ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2534

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534
เป็นปีที่ 46 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยา เสพติด จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2534

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่บทบัญญัติหมวด 3 จะให้ใช้บังคับเมื่อใด ในท้องที่ ใด ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา

[รก.2534/205/1พ/25 พฤศจิกายน 2534]

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

ยาเสพติด หมายความว่า ยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษ และยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด

ติดยาเสพติด หมายความว่า เสพยาเสพติดเป็นประจำติดต่อกัน และตกอยู่ในสภาพที่จำเป็นต้องพึ่งยาเสพติดนั้น โดยสามารถตรวจพบสภาพ เช่นว่านั้นได้ตามหลักวิชาการ

ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ หมายความว่า ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติดและตรวจพิสูจน์การติดยาเสพติด

การฟื้นฟูสมรรถภาพ หมายความว่า การกระทำใด ๆ เพื่อบำบัด การติดยาเสพติด และฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ติดยาเสพติดให้กลับคืน สู่สภาพปกติ

 คณะกรรมการ หมายความว่า คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด

พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยแต่งตั้งจากข้าราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรมหรือ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐ มนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราช บัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงและ ประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

หมวด 1
คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด
_______

มาตรา 5 ให้มีคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมควบคุมโรคติดต่อ อธิบดีกรมตำรวจ อธิบดีกรมประชาสงเคราะห์ อธิบดี กรมราชทัณฑ์ อัยการสูงสุด อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นซึ่ง รัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินสองคนเป็นกรรมการ และเ ลขาธิการส่งเสริมงาน ตุลาการเป็นกรรมการ และเลขานุการ คณะกรรมการจะแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ หนึ่งคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

มาตรา 6 ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) แต่งตั้งและถอดถอนคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามมาตรา 11

(2) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาวินิจฉัย ของคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพตามมาตรา 12 วรรคสอง

(3) เสนอแนะรัฐมนตรีในการประกาศเกี่ยวกับศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามมาตรา 14 มาตรา 15 และมาตรา 16

(4) เสนอแนะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการบันทึกประวัติและการตรวจพิสูจน์การติดยาเสพติดตามมาตรา 20

(5) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาส่งตัว ผู้ต้องหาเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพตามมาตรา 21 และการพิจารณาส่งตัวผู้ต้องหา ไปยังพนักงานสอบสวนตามมาตรา 21 และมาตรา 33

(6) วางระเบียบกำ หนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการฟื้นฟูสมรรถภาพ

(7) วางระเบียบกำหนดประเภทของบุคคลที่จะอนุญาตให้ได้รับการ ปล่อยตัวชั่วคราว

(8) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาต ให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามมาตรา 23

(9) พิจารณาอนุญาตให้ย้ายตัวผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพไปรับการ ฟื้นฟูสมรรถภาพยังศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอื่นตามมาตรา 24

(10) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการตรวจสอบและ ติดตามผลการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

(11) วางระเบียบเกี่ยวกับการเยี่ยมและการติดต่อผู้เข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพภายในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ

(12) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ในการลดและการขยายระยะเวลา การฟื้นฟูสมรรถภาพตามมาตรา 25

(13) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการรายงานผลการฟื้นฟู สมรรถภาพต่อคณะกรรมการ และวิธีการรายงานผลการตรวจพิสูจน์ รวมทั้ง ผลการฟื้นฟูสมรรถภาพต่อพนักงานสอบสวน

(14) วางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาลงโทษผู้ฝ่าฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ เงื่อนไข และข้อบังคับตามมาตรา 32

(15) วางระเบียบอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 7 กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละ สองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ มาตรา 8 กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ เมื่อ

(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) รัฐมนตรีให้ออก
(4) เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(5) เป็นบุคคลล้มละลาย
(6) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่น ขึ้นเป็นกรรมการแทนได้ ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้ว ยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งเพิ่มขึ้นหรือแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้ แล้วนั้น

มาตรา 9 การประชุมของคณะกรรมการต้องม ีกรรมการมาประชุม ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธาน กรรมการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการ คนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่ง ให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุม ออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา 10 คณะกรรมการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติการ อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้รับมอบหมายก็ได้ และให้นำความในมาตรา 8 และมาตรา 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 11 ให้คณะกรรมการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประจำศูนย์ ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งละหนึ่งคณะ ประกอบด้วยผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพเป็น ประธานอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ แพทย์หนึ่งคน นักจิตวิทยาหนึ่งคน นักสังคมสงเคราะห์หนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่ งตั้งไม่เกิน สองคนเป็นอนุกรรมการ และพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพหนึ่งคน เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพจะแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพหนึ่งคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการก็ได้

มาตรา 12 คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพมีอำนาจและ หน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณาวินิจฉัยว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ติดยาเสพติดหรือไม่
(2) พิจารณาอนุญาตให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพได้รับการปล่อยตัว ชั่วคราว
(3)เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการในการย้ายตัวผู้เข้ารับการฟื้นฟู สมรรถภาพไปยังศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพแห่งอื่น
(4) ลดหรือขยายระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพ
(5) พิจารณาวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพพ้นจากการเป็น ผู้ติดยาเสพติดหรือไม่
(6) รายงานผลการฟื้นฟูสมรรถภาพต่อคณะกรรมการตามที่ คณะกรรมการกำหนด และรายงานผลการตรวจพิสูจน์รวมทั้งผลการฟื้นฟูสมรรถภาพ ต่อพนักงานสอบสวน
(7) เสนอแนะต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับวิธีการตรวจพิสูจน์ และ วิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพ หลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาวินิจฉัยตาม (1) และ (5) ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา 13 ให้นำความในมาตรา 8 และมาตรา 9 มาใช้บังคับ แก่คณะอนุกรรมการประจำศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพโดยอนุโลม

| หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย