ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ จัดวางการรถไฟและทางหลวง พระพุทธศักราช 2464

มีพระบรมราชโองการ ในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำรัสเหนือเกล้า ฯ ให้ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ด้วยมีเหตุสมควรที่จะ จัดวางการรถไฟแผ่นดิน รถไฟราษฎร์และทางหลวงให้เรียบร้อยดียิ่งขึ้น และเพื่อรวบรวมบท กฎหมายข้อบังคับในเรื่องนี้เข้าไว้เป็นหมวดหมู่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราช บัญญัติโดยบทมาตราไว้ต่อไปดังนี้

ข้อความเบื้องต้น
______

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและ ทางหลวง พระพุทธศักราช 2464

มาตรา 2* ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้เป็นกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 15 เดือนสิงหาคม พระพุทธศักราช 2464 เป็นต้นไป *[รก.2464/-/123/27 สิงหาคม 2464]

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

(1) คำว่า รถไฟ หมายความว่า กิจการที่จัดทำขึ้นเพื่อหาประโยชน์ด้วยวิธี บรรทุก ส่งคนโดยสารและสินค้าบนทางซึ่งมีราง ส่วนรถไฟที่ใช้แต่เฉพาะภายในตำบลหนึ่ง เมืองหนึ่ง หรือจังหวัดหนึ่งนั้น ให้เรียกว่า รถราง

(2) คำว่า ที่ดินรถไฟ หมายความว่า ที่ดินทั้งหลายที่ได้จัดหาหรือเช่าถือไว้ใช้ใน การรถไฟโดยชอบด้วยพระราชกำหนดกฎหมาย

(3) คำว่า ทางรถไฟ หมายความว่า ถนนหรือทางซึ่งได้วางรางเพื่อการเดินรถ

(4) คำว่า เครื่องประกอบทางรถไฟ หมายความว่า สถานี สำนักงานที่ทำการ คลังไว้สินค้า เครื่องจักรประจำที่ และสรรพสิ่งของทั้งปวงที่ก่อสร้างไว้เพื่อประโยชน์ของรถไฟ

(5) คำว่า รถ หมายความว่า รถจักร รถบรรทุก รถคนโดยสาร หรือรถขนของ ซึ่งมีล้อครีบสำหรับเดินบนราง

(6) คำว่า พัสดุ หมายความว่ารางอะไหล่ ไม้หมอนหมุดควง และแป้นควง เครื่องอะไหล่สำหรับรถ เครื่องประกอบสำหรับสร้างสะพานของเครื่องใช้ในการก่อสร้าง เครื่องมือ วัตถุเชื้อเพลิง น้ำมันหยอดเครื่อง หรือของสิ่งอื่น ๆ ซึ่งรถไฟเก็บสะสมไว้ใช้

(7) คำว่า พนักงานรถไฟ หมายความว่า บุคคลที่รถไฟได้จ้างไว้หรือได้มอบ หน้าที่ให้กระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งของรถไฟ

(8) คำว่า หัตถภาระ หมายความว่า ถุง ย่าม ห่อผ้า หรือกระเป๋าถือทุกชนิด ซึ่ง ผู้โดยสารนำไปในห้องรถโดยสาร เพื่อใช้สอยเองหรือเพื่อความสะดวก

(9) คำว่า ครุภาระ หมายความว่า สรรพสิ่งของเครื่องใช้ทุกชนิด ซึ่งผู้โดยสาร อาจนำบรรทุกในรถสัมภาระ

(10) คำว่า ห่อวัตถุ หมายความว่าห่อของ ถุง หีบ ตะกร้า และของสิ่งอื่น ๆ (รวมทั้งผลไม้ ผัก ปลา เป็ด ไก่ ห่าน ฯลฯ) ที่บรรทุกได้ในขบวนรถโดยสารตามอัตราระวาง บรรทุกห่อวัตถุ

(11) คำว่า สินค้า หมายความว่าสรรพสิ่งของหรือสินค้าทั้งปวงที่ส่งไปตามอัตรา สินค้า

(12) คำว่า ของมีชีวิต หมายความว่าสัตว์มีชีวิตทุกอย่างที่ส่งไปในขบวนรถ สินค้าหรือขบวนรถอื่น

(13) คำว่า ผู้รับอนุญาต หมายความว่าบุคคล ห้าง หุ้นส่วนหรือบริษัทที่ได้รับ อนุญาตจากรัฐบาลให้สร้างรถไฟได้เป็นพิเศษ

(14) คำว่า ทางหลวง หมายความว่าบรรดาถนนหลวง ทางเกวียน และทางต่าง อันอยู่ในความกำกับตรวจตราแห่งเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล

(15) คำว่า ทางราษฎร์ หมายความว่าถนนหนทาง ทางเกวียนและทางต่าง อย่างอื่น ๆ นอกจากที่จัดเป็นทางหลวง

(16) คำว่า ทางน้ำ หมายความว่า แม่น้ำ ลำน้ำ และคลองที่เรือเดินได้

มาตรา 4 รถไฟจัดแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ (1) รถไฟแผ่นดิน (2) รถไฟผู้รับอนุญาต (3) รถไฟหัตถกรรม

มาตรา 5 การกำหนดประเภทรถไฟก็ดี หรือการเปลี่ยนแปลงประเภทรถไฟก็ดี ท่านบังคับว่าจำต้องมีประกาศพระราชกฤษฎีกา

มาตรา 6 ในส่วนรถไฟทั้งหลายนอกจากรถไฟหัตถกรรม (1) ห้ามไม่ให้ยกกำหนดอายุความขึ้นต่อสู้สิทธิของแผ่นดินเหนือที่ดินรถไฟ หรือ อสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นของรถไฟ (2) ห้ามไม่ให้เอกชนหรือบริษัทใด ๆ หวงห้ามหรือถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินรถไฟ หรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น เว้นไว้แต่จะได้มีประกาศกระแสพระบรมราชโองการเป็นพิเศษว่า ทรัพย์นั้น ๆ ได้ขาดจากเป็นที่ดินรถไฟ (3) ห้ามมิให้ยึดที่ดินรถไฟ สิ่งปลูกสร้าง รถและพัสดุของรถไฟ

มาตรา 7 ตั้งแต่วันที่ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้สืบไป แม้ถึงว่าจะมี ข้อความกล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในหนังสือพระราชทานพระบรมราชานุญาตนั้นก็ดี บทพระราช บัญญัติทั้งหลายนี้ ซึ่งว่าด้วยความสงบเรียบร้อยและความปราศภัยแห่งประชาชน กับทั้ง ว่าด้วยการสอดส่องและการกำกับตรวจตราโดยสภากรรมการรถไฟนั้น ท่านให้ใช้บังคับแก่ บรรดารถไฟราษฎร์ทั้งหลายซึ่งมีอยู่ในพระราชอาณาจักรในวันที่ออกใช้พระราชบัญญัตินี้ด้วย

ภาคที่ 1
ว่าด้วยรถไฟแผ่นดิน
_______

ส่วนที่ 1
ว่าด้วยจัดวางการทั่วไป
_______

มาตรา 8* รถไฟหลวงนั้น เป็นสมบัติของแผ่นดินอยู่ในความบังคับบัญชาของ กรมรถไฟ ขึ้นอยู่ในกระทรวงเศรษฐการ มีอธิบดีเป็นหัวหน้าบัญชากิจการ อยู่ภายใต้ความบังคับ บัญชาและรับผิดชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ *[มาตรา 8 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวงแก้ไข เพิ่มเติม พุทธศักราช 2477]

มาตรา 9* ให้มีคณะกรรมการรถไฟขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย (1) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการเป็นประธาน อธิบดีกรมรถไฟ อธิบดีกรมโยธาเทศบาล อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงการคลัง และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย และ (2) กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งเจ็ดนาย เลือกจากผู้มีความรู้ความชำนาญในกิจการ ซึ่งเกี่ยวกับการรถไฟ หรือเกี่ยวกับกฎหมาย ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการจะได้ ประกาศตั้งขึ้นโดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี *[มาตรา 9 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2477]

มาตรา 10* ให้คณะกรรมการรถไฟมีหน้าที่ควบคุมรถไฟราษฎรตามอำนาจและ หน้าที่ซึ่งมีบทกำหนดไว้ว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของสภากรรมการรถไฟตามพระราชบัญญัติจัดวาง การรถไฟและทางหลวง พุทธศักราช 2464 ในส่วนรถไฟหลวง ให้คณะกรรมการนี้มีหน้าที่รับปรึกษาในเมื่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเศรษฐการเสนอในเรื่องต่อไปนี้

(1) โครงการและนโยบายของการรถไฟ (2) การลงทุนใหม่ (3) งบประมาณประจำปี และ (4) กิจการอย่างอื่นเกี่ยวด้วยการรถไฟ คณะกรรมการรถไฟอาจร้องขอให้บุคคลภายนอกมาให้คำแนะนำและความเห็น และอาจเชิญเจ้าหน้าที่คนใด ๆ มาชี้แจงข้อความ หรืออาจตั้งอนุกรรมการขึ้นสอบสวนข้อความ ใด ๆ ได้ *[มาตรา 10 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2477]

มาตรา 11* ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการเป็นผู้สั่งให้ เรียกประชุม คณะกรรมการรถไฟ การประชุมของคณะกรรมการนี้ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าแปดนาย จึงเป็นองค์ประชุม การลงมติให้ถือเอาคะแนนข้างมากของจำนวนกรรมการที่มาประชุม

*[มาตรา 11 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2477]

มาตรา 12 ผู้บัญชาการจะได้ตั้งอาณาบาลรถไฟ ซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) จัดการสืบสวนในเรื่องที่ผู้โดยสารก็ดี หรือบุคคลอื่น ๆ ก็ดี หรือพนักงาน รถไฟก็ดี ได้กระทำผิดหรือกระทำการเสียหายให้เกิดขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งเป็นการฝ่าฝืน ขืนขัดต่อพระราชกำหนดกฎหมายและกฎข้อบังคับของรถไฟ แล้วให้จดหมายบันทึกเหตุการณ์ นั้น ๆ ลงไว้ในสมุดบัญชีความ (2) รายงานเหตุการณ์ที่มีผู้กระทำผิดนั้นต่อกรมรถไฟแผ่นดินและแจ้งให้อัยการ ท้องที่ซึ่งมีอำนาจนั้นทราบ เมื่อเห็นว่าเป็นการจำเป็นที่จะต้องฟ้องร้องเป็นคดีอาญา (3) จับกุมผู้กระทำผิดซึ่งหน้า หรือที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้นั้นได้กระทำผิดเป็น อาญาแผ่นดิน เมื่อเห็นว่าจำเป็น และให้ส่งตัวผู้ผิดนั้นไปยังอัยการ (4) รายงานเหตุการณ์เสียหายต่อกรมรถไฟแผ่นดิน และจัดการยื่นฟ้องเรียก ค่าเสียหายแทนกรมรถไฟแผ่นดินต่อศาลซึ่งมีอำนาจที่จะรับพิจารณาพิพากษาคดีนั้น

มาตรา 13 อาณาบาลรถไฟเป็นผู้รับเรื่องราวหรือคำร้องขอค่าเสียหายของบุคคล ผู้ซึ่งร้องทุกข์ว่าได้รับความเสียหายอย่างใดอย่างหนึ่งอันเนื่องแต่การก่อสร้าง การบำรุง หรือ ลักษณะจัดการงานแห่งรถไฟ

มาตรา 14 ในขณะที่อาณาบาลรถไฟไม่ได้อยู่ประจำการนั้น ให้นายสถานี พนักงานกำกับรถ หรือผู้แทนเมื่อกระทำการตามหน้าที่นั้นมีอำนาจ และหน้าที่อย่างเดียวกันกับ อาณาบาลรถไฟทุกประการ

มาตรา 15 กรมรถไฟแผ่นดินมีอำนาจที่จะออกกฎข้อบังคับ และตั้งอัตราค่าระวาง ขึ้นไว้ได้ เมื่อเห็นว่าเป็นการจำเป็นในข้อต่อไปนี้ คือ

(1) ว่าด้วยแบบและการสร้างรถ

(2) ว่าด้วยวิธีจัดระเบียบการเดินรถและวางกำหนดอัตราให้รถวิ่งเร็วหรือช้าเพียงไร และให้เดินไปได้โดยสถานใด

(3) ว่าด้วยอัตราค่าระวางซึ่งผู้โดยสารต้องเสีย

(4) ว่าด้วยจำนวนผู้โดยสารในห้องรถห้องหนึ่ง ๆ ไม่ให้เกินกว่ากำหนดอย่างสูง ตามที่จะได้ตั้งขึ้นไว้

(5) ว่าด้วยการบรรทุกผู้โดยสารและจัดที่ให้ผู้โดยสารอยู่และว่าด้วยหัตถภาระของ ผู้โดยสารนั้น

(6) ว่าด้วยรถขายอาหาร และห้องขายอาหาร

(7) ว่าด้วยอัตราระวางบรรทุก ข้อสัญญาและข้อไขสัญญาที่กรมรถไฟแผ่นดินจะ รับบรรทุก รับรักษาของ หรือรับฝากหัตถภาระ ครุภาระ ห่อวัตถุ และสินค้าไว้ในที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ของรถไฟในนามของผู้เป็นเจ้าของ ผู้ส่งของหรือผู้รับของนั้น

(8) ว่าด้วยกำหนดเวลาที่รถไฟจะออกเดิน

(9) ว่าด้วยการเดินรถ

(10) ว่าด้วยเครื่องอาณัติสัญญาและโคมไฟของรถไฟ

(11) ว่าด้วยการสับเปลี่ยนรถ หรือจัดให้รถหลีกรางกัน

(12) ว่าด้วยกุญแจและเหล็กเปิดปิดราง รางซึ่งผ่านกัน และทางรถไฟผ่านถนนเสมอระดับ

 (13) ว่าด้วยจัดการเพื่อระงับ หรือลดหย่อนภยันตรายอันพึงเกิดขึ้นแก่กิจการของ รถไฟ และเกี่ยวกับประชาชนหรือพนักงานรถไฟ

(14) ว่าด้วยความปราศภัย ความผาสุก และความเรียบร้อยของประชาชนในระหว่าง เวลาเดินทาง อยู่ในรถหรือในที่ดินของรถไฟ แต่อัตราค่าระวางโดยสารและค่าบรรทุกอย่างสูงนั้น กรมรถไฟแผ่นดินและกระทรวงพาณิชย์ ต้องกำหนดโดยมีข้อตกลงกันก่อน กฎข้อบังคับและอัตราค่าระวางดังกล่าวนี้ เมื่อผู้บัญชาการรถไฟแผ่นดินได้แจ้งความ ออกประกาศให้ใช้แล้ว ก็เป็นอันใช้ได้ทีเดียว

มาตรา 16 กฎข้อบังคับและอัตราค่าระวางที่ว่าด้วยการเดินรถ และลักษณะจัดการ งานแห่งรถไฟนั้น ให้พิมพ์และปิดประจำไว้ให้ประจักษ์แจ้งที่สถานีรถไฟทุกแห่ง เมื่อได้ทำเช่นนี้ แล้วท่านให้สันนิษฐานว่าข้อความในกฎข้อบังคับและอัตราค่าระวางนั้น เป็นอันทราบแก่ชนทั้งปวง ผู้ซึ่งได้ใช้รถไฟนั้น

มาตรา 17 รถไฟทหารบกนั้นสร้างและรักษาด้วยกำลังของทหารบก และใช้เงิน ในแผนกทหารบกด้วย การบังคับบัญชาและกำกับตรวจตรารถเหล่านี้ ในเวลาสันติภาพ ให้อยู่ในอำนาจ ของผู้บัญชาการรถไฟแผ่นดิน

 | หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย