Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 294
--------

โดยที่คณะปฏิวัติได้พิจารณาเห็นว่า ในปัจจุบันมีเด็กกำพร้าอนาถา ที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู เด็กซึ่งประพฤติตนไม่สมควรแก่วัย และเด็กซึ่งตกอยู่ใน สภาพแวดล้อมอันเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย จิตใจและศีลธรรมเป็น จำนวนมาก หากไม่ได้รับการปฏิบัติดูแล สงเคราะห์และคุ้มครองที่เหมาะสมแล้ว จะเป็นภัยแก่สังคมและประเทศชาติ คณะปฏิวัติตระหนักดีว่าการให้สวัสดิการ แก่เด็กอย่างได้ผลนั้น นอกจากจะเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดำเนินการดังกล่าวแล้ว ยังสมควรกำหนดให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กเข้ามามีส่วนช่วยในการอบรม เลี้ยงดูเด็กของตนอีกด้วย และเพื่อกำหนดวิธีการให้การสงเคราะห์และการ คุ้มครองเด็กที่เหมาะสมแก่เด็กและแก่สภาพของสังคม หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

หมวด 1
บททั่วไป
--------

ข้อ 1 ในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ เด็ก หมายความว่า ผู้ซึ่งอายุไม่ครบสิบแปดปีบริบูรณ์และยังไม่ บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ประพฤติตนไม่สมควร หมายความว่า ประพฤติตนไม่สมควรแก่วัย ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สถานแรกรับเด็ก หมายความว่า สถานที่รับเด็กไว้ชั่วคราว เพื่อวิเคราะห์และพิจารณาวิธีการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม แก่เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก หมายความว่า สถานที่รับเลี้ยงเด็กซึ่งมีอายุ ไม่เกินเจ็ดปีบริบูรณ์ และมีจำนวนเกินห้าคนซึ่งไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับผู้เลี้ยง แต่ ไม่รวมถึงสถานพยาบาลหรือโรงเรียนอนุบาล สถานสงเคราะห์เด็ก หมายความว่า สถานที่ให้การอุปการะ เลี้ยงดูเด็กซึ่งพึงได้รับการสงเคราะห์ และมีจำนวนเกินเจ็ดคน

สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หมายความว่า สถานที่ให้การศึกษา อบรมฝึกอาชีพ และแก้ไขความประพฤติแก่เด็กซึ่งมีปัญหาทางความประพฤติ และมี อายุเกินเจ็ดปีบริบูรณ์ สถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัว หมายความว่า สถานที่ ให้คำแนะนำแก้ไขปัญหาของเด็กและครอบครัวเกี่ยวกับอันตรายอันอาจเกิดขึ้นแก่ เด็กทั้งทางร่างกาย จิตใจ และศีลธรรม ผู้ปกครอง หมายความว่า บุคคลซึ่งรับเด็กไว้ในความอุปการะ เลี้ยงดู หรือซึ่งให้เด็กอาศัยอยู่เป็นประจำ ผู้ปกครองสวัสดิภาพ หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดในท้องที่ ที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ นอกจากนครหลวงกรุงเทพธนบุรี และ หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายด้วย อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ และหมายความ รวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายด้วย
ข้อ 2 ให้อธิบดีมีอำนาจจัดตั้งสถานแรกรับเด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานสงเคราะห์เด็ก สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก และสถานแนะแนวปัญหาเด็กและ ครอบครัวได้ตามความจำเป็น การจัดตั้งสถานแรกรับเด็กและสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กและสถาน แนะแนวปัญญาเด็กและครอบครัวได้ตามความจำเป็นภายในเขตจังหวัดของตน ให้สถานแรกรับเด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานสงเคราะห์เด็ก หรือ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม มีผู้ปกครองสวัสดิภาพ คนหนึ่งมีอำนาจปกครองดูแลเด็กเท่าที่เกี่ยวกับความประพฤติและความเป็นอยู่ ของเด็กตลอดเวลาที่เด็กอยู่ในสถานดังกล่าว ข้อ 3 ให้อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งผู้ปกครองสวัสดิภาพและพนักงาน เจ้าหน้าที่ เพื่อปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งผู้ปกครองสวัสดิภาพสำหรับ สถานรับเลี้ยงเด็ก และพนักงานเจ้าหน้าที่สำหรับสถานแนะแนวปัญหาเด็กและ ครอบครัวที่ตั้งขึ้นตามข้อ 2 วรรคสาม
ให้ถือว่าผู้ปกครองสวัสดิภาพและพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา ข้อ 4 เมื่อเด็กตกอยู่ในความปกครองดูแลของผู้ปกครองสวัสดิภาพ ครบกำหนดหนึ่งปีแล้ว ถ้าบิดามารดาหรือผู้ปกครองขอรับเด็กนั้นกลับไปอุปการะ เลี้ยงดูเอง ให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี วินิจฉัยสั่งการตามที่ เห็นสมควร ข้อ 5 บิดามารดาหรือผู้ปกครองเด็กอาจโต้แย้งคำสั่งของอธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่สั่งตามข้อ 4 ข้อ 10 วรรคสี่ หรือข้อ 14 วรรคสองได้ โดยยื่นคำร้องต่อศาลคดีเด็กและเยาวชนหรือศาลจังหวัดในกรณีที่ไม่มีศาลคดีเด็ก และเยาวชนในท้องที่ที่บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กนั้นมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ ในเขตอำนาจ คำวินิจฉัยของศาลคดีเด็กและเยาวชนหรือศาลจังหวัดดังกล่าวให้ เป็นที่สุด ข้อ 6 บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กซึ่งได้รับการสงเคราะห์ หรือคุ้มครองสวัสดิภาพตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ มีหน้าที่ชำระค่าอุปการะ เลี้ยงดูหรือค่าบริการเกี่ยวกับการที่ทางราชการให้การสงเคราะห์หรือคุ้มครอง สวัสดิภาพเด็กตามระเบียบและในอัตราที่อธิบดีกำหนด
ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าเด็กใดได้รับการ สงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเพียงพอแล้ว และบิดามารดาหรือผู้ปกครอง ของเด็กมีความสามารถเหมาะสมที่จะอุปการะเลี้ยงดูเด็กได้ ให้อธิบดีหรือผู้ว่า ราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี มีอำนาจมอบตัวเด็กนั้นคืนบิดามารดาหรือผู้ปกครอง ถ้าบิดามารดาหรือผู้ปกครองไม่รับเด็กคืนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ รับแจ้งให้รับมอบตัวเด็กกลับไป บิดามารดาหรือผู้ปกครองต้องชำระค่าอุปการะ เลี้ยงดูหรือค่าบริการเป็นจำนวนสองเท่าของอัตราตามที่อธิบดีกำหนดตามวรรคหนึ่ง สำหรับระยะเวลานับแต่วันที่ครบกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งดังกล่าว การชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าบริการตามข้อนี้ อธิบดีหรือผู้ว่า ราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอำนาจผ่อนผันหรือยกเว้นได้ตามที่เห็นสมควร ข้อ 7 เพื่อประโยชน์ในการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไปซึ่งรับ ราชการอยู่ในท้องที่ที่บิดามารดา ผู้ปกครองหรือเด็กมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ มีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) ซักถามเด็กเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าเด็กนั้นพึงได้รับการ สงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือนำเด็กนั้นไปกักตัวไว้ ณ ที่ทำการเท่าเวลา ที่จะสอบถามถ้อยคำที่จำเป็นจากเด็ก บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กหรือจาก ผู้เกี่ยวข้องรู้เห็น แล้วแต่กรณี และให้กระทำโดยมิชักช้า ห้ามมิให้ใช้วิธีกักตัวเด็ก เพื่อป้องกันการหลบหนีเกินความจำเป็น (2) เรียกบิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็ก หรือบุคคลอื่นที่สามารถ ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเป็นอยู่หรือความประพฤติของเด็ก มาให้ถ้อยคำ (3) สั่งให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็ก เจ้าของ หรือ ผู้ครอบครองสถานที่ที่เด็กอาศัยอยู่หรือที่เด็กกำลังศึกษาหรือทำงาน ส่งพยาน หลักฐานเกี่ยวกับความเป็นอยู่หรือความประพฤติของเด็ก (4) เข้าไปในสถานที่อยู่อาศัยของบิดามารดาหรือผู้ปกครองของ เด็กหรือของบุคคลที่เด็กเข้าไปเกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามและรวบรวมพยานหลักฐาน เกี่ยวกับความเป็นอยู่หรือความประพฤติของเด็ก (5) มอบตัวเด็กคืนบิดามารดาหรือผู้ปกครอง หรือมอบตัวเด็กคืนบิดา
มารดาหรือผู้ปกครองพร้อมทั้งว่ากล่าวตักเตือนบิดามารดาหรือผู้ปกครองให้ปกครอง ดูแลและอุปการะเลี้ยงดูมิให้เด็กนั้นประพฤติตนไม่สมควรอีก หรือส่งเด็กไปสถาน แรกรับเด็ก

ข้อ 8 เมื่อได้รับตัวเด็กตามข้อ 7 (5) ข้อ 11 ข้อ 13 (1) และข้อ 15 ไว้แล้ว ให้สถานแรกรับเด็กทำการวิเคราะห์และพิจารณาวิธีการ สงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กแต่ละรายแล้วเสนอความเห็นพร้อมทั้ง ประวัติของเด็กไปยังอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี โดยมิชักช้า

หมวด 2

การสงเคราะห์เด็ก -------- ข้อ 9 เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับนี้ได้แก่เด็กซึ่ง (1) ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครอง (2) บิดามารดาหรือผู้ปกครองทอดทิ้งไว้ ณ ที่ใดที่หนึ่งหรือเป็นเด็ก พลัดหลง (3) บิดามารดาหรือผู้ปกครองให้ความอุปการะเลี้ยงดูไม่เหมาะสม
หรือไม่สามารถให้ความอุปการะเลี้ยงดูได้เพราะเหตุที่ถูกจำคุก กักขัง พิการ ทุพพลภาพ ป่วยทางร่างกายหรือทางจิตใจ หรือตกอยู่ในภาวะอื่นใดอันอาจเป็น เหตุให้เกิดอันตรายแก่เด็กทั้งทางร่างกาย จิตใจ หรือศีลธรรม

(4) พิการทางร่างกาย สมอง สติปัญญา หรือจิตใจ ข้อ 10 พนักงานเจ้าหน้าที่อาจดำเนินการให้การสงเคราะห์แก่เด็ก ตามข้อ 9 และหรือครอบครัวของเด็กดังกล่าวตามความเหมาะสม ดังต่อไปนี้ (1) พิจารณาช่วยเหลือครอบครัวของเด็กนั้นเพื่อให้บิดามารดาหรือ ผู้ปกครองของเด็กสามารถอุปการะเลี้ยงดูเด็กได้ตามควรแก่อัตภาพ (2) มอบเด็กให้อยู่ในความอุปการะของบุคคลอื่น หรือสถานรับ เลี้ยงเด็ก หรือสถานสงเคราะห์เด็กของเอกชน (3) มอบเด็กให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นภายใต้บทบัญญัติแห่ง กฎหมายว่าด้วยการนั้น (4) รับเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานสงเคราะห์เด็กของทาง ราชการ การดำเนินการให้การสงเคราะห์ตาม (2) หรือ (4) ต้องได้รับ

อนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเสียก่อน และต้องได้รับความยินยอมเป็น หนังสือตามแบบพิมพ์ของทางราชการจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กด้วย

เมื่ออธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรให้เด็กซึ่งรับการ สงเคราะห์ตาม (2) หรือ (4) กลับไปอยู่ในความปกครองของบิดามารดาหรือ ผู้ปกครอง ให้มีอำนาจสั่งให้เด็กนั้นพ้นจากการสงเคราะห์และมอบตัวเด็กคืนบิดา มารดาหรือผู้ปกครองได้ ถ้าอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าเด็กคนใดซึ่งรับการสงเคราะห์ ตาม (2) หรือ (4) ประพฤติตนไม่สมควร อันพึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ให้มี อำนาจสั่งให้ส่งเด็กนั้นไปยังสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กได้ ข้อ 11 ภายใต้บังคับข้อ 10 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ บิดามารดาหรือผู้ปกครองอาจนำเด็กมายังที่ทำการของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอ รับการสงเคราะห์ได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้สอบถามข้อเท็จจริงจากบิดามารดา หรือผู้ปกครองที่นำเด็กและหรือจากเด็กนั้นเองแล้วเห็นว่าเด็กนั้นสมควรได้รับการ สงเคราะห์ตามข้อ 10 ให้ดำเนินการให้การสงเคราะห์ได้ตามที่เห็นสมควร แต่ถ้า พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรทำการวิเคราะห์และพิจารณาวิธีการสงเคราะห์ที่ เหมาะสมแก่เด็กเสียก่อน จะส่งตัวเด็กนั้นไปยังสถานแรกรับเด็กก็ได้

หมวด 3
การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
--------

ข้อ 12 เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามประกาศของ คณะปฏิวัติฉบับนี้ได้แก่เด็กซึ่งมีปัญหาทางความประพฤติ อันได้แก่เด็กซึ่งบิดามารดา หรือผู้ปกครองไม่สามารถควบคุมความประพฤติได้ หรือเด็กซึ่งประพฤติตนไม่สมควร ข้อ 13 วิธีการให้การคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กตามข้อ 12 มีดังต่อไปนี้ (1) ให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับการว่ากล่าว ตักเตือนตามข้อ 7 (5) มาแล้ว ทำทัณฑ์บนโดยกำหนดให้บิดามารดาหรือผู้ปกครอง ของเด็กระวังมิให้เด็กนั้นประพฤติตนไม่สมควรอีก ตลอดเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่ วันที่ทำทัณฑ์บนและกำหนดเบี้ยปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทซึ่งบิดามารดาหรือผู้ปกครอง จะต้องชำระเมื่อผิดทัณฑ์บน และเมื่อได้ปรับฐานผิดทัณฑ์บนแล้วให้มีอำนาจส่งเด็ก ไปยังสถานแรกรับเด็ก หรือให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพ อย่างอื่นตามที่เห็นสมควร (2) ให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือเด็กได้รับการบริการจาก สถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัว

(3) สอดส่องความประพฤติของเด็ก (4) ส่งเด็กไปอยู่ในความปกครองดูแลของบุคคลหรือองค์การ ที่เหมาะสม (5) ส่งเด็กไปยังสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไปซึ่งรับราชการ อยู่ในท้องที่ที่เด็กนั้น มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ มีอำนาจดำเนินวิธีการตาม (1) และ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินวิธีการตาม (1) และ (2) แต่ถ้าจะดำเนิน วิธีการตาม (3) (4) และ (5) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดเสียก่อน เมื่ออธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรให้เด็กซึ่งกำลังรับการ คุ้มครองสวัสดิภาพตาม (4) หรือ (5) กลับไปอยู่ในความปกครองของบิดามารดา หรือผู้ปกครอง ให้มีอำนาจสั่งให้เด็กนั้นพ้นจากการคุ้มครองสวัสดิภาพ และมอบตัว เด็กคืนบิดามารดาหรือผู้ปกครองได้ ถ้าอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าสมควรให้เด็กซึ่งรับการ คุ้มครองสวัสดิภาพตาม (4) หรือ (5) ได้รับการสงเคราะห์ในสถานสงเคราะห์ เด็ก ให้มีอำนาจส่งเด็กนั้นไปยังสถานสงเคราะห์เด็กได้
ถ้าเด็กซึ่งกำลังรับการคุ้มครองสวัสดิภาพตาม (5) หลบหนีจาก สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการตำรวจซึ่งมียศ ตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไปซึ่งรับราชการอยู่ในท้องที่ที่สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตั้งอยู่ ร้องขอต่อศาลคดีเด็กและเยาวชน ให้ส่งเด็กนั้นไปยังสถานพินิจและคุ้มครอง เด็กตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีเด็กและเยาวชน หรือต่อศาลจังหวัดในกรณี ที่ไม่มีศาลคดีเด็กและเยาวชนในท้องที่นั้นให้ส่งเด็กนั้นไปรับการฝึกอบรม ณ สถานที่ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก ข้อ 14 ในการสอดส่องความประพฤติของเด็ก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจแนะนำตักเตือนหรือวางข้อกำหนดใด ๆ ให้เด็กปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (1) ห้ามมิให้เด็กเข้าไปในสถานที่ที่กำหนดหรือคบหาสมาคมกับบุคคลใด อันจะเป็นเหตุจูงใจให้เด็กประพฤติชั่ว (2) ห้ามมิให้เด็กเที่ยวเตร่ในเวลาค่ำคืนตามเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ กำหนด (3) ให้เด็กรายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นครั้งคราว (4) ให้เด็กศึกษาหรือประกอบอาชีพภายใต้การควบคุมดูแลของพนักงาน เจ้าหน้าที่
(5) วางข้อกำหนดอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขความประพฤติ ของเด็ก เมื่อเด็กซึ่งได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพมีอายุครบสิบแปดบริบูรณ์ อธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดอาจสั่งให้บุคคลนั้นอยู่ภายใต้การสอดส่องความประพฤติ หรือ อยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กต่อไปจนถึงอายุไม่เกินยี่สิบปีบริบูรณ์ก็ได้ ข้อ 15 ภายใต้บังคับข้อ 13 และข้อ 14 บิดามารดาหรือผู้ปกครอง อาจนำเด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามข้อ 12 มายังที่ทำการของพนักงาน เจ้าหน้าที่เพื่อขอรับการคุ้มครองสวัสดิภาพได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้สอบถาม ข้อเท็จจริงจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองที่นำเด็กมาและหรือจากเด็กนั้นเองแล้ว เห็นว่าสมควรได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ เมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือตาม แบบพิมพ์ของทางราชการจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองดังกล่าวแล้วให้ดำเนินการ ให้การคุ้มครองสวัสดิภาพได้ตามที่เห็นสมควร แต่ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควร ทำการวิเคราะห์และพิจารณาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กเสียก่อน จะส่งตัวเด็กนั้นไปยังสถานแรกรับเด็กก็ได้

หมวด 4
สถานสงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก
และสถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัว
--------

ข้อ 16 ให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดจัดให้มีการส่งเสริมการ ดำเนินงานของสถานสงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก และสถานแนะแนวปัญหา เด็กและครอบครัว ของเอกชน เพื่อให้การคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็ก รวมทั้งควบคุม สถานดังกล่าวให้ดำเนินงานไปในทางที่จะเป็นประโยชน์แก่ความเจริญเติบโต ทางร่างกายและจิตใจของเด็ก ให้กระทรวงมหาดไทยให้การอุดหนุนสถานสงเคราะห์เด็ก สถาน รับเลี้ยงเด็ก และสถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัวของเอกชน ตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง ทั้งนี้ ภายในวงเงินงบประมาณ ข้อ 17 ผู้ใดประสงค์จะจัดตั้งสถานสงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยง เด็กหรือสถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัว ตามข้อ 16 ต้องได้รับอนุญาตจาก อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี การขออนุญาตจัดตั้งสถานสงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก และ

สถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัว คุณสมบัติของเจ้าของหรือผู้จัดการ การดำเนินงาน การควบคุม การออกใบอนุญาต การกำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาต การเพิกถอนใบอนุญาต และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตของสถานดังกล่าวให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ข้อ 18 ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้จัดการสถานสงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัวฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามกฎกระทรวง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาตหรือคำสั่งของ พนักงานเจ้าหน้าที่ ให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณีมีอำนาจ (1) ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมการดำเนินงานของสถาน สงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัว เป็นการชั่วคราว (2) เพิกถอนใบอนุญาต ในกรณีเพิกถอนใบอนุญาต ให้ส่งเด็กคืนบิดามารดาหรือผู้ปกครอง หรือส่งเด็กไปยังสถานสงเคราะห์เด็กหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ของทางราชการ หรือของเอกชนอื่น

หมวด 5
การปฏิบัติต่อเด็ก
--------

ข้อ 19 บิดามารดาหรือผู้ปกครองของเด็กต้องเลี้ยงดูอบรมและ ให้ความเอาใจใส่แก่เด็กตามสมควรและเหมาะสม
ข้อ 20 ห้ามมิให้บุคคลใด (1) ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานพยาบาล หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือ ทอดทิ้งเด็กไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็ก (2) โฆษณาเพื่อรับเด็กหรือยกเด็กให้บุคคลอื่น เว้นแต่เพื่อประโยชน์ ของทางราชการ (3) ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนเด็กด้วยทรัพย์สิน เว้นแต่กรณีที่ ทรัพย์สินนั้นเป็นสินสอดหรือของหมั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (4) ใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทาน หรือกระทำการใด ๆ อันเป็นเหตุส่งเสริมให้เด็กขอทาน (5) ขายหรือให้สุราหรือบุหรี่หรือสิ่งเสพติดให้โทษอื่นใดแก่เด็ก หรือชักจูงให้เด็กดื่มสุราหรือสูบบุหรี่หรือเสพสิ่งเสพติดให้โทษอื่นใด เว้นแต่การ ปฏิบัติทางการแพทย์ (6) ยอมให้เด็กเข้าเล่นการพนัน (7) ชักจูงหรือส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร

หมวด 6
บทกำหนดโทษ
--------

ข้อ 21 บิดามารดาหรือผู้ปกครองผู้ใดไม่ยอมรับเด็กที่พ้นจากการ
สงเคราะห์ตามข้อ 10 วรรคสาม หรือไม่ยอมทำทัณฑ์บนตามข้อ 13 (1) หรือ ไม่ยอมรับมอบเด็กที่พ้นจากการคุ้มครองสวัสดิภาพตามข้อ 13 วรรคสาม ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

ข้อ 22 ผู้ใดตั้งสถานสงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือ สถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัวโดยไม่ได้รับอนุญาตตามข้อ 17 หรือเจ้าของ หรือผู้จัดการสถานสงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานแนะแนวปัญหา เด็กและครอบครัว ไม่ยื่นคำขออนุญาตตั้งสถานดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนดตาม ข้อ 25 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งยังคงดำเนินงานต่อไป หรือเจ้าของ หรือผู้จัดการสถานสงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานแนะแนวปัญหาเด็ก และครอบครัว ยังคงดำเนินงานต่อไป ภายหลังที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามข้อ 18 (2) หรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 25 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อ 23 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ 19 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าร้อยบาท

ถ้าการไม่ปฏิบัติตามข้อ 19 เป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย จิตใจ และศีลธรรมของเด็ก ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือ ปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อ 24 ผู้ใดฝ่าฝืนข้อ 20 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

บทเฉพาะกาล
--------

ข้อ 25 สถานสงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก และสถานแนะแนว ปัญหาเด็กและครอบครัวของเอกชน ซึ่งได้จัดตั้งดำเนินงานอยู่ก่อนวันที่ประกาศของ คณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ ให้เจ้าของหรือผู้จัดการยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งเป็นสถาน สงเคราะห์เด็ก สถานรับเลี้ยงเด็ก และสถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัวตาม ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ใช้บังคับ ถ้าไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้ง ให้ผู้นั้นเลิกดำเนินงานสถานสงเคราะห์ เด็กสถานรับเลี้ยงเด็ก และสถานแนะแนวปัญหาเด็กและครอบครัวดังกล่าวภายใน หกสิบวันนับแต่วันที่รับทราบคำสั่งของอธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี

การใช้บังคับ
--------

ข้อ 26 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติในข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 ข้อ 17 และข้อ 18 ให้ใช้บังคับเฉพาะในนครหลวงกรุงเทพธนบุรี และจะใช้บังคับข้อใด ในท้องที่อื่นใด เมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา เมื่อใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้บังคับในท้องที่ใด บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นใดซึ่งมีข้อความขัดหรือแย้งกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้มิให้ ใช้บังคับในท้องที่นั้น [รก.2515/182/108พ/29 พฤศจิกายน 2515] ข้อ 27 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามประกาศ ของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามประกาศของ คณะปฏิวัติฉบับนี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2515 จอมพล ถ. กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติ

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com