Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503

ในพระปรมาภิไธย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สังวาลย์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ให้ไว้ ณ วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2503
เป็นปีที่ 15 ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานสินค้าขาออก พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะรัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้า ขาออก พ.ศ. 2503" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2503/66/522/9 สิงหาคม 2503]

หมวด 1
บททั่วไป
____

มาตรา 3* ในพระราชบัญญัตินี้ "สินค้ามาตรฐาน" หมายความว่า สินค้าที่รัฐมนตรีกำหนดให้เป็น สินค้ามาตรฐาน "มาตรฐานสินค้า" หมายความว่า คุณภาพ ชั้น ประเภท หรือชนิด ของสินค้ามาตรฐานที่กำหนดขึ้น โดยใช้ปริมาณ หน่วย น้ำหนัก ปริมาตร ขนาด ส่วนผสม ส่วนประกอบ ส่วนสัด สี ตัวอย่าง และอื่น ๆ ทั้งนี้แต่อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างเป็นเกณฑ์ รวมตลอดถึงวิธีการบรรจุ หุ้มห่อ หรือผูกมัด และ วัตถุที่ใช้ในการนั้นด้วย "ใบรับรองมาตรฐานสินค้า" หมายความว่า เอกสารแสดงมาตรฐาน สินค้าซึ่งออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้ "เครื่องหมายตรวจสอบ" หมายความว่า ตรา แผ่นป้าย สลากหรือ เครื่องหมายใด ๆ ที่กำหนดขึ้นสำหรับใช้ปิด ประทับ หรือผูกติดที่สินค้ามาตรฐาน หรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ หุ้มห่อ หรือผูกมัดเพื่อแสดงว่าสินค้ามาตรฐานนั้น ได้รับการตรวจสอบมาตรฐานแล้ว "ตราประทับ" หมายความว่า รอยตรา หรือเครื่องหมายอื่นใดที่ กำหนดขึ้นใช้ประทับที่สินค้ามาตรฐาน หรือวัตถุที่ใช้ในการบรรจุ หุ้มห่อ หรือ ผูกมัด หรือที่อื่นใด รวมทั้งวัตถุที่ใช้ร้อยหรือผูกติด หรือผูกมัดเพื่อเป็น หลักฐานในการรักษาสินค้านั้น มิให้ถูกเพิ่มเติม สับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลง "พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า" หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานของรัฐหรือขององค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจซึ่งอธิบดีได้แต่งตั้ง ให้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ข้าราชการ พนักงานของรัฐ หรือขององค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจซึ่งรัฐมนตรีได้แต่งตั้งให้เป็น ผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ "อธิบด"ี หมายความว่า อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ "รัฐมนตร"ี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ *[มาตรา 3 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522] มาตรา 4* ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมาตรฐาน สินค้ามีอำนาจ (1) กำหนดหรือยกเลิกสินค้าให้เป็นสินค้ามาตรฐาน (2) กำหนด แก้ไข หรือยกเลิกมาตรฐานสินค้า (3) กำหนดเครื่องหมายที่จะมีถ้อยคำหรือไม่ก็ได้เพื่อแสดงให้เห็นว่า สินค้ามาตรฐานนั้นเป็นสินค้าที่ทำหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออก และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการแสดงเครื่องหมายนั้น (4) กำหนดด่านศุลกากรที่ผู้ส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอก ราชอาณาจักรต้องแสดงใบรับรองมาตรฐานสินค้า สำหรับสินค้ามาตรฐานแต่ละ ประเภทหรือชนิด (5) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐาน สินค้าและการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า สำหรับสินค้ามาตรฐานแต่ละประเภท หรือชนิด (6) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับสินค้ามาตรฐานที่มี คุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด (7) กำหนดอัตราค่าบริการการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และการ ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า การกำหนด แก้ไข หรือยกเลิกตามมาตรานี้ ให้ประกาศในราชกิจจา นุเบกษา แต่การกำหนดหรือแก้ไขตาม (1) หรือ (2) ต้องระบุวันเริ่มใช้บังคับ ไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เว้นแต่การแก้ไข
ตาม (2) ซึ่งมีผลเป็นการผ่อนคลายภาระหน้าที่ของผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัตินี้จะให้ใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ได้ *[มาตรา 4 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522] มาตรา 5* ให้จัดตั้งสำนักงานมาตรฐานสินค้าขึ้นในกรมการค้า ต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งสำนักงานสาขาในท้องที่ซึ่งรัฐมนตรีเห็น สมควรเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ในท้องที่นั้นและขึ้นตรงต่อสำนักงาน มาตรฐานสินค้า การจัดตั้งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าและสำนักงานสาขาแต่ละแห่ง มีหัวหน้า รับผิดชอบในกิจการอันเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือ สำนักงานสาขา การแต่งตั้งหัวหน้าสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือหัวหน้าสำนักงานสาขา ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดี *[มาตรา 5 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522] มาตรา 6* ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ออกใบรับรอง มาตรฐานสินค้า และออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตรา ท้ายพระราชบัญญัตินี้ กำหนดกิจการอื่นและออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้ว ให้ใช้บังคับได้ *[มาตรา 6 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522]

หมวด 2
คณะกรรมการมาตรฐานสินค้า
____

มาตรา 7* ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการ มาตรฐานสินค้า ประกอบด้วยปลัดกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน อธิบดี กรมการค้าต่างประเทศ อธิบดีกรมพาณิชย์สัมพันธ์ ผู้แทนกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนสภา หอการค้าแห่งประเทศไทย และกรรมการอื่นไม่เกินหกคน ซึ่งคณะรัฐมนตรี แต่งตั้ง และให้หัวหน้าสำนักงานมาตรฐานสินค้า เป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี กรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้ *[มาตรา 7 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522]

มาตรา 8 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 7 วรรคสอง กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) เป็นบุคคลล้มละลาย (4) เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ (5) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิด ที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท เมื่อกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งตามความในวรรคก่อน อยู่ในตำแหน่งตาม วาระของกรรมการที่ตนแทน

มาตรา 9 การประชุมของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าจะต้องมี กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงเป็น องค์ประชุม ถ้าประธานไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือก กรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียง เท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด มาตรา 10 ให้คณะกรรมการมาตรฐานสินค้ามีอำนาจแต่งตั้ง อนุกรรมการเพื่อทำกิจการหรือพิจารณาเรื่องต่าง ๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่ง หน้าที่ของคณะกรรมการได้ การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นำมาตรา 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 11 ให้คณะกรรมการมาตรฐานสินค้ามีหน้าที่ (1) พิจารณาข้อเสนอของพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วทำความเห็น เสนอรัฐมนตรี (2) ให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาแก่รัฐมนตรีในเรื่องที่เกี่ยวกับ มาตรฐานสินค้า (3) วินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา 43 และในการนี้ให้มีอำนาจสั่ง เป็นหนังสือให้บุคคลใด ๆ มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ส่งตัวอย่างสินค้า หรือสิ่งใด ๆ ที่เกี่ยวกับการพิจารณาอุทธรณ์ของคณะกรรมการเพื่อประกอบ การพิจารณาได้ตามความจำเป็น (4) ปฏิบัติการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้าตามที่รัฐมนตรี มอบหมาย

หมวด 3
การค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน
_____

มาตรา 12 ผู้ใดทำการค้าโดยส่งหรือนำออกนอกราชอาณาจักร ทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนดซึ่งสินค้ามาตรฐานใด ต้องจดทะเบียน เป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานนั้น ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้า หรือสำนักงานสาขา หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออก ซึ่งสินค้ามาตรฐานและคุณสมบัติของผู้ขอจดทะเบียน ให้เป็นไปตามที่กำหนด ในกฎกระทรวง รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในกฎกระทรวงให้ผู้ทำการค้าขาออก ซึ่งสินค้ามาตรฐานปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมมาตรฐานสินค้าด้วยก็ได้

มาตรา 13 เมื่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาได้รับ คำขอจดทะเบียนและเห็นว่าคำขอนั้นถูกต้องก็ให้รับจดทะเบียนไว้ และให้ ออกใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน ให้แก่ผู้ขอ ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนให้เรียกโดยย่อว่า ใบทะเบียน ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาไม่ยอมรับ จดทะเบียน ผู้ร้องขอมีสิทธิอุทธรณ์ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายใน กำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งไม่รับจดทะเบียน คำวินิจฉัยของรัฐมนตรี ให้เป็นที่สุด มาตรา 14 ใบทะเบียนให้ใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม แห่งปีที่รับ จดทะเบียน และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี

ถ้าใบทะเบียนสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้า มาตรฐานยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบ การสูญหายหรือถูกทำลาย ผู้ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วต้องแสดงใบทะเบียนหรือใบแทนไว้ใน ที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบทะเบียนนั้น มาตรา 15 การเลิกทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานซึ่งได้ จดทะเบียนแล้วทั้งหมด หรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิด การย้ายสำนักงาน การเปลี่ยนผู้จัดการหรือกรรมการ หรือการเปลี่ยนแปลง ใด ๆ ให้ผิดไปจากที่ได้จดทะเบียนไว้ ให้ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน แจ้งการเลิก ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่ วันเลิก ย้ายหรือเปลี่ยนแปลง มาตรา 16 ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมิได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่ง สินค้ามาตรฐานส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรทางด่าน ศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนด บทบัญญัติในวรรคก่อน มิให้ใช้บังคับแก่สินค้ามาตรฐานที่บุคคลส่ง หรือนำออกโดยมิใช่เป็นการค้า หรือเพื่อใช้ในยานพาหนะที่บรรทุกออกไป เท่าที่จำเป็น หรือเพื่อเป็นตัวอย่าง ทั้งนี้ ต้องมีปริมาณไม่เกินกว่าที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ถ้ามีปริมาณเกินกว่าที่กำหนดต้องได้รับ อนุญาตจากรัฐมนตรีหรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมาย มาตรา 17* สินค้ามาตรฐานซึ่งผู้ทำการค้าขาออกประสงค์จะส่ง หรือนำออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนด ผู้ส่งหรือ นำออกจะต้องจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าและขอรับใบรับรอง มาตรฐานสินค้าจากสำนักงานมาตรฐานสินค้า หรือสำนักงานสาขา หรือผู้ที่ รัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้ออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้
และผู้ส่งหรือนำออกต้องแสดงใบรับรองมาตรฐานสินค้านั้นต่อเจ้าพนักงาน ศุลกากร ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการส่งหรือนำสินค้ามาตรฐานออกนอก ราชอาณาจักรตามมาตรา 16 วรรคสอง การจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และการตรวจสอบ มาตรฐานสินค้าตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรี กำหนด *[มาตรา 17 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522] มาตรา 17 ทวิ* ในกรณีที่รัฐมนตรีกำหนดให้สินค้าใดเป็นสินค้า มาตรฐาน และประกาศนั้นยังไม่มีผลใช้บังคับ ผู้ใดประสงค์จะส่งหรือนำออก นอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรตามที่รัฐมนตรีกำหนด และจะประสงค์ขอ ใบรับรองมาตรฐานสินค้าสำหรับสินค้านั้น ให้ผู้นั้นขอจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้า ขาออก และจัดให้มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อ สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาได้ออกใบทะเบียนและใบรับรอง มาตรฐานสินค้าแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ทำการค้าขาออก และสินค้าที่ส่งออก นั้นเป็นสินค้ามาตรฐาน *[มาตรา 17 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522] มาตรา 17 ตรี* ห้ามมิให้ผู้ใดเอาวัตถุอื่นเจือปนสินค้ามาตรฐานที่ทำ หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายในทางการค้าขาออกจนเป็นผลให้มีคุณภาพไม่เป็นไปตาม มาตรฐานสินค้าที่กำหนดไว้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายในทางการค้า ขาออก ซึ่งสินค้ามาตรฐานที่รู้อยู่ว่ามีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่ กำหนดไว้ ในกรณีที่ผู้ครอบครองสินค้ามาตรฐานรู้ภายหลังว่าสินค้ามาตรฐานที่ ครอบครองนั้นมีคุณภาพไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด ยังมิให้ถือว่า ผู้นั้นครอบครองสินค้ามาตรฐานโดยรู้อยู่ว่าเป็นสินค้ามาตรฐานที่มีคุณภาพ
ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด เว้นแต่ผู้ครอบครองจะไม่แก้ไขปรับปรุง คุณภาพของสินค้ามาตรฐานนั้นให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสินค้าที่กำหนด หรือทำให้สิ้นสภาพ หรือทำอย่างหนึ่งอย่างใดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ รัฐมนตรีกำหนด *[มาตรา 17 ตรี เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522] มาตรา 18* สินค้ามาตรฐานที่ได้มีการชักตัวอย่างเพื่อทำการ ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า หรือได้รับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า หรือได้ มีการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่ง อย่างใดดังต่อไปนี้ เว้นแต่ในกรณีที่เป็นการกระทำอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่ตรวจสอบ มาตรฐานสินค้า (1) กระทำการใด ๆ ทำให้สินค้ามาตรฐานหรือมาตรฐานของสินค้านั้น เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม (2) ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสลาก เครื่องหมายตรวจสอบมาตรฐาน สินค้า หรือเครื่องหมายแสดงคุณภาพ ปริมาณ หรือน้ำหนัก (3) ทำลายหรือเปลี่ยนแปลงตราประทับ (4) กระทำการใด ๆ ให้ตัวอย่างที่ได้ชักไว้เพื่อทำการตรวจสอบ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม *[มาตรา 18 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522] มาตรา 19* ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานผู้ใด กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือ ประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่ง พักใช้ใบทะเบียนของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรหรือจะสั่งเพิกถอนการ จดทะเบียนของผู้นั้นเสียก็ได้
ในกรณีที่ปรากฏว่า ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานขาดคุณสมบัติ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ออกตามมาตรา 12 วรรคสอง ให้สำนักงาน มาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาเพิกถอนการจดทะเบียนของผู้นั้นเสีย ผู้ถูกสั่งพักใช้ทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนตามมาตรานี้ มีสิทธิ อุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับ คำสั่งพักใช้ใบทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนนั้น คำวินิจฉัยของรัฐมนตรี ให้เป็นที่สุด ในกรณีที่ผู้ถูกสั่งพักใช้ทะเบียนหรือเพิกถอนการจดทะเบียนหลีกเลี่ยง หรือไม่ยอมรับคำสั่งนั้นให้ปิดคำสั่งไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ ทำการที่ระบุไว้ในทะเบียนของผู้นั้น และให้ถือว่าผู้นั้นได้รับทราบคำสั่งตั้งแต่ วันปิดคำสั่งเป็นต้นไป

*[มาตรา 19 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522]

หมวด 4
การประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
_____

มาตรา 20 ภายใต้บังคับมาตรา 23 ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจ ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า เว้นแต่จะเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐาน สินค้าตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 21 ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐาน สินค้าต้องเป็นนิติบุคคล หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบ มาตรฐานสินค้าและคุณสมบัติของผู้ขอรับอนุญาต ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง
รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในกฎกระทรวงให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบ มาตรฐานสินค้า ปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมมาตรฐานสินค้าด้วยก็ได้ มาตรา 22 ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าสั่งไม่อนุญาตให้บุคคลใด เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า บุคคลนั้นมีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็น หนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งไม่อนุญาต คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด มาตรา 23 รัฐมนตรีจะมอบหมายให้นิติบุคคลซึ่งเป็นส่วนราชการ หรือองค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐที่เรียกชื่ออย่างอื่น ประกอบ ธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าประเภทหรือชนิดใดตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 24 ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทำ การค้าสินค้าประเภทหรือชนิดซึ่งตนได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาออกหรือไม่ มาตรา 25 ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐาน สินค้า ให้ใช้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม แห่งปีที่ออกและต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบ มาตรฐานสินค้า ยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ ทราบการสูญหายหรือถูกทำลาย ผู้ที่ได้รับอนุญาตตามความในวรรคก่อน ต้องแสดงใบอนุญาตหรือใบแทน ไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ทำการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตนั้น
มาตรา 26 การเลิกประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทั้งหมด หรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิด การย้ายสำนักงาน การ เปลี่ยนผู้จัดการหรือกรรมการ หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ให้ผิดไปจากที่ระบุ ไว้ในใบอนุญาตหรือที่ได้แจ้งไว้ในคำร้องขออนุญาตประกอบธุรกิจตรวจสอบ มาตรฐานสินค้า แล้วแต่กรณี ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า แจ้งการเลิก ย้ายหรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่ วันเลิก ย้ายหรือเปลี่ยนแปลง มาตรา 27 ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าจัดทำ รายงานประจำเดือนเกี่ยวกับการตรวจสอบมาตรฐานสินค้ายื่นต่อสำนักงาน มาตรฐานสินค้าหรือสำนักงานสาขาตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนดภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ในกรณีที่ไม่มีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าในเดือนใด ก็ให้ผู้ประกอบ ธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้ายื่นรายงานต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือ สำนักงานสาขาตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด แสดงว่ามิได้มีการตรวจสอบมาตรฐาน สินค้าในเดือนนั้น ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป มาตรา 28* ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า กระทำการ หรืองดเว้นกระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงหรือ ประกาศซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่ง พักใช้ใบอนุญาตของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร หรือจะสั่งเพิกถอน ใบอนุญาตของผู้นั้นเสียก็ได้ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าขาด คุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ออกตามมาตรา 21 วรรคสอง ให้ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสีย
ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรานี้ มีสิทธิอุทธรณ์โดย ทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันได้รับคำสั่ง พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด และ ให้นำความในมาตรา 19 วรรคสี่ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

*[มาตรา 28 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522]

หมวด 5
ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
______

มาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า เว้นแต่ จะเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้ หลักเกณฑ์และวิธีการในการขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐาน สินค้าและคุณสมบัติของผู้ขอรับอนุญาต ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง รัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขในกฎกระทรวงให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐาน สินค้าปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่การควบคุมการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าด้วยก็ได้ มาตรา 30 ในกรณีที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าสั่งไม่อนุญาตให้ บุคคลใดเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า บุคคลนั้นมีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็น หนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งไม่อนุญาต คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด มาตรา 31 ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าต้องไม่เป็นหุ้นส่วนใน ห้างหุ้นส่วนสามัญ หุ้นส่วนหรือผู้จัดการในห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรรมการหรือ ผู้จัดการในบริษัทจำกัด ซึ่งทำการค้าสินค้าซึ่งตนได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบ มาตรฐาน
มาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทำการค้าสินค้า ซึ่งตนได้รับอนุญาตให้ทำการตรวจสอบมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาออก หรือไม่ มาตรา 33 ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าให้ใช้ได้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคมแห่งปีที่ออก และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือ ถูกทำลาย มาตรา 34 การเลิกเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดหรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิด การย้ายสำนักงาน ย้ายภูมิลำเนา หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ให้ผิดไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือที่ได้แจ้งไว้ในคำร้องขออนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า แล้วแต่กรณี ให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแจ้งการเลิก ย้าย หรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือ ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันเลิก ย้าย หรือเปลี่ยนแปลง มาตรา 35* ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าผู้ใด กระทำการหรืองดเว้น กระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือประกาศ ซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ ใบอนุญาตของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร หรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เสียก็ได้ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าขาดคุณสมบัติตามที่กำหนด ในกฎกระทรวงออกตามมาตรา 29 วรรคสอง ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้า เพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสีย มาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าทำการค้าสินค้า ซึ่งตนได้รับอนุญาตให้ทำการตรวจสอบมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาออก หรือไม่ มาตรา 33 ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าให้ใช้ได้ ถึงวันที่ 31 ธันวาคมแห่งปีที่ออก และต่ออายุได้ครั้งละหนึ่งปี ถ้าใบอนุญาตสูญหายหรือถูกทำลาย ให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ยื่นคำร้องขอรับใบแทนภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบการสูญหายหรือ ถูกทำลาย มาตรา 34 การเลิกเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าที่ได้รับอนุญาต ทั้งหมดหรือเฉพาะสินค้ามาตรฐานบางประเภทหรือบางชนิด การย้ายสำนักงาน ย้ายภูมิลำเนา หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ให้ผิดไปจากที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หรือที่ได้แจ้งไว้ในคำร้องขออนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า แล้วแต่กรณี ให้ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าแจ้งการเลิก ย้าย หรือเปลี่ยนแปลงเป็นหนังสือ ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันเลิก ย้าย หรือเปลี่ยนแปลง มาตรา 35* ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าผู้ใด กระทำการหรืองดเว้น กระทำการใดอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง หรือประกาศ ซึ่งออกตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้ามีอำนาจสั่งพักใช้ ใบอนุญาตของผู้นั้นมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร หรือจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เสียก็ได้ ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าขาดคุณสมบัติตามที่กำหนด ในกฎกระทรวงออกตามมาตรา 29 วรรคสอง ให้สำนักงานมาตรฐานสินค้า เพิกถอนใบอนุญาตของผู้นั้นเสีย
ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรานี้ มีสิทธิอุทธรณ์โดย ทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันได้รับคำสั่งพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด และให้นำความ ในมาตรา 19 วรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม

*[มาตรา 35 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522]

หมวด 6
พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
______

มาตรา 36* ให้พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้ามีอำนาจหน้าที่ (1) ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (2) เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใด ๆ เพื่อตรวจการดำเนินงาน ของผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐาน สินค้า ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้า หรือสำนักงานสาขามอบหมาย และในการนี้ให้มีอำนาจนำสินค้ามาตรฐานใน ปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบ (3) ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงาน สาขามอบหมาย *[มาตรา 36 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522] มาตรา 37 ให้ผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานตรวจสอบ มาตรฐานสินค้าตามมาตรา 36 อำนวยความสะดวกช่วยเหลือหรือให้คำชี้แจง แก่พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามที่ขอร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่
ผู้ถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรานี้ มีสิทธิอุทธรณ์โดย ทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันได้รับคำสั่งพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตนั้น คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด และให้นำความ ในมาตรา 19 วรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม

*[มาตรา 35 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522]

หมวด 6
พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
______

มาตรา 36* ให้พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้ามีอำนาจหน้าที่ (1) ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า (2) เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใด ๆ เพื่อตรวจการดำเนินงาน ของผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐาน สินค้า ผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้า หรือสำนักงานสาขามอบหมาย และในการนี้ให้มีอำนาจนำสินค้ามาตรฐานใน ปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบ (3) ปฏิบัติการอื่น ๆ ตามที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงาน สาขามอบหมาย *[มาตรา 36 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522] มาตรา 37 ให้ผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานตรวจสอบ มาตรฐานสินค้าตามมาตรา 36 อำนวยความสะดวกช่วยเหลือหรือให้คำชี้แจง แก่พนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามที่ขอร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่
หรือสำนักงานสาขา พร้อมด้วยสำเนาใบรับรองที่ได้ออกไป ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

ในกรณีที่ไม่มีการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าในเดือนใด ก็ให้ผู้ออก ใบรับรองมาตรฐานสินค้ายื่นรายงานต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้าหรือสำนักงาน สาขาตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด แสดงว่ามิได้มีการออกใบรับรองมาตรฐาน สินค้าในเดือนนั้นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

หมวด 8
อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่
______

มาตรา 42 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) เข้าไปในสถานที่หรือยานพาหนะใด ๆ เพื่อตรวจสอบมาตรฐาน สินค้า ตรวจการดำเนินงานของผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน ผู้ประกอบ ธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า รวมทั้งตรวจสอบ สมุดบัญชีเอกสารหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการนั้น (2) นับ ชั่ง ตวง วัด ตรวจสอบ สินค้ามาตรฐาน นำสินค้ามาตรฐาน ในปริมาณพอสมควรไปเป็นตัวอย่างเพื่อทำการตรวจสอบ (3) ยึดหรืออายัดสินค้ามาตรฐาน สมุดบัญชี เอกสาร หรือสิ่งใด ๆ ที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีเหตุสงสัยว่ามีการกระทำผิดพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 42 ทวิ* ถ้าพบผู้ใดกำลังกระทำความผิด หรือพยายาม กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับผู้นั้นได้ โดยไม่ต้องมีหมายจับ แล้วนำส่งพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาพร้อมกับของกลางโดยทันที เพื่อดำเนินการต่อไป *[มาตรา 42 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522]
มาตรา 43 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัย ข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทใด ๆ ที่เกี่ยวกับมาตรฐานสินค้า ในกรณีที่ผู้ได้รับการพิจารณาวินิจฉัยตามความในวรรคก่อนไม่พอใจ คำวินิจฉัยนั้น ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการ มาตรฐานสินค้าภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัย เมื่อคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าได้รับอุทธรณ์ตามวรรคสองแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ให้เป็นที่สุด มาตรา 44 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้บุคคลใด ๆ มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ส่งตัวอย่างสินค้าหรือสิ่งใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการใน อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามความจำเป็น

มาตรา 45 ให้ผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ผู้ตรวจสอบ มาตรฐานสินค้า ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน เจ้าของหรือผู้ครอบครอง สถานที่หรือยานพาหนะ หรือผู้เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวก ช่วยเหลือ หรือ ให้คำชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ขอร้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 42

หมวด 9
บทกำหนดโทษ
____

มาตรา 46* ผู้ใดเรียกเก็บค่าบริการการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า หรือการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า เกินกว่าอัตราที่รัฐมนตรีกำหนดตาม มาตรา 4(7) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือสองเท่าของจำนวนเงินที่เรียกเก็บเกิน แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ความในวรรคหนึ่ง ไม่กระทบกระทั่งบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย อาญาในส่วนที่เกี่ยวแก่ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ *[มาตรา 46 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522] มาตรา 47 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 12 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าพันบาท มาตรา 48 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 14 วรรคสองหรือวรรคสาม มาตรา 15 มาตรา 25 วรรคสองหรือวรรคสาม มาตรา 26 มาตรา 33 วรรคสองหรือมาตรา 34 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท มาตรา 49 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 16 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 50 ผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานส่งหรือนำสินค้า มาตรฐานออกนอกราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรที่รัฐมนตรีกำหนด โดยไม่มี ใบรับรองมาตรฐานสินค้านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับ ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 51* ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 17 ตรี หรือมาตรา 18 ต้องระวาง โทษจำคุกตั้งแต่สามเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสองแสนบาท บรรดาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด หรือสินค้าที่ ยึดได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา 17 ตรี ให้ริบเสียทั้งสิ้น ส่วนบรรดา เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด หรือสินค้าที่ยึดได้จากการ กระทำความผิดตามมาตรา 18 จะริบหรือไม่ก็ได้ *[มาตรา 51 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522]
มาตรา 52 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 20 มาตรา 24 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 32 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท มาตรา 53 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 27 มาตรา 38 วรรคสอง หรือมาตรา 41 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท มาตรา 54 ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวก ไม่ช่วยเหลือ หรือไม่ให้ คำชี้แจงแก่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ตามที่ ขอร้องอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 37 หรือมาตรา 45 ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าร้อยบาท มาตรา 55 กรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พิจารณาวินิจฉัย ข้อโต้แย้งหรือปัญหาข้อพิพาทตามมาตรา 43 ผู้ใดเปิดเผยข้อความหรือ ข้อเท็จจริงใด ๆ ที่ได้มาเนื่องจากการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ในประการ ที่อาจเกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ ราชการ หรือเพื่อประโยชน์แก่การสอบสอนหรือพิจารณาคดี ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 56 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งได้สั่งตามมาตรา 11(3) หรือมาตรา 44 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 57 ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือออกใบรับรอง มาตรฐานสินค้าผู้ใดจงใจกระทำการใด ๆ ให้การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า หรือการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าผิดไปจากความเป็นจริง หรือแกล้ง
หน่วงเหนี่ยวให้การตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือการออกใบรับรองมาตรฐาน สินค้าเกิดความล่าช้าหรือเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 58 ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์ อื่นใดแก่ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือออกใบรับรองมาตรฐานสินค้า ตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้ละเลยการตรวจสอบมาตรฐานสินค้า หรือเพื่อให้ การตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าผิดไปจาก ความเป็นจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 59 ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบมาตรฐานสินค้าหรือออกใบรับรอง มาตรฐานสินค้าตามพระราชบัญญัตินี้ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือ ประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อละเลยการตรวจสอบ มาตรฐานสินค้าหรือเพื่อให้การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า หรือการออกใบรับรอง มาตรฐานสินค้าผิดไปจากความเป็นจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือ ปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ความในวรรคก่อนไม่กระทบกระทั่งบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา ในส่วนที่เกี่ยวแก่ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา 60* ในกรณีความผิดตามมาตรา 17 ตรี หรือมาตรา 18 ให้อธิบดีมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับร้อยละห้าสิบจากจำนวนเงินสุทธิ ค่าขายของกลางที่ศาลสั่งริบ แต่ในกรณีที่มิได้ริบของกลางหรือของกลางไม่อาจ จำหน่ายได้ ให้หักจ่ายร้อยละห้าสิบจากเงินค่าปรับ ในกรณีที่ยึดของกลางที่ต้องสงสัยในการกระทำความผิดได้โดยไม่ปรากฏ ตัวเจ้าของ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายประกาศหาตัวเจ้าของมีกำหนด สามสิบวัน หากไม่มีเจ้าของมาแสดงตัวภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ของกลาง
นั้นตกเป็นของแผ่นดิน และให้อธิบดีสั่งจำหน่ายของกลางนั้นแล้วหักค่าขายจ่าย เป็นเงินสินบนตามวรรคหนึ่ง การจ่ายเงินสินบนตามวรรคหนึ่ง ถ้าผู้นำจับมีหลายคน ให้จ่ายเงินสินบน แก่บุคคลเหล่านั้นคนละเท่า ๆ กัน

*[มาตรา 60 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522]

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี

อัตราค่าธรรมเนียม*
__________

     (1) คำร้องขอฉบับละ                           		               10 บาท
     (2) การจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้า
         มาตรฐานต่อสินค้ามาตรฐานประเภทหรือชนิดละ 	          5,000 บาท
     (3) การต่ออายุใบทะเบียนตาม (2) สำหรับสินค้า
         มาตรฐานประเภทหรือชนิดละ               	             400 บาท
     (4) ใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบ
         มาตรฐานสินค้าต่อสินค้ามาตรฐานประเภท หรือชนิดละ     3,000 บาท
     (5) การต่อใบอนุญาตตาม (4) สำหรับสินค้า
         มาตรฐานประเภทหรือชนิดละ                 	             400 บาท
     (6) ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
         ทางวิชาการที่ต้องอาศัยหลักวิชา เครื่องมือและ
         อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ฉบับละ                                     1,000 บาท
     (7) การต่ออายุใบอนุญาตตาม (6) ฉบับละ  	             200 บาท
     (8) ใบอนุญาตให้เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า
         นอกจาก (6) ต่อสินค้ามาตรฐานประเภท
         หรือชนิดละไม่เกิน                   		             200 บาท
     (9) การต่ออายุใบอนุญาตตาม (8) สำหรับสินค้า	
         มาตรฐานแต่ละประเภทหรือชนิดละไม่เกิน      	               50 บาท
   (10) ใบแทนใบทะเบียนตาม (2) และใบแทน
        ใบอนุญาตตาม (4) (6) และ (8) ฉบับละ     	             100 บาท
   (11) บัตรประจำตัวฉบับละ                   		               50 บาท
   (12) การทดสอบความรู้ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบ
        มาตรฐานสินค้าตาม (6)                   	 	             200 บาท
   (13) การทดสอบความรู้ผู้ขอรับอนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบ
           มาตรฐานสินค้าตาม (8) ต่อสินค้ามาตรฐาน
           แต่ละประเภทหรือชนิดละ             		          50 บาท
   (14) คัดสำเนาเอกสารฉบับละ             		          10 บาท
   (15) รับรองเอกสารหรือสำเนาเอกสาร ฉบับละ      	          10 บาท
   (16) ค่าแบบพิมพ์คำร้องขอต่าง ๆ ฉบับหรือชุดละ  	          10 บาท
*[อัตราค่าธรรมเนียมฯ แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2522]
____________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ การส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าสินค้านั้นจะอยู่ในสภาพดี หรือเลวอย่างไรก็อาจกระทำได้ เพราะยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานให้เป็นที่ แน่นอนและเหมาะสม เป็นเหตุให้มีการปลอมปน เปลี่ยนแปลง หรือปรุงแต่งสินค้า ที่ส่งออกไป เช่น ส่งสินค้าที่ผิดคุณภาพ ชนิด น้ำหนัก หรือปริมาณ หรือเจือปน วัตถุอื่นลงไปเป็นต้น และการบรรจุ หุ้มห่อ หรือผูกมัดไม่ถูกต้องตามสภาพของ สินค้า ทำให้สินค้าไทยขาดความนิยมเชื่อถือในต่างประเทศ เป็นผลเสียหายแก่ เศรษฐกิจของประเทศ ด้วยเหตุนี้จึงสมควรมีกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานสินค้า ขาออก

____________________
พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วย พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ได้ประกาศใช้เป็นเวลา หลายปีแล้ว บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวไม่เหมาะสมแก่การควบคุมและ ส่งเสริมมาตรฐานสินค้าของสินค้าขาออกในภาวะการณ์ปัจจุบัน สมควรปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี อธิบดี พนักงานเจ้าหน้าที่ และพนักงาน ตรวจสอบมาตรฐานสินค้า และสมควรกำหนดให้มีวิธีการออกใบรับรองให้แก่สินค้า ก่อนวันที่ประกาศกำหนดมาตรฐานสินค้าจะมีผลใช้บังคับ นอกจากนี้สมควรกำหนด ความผิดและโทษเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถส่งเสริมและควบคุมคุณภาพของ สินค้าขาออกให้ได้ผลดียิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ [รก.2522/74/14พ./9 พฤษภาคม 2522]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com