ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2502

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2502
เป็นปีที่ 14 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริม การพัฒนาอุตสาหกรรมส่วนเอกชนในราชอาณาจักร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติบรรษัทเงินทุน อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2502"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่ วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2502/99/1พ./28 ตุลาคม 2502]

มาตรา 3* ในพระราชบัญญัตินี้ "บรรษัท" หมายความว่า บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการบรรษัทเงินทุน อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย "ภารธุระอุตสาหกรรม" หมายความว่า การประกอบอุตสาหกรรม และให้หมายความรวมตลอดถึงการทำหัตถกรรม การดำเนินกรรมวิธีและ การซ่อมซึ่งสิ่งของ การทำเหมืองแร่ การผลิตและจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า หรือพลังงานอย่างอื่น การขนส่ง การอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การก่อสร้าง การปรับปรุงพื้นที่ และเกษตรกรรมพาณิชย์ "หลักทรัพย์" หมายความว่า หุ้น สต๊อก หุ้นกู้ พันธบัตร ตั๋วเงินคลัง ตั๋วเงิน และตราสารเปลี่ยนมืออย่างอื่น "เงินกองทุน" หมายความว่า ทุนที่ชำระแล้ว ทุนสำรอง ซึ่งรวมทั้ง เงินสำรองอื่นที่ได้จัดสรรจากกำไรสุทธิ และกำไรสุทธิคงเหลือหลังจาก การจัดสรรแล้ว "ผู้ถือหุ้น" หมายความว่า ผู้ถือหุ้นของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย "ประกันซื้อ" หมายความว่า ซื้อหรือตกลงจะซื้อหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนจากผู้ออก เพื่อการจำหน่ายต่อไป "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ *[มาตรา 3 แก้ไขโดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 233 ลงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2515]

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้

โดยที่เป็นการสมควรจะมีกฎหมายกำหนดวิธีการระงับการค้ากำไร เกินสมควรจากราชการ พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา จึงมีพระบรมราช โองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติกำหนดวิธีการ ระงับการค้ากำไรเกินสมควรจากราชการ พ.ศ. 2491" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2491/8/94/10 กุมภาพันธ์ 2491] มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "คณะกรรมการ" หมายถึง คณะกรรมการพิจารณาระงับการค้ากำไร เกินสมควรจากราชการ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามความในพระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
การจัดตั้ง
_____

มาตรา 5 ให้จัดตั้งบรรษัทขึ้นตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ เรียกว่า "บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย" และให้บรรษัทเป็นนิติบุคคล ให้บรรษัทมีสำนักงานแห่งใหญ่ในจังหวัดพระนคร

มาตรา 6 ความรับผิดของผู้ถือหุ้นแต่ละคน ให้จำกัดเพียงเท่า จำนวนเงินที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าของหุ้นที่ตนถือ  

มาตรา 7* ให้กำหนดทุนเรือนหุ้นของบรรษัทเป็นจำนวนหุ้นสามัญ สี่ล้านหุ้น มีมูลค่าหุ้นละหนึ่งร้อยบาท รวมเป็นทุนสี่ร้อยล้านบาท ทุนที่กล่าวนั้นอาจเพิ่มขึ้นได้ด้วยการออกหุ้นสามัญใหม่ โดยมติพิเศษ ของที่ประชุมผู้ถือหุ้น แต่การลดทุนจะกระทำมิได้ มูลค่าหุ้นตามวรรคหนึ่ง อาจเพิ่มหรือลดได้โดยมติพิเศษของที่ประชุม ผู้ถือหุ้น *[มาตรา 7 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2522]

มาตรา 8 ให้บรรษัทเสนอต่อประชาชนและหรือบุคคลใด ๆ ตามแต่ บรรษัทจะกำหนด ให้เข้าชื่อซื้อหุ้นที่ระบุในมาตรา 7 ตามเวลา วิธีการ และ จำนวนที่บรรษัทกำหนด และให้บรรษัทจัดออกหุ้นเหล่านั้นได้

มาตรา 9 เมื่อมีผู้เข้าชื่อซื้อหุ้นที่ระบุในมาตรา 7 เป็นจำนวน ไม่ต่ำกว่าห้าพันหุ้น และได้ชำระเงินเต็มค่าแล้ว ให้คณะกรรมการซึ่งรัฐมนตรี แต่งตั้งตามมาตรา 14 นัดผู้ถือหุ้นมาประชุมกันเป็นการประชุมใหญ่โดยไม่ชักช้า เพื่อปรึกษากิจการที่กำหนดตามพระราชบัญญัตินี้ และกิจการอื่นตามที่จำเป็น

มาตรา 10 ภายหลังที่บรรษัทได้มีผู้ถือหุ้น และได้มีการประชุม ผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมการตามความในพระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้นำบทบัญญัติ ที่ว่าด้วยบริษัทจำกัดในประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแก่บรรษัท โดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทปฏิบัติแก่บรรษัทเช่นเดียวกับบริษัทจำกัด

| หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย