Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ประวัติศาสตร์  ภูมิศาสตร์ บุคคลสำคัญ ประเทศและทวีป >>

เกาหลี (KOREA)

ละครและภาพยนตร์

ละครของเกาหลีมีกำเนิดมาจากการประกอบพิธีทางศาสนาในยุคก่อนประวัติศาสตร์  ในขณะที่ดนตรีบรรเลงและนาฏศิลป์แสดงบทบาทเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับการแสดง  ตัวอย่างที่ดีของรูปแบบละครคลาสสิค  คือ ระบำหน้ากาก  ที่เรียกว่า  ซันแดโนริ  หรือ ทัลชุม  ประกอบด้วยการเต้นรำ  เพลง  และการเล่าเรื่องเป็นตอน ๆ ด้วยถ้อยคำล้อเลียนแทรกอารมณ์ขัน  บทสนทนา  และการแต่งกาย  ของการแสดงชนิดนี้อาจจะแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค  การแสดงนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนในชนบทจนถึงต้นศตวรรษที่  20  พันโซริ  เป็นเพลงร้องที่มีความยาว  เนื้อเพลงเป็นนิทานที่รู้จักกันดี  และกกดูกักซิโนรึม  หรือการเล่นหุ่นแสดงโดยศิลปินเร่  ก็สามารถเรียกผู้ชมได้เป็นจำนวนมาก  พิธีกรรมของหมอผีรู้จักกันในชื่อ  กัต  เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของมหรสพทางศาสนาซึ่งปรากฏสู่สายตาประชาชน  ทุกวันนี้มีการแสดงทั้งหมดนี้แต่ไม่บ่อยนัก  มีสถาบันไม่กี่แห่งที่จัดการแสดงด้านศิลปะการแสดงทุกแขนงในสถาบันเดียวกัน  ตัวอย่างเช่น    โรงละครเชียง-ดอง  ในใจกลางกรุงโซล  มีการแสดงศิลปะเป็นชุด  พร้อมดนตรีกับนาฏศิลป์ด้วย  เมื่อระบำหน้ากากและละครแบบดั้งเดิมสูญหายไปการแสดงซินกึก (ละครแบบใหม่)  จึงเกิดขึ้นและเริ่มแสดงเมื่อธันวาคม  1902  อย่างไรก็ตาม ละครสมัยใหม่เริ่มเป็นที่นิยมในทศวรรษ  1901  หลังจากการแสดงละครแบบตะวันตกเริ่มเปิดแสดงเป็นครั้งแรกในกรุงโซล  ในปี 1908  โรงละครวอนกักซา  เปิดแสดงถึงพฤศจิกายน  1909    โรงละครกลุ่มฮยอกซินดัน  และมันซูเซียง  ซึ่งบริหารโดยผู้ที่จบการศึกษาจากประเทศญี่ปุ่นจัดการแสดงละครเวที  ซินปะ  (new wave)  ละครซินปะ  เป็นแนวคิดตรงกันข้ามกับ ละครกูปะ (old wave)  ลักษณะคล้ายละครคาบูกิของญี่ปุ่น  ละครซินปะ  ในระยะแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองและการทหาร  ต่อมาเป็นเรื่องนักสืบ  ละครน้ำเน่าและโศกนาฏกรรม  ในขณะที่ละครซินปะเป็นที่นิยมของผู้คนแท้จริงได้รับการสนับสนุนจากศิลปินแถววอนกักซา  ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มการแสดงละครสมัยใหม่ในปี  1922  มีการรวมตัวกันเป็นคณะละครโทวอลโฮ   และนำละครไปแสดงทั่วประเทศ การแสดงบนเวทีมีถึง 87 ชุด  ละครนี้ได้รับความนิยมมาจนถึงศตวรรษที่  1930  แต่ต่อมาได้ตกต่ำลงในช่วงความยุ่งเหยิงทางสังคม-การเมือง  ในยุค  1940  และ  1950  ในทศวรรษต่อมายิ่งอ่อนแอลงท่ามกลางความนิยมของภาพยนตร์และการเริ่มขึ้นของโทรทัศน์  ทศวรรษที่  1970  ศิลปินรุ่นเยาว์เริ่มศึกษา  ปรับรูปแบบและสาระของละครดั้งเดิม  เช่น  ละครระบำหน้ากาก  พิธีของหมอผีและพันโซริ  มูลนิธิศิลปะและวัฒนธรรมเกาหลีได้เป็นเจ้าภาพสนับสนุนเทศกาลละครประจำปีเพื่อส่งเสริมการแสดงละครในท้องถิ่น  ในปัจจุบันกลุ่มละครจำนวนมากได้จัดแสดงตลอดทั้งปี  มีทั้งละครชวนหัวไปถึงเรื่องความกล้าหาญทางประวัติศาสตร์ในโรงละครเล็กตามถนนแดฮังโน  ในตัวเมืองของกรุงโซล  การแสดงละครบางเรื่องประสบความสำเร็จจนต้องเปิดการแสดงต่อไปอีก  ภาพยนตร์เรื่องแรกที่สร้างโดยชาวเกาหลีฉายให้ประชาชนในปี  1919  คือเรื่อง  “ไรชัซ  รีเฝนจ์”  เรีกกได้ว่าเป็นประเภท “ละครภาพยนตร์”  (kino –drama)  สร้างขึ้นในลักษณะประสมกับละครเวทีภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกชื่อ “โอธ อันเดอ  เธอะ มูน”  (Oath Under the Moon)  ออกฉายในปี  1923 และในปี  1926  นักแสดงผู้มีความสามารถพิเศษและผู้กำกับการแสดง  นา อึน-กิว  สร้างผลงานที่ตรึงใจสาธารณชนอย่างเต็มที่จากากรสร้างภาพยนตร์ เรื่อง “อาริรัง”  เป็นเรื่องเกี่ยวกับการประท้วงเพื่อต่อต้านการกดขี่ของญี่ปุ่น   หลังจากสงครามเกาลีในปี  1953  อุตสาหกรรมภาพยนตร์ท้องถิ่นเติบโตขึ้นอย่างสม่ำเสมอและเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอยู่ในช่วงสิบปี  แต่ในอีกยี่สิบปีข้างหน้าจะซบเซาเนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของโทรทัศน์  ต้นทศวรรษ 1980  อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฟื้นตัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสามารถของผู้กำกับการแสดงรุ่นใหม่ผู้มีความสามารถพิเศษ  และยอมทิ้งรูปแบบเก่า ๆ ในการสร้างภาพยนตร์  ความพยายามของคนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จและภาพยนตร์ของเกาหลีได้รับเกียรติให้ร่วมฉายในเทศกาลนานาชาติมากมาย  รวมทั้งที่  คานส์  ชิคาโก  เบอร์ลิน  เวนิซ  ลอนดอน  โตเกียว  มอสโก  และเมืองอื่น ๆ แนวโน้มที่ดีนี้เป็นตัวเร่งให้  ผู้อำนวยการสร้างชาวเกาหลีแต่ละคนสร้างภาพยนตร์ซึ่งประทับใจคนทั้งโลกจากประสบการณ์และอารมณ์ความรู้สึกอันล้ำลึกของชาวเกาหลีในปี  1990  หลายเรื่อง  ในปี  2000  ชุนฮยางชอน  (the story of  Chunhyang)  อำนวยการสร้าง โดย  อิม ควอน-แทก  เป็นภาพยนตร์เกาหลีเรื่องแรกที่เข้าร่วมการแข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์  และมีภาพยนตร์อีก 4 เรื่อง  ซึ่งฉายโดยไม่ได้เข้าร่วมแข่งขัน  ภาพยนตร์เรื่องซ่อม (เกาะ)  โดย คิม คิ – ดุก  กำกับการแสดง  เข้าร่วมการแข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เวนิช  ภาพยนตร์เรื่องต่อมา  ในปี 2001  คือเรื่อง  “จอยนท์  ซิคิวริตี้ แอเรีย” (Joint  Security  Area)  ได้รับเลือกให้เข้าร่วมการแข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่กรุงเบอร์ลิน  และภาพยนตร์เรื่อง “อะเดรส  อันโนน”  (Address  Unknown)  ที่กำกับโดย  คิม คิ-ดุก  ได้เข้าแข่งขันในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เวนิช  ความสนใจภาพยนตร์ของสาธารณชนสูงขึ้นและเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติหลายครั้ง  จัดขึ้นโดยรัฐบาลของจังหวัด  หรือองค์กรเอกชนในเกาหลีซึ่งรวมทั้งเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่บูซาน  เทศกาลภาพยนตร์แฟนแทสติคนานาชาติ  ที่เมืองบูชอน  เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เมืองชอนจู  และเทศกาลภาพยนตร์ของสตรีที่กรุงโซล  เป็นที่น่าสังเกตว่าบรรดาภาพยนตร์เกาหลีกำลังขยายตัวเป็นอุตสาหกรรมภาพยนตร์แอนนิเมชั่นและการ์ตูนเช่นเดียวกับในประเทศอื่น  มีบริษัทกว่า 200  แห่ง กำลังผลิตงานที่ทันสมัยด้านนี้  อุตสาหกรรมภาพยนตร์  วีดิโอ  และแอนิเมชั่น  ออน-ไลน์ในเกาหลีกำลังจะประสบกับการเปลี่ยนแปลง  โดยบริการอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วทันใจมากกว่า  ในปี  2001  อุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีประสบความสำเร็จมากในโรงฉายภาพยนตร์  ส่วนแบ่งตลาดของภาพยนตร์ในท้องถิ่นมากกว่าร้อยละ  46  เนื่องจากเกาหลีมีภาพยนตร์ทำเงินล้านหลายเรื่อง  รวมทั้งเรื่อง “เฟรนด์ส”  (Friends)  และเรื่อง  “เธอะ เวียด เกิล แอนด์ คิค เดอะ มูน”  ( The Weird Girl and Kick the Moon)  ซึ่งทำลายสถิติของการจัดอันดับ  เกาหลีผลิตภาพยนตร์ออกมา  237  เรื่อง  มูลค่าประมาณ  11.2  ล้านดอลลาร์สหรัฐ  และมีโรงภาพยนตร์ฉายภาพยนตร์ที่เกาหลีผลิตเอง  52  เรื่อง

อ่านต่อ >>

ยุคสามก๊ก
ยุคอาณานิคมของญี่ปุ่นและสงครามโลก
การแบ่งแยกประเทศ
วัฒนธรรมและศิลปะ
วรรณกรรม
จิตรกรรม
ดนตรีและนาฏศิลป์
ละครและภาพยนตร์
พิพิธภัณฑ์และโรงละคร
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com