Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ศาสนา ลัทธิ ความเชื่อ นิกาย พิธีกรรม >>

กำเนิดเจ้าแม่กวนอิม

     ศาสนาในประเทศจีน มีศาสนาใหญ่ๆ อยู่สามศาสนาอันได้แก่ เต๋า ขงจื่อ และพุทธศาสนา ขงจื่อและศาสนาเต๋าเป็นศาสนาที่มีถิ่นกำเนิดใประเทศจีนเอง ส่วนศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เผยแผ่มาทางตะวันตก ศาสนาพุทธก็เป็นที่เคารพนับถือไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขงจื่อและเต๋า

    ในแผ่นดินจีนจะมีภูเขาที่มีชื่อเสียงอยู่สี่แห่งซึ่งมีปูชนยสถานทางพุทธศาสนาประดิษฐานอยู่อันได้แก่ ภูเขาจิ่วฮัวมีพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ประดิษฐานอยู่ ภูเขาอู่ไถ มีพระมัญชูศรีโพธิสัตว์ประดิษฐานอยู่ ภูเขาเอ่อเหมยมีพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ประดิษฐานอยู่ และภูเขาผู่ถัวมีพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์หรือประโพธิสัตว์กวนอิมประดิษฐานอยู่ พระโพธิสัตว์ทั้งสี่ต่างก็ได้รับการยกย่องอย่างมากในพุทธศาสนามหายาน แต่พระโพธิสัตว์กวนอิมจะมีผู้นับถือมากที่สุด พระนามของพระองค์เป็นที่รู้จักกันดีตั้งแต่เด็กตลอดจนถึงผู้เฒ่าผู้แก่
     แม้แต่สตรีในศาสนาขงจื่อยังรู้จักดี ปัจจุบันพระโพธิสัตว์กวนอิมนับวันจะมีผู้นับถือมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะธรรมานุภาพของกวนอิม แต่ประชาชนส่วนใหญ่มักนับถือพระองค์ในทางหลงงมงาย ซึ่งในทางตรงข้ามแล้วจุดมุ่งหมายของโพธิสัตว์ต้องการให้ชาวโลกได้เข้าใจในพุทธธรรมเพื่อจะได้บรรลุถึงฝั่ง ในสัทธรรมปุณฑริกาสูตรกล่าวว่า “สรรพสัตว์ที่ทุกข์กังวลตั้งใจสวดพระนาม โพธสัตว์ก็จะเพ่งเสียงนั้น ล้วนจะได้รับการหลุดพ้น พระองค์คือโพธิสัตว์กวนอิม” จากอักษรไม่กี่ประโยคนี้จึงทำให้คนส่วนใหญ่หลงงมงายยิ่งขึ้น ขอเพียงให้เชื่อถือกวนอิมไม่คำนึงว่าตนเองจะประพฤติอย่างไร
     พระโพธิสัตว์กวนอิมก็จะมาปกป้องเขา ประทานความอยากให้พวกเขาสมหวัง ซึ่งสิ่งที่พวกเขากลัวกันมากที่สุดคือความตาย ตายแล้วก็ตกนรก ไม่ได้ไปผุดไปเกิดจึงทำให้มีการสวดพระนามของกวนอิม เพื่อให้มีอายุยืน มีการถือศีลกินเจ เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อตายไปแล้วจะได้ไปเสพสุขที่พุทธภูมิ เพราะความโลภมากเห็นแก่ได้ของตนเองโดยไม่คำนึงว่าสิ่งที่ตนเองได้กระทำอยู่ทุกวันล้วนเป็นบาป เพื่อสนองความศรัทธาของตนที่มีต่อกวนอิม จึงได้สร้างรูปลักษณ์แปลกๆ ต่างๆ เพื่อสักการบูชา ผู้ที่อยากได้บุญวาสนาก็จะสักการะพระกวนอิมทรงจีวรขาว ผู้ที่อยากได้บุตรก็จะสักการะพระกวนอิมที่อุ้มเด็ก
      พวกชาวประมงที่จับปลาก็จะไหว้พระกวนอิมที่ถือตะกร้าปลาฯ ต่างๆเป็นต้น ทำให้รูปลักษณ์ของกวนอิมนับวันก็ยิ่งสับสนยิ่งขึ้น ซึ่งห่างไกลจากหลักธรรมมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นคนที่บูชากพระโพธิสัตว์กวนอิมจึงมีมากดุจขนวัว แต่ที่บรรลุมีน้อยดุจเขาวัว จึงรู้สึกน่าสมเพชยิ่งการที่ข้าพเจ้าได้แปลเรื่องพระโพธิสัตว์กวนอิมให้ชาวไทยได้อ่านให้กว้างขวางยิ่งขึ้นนี้ ก็เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักเป็นประการที่หนึ่ง อีกประการหนึ่งก็เพื่อให้เห็นความแยบยลของพุทธธรรมทำให้ผู้หลงงมงายจะได้มีความกระจ่างแจ้งในธรรมจะได้บรรลุถึงฝั่งนิพพาน แม้จะมีปณิธานที่สูง แต่จะบรรลุถึงเป้าหมายหรือไม่ยังไม่รู้ก่อนที่จะเริ่มเรื่องก็อยากพูดถึงพระธรรมกายของโพธิสัตว์กวนอิมว่าเป็นบุรุษหรือสตรี บ้างก็ว่าเป็นบุรุษบ้างก็ว่าเป็นสตรีตามสามัญสำนึกแล้ว หลายๆ คนก็บอกว่าพระโพธิสัตว์เป็นสตรี เพราะบัางได้สมัญญาว่าพระแม่กวนอิม แต่ในหนังสือบันทึกของหูสือหลิง และบันทึกกวนอิมของหวังฟ่งโจวจะบ่งชี้ว่าพระโพธิสัตว์กวนอิมเป็นบุรุษโดยมีหลักฐานอ้างอิง ต่างๆ นานนา แต่ในพงศาวดารจีนฝ่ายเหนือได้บันทึกไว้ว่า ในความฝันของนายอวี่จื่อไฉที่พบเห็นกลับเห็นโพธิสัตว์กวนอิมเป็นสตรีงาม จักรพรรดิอู่เซินแห่งราชวงศ์ไป๋ฉีก็ได้ฝันเห็นพระโพธิสัตวกวนอิมเป็นสตรีที่สวยงามเช่นกัน

      ปัญหานี้จึงไม่สามารถสะสางได้ง่ายนัก และจากหลักฐานในเรื่องราวของพระโพธิสัตว์กวนอิมก็จะสามารถอธิบายได้ ทั้งนี้เพราะโพธิสัตว์กวนอิมีเมตตาห่วงใยชาวโลก จึงมักแปลงกายมาช่วยเหลือตามแต่บุญสัมพันธ์ มีการแปลงกายเป็นรูปลักษณ์ต่างๆ กันถึงสามสิบสามรูปลักษณ์ตามแต่สถานการณ์ในขณะนั้น ดังนั้นเมื่อชาวบ้านในแต่ละทื้องถิ่นที่ได้ประสบพบเห็นพระโพธิสัตว์ในรูปลักษณ์แบบไหนก็มักจะสร้างพระโพธิสัตว์กวนอิมตามที่ตนได้เห็นเพื่อสักการบูชาจึงทำให้รูปลักษณ์ของพระโพธิสัตว์มีอยู่หลายรูปแบบ ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากการแปลงร่างของพระโพธิสัตว์กวนอิมทั้งสิ้น มิใช่ในบันทึกจะเขียนแต่งเอาเองก็หาไม่
      ดังจะยกตัวอย่างที่มีบันทึกในประวัติศาตร์ ที่วัดเส้าหลินมีรูปปั้นของกวนอิมรูปหนึ่ง มีดวงเนตรกลมโตจมูกใหญ่ปากกว้างและหนา พระเกศาบนเศียรรกรุงรัง หูทั้งสองใหญ่และใส่ต่างหูที่กลมใหญ่จนจรดไหล่ทั้งสองข้างเสื้อผ้าก็ยุ่งเหนิงไม่เรียบมีเท้าที่ใหญ๋โตแต่เปลือยเปล่า ในมือก็ถือตะบองทองคำ มองดูแล้วก็เหมือนหนึ่งในห้าร้อยพระอรหันต์ คนสามัญทั่วไปก็ไม่คิดว่าเขาจะเป็นกวนอิม แต่ที่วัดเส้าหลินตั้งรูปนี้อยู่ในหอกวนอิม พระในวัดก็บอกว่านี่คือโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งมองดูแล้วน่าแปลกใจ รูปปั้นหน้าตาแบบนี้จะเป็นโพธิสัตว์กวนอิมได้อย่างไรกัน ลองมาฟังประวัติกันดู
      วัดเส้าหลินมีประวัติอันยาวนานนับตั้งแต่พระโพธิธรรม (ปรมาจารย์ตั้กม้อ) ได้เริ่มก่อสร้างวัดนี้มามีชื่อเสียงด้านธรรมะแผ่ไพศาลแล้ว ยังมีวิทยายุทธยอดเยี่ยมอีกด้วยในสมัยแรกทีสร้างวัดยังไม่มีหอกวนอิม พอมาในสมัยราชวงศ์หยวนพวกทหารแดงก่อการจลาจล พวกทหารเริ่มย่างเท้าเข้าสู่แผ่นดินตรงกลาง หัวหน้านายทหารแดงมีชื่อว่าลี่ฉวน ล่วงรู้ถึงความสามารถของวิทยายุทธวัดเส้าหลินดี จึงอยากที่จะเอาพวกพระภิกษุเหล่านั้นมาเป็นพวกด้วยจะได้มีประโยชน์แก่ตน แต่ไม่คาดคิดว่าพวกพระภิกษุของวัดเส้าหลินจะรักษาศีลวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่ยอมสวามิภักดิ์ด้วย จึงทำให้ลี่ฉวนรู้สึกเสียหน้าจึงเกิดโกรธขึ้น เลยนำกองทหารเข้าโจมตีวัด       ในขณะนั้นถึงแม้พวกพระภิกษุจะมีวิทยายุทธดี แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ไม่อาจต้านทานกองทหารจำนวนมากได้ ในภาวะทีวิกฤตเช่นนี้ก็เกิดมีพระภิกษุรูปหนึ่งในมือถือตะบองเหล็ก ทะยานเข้าใส่พวกทหารแดง หลายคนแลเห็นว่านั่นเป็นพระภิกษุที่เพิ่งจะมาบวชใหม่ พวกตะบองเหล็กถูกยกขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ตีจนพวกทหารล้มตายจำนวนมากจนกระทั่งนายลี่ฉวนยอมแพ้จึงพาลูกน้องหลบหนีไป
      ในขณะนั้นหลายคนก็แลเห็นมีแสงทองส่องระยิบระยับมาที่ร่างของภิกษุรูปนั้นแล้วก็อันตรธานไปต่อหน้าต่อตา ทุกคนเที่ยวส่องหารอบด้านจึงมองเห็นภิกษุรูปนั้นยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขา มีร่างกายสูงใหญ่ประมาณ 12 ฟุต แล้วบอกว่าตนเองคือ กวนอิมแปลงกายมาเป็นเจ้ายมทูตเพื่อช่วยให้พ้นเภทภัย ดังนั้นทางวัดเส้าหลินจึงได้ปั้นรูปที่กวนอิมแปลงกายนั้น ให้เป็นรูปศักดิ์สิทธิ์เพื่อสักการบูชา เรื่องนี้มีบันทึกอยู่ที่วัดเส้าหลิน เรื่องนี้เป็นความจริงไม่ใช่แต่งขึ้น การที่โพธิสัตว์กวนอิมได้แปลงกายเป็นรูปลักษณ์ต่างๆ กัน จึงเป็นรูปศักดิ์สิทธิ์อันเป็นร่องรอยที่เหลือไว้

ถวายสุราศาลาเย็น ไข่มุกเด่นสู่ครรภ์ในฝัน
หาว่าผู้เฒ่าพูดปดว่าพระเมตตา ธิดาน้อยหยุดกันแสงฟังโฉลก
คิดยกราชบัลลังก์ เห็นมดต่อสู้กันเกิดจิตเมตตา
ช่วยเหลือจักจั่นจนบาดเจ็บ ใครรักษาแผนเป็นหายมีรางวัล
แพทย์สามัญไร้โอสถดี ผู้วิเศษกล่าวถึงบัวหิมะ
เสาะหาบัวบานบนเขาซวีหนีซัน มเหสีเป่าเต๋อทรงประชวร
โศลกทิ้งเงื่อนงำ เห็นการเกิดตายแจ้งในสัจธรรม
ปีตินิมิตเห็นพุทธเจ้า ขัดรับสั่งพระบิดาโทษดูแลอุทยาน
แสดงธรรมหน้าโต๊ะเสวย ถูกขับรับงานหนักโรงครัว
นางกำนัลซาบซึ้งในความศรัทธา จึงอาสาช่วยงานตรากตรำ
ปณิธานย่อมเป็นทาสรับใช้ความศรัทธามั่นทำให้เสด็จพ่อกลับใจ
กำหนดฤกษ์บูรณะวัดจินกวงหมิง ได้ฤกษ์ออกเดินทางสู่เขาเยโหม่ว
มีดทดสอบตัดหกอายตนะ สู่ศูนย์ตาเพ่งไตรภูมิในความเงียบ
ในสมาธิเกิดปีติมารเข้าแทรก เข้าสมาธิบัวขาวบานกลางใจ
 เดินทางสู่ภูเขาซวีหนีซัน โปรยข้าวเปลือกผ่านเขาจ้าวอีกา
พบผู้ใจดีชี้ทางให้ หลงใหลธรรมชาติเกิดเรื่องขึ้น
ไต้ซือถูกจับที่ภูเขาจินหลุน ผู้ร่วมทางตัดสินใจไปช่วยเหลือ
คนป่าแย่งรองเท้าสานไป อริยสงฆ์รูปหนึ่งทรงช้างเผือกมา
ไต้ซือเดินทางด้วยเท้าเปล่า ชนเผ่าเจียลาเลี้ยงสัตว์ในทะเลทราย
มีกรรมสัมพันธ์กับบ้านหลู่ ข้าวเหนียวช่วยรักษาโรค
ปราบเสือร้ายเทียนหม่าฟง ที่เมืองหลิวหลีเห็นทางสว่าง
สู่ยอดเขางูกลืนช้าง สู่ภาพมายาเจ้าโจมตี
เจอะหมีขาวแกล้งนอนตาย ให้ลิงเลียนแบบเดินแล้วไหว้
สู่สันเขารู้กระจ่างแจ้ง คุยถึงเรื่องที่ผ่านมาเด็กซนทำเรื่อง
ผ่านความทุกข์ลำบากมานับพันหมื่นสำเร็จธรรมถูกตีกระหม่อมทะลุสหโลกธาตุ
 

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com