ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ คุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ. 2504

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2504
เป็นปีที่ 16 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์การ สหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติในประเทศไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภาดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองการ ดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ.2504

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้ยกเลิก

(1) พระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติ และทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติในประเทศไทย พ.ศ. 2498 และ

(2) พระราชบัญญัติว่าด้วยการดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติ และทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติในประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2499

มาตรา 4 เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของสหประชาชาติและองค์กรของสหประชาชาติให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์

(1) ให้ยอมรับนับถือว่า สหประชาชาติและองค์กรของสหประชาชาติเป็นนิติบุคคล และให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย

(2) ให้สหประชาชาติและองค์กรของสหประชาชาติ สถานที่ ทรัพย์สิน สินทรัพย์ และบรรณสาร ของสหประชาชาติและหรือองค์กรของสหประชาชาติ และให้ผู้แทนของสมาชิกและพนักงานของสหประชาชาติ และหรือองค์กรของสหประชาชาติและผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่น ที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อสหประชาชาติและหรือองค์กรของสหประชาชาติ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย หรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับสหประชาชาติและหรือองค์กรของสหประชาชาติ ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของสหประชาชาติฉบับที่สมัชชาแห่งสหประชาชาติได้ลงมติรับเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2489 เพียงเท่าที่รัฐบาลได้รับใช้บทแห่งอนุสัญญานั้น หรือความตกลงที่รัฐบาลได้ทำไว้ หรือจะได้ทำต่อไปกับสหประชาชาติหรือองค์กรของสหประชาชาติ

มาตรา 5 เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยของทบวงการชำนัญพิเศษซึ่งจะระบุไว้ในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้บรรลุผลตามความมุ่งประสงค์

(1) ให้ยอมรับนับถือว่า ทบวงการชำนัญพิเศษนั้น ๆ เป็นนิติบุคคลและให้ถือว่ามีภูมิลำเนาในประเทศไทย

(2) ให้ทบวงการชำนัญพิเศษนั้น ๆ สถานที่ ทรัพย์สิน สินทรัพย์ และบรรณสาร ของทบวงการชำนัญพิเศษนั้น ๆ และให้ผู้แทนของสมาชิกและพนักงานของทบวงการชำนัญพิเศษนั้น ๆ และผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่น ที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชำนัญพิเศษนั้น ๆ ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย หรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่ หรือในการปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับทบวงการชำนัญพิเศษนั้น ๆ ได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันตามที่ระบุไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการชำนัญพิเศษฉบับที่สมัชชาแห่งสหประชาชาติได้ลงมติรับเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ซึ่งรัฐบาลได้รับใช้หรือจะได้รับใช้ต่อไปภายใต้เงื่อนไขที่ระบุไว้ในภาคผนวกท้ายอนุสัญญา หรือภาคผนวกเพิ่มเติม หรือภาคผนวกที่แก้ไขใหม่ หรือความตกลงที่รัฐบาลได้ทำไว้ หรือจะได้ทำต่อไปกับทบวงการชำนัญพิเศษนั้น

มาตรา 6 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ส.ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี

_________________

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมาย เกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษ แห่งสหประชาชาติในประเทศไทยซึ่งได้ใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2498 จนถึงบัดนี้ และได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาแล้วนั้น ยังมีบทบัญญัติที่ไม่ชัดเจน เพียงพอ ไม่เป็นการสะดวกแก่การปฏิบัติ จึงสมควรปรับปรุงเสียใหม่

หมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสหประชาชาติและทบวงการชำนัญพิเศษในประเทศไทย พ.ศ. 2504
_____

1. อนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของสหประชาชาติ ฉบับที่สมัชชาแห่งสหประชาชาติได้รับเอา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1946 (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 73 ตอนที่ 48 หน้า 682 วันที่ 12 มิถุนายน 2499)

2. อนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการชำนัญพิเศษ ฉบับที่สมัชชาแห่งสหประชาชาติได้รับเอาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1947 และภาคผนวกท้ายอนุสัญญา (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 73 ตอนที่ 48 หน้า 682 วันที่ 12 มิถุนายน 2499)

3. ความตกลงระหว่างกองทุนพิเศษแห่งสหประชาชาติกับรัฐบาล แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับความช่วยเหลือจากกองทุนพิเศษ

(ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 77 ตอนที่ 67 หน้า 650 วันที่ 16 สิงหาคม 2503)

4. ความตกลงมาตรฐานที่ได้แก้ไขใหม่ระหว่างสหประชาชาติ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก องค์การการกรรมกรระหว่างประเทศ องค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่ง สหประชาชาติ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ องค์การอนามัยโลก และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่าง ประเทศ กับรัฐบาลแห่งประเทศไทย(ประกาศใช้ในราชกิจจา นุเบกษา เล่ม 77 ตอนที่ 67 หน้า 668 วันที่ 16 สิงหาคม 2503)

5. ความตกลงระหว่างสหประชาชาติกับรัฐบาลแห่งประเทศไทย เกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจสำหรับ เอเชียและตะวันออกไกลในประเทศไทย ซึ่งได้ลงนามกัน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2497 ณ นครเจนีวา (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 78 ตอนที่ 59 วันที่ 25 กรกฎาคม 2504)

6. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับองค์การ อาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสำนักงานส่วนภูมิภาค ตะวันออกไกลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ซึ่งได้ลงนามกันเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2499 (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 78 ตอนที่ 59 วันที่ 25 กรกฎาคม 2504)

7. อนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการชำนัญพิเศษ เพิ่มเติม แก่

(1) องค์การการกรรมกรระหว่างประเทศ (ภายในบังคับ ของภาคผนวก 1 ท้ายอนุสัญญา)

(2) องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ภายในบังคับของภาคผนวก 4 ท้ายอนุสัญญา)

(3) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ภายในบังคับของ ภาคผนวก 5 ท้ายอนุสัญญา)

(4) ธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและพัฒนาการ (ภายในบังคับของภาคผนวก 6 ท้ายอนุสัญญา)

(5) องค์การอนามัยโลก (ภายในบังคับของภาคผนวก 7 ที่ได้ตรวจแก้ไขแล้ว ซึ่งสมัชชาอนามัยโลกสมัยที่ 10 ได้ลงมติ รับเมื่อ พ.ศ. 2500)

(6) สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ(ภายในบังคับ ของภาคผนวก 9 ท้ายอนุสัญญา)

(7) องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ภายในบังคับของภาคผนวก 11 ท้ายอนุสัญญา) และ (8) บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (ภายในบังคับของภาคผนวก 13 ซึ่งคณะผู้อำนวยการของบรรษัทได้ลงมติรับเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2502) (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 78 ตอนที่ 73 วันที่ 12 กันยายน 2504)

8. อนุสัญญาว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันของทบวงการชำนัญพิเศษ เกี่ยวกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ภายในบังคับ ของภาคผนวก 2 ที่ได้ตรวจแก้ไขแล้ว ซึ่งที่ประชุมสมัยที่ 10 ของ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติได้ลงมติรับโดยข้อมติ ที่ 72/59 (ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 78 ตอนที่ 73 วันที่ 12 กันยายน 2504)

9. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งประเทศไทยกับองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับสำนักงาน ส่วนภูมิภาคเอเชียขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติซึ่งได้ลงนามกันเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ.2504

(ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 78 ตอนที่ 89 วันที่ 31 ตุลาคม 2504)

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย