้อคือ เข้าพรรษาต้น (แรมค่ำ ๑ เดือน ๘ ) เรียกว่า ปริมิกาวัสสูปนายิกา และ การเข้าพรรษาหลัง (แรม ๑ ค่ำ เดือน ๙) เรียกว่า ปัจฉิมิกาวัสสูปนายิกา



เมื่อภิกษุหมู่นั้นไปกราบทูลพระพุทธเจ้า ทรงมีพระดำรัสว่าสถานที่ที่ไหนก็ไม่เหมาะทั้งนั้นซึ่งก็เป็นความจริง จึงแนะนำให้ภิกษุกลับไปที่เดิมอีก และทรงสอนภิกษุให้ประพฤติตนให้สมควรแก่การอยู่ป่า ให้เจริญเมตตาอัปมัญญา คือ แผ่เมตตาไปทั้งหมดทั้งโลก ซึ่งมีความปรากฏในกรณียเมตตาสูตร ทรงตรัสว่า ไปถึงที่นั่นก่อนจะเข้าสู่ราวป่า ให้หยุดยืนตั้งใจเมตตาพร้อมกับสาธยายสูตรนี้ แล้วเทวดาภัยจะไม่มีอีกต่อไป แล้วจะได้การอนุเคราะห์จากเหล่าเทวดา

พระพุทธเจ้าทรงเปลี่ยนกรรมฐานให้ภิกษุหมู่นั้นใหม่คือ เมตตากรรมฐาน อันสามารถจะเป็นแนวแห่งวิปัสสนาได้ด้วย เป็นปริตรคือ เป็นเครื่องป้องกันภัยได้ด้วย

ภิกษุหมู่นั้นกลับไปยังที่เดิม ปฏิบัติตามพระพุทธโองการเป็นผลดีหมดทุกอย่าง เทวดาทั้งหลายได้รับกระแสเมตตาจากภิกษุหมู่นั้น ทำให้จิตใจเยือกเย็น หายความชังและมีเมตตาตอบ แทนที่จะเนรมิตให้ภิกษุเห็นภัยต่างๆ ภิกษุจึงตั้งบำเพ็ญสมณธรรมและได้บรรลุอรหัตถผลในพรรษานั้น เมื่อออกพรรษาแล้วจึงไปจากที่นั้นโดยสวัสดิภาพ

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com