Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม

ไต้ซือถูกจับที่ภูเขาจินหลุน ผู้ร่วมทางตัดสินใจไปช่วยเหลือ

     เมื่อไต้ซือเมี่ยวส้านได้ฟังคำตักเตือนของหย่งเหลียนแล้วก็เริ่มรวบรวมสติแล้วตรัสว่า "ดี ๆ ๆ ไป ๆ ๆ" ทั้งหมดเดินมุ่งไปข้างหน้า พอเดินได้ประมาณสามสิบก้าว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงโห่ฮาปากเหมือนกับคนหมู่มากกำลังคุยกัน เสียงนั้นลอดออกมาจากป่าลึก ทั้งสามได้ยินแล้วก็รู้ว่าไม่ดีเสียแล้ว พอแหงนหน้าขึ้นดูก็แลเห็นผีป่าคู่หนึ่งโผล่ออกมาจากป่า พวกเขาถ้าไม่เห็นก็แล้วไปแต่พอได้เห็นเข้าก็ทำให้ทุกคนอกสั่นขวัญหาย คิดที่จะทะยานหนีแต่ไอ้ขาเจ้ากรรมนี่สิไม่ยอมขยับเขยื้อน เหมือนกับถูกเชือกมัดไว้จึงลุกขึ้นไม่ไหว
      พอหันกลับไปมองพวกผีป่าอีกที พวกมันใกล้เข้ามา ๆ หย่งเหลียนอยู่ในสภาพที่คิดหนีตายเช่นนั้นก็ไม่ห่วงอะไรอีกแล้ว มือหนึ่งลากไต้ซือเมี่ยวส้านแล้ววิ่งออกไป ล้มลุกคลุกคลานวิ่งไปได้ไม่เท่าไร ไต้ซือเมี่ยวส้านก็ล้มลงไปอีก ก็พอดีมีผีป่าตนหนึ่งวิ่งมาถึงตัวไต้ซือแล้วก็ลากเอาตัวไต้ซือไป หย่งเหลียนหมดปัญญาจึงละจากตัวไต้ซือวิ่งเอาตัวรอด วิ่งมาได้สองสามลี้แล้วก็กลับหลังหันไปดู ไม่ปรากฏว่ามีผีป่าตามมา จึงค่อยโล่งใจไปหน่อย จึงค่อย ๆ เดินไปอย่างช้า ๆ ระหว่างทางก็คิดว่าคราวนี้คงจบลงแล้ว ไต้ซือถูกผีป่าจับไป แม่อุปถัมภ์ก็ไม่รู้ไปอยู่เสียที่ไหน ตอนนี้เหลือฉันเพียงคนเดียว จะทำอย่างไรดี
      ขณะคิดแต่ยังตัดสินอะไรไม่ได้ พลันก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากข้างหลังว่า "หย่งเหลียนช้าก่อนรอฉันหน่อย" หย่งเหลียนได้ยินก็รู้ว่าเป็นเสียงแม่อุปถัมภ์ เมื่อได้สติก็หันกลับไปดู โอ้ ! เป็นแม่อุปถัมภ์จริง ๆ ด้วย ล้มลุกคลุกคลานมาหย่งเหลียนร้องด้วยความร้อนรนว่า "คุณแม่อุปถัมภ์ ท่านปลอดภัยหลุดพ้นมาแล้ว ไต้ซือเป็นอย่างไรบ้าง" แม่อุปถัมภ์ได้แต่ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจว่า "อย่าเพิ่งพูดเลย พอพวกผีป่าจับไต้ซือได้แล้ว แต่ละตัวก็ทำดีอกดีใจ กระโดดโลดเต้น แล้วก็พาไต้ซือเข้าไปในป่า ปล่อยทิ้งฉันไว้คนเดียว ฉันเห็นว่าเธอก็วิ่งหนีไปแล้ว ดังนั้นจึงรีบตามเธอมา เราช่วยกันปรึกษาหาวิธีช่วยเหลือไต้ซือดีกว่า" หย่งเหลียนก็ว่า "พวกผีป่าน่าตาน่ากลัวอะไรอย่างนั้น ไต้ซือถูกพวกมันจับไปอย่างนั้นคงไม่ดีแน่ ๆ แต่ฉันกับคุณแม่อุปถัมภ์ มีมือแต่ไม่มีแรง ไม่รู้จะหาวิธีอะไรช่วยเหลือพระองค์ " แม่อุปถัมภ์ก็ว่า "ถ้าพูดแบบนี้ เห็นว่าต้องตายแล้วไม่ช่วย ก็สูญเสียจิตเมตตาของคนออกบวช ฉันคิดว่า ตอนนี้อยู่ห่างจากไซซื่อเป่าไม่ไกลนักให้เราเข้าไปข้างในก่อน ค่อยหาคนใจดี แล้วหาวิธีช่วยเหลือไต้ซือ ที่จริงนี่ก็เป็นวิธีที่ไม่รู้จะทำอะไรได้ดีกว่านี้ ถึงที่สุดของคนก็แล้วกัน" สองคนตัดสินใจแล้วก็มุ่งตรงไปยังหมู่บ้านไซซื่อเป่า กล่าวถึงพวกผีป่าก็คือมนุษย์เผ่าพันธุ์หนึ่ง คนพวกนี้ยังไม่มีอารยธรรม พวกมันจะใช้ชีวิตแบบเก่า ๆ คือจะกินเลือดสด ๆ บนตัวก็ไม่มีเครื่องนุ่งห่ม ลำตัวมีขนสีดำยาวกว่านิ้ว ขนบนใบหน้าแม้จะสั้นกว่าที่อื่นเล็กน้อย แต่ก็หนาพอที่จะปกคลุมหนัง จึงเห็นแต่ลูกตากลม ๆ คู่หนึ่ง และปากใหญ่ที่มีสีเลือด คนมองเห็นแล้วตกใจกลัว เพราะหย่งเหลียนไม่รู้จัก จึงเรียกมันว่าผีป่า แต่มันเป็นคนเผ่าหนึ่งที่ยังไม่เจริญตัดขาดจากโลกภายนอก พวกมันจะจับพวกสัตว์มากินเป็นอาหาร พอกินอิ่มแล้วก็เที่ยวเตร่ แล้วก็นอนหลับในป่า ไม่รู้จักจะทำงานอะไร

      พวกมันก็ไม่คบหากับโลกภายนอก แต่คนภายนอกที่เดินผ่านไม่สุ้มทำเสียง พวกมันอยู่ในป่าลึกก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร จึงสามารถผ่านไปได้ด้วยความปลอดภัย ถ้าหากพวกมันเกิดรู้เข้า พวกมันก็จะออกมาทำความลำบากแก่คนโดยเฉพาะคนต่างถิ่นที่ไม่รู้จักความร้ายกาจของมันเกิดหลงเข้าไปในป่า ก็อย่าได้คิดว่าจะมีชีวิตรอดออกมาได้เลย เพราะว่านิสัยพวกมันดุร้าย มันจะจับเหยื่อที่ได้มาแหวะท้องสาวไส้ ดังนั้นคนท้องถิ่นที่จำเป็นจะไม่กล้าที่จะเดินผ่านไปมาแถวภูเขาจินหลุนถ้าจำเป็นต้องผ่านทางนี้ ก็ต้องระมัดระวังผ่านไปอย่างเงียบ ๆ ไม่กล้าทำสุ้มทำเสียง หรือทำให้พวกมันตื่น ตอนที่ไต้ซือจะผ่านทางนี้ ผู้เฒ่าหลิวก็ได้สั่งเสียไว้แล้ว
      เพียงแต่ไม่ได้พูดถึงสาเหตุให้ฟังถ้าหากได้พูดรายละเอียดให้ฟัง ไต้ซือเมี่ยวส้านก็คงไม่หลงชมภูเขาและพูดเสียงดังกับหล่งเหลียน ทำให้พวกมันรู้ตัว จึงทำให้ตกสู่ภัยอันตราย อันที่จริงนี่ก็เป็นเคราะห์อย่างหนึ่งที่มีในดวงชะตาซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
      กล่าวฝ่ายหย่งเหลียนและแม่อุปถัมภ์รีบสาวเท้าเข้าสู่หมู่บ้านไซซื่อเป่า ใช้เวลาไปราวครึ่งชั่วยามก็มาถึงด้านนอกของไซซื่อเป่า พอดีได้พบคนกลุ่มหนึ่งกำลังฉาบปูนสร้างกำแพงอยู่พอดีเมื่อแลเห็นสองคนก็รู้ว่ามาจากถิ่นอื่น เพราะที่นี่ไม่มีภิกษุณีมาก่อน ดังนั้นเพียงดูจากเครื่องนุ่งห่มก็รู้แล้ว พวกเขาต่างแปลกใจจึงหยุดงานแล้วมามุงล้อมสองคนเพื่อไต่ถาม แม่อุปถัมภ์ยกมือขึ้นไหว้แล้วก็แนะนำตัวเองก่อนแล้วต่อด้วยการเดินทางผ่านภูเขาจินหลุน ไต้ซือเมี่ยงส้านถูกพวกผีป่าจับไป เล่าให้พวกเขาฟังกันจนหมด


      พวกนั้นฟังแล้วได้แต่ชูคอแลบลิ้น แล้วพูดว่า น่ากลัว ! น่ากลัว ! ท่านทั้งสองไม่รู้ว่าบุญแค่ไหนแล้วที่หนีรอดออกมาถ้าไม่อย่างนั้นตอนนี้ก็หาชีวิตไม่แล้ว เสียงพูดคุยของพวกเขาทำให้ข้าราชการคนหนึ่งตื่นขึ้นมา สงสัยว่าทำไมคนพวกนี้จึงทำเสียงอึกทึกนัก ดังนั้นจึงเดินออกมาดูแล้วร้องตวาดว่า "ทำไม ไม่ทำงานเอะอะทำอะไร" พวกคนงานได้ยินก็พูดว่าท่านผู้ใหญ่ซุนมีคนงานคนหนึ่งท่าทางเป็นหัวหน้าคนงาน รีบวิ่งไปรายงานผู้ใหญ่ซุนจึงทำสีหน้าอ่อนโยนพูดขึ้นว่า "ถ้าเช่นนั้นก็ขอเชิญท่านทั้งสองเข้าไปในไซซื่อเป่าก่อน ค่อยปรึกษาหารือ" ผู้ใหญ่ซุนมีชื่อว่าเต๋อ เป็นเจ้าของหมู่บ้านที่มีกำแพงล้อมรอบ
     โดยปกติจะทำบุญสุนทานมีกิตติศัพท์ได้ยินไปทั่ว ตอนนี้เห็นภิกษุณีที่น่าสงสารสองคนนี้จึงต้อนรับไปที่บ้าน ทั้งหย่งเหลียนและแม่อุปถัมภ์เดินตามซุนเต๋อเข้าไปบนบ้าน ตรงไปยังบ้านของผู้ใหญ่ เมื่อแขกและเจ้าบ้านนั่งลงเรียบร้อยแล้ว หย่งเหลียนใจเป็นห่วงไต้ซือเมี่ยวส้าน จึงชิงรีบพูดขึ้นก่อน "ท่านผู้ใหญ่ขา ! ถึงแม้เราสองคนจะพ้นอันตรายมาถึงที่นี่ ก็ยังมีเพื่อนร่วมทางไต้ซือเมี่ยวส้าน ตอนนี้ตกอยู่ในมือพวกผีป่า ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร จึงใคร่ขอร้องท่านผู้ใหญ่โปรดเมตตาหาวิธีช่วยเหลือพวกเขาออกมาโปรดช่วยเหลือเถิด บุญกุศลอันนี้มากกว่าสร้างสะพานสร้างถนนแยะเลย"

ผู้ใหญ่ซุนเต๋อได้ฟังแล้ว ก็สั่นศรีษะไปมา พลางก็เล่าเรื่องคนป่าให้ฟัง มันไม่ใช่ผีป่า พลางพูดว่า "พวกคนป่าเหล่านี้ตัดขาดจากโลกภายนอก พูดกันไม่รู้เรื่องแล้วก็คุยเหตุผลกันไม่รู้เรื่องในหุบเขาก็คือโลกของพวกเขา ใครกล้าเข้าไปแหย่มันล่ะแล้วจะมีวิธีอะไรไปช่วยเหลือไต้ซือของพวกท่านได้ พวกคนป่าเหล่านี้มีนิสัยโหดร้ายมากพวกหลงเข้าไปก็ถูกมันกินทั้งเป็น ไม่อาจมีชีวิตรอดกลับมา อาจารย์ของพวกท่านถูกพวกคนป่าจับไป คิดว่าคงหาชีวิตไม่แล้ว ถึงมีวิธีช่วยเหลือ ตอนนี้ก็สายไปแล้ว แล้วก็ไม่มีวิธีที่จะช่วยเหลือได้เสียด้วย ข้าพเจ้าว่าการไปภูเขาซวีหนีซัน คงมีเพียงท่านสองคนเท่านั้น อาจารย์ที่ถูกจับไปไม่มีความหวังอีกแล้วท่านทั้งสองจงเดินทางต่อไป อันตรายข้างหน้ายังมีอีกมากต้องระมัดระวังตลอดทาง" เมื่อแม่อุปถัมภ์และหย่งเหลียนได้ยินเช่นนั้นดุจเอามีดมาทิ่มแทง หยาดน้ำตาร้อนผ่าวไหลรินออกมานองแก้ม
      หย่งเหลียนพูดด้วยเสียงอันดังว่า "ท่านไต้ซือมีในแน่วแน่เป็นหนึ่งมาตลอด เสียงไม่อาจทำให้ท่านเพลินหู กลิ่นไม่อาจทำให้จมูกท่านสับสน รสไม่อาจรบกวนปากของท่าน รูปก็ไม่อาจทำให้ตาของท่านหลงไหล ลาภยศชื่อเสียงและความอัปยศก็ไม่อาจกระทบใจของท่านได้ ท่านบำเพ็ญมาได้ระดับนี้แล้ว วันนี้ไม่น่าที่จะหลงดูสีสันของภูเขาเลย ซึ่งนำเคราะห์ร้ายมาสู่ ทำให้กุศลพร่องลดลงไป จะไม่ให้คนเขาเสียดายได้อย่างไร" แม่อุปถัมภ์พูดต่อไปว่า "หย่งเหลียนเอ๋ย เธออย่าได้กล่าวโทษพระองค์เลย ตอนนี้พระองค์ตกอยู่ในห้วงอันตรายเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ยังไม่มีข่าวชัดเจน ความหวังของพวกเรายังคงมีอยู่บ้าง ไม่ถึงกับสิ้นหวังเลยทีเดียว พระองค์เป็นผู้บำเพ็ญเพียรอย่างแน่วแน่ มีหรือที่พุทธะจะไม่ปกป้องคุ้มครองพระองค์ พุทธานุภาพสุดประมาณอาจจะปัดร้ายให้กลายเป็นดีก็ได้นะยังไม่มีใครสามารถรู้ได้ พวกเราถึงแม้จะไม่มีหนทางช่วยเหลือพระองค์ แต่เมื่อสามคนเดินทางมาเพื่อมุ่งสู่เขาซวีหนีซัน ที่สุดจะมาละทิ้งพระองค์ไปไม่ได้เราจะเดินทางต่อไปไม่ได้ ถ้าพระองค์ถูกพวกคนป่าทำร้ายจริง ๆ แล้ว       เราก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่ ถึงตายก็ขอตายอยู่ร่วมกัน จึงจะเห็นว่าพวกเราเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน"

หย่งเหลียนว่า "คุณแม่พูดถูก หากเช่นนี้เรากลับไปที่ภูเขาจินหลุนกัน เข้าป่าไปตามหาไต้ซือ ถึงถูกพวกคนป่ากินกันทั้งเป็น ก็นับว่าเป็นกรรมกีดขวางตั้งแต่อดีตชาติถ้าอย่างนั้นก็ไม่ควรอยู่นาน เราไปกันเถอะ" ว่าแล้วทั้งสองก็ลุกขึ้นยกมืออำลาผู้ใหญ่ซุนเต๋อ ผู้ใหญ่ซุนเต๋อรีบลุกขึ้นห้ามว่า สูญเสียไปคนหนึ่งแล้วนะ จะส่งไปอีกสองคนหรือ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายกำลังฉุดรั้งกันไปมา ก็มีข่าวดีเข้ามานั่นคือ   ความเศร้ากำลังทับถม ข่าวดีก็ลอยเข้ามา

อ่านต่อ >>>

ถวายสุราศาลาเย็น ไข่มุกเด่นสู่ครรภ์ในฝัน
หาว่าผู้เฒ่าพูดปดว่าพระเมตตา ธิดาน้อยหยุดกันแสงฟังโฉลก
คิดยกราชบัลลังก์ เห็นมดต่อสู้กันเกิดจิตเมตตา
ช่วยเหลือจักจั่นจนบาดเจ็บ ใครรักษาแผนเป็นหายมีรางวัล
แพทย์สามัญไร้โอสถดี ผู้วิเศษกล่าวถึงบัวหิมะ
เสาะหาบัวบานบนเขาซวีหนีซัน มเหสีเป่าเต๋อทรงประชวร
โศลกทิ้งเงื่อนงำ เห็นการเกิดตายแจ้งในสัจธรรม
ปีตินิมิตเห็นพุทธเจ้า ขัดรับสั่งพระบิดาโทษดูแลอุทยาน
แสดงธรรมหน้าโต๊ะเสวย ถูกขับรับงานหนักโรงครัว
นางกำนัลซาบซึ้งในความศรัทธา จึงอาสาช่วยงานตรากตรำ
ปณิธานย่อมเป็นทาสรับใช้ความศรัทธามั่นทำให้เสด็จพ่อกลับใจ
กำหนดฤกษ์บูรณะวัดจินกวงหมิง ได้ฤกษ์ออกเดินทางสู่เขาเยโหม่ว
มีดทดสอบตัดหกอายตนะ สู่ศูนย์ตาเพ่งไตรภูมิในความเงียบ
ในสมาธิเกิดปีติมารเข้าแทรก เข้าสมาธิบัวขาวบานกลางใจ
 เดินทางสู่ภูเขาซวีหนีซัน โปรยข้าวเปลือกผ่านเขาจ้าวอีกา
พบผู้ใจดีชี้ทางให้ หลงใหลธรรมชาติเกิดเรื่องขึ้น
ไต้ซือถูกจับที่ภูเขาจินหลุน ผู้ร่วมทางตัดสินใจไปช่วยเหลือ
คนป่าแย่งรองเท้าสานไป อริยสงฆ์รูปหนึ่งทรงช้างเผือกมา
ไต้ซือเดินทางด้วยเท้าเปล่า ชนเผ่าเจียลาเลี้ยงสัตว์ในทะเลทราย
มีกรรมสัมพันธ์กับบ้านหลู่ ข้าวเหนียวช่วยรักษาโรค
ปราบเสือร้ายเทียนหม่าฟง ที่เมืองหลิวหลีเห็นทางสว่าง
สู่ยอดเขางูกลืนช้าง สู่ภาพมายาเจ้าโจมตี
เจอะหมีขาวแกล้งนอนตาย ให้ลิงเลียนแบบเดินแล้วไหว้
สู่สันเขารู้กระจ่างแจ้ง คุยถึงเรื่องที่ผ่านมาเด็กซนทำเรื่อง
ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com