Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2504
เป็นปีที่ 16 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการเช่าเคหะ และที่ดิน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติควบคุมการเช่า เคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2504/83/1พ/11 ตุลาคม 2504]

มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พุทธศักราช 2489 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 2) พุทธศักราช 2490 และพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2497 บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วใน พระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราช บัญญัตินี้แทน มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "เคหะ" หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยโดยไม่ต้อง คำนึงว่าจะใช้เป็นที่ประกอบธุรกิจ การค้าหรืออุตสาหกรรมด้วยเป็นส่วน ประธานหรืออุปกรณ์ "ที่ดิน" หมายความว่า ที่ดินสำหรับปลูกสร้างเคหะและที่ซึ่งต่อเนื่อง เป็นบริเวณของเคหะ "เคหะควบคุม" หมายความว่า เคหะซึ่งผู้ให้เช่าและผู้เช่าตกอยู่ ในบังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ซึ่งใช้บังคับอยู่ใน วันประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้เฉพาะที่มีอัตราค่าเช่า เป็นรายเดือนหรือคำนวณได้เป็นรายเดือนไม่เกินเดือนละหนึ่งพันบาท สำหรับ เคหะที่อยู่ในเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี และไม่เกินเดือนละ สามร้อยบาท สำหรับเคหะที่อยู่ในเขตเทศบาลทุกแห่ง นอกจากเทศบาล นครกรุงเทพฯ และเทศบาลนครธนบุรี "ที่ดินควบคุม" หมายความว่า ที่ดินซึ่งผู้ให้เช่าและผู้เช่าตกอยู่ใน บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวัน ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้เฉพาะที่มีอัตราค่าเช่า เป็นรายปี หรือคำนวณได้เป็นรายปีไม่เกินปีละสี่สิบแปดบาทต่อหนึ่งตารางวา
สำหรับที่ดินที่อยู่ในเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี และไม่เกินปีละ ยี่สิบสี่บาทต่อหนึ่งตารางวาสำหรับที่ดินที่อยู่ในเขตเทศบาลทุกแห่ง นอกจาก เทศบาลนครกรุงเทพฯ และเทศบาลนครธนบุรี "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 ให้มีกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการควบคุม การเช่า ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่งและกรรมการอื่นอีกมีจำนวน ไม่น้อยกว่าสี่คน และไม่เกินแปดคนซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ให้รัฐมนตรีตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่ง หรือบุคคลอื่นเป็นเลขานุการ คณะกรรมการ มาตรา 6 ในการประชุมของคณะกรรมการควบคุมการเช่า ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ที่ประชุมเลือก กรรมการคนหนึ่งเป็นประธานแห่งที่ประชุม มาตรา 7 การประชุมคณะกรรมการควบคุมการเช่าทุกคราวต้องมี กรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานแห่งที่ ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 8 คณะกรรมการควบคุมการเช่ามีอำนาจแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการควบคุมการเช่า ประกอบด้วยประธานอนุกรรมการคนหนึ่ง
และอนุกรรมการอื่นอีกมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนและไม่เกินสี่คน โดยได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐมนตรีเพื่อปฏิบัติการใดในท้องถิ่นใด ตามที่คณะกรรมการ ควบคุมการเช่าจะได้มอบหมายการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการควบคุมการเช่า และการมอบหมายให้ปฏิบัติการใดในท้องถิ่นใดให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีที่มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการควบคุมการเช่าตามความใน วรรคก่อนให้ถือว่าคณะอนุกรรมการควบคุมการเช่าเป็นคณะกรรมการควบคุม การเช่าในกิจการที่ได้รับมอบหมาย มาตรา 9 การประชุมคณะอนุกรรมการควบคุมการเช่า ให้นำ มาตรา 6 และมาตรา 7 มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 10 เมื่อคณะกรรมการควบคุมการเช่าได้รับคำร้องขอขึ้น ค่าเช่า หรือคำร้องขอใด ๆ ที่ได้ยื่นตามพระราชบัญญัตินี้ ให้วินิจฉัยสั่งภายใน หกสิบวันนับแต่วันได้รับคำร้องขอ มาตรา 11 ห้ามมิให้เรียกร้องขึ้นค่าเช่าเคหะควบคุม หรือที่ดิน ควบคุมจากผู้เช่า เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการควบคุมการเช่า มาตรา 12 เพื่อความประสงค์แห่งมาตรา 11 การขึ้นค่าเช่านั้น ให้หมายความรวมตลอดถึงการกระทำดังต่อไปนี้ ถ้าหากได้กระทำด้วยเจตนา ให้เป็นการแก้ไขหรือเพิ่มเติมสัญญาเช่าที่ได้มีอยู่เป็นครั้งสุดท้ายเกี่ยวแก่เคหะ ควบคุม หรือที่ดินควบคุมที่ให้เช่านั้น คือ (1) การให้ผู้เช่าเสียเงินกินเปล่า ทรัพย์สินอื่นใดหรือบริการให้แก่
ผู้ให้เช่า หรือผู้อื่นซึ่งผู้เช่าไม่จำต้องเสียตามกฎหมาย (2) การให้ผู้เช่าต้องมีหน้าที่หรือรับภาระใด ๆ ซึ่งตามกฎหมายผู้เช่า ไม่จำต้องมีหน้าที่หรือรับภาระนั้น ๆ (3) การให้ผู้ให้เช่าหลุดพ้นจากหน้าที่หรือภาระใด ๆ ซึ่งผู้ให้เช่า มีอยู่ตามสัญญาเช่าหรือตามกฎหมาย (4) การให้ผู้เช่าได้รับประโยชน์ในเคหะควบคุมหรือที่ดินควบคุมที่เช่า ลดน้อยลงกว่าที่ตกลงกันไว้ หรือตามสิทธิที่ผู้เช่ามีอยู่ตามกฎหมาย มาตรา 13 ผู้ให้เช่าเคหะควบคุมหรือที่ดินควบคุมอาจร้องขอให้ คณะกรรมการควบคุมการเช่าขึ้นค่าเช่าได้ มาตรา 14 คณะกรรมการควบคุมการเช่ามีอำนาจอนุญาตให้ผู้ให้ เช่าเคหะควบคุมและที่ดินควบคุมขึ้นค่าเช่าได้ในอัตราที่เห็นสมควร โดยคำนึง ถึงอัตราค่าเช่าที่เป็นอยู่โดยทั่วไปในเวลาที่ผู้ให้เช่าร้องขอขึ้นค่าเช่า แต่กรณี จะเป็นประการใดก็ตาม คณะกรรมการควบคุมการเช่าจะอนุญาตให้ผู้ให้เช่าขึ้น ค่าเช่าได้อีกไม่เกิน (1) ห้าเท่า ของค่าเช่าที่ผู้ให้เช่าได้รับอยู่ในวันร้องขอขึ้นค่าเช่า ในกรณีที่ค่าเช่านั้นเป็นอัตราที่ผู้ให้เช่าได้รับอยู่ก่อนปี พ.ศ.2490 (2) สองเท่า ของค่าเช่าที่ผู้ให้เช่าได้รับอยู่ในวันร้องขอขึ้นค่าเช่า ในกรณีที่ค่าเช่านั้นเป็นอัตราที่ผู้ให้เช่าได้รับอยู่ระหว่างปี พ.ศ.2490 - พ.ศ.2495 (3) หนึ่งเท่า ของค่าเช่าที่ผู้ให้เช่าได้รับอยู่ในวันร้องขอขึ้นค่าเช่า ในกรณีที่ค่าเช่านั้นเป็นอัตราที่ผู้ให้เช่าได้รับอยู่หลังปี พ.ศ.2495 มาตรา 15 ในกรณีที่คณะกรรมการควบคุมการเช่าได้มีคำสั่งอนุญาต ให้ผู้ให้เช่าเคหะควบคุมหรือที่ดินควบคุมขึ้นค่าเช่าก็ดี หรือมีคำสั่ง ไม่อนุญาตให้ผู้ให้เช่าเคหะควบคุมหรือที่ดินควบคุมขึ้นค่าเช่าก็ดี สิทธิการ ร้องขอขึ้นค่าเช่าของผู้ให้เช่าเคหะควบคุมหรือที่ดินควบคุมนั้นสิ้นสุดลงจะ ร้องขอขึ้นค่าเช่าอีกมิได้
มาตรา 15 ทวิ* เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่พระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับ เมื่อผู้ให้เช่าเคหะควบคุมหรือที่ดินควบคุมร้องขอ คณะกรรมการ ควบคุมการเช่ามีอำนาจอนุญาตให้ผู้ให้เช่าเคหะควบคุม หรือที่ดินควบคุมขึ้น ค่าเช่าเกินกว่าอัตราที่กำหนดในมาตรา 14 ได้ แต่ต้องไม่เกินกว่าอัตราค่าเช่า เคหะหรือที่ดินที่มิได้ควบคุม ซึ่งมีสภาพและทำเลที่ตั้งคล้ายคลึงกัน ทั้งนี้โดยมิต้อง คำนึงว่าจะได้มีการขึ้นค่าเช่าตามมาตรา 14 มาแล้วหรือไม่ และมิให้นำความ ในมาตรา 15 มาใช้บังคับ เมื่อคณะกรรมการควบคุมการเช่าได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องขอของ ผู้ให้เช่าเคหะควบคุมหรือที่ดินควบคุมหรือมีคำสั่งอนุญาตให้ขึ้นค่าเช่าตาม วรรคหนึ่งแล้ว สิทธิการร้องขอขึ้นค่าเช่าของผู้ให้เช่าเคหะควบคุมหรือที่ดิน ควบคุมสิ้นสุดลงจะร้องขอขึ้นค่าเช่าอีกมิได้ *[มาตรา 15 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2509] มาตรา 16 เพื่อปฏิบัติการพิจารณาคำร้องขอที่ได้ยื่นตามพระราช บัญญัตินี้ให้คณะกรรมการควบคุมการเช่ามีอำนาจ (1) เรียกผู้เช่า ผู้ให้เช่า หรือบุคคลอื่นใดตามความจำเป็น มาชี้แจง เกี่ยวกับเคหะหรือที่ดินนั้น (2) เรียกสัญญาเช่า ใบเสร็จค่าเช่า และเอกสารอย่างอื่นเกี่ยวกับ การเช่าจากผู้ครอบครองเอกสารนั้น ๆ (3) ตรวจเคหะและที่ดินที่เช่า ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึง พระอาทิตย์ตก มาตรา 17 ผู้ให้เช่าเคหะควบคุมหรือที่ดินควบคุมไม่มีสิทธิให้ผู้เช่า ซึ่งได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่าอยู่ใน หรือภายหลังวันใช้ พระราชบัญญัตินี้เลิกใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินที่เช่า แม้จะไม่มี สัญญาเช่าหรือสัญญาเช่านั้นสิ้นอายุแล้วก็ตาม เว้นแต่ในกรณี ดังต่อไปนี้
(1) ผู้เช่าผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าสองคราวติด ๆ กัน นอกจากมีสัญญา ต่อกันไว้เป็นอย่างอื่นอันเป็นคุณแก่ผู้เช่า (2) ผู้เช่าใช้ทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอย่างอื่น นอกจากที่ปรากฏตาม สัญญาเช่าอันอาจเป็นเหตุให้ทรัพย์สินที่เช่าเสียหาย และผู้ให้เช่าได้ให้ คำเตือนแล้วผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามภายในเวลาอันสมควร (3) ผู้เช่าให้เช่าช่วงโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่า (4) ผู้เช่าไม่สงวนทรัพย์สินที่เช่าเสมอกับวิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สิน ของตนเอง (5) ได้รับความยินยอมจากผู้เช่า (6) เมื่อคณะกรรมการควบคุมการเช่าได้พิจารณาเห็นสมควร และ ให้ความยินยอมในกรณีที่ผู้ให้เช่าเดิม หรือผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ที่ให้เช่ามีความจำเป็นจะเข้าอยู่อาศัยในทรัพย์สินที่ให้เช่า (7) เมื่อคณะกรรมการควบคุมการเช่าได้พิจารณาเห็นสมควร และ ให้ความยินยอมในกรณีที่เคหะควบคุมที่ให้เช่านั้นชำรุดทรุดโทรมถึงขนาด ต้องสร้างใหม่ หรือซ่อมแซมใหม่ในลักษณะที่การซ่อมแซมนั้นบุคคลจะอยู่อาศัย ในขณะทำการซ่อมแซมมิได้ หรือในกรณีที่ผู้ให้เช่าประสงค์จะรื้อเพื่อปลูกสร้าง ใหม่ให้สอดคล้องหรือเป็นไปตามผังเมือง ความเจริญ หรือความเป็นระเบียบ เรียบร้อยของบ้านเมือง (8) เมื่อคณะกรรมการควบคุมการเช่าได้พิจารณาเห็นสมควร และ ให้ความยินยอมในกรณีที่ผู้ให้เช่าที่ดินควบคุมประสงค์จะเปลี่ยนแปลงลักษณะ ของที่ดินควบคุมให้เป็นที่ปลูกสร้างอาคารใด ๆ เสียใหม่ ให้สอดคล้องหรือเป็นไป ตามผังเมือง ความเจริญ หรือความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง หรือ จะใช้เป็นสถานที่เพื่อประโยชน์แก่กิจการใดซึ่งเป็นความเจริญ หรือความเป็น ระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทั้งนี้โดยเจ้าของที่ดินควบคุมยินยอมเสีย และ ได้ชำระค่ารื้อถอนอาคารให้แก่ผู้เช่าซึ่งจะต้องรื้อถอนอาคารออกไปจากที่ดิน ควบคุมนั้น ตามจำนวนที่คณะกรรมการควบคุมการเช่ากำหนด
(9) เมื่อคณะกรรมการควบคุมการเช่าได้พิจารณาเห็นสมควร และให้ ความยินยอมเพื่อการอันเป็นสาธารณูปโภคสาธารณประโยชน์ หรือประโยชน์ ของรัฐ มาตรา 18 ในกรณีที่ผู้เช่าเคหะควบคุมหรือที่ดินควบคุมตาย และ ผู้หนึ่งผู้ใดในครอบครัวของผู้เช่าซึ่งอาศัยอยู่ในทรัพย์สินที่เช่าขณะที่ ผู้เช่าตาย แสดงความจำนงจะเช่าทรัพย์สินนั้นต่อไป โดยแจ้งความจำนงเป็น หนังสือไปยังผู้ให้เช่าภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ผู้เช่าตาย ให้ถือว่าผู้แจ้ง ความจำนงนั้นเป็นผู้เช่าสืบแทนต่อไป มาตรา 19 ผู้เช่าและผู้ให้เช่าเคหะควบคุม หรือที่ดินควบคุมที่ เกี่ยวข้องอาจอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการควบคุมการเช่าที่ได้สั่งตาม พระราชบัญญัตินี้ต่อรัฐมนตรีได้ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบ คำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด มาตรา 20 ห้ามมิให้เรียกหรือรับเงินกินเปล่า หรือทรัพย์สินอื่น ในทำนองเงินกินเปล่าจากผู้เช่า หรือผู้เสนอขอเช่าเคหะหรือที่ดิน ไม่ว่าเคหะหรือที่ดินนั้นจะเป็นเคหะควบคุมหรือที่ดินควบคุมหรือไม่ ความในวรรคก่อน มิให้ใช้บังคับแก่กรณีการเรียกเงินกินเปล่า หรือ ทรัพย์สินอื่นในทำนองเงินกินเปล่าจากผู้เสนอขอเช่าเคหะที่ปลูกสร้างขึ้นใหม่ หรือเคหะที่ไม่เคยมีการเช่ามาก่อน หรือเคยมีการเช่ามาก่อนแต่เคหะนั้น ไม่เคยได้มีการเช่าโดยผู้เช่าต้องเสียเงินกินเปล่า หรือทรัพย์สินอื่นในทำนอง เงินกินเปล่ามาก่อน มาตรา 21* ความในมาตรา 11 และมาตรา 17 ให้ใช้บังคับได้ เพียงแปดปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ความในวรรคก่อนไม่กระทบกระทั่งความผิดอาญาที่บุคคลได้กระทำการ ฝ่าฝืนมาตรา 11 ไว้ในระหว่างที่มาตรานี้ใช้บังคับอยู่ *[มาตรา 21 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2511] มาตรา 22 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 11 หรือมาตรา 20 ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา 23 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม ในการร้องขอต่อคณะกรรมการควบคุมการเช่า และการอุทธรณ์ได้ไม่เกินรายละ ห้าสิบบาท กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี

_________________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ กฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันที่ใช้อยู่ปัจจุบัน เป็นกฎหมายที่ ได้ตราขึ้นเพื่อแก้ไขความขาดแคลนที่อยู่อาศัยของประชาชนในระหว่างที่ประเทศ อยู่ในภาวะคับขัน แต่บัดนี้ภาวะคับขันซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ของกฎหมายดังกล่าว ได้ผ่านพ้นไปแล้ว และความขาดแคลนที่อยู่อาศัยของประชาชนก็ได้บรรเทา เบาบางลง จึงสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าเสียใหม่ เพื่อ ให้สอดคล้องกับนโยบายพัฒนาประเทศ และในขณะเดียวกันก็ยังคงคุ้มครอง ประโยชน์ของผู้เช่าที่ได้รับอยู่แล้ว ตามกฎหมายปัจจุบันให้ได้รับอยู่ต่อไปตาม สมควร สำหรับอาคารที่ได้สร้างขึ้นใหม่นั้นคงให้เป็นไปตามหลักของกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการเช่า

_________________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ กำหนดระยะเวลาควบคุมการขึ้นค่าเช่าและการให้เลิกเช่าเคหะและที่ดิน ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินจะสิ้นสุดลง แต่เคหะ และที่ดินที่อยู่อาศัยของประชาชนยังมีปริมาณต่ำกว่าที่ควรเพื่อบรรเทาความ เดือดร้อนของผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยของตนเอง สมควรมีการควบคุมการเช่าเคหะ และที่ดินให้บุคคลเหล่านี้ได้อยู่อาศัยในเคหะและที่ดินที่ได้เช่าอาศัยอยู่แล้ว ต่อไปอีก 2 ปี และเพื่อความเป็นธรรมแก่เจ้าของเคหะและที่ดิน สมควร ให้มีการขึ้นค่าเช่าอีกได้ไม่เกินอัตราการเช่าตามปกติที่มิได้ควบคุม [รก.2509/85/1พ/29 กันยายน 2509]

_________________________________
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2511
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก กำหนดระยะเวลาควบคุมการขึ้นค่าเช่า และการให้เลิกเช่าเคหะและที่ดินตาม กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินจะสิ้นสุดลง แต่เคหะและที่ดิน ที่อยู่อาศัยของประชาชนยังมีปริมาณต่ำกว่าที่ควรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของ ผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยของตนเอง สมควรมีการควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน ให้บุคคล เหล่านี้ได้อยู่อาศัยในเคหะและที่ดินที่ได้เช่าอาศัยอยู่แล้วต่อไปอีก 1 ปี

[รก.2511/92/1พ/10 ตุลาคม 2511]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com