Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ
วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2510

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2510
เป็นปีที่ 22 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกันตาม ประมวลกฎหมายอาญา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ การกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2510" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2510/127/6/29 ธันวาคม 2510] มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ "ผู้ถูกกักกัน" หมายความว่า ผู้ซึ่งถูกศาลพิพากษาให้กักกัน "เขตกักกัน" หมายความว่า เขตสำหรับควบคุมผู้ถูกกักกัน "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งอธิบดีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ "อธิบดี" หมายความว่า อธิบดีกรมราชทัณฑ์ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 4 รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดเขตกักกันโดยประกาศในราชกิจจา นุเบกษา
มาตรา 5 อธิบดีมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ และมีอำนาจออก ระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการกักกันและวิธีปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกัน ในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (1) การรับและการปล่อยตัว (2) การเยี่ยมและการติดต่อ (3) ประโยชน์ เงินทดแทน และรางวัล (4) การดัดนิสัย การศึกษา การอบรม และการฝึกหัดอาชีพ (5) การอนามัย และการสุขาภิบาล (6) วิธีการกักกัน (7) การปกครอง (8) วินัย (9) ทรัพย์สินของผู้ถูกกักกัน (10) ชนิดอาวุธประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ (11) อำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 6 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมผู้ถูกกักกันซึ่งหลบหนีหรือ พยายามหลบหนี
มาตรา 7 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจใช้อาวุธนอกจากอาวุธปืนแก่ ผู้ถูกกักกันได้เท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์ เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้ (1) ผู้ถูกกักกันกำลังหลบหนีหรือพยายามหลบหนี และไม่มีทางจะป้องกัน การหลบหนีด้วยวิธีอื่นนอกจากใช้อาวุธ (2) ผู้ถูกกักกันก่อความไม่สงบขึ้นและไม่ยอมเชื่อฟังพนักงานเจ้าหน้าที่ ห้ามปราม (3) ผู้ถูกกักกันใช้กำลังทำร้ายหรือพยายามทำร้ายพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้อื่น มาตรา 8 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจใช้อาวุธปืนแก่ผู้ถูกกักกันได้เท่าที่ เหมาะสมแก่พฤติการณ์ เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้ (1) ผู้ถูกกักกันขัดขืนไม่ยอมวางอาวุธในกรณีที่อาจเกิดอันตรายขึ้น และ ไม่มีวิธีอื่นที่จะทำให้ผู้ถูกกักกันนั้นวางอาวุธได้ (2) ผู้ถูกกักกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปก่อการวุ่นวาย เปิดหรือพยายามเปิด ทำลายหรือพยายามทำลาย ประตู รั้วหรือกำแพงเขตกักกัน (3) ผู้ถูกกักกันใช้อาวุธทำร้ายหรือพยายามทำร้ายพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้อื่น
ถ้ามีพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งมีตำแหน่งเหนือตนอยู่ในที่นั้นด้วยและอยู่ใน วิสัยที่จะรับคำสั่งได้ จะใช้อาวุธปืนได้ต่อเมื่อได้รับคำสั่งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้นั้นแล้ว มาตรา 9 เมื่อผู้ถูกกักกันป่วยเจ็บ และถ้าการรักษาพยาบาลในเขต กักกันจะไม่สามารถทำให้ทุเลาได้ อธิบดีจะอนุญาตให้ไปรักษาตัวนอกเขตกักกัน ตามเงื่อนไขที่เห็นสมควรก็ได้ ถ้ามีความจำเป็นจะต้องรักษาพยาบาลผู้ถูกกักกันนอกเขตกักกันโดยรีบด่วน พนักงานเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ออกไปรักษาตัวนอกเขตกักกันก่อนก็ได้ แล้วรายงาน เพื่อขอรับอนุมัติจากอธิบดี ในระหว่างการรักษาพยาบาลผู้ถูกกักกันนอกเขตกักกัน ให้ถือว่าเป็นการ กักกันอยู่ในเขตกักกันด้วย มาตรา 10 ในกรณีที่ผู้ถูกกักกันถึงกำหนดปล่อย หากป่วยหนักจนไม่ สามารถไปจากเขตกักกันได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้อยู่รักษาตัวในเขต กักกันต่อไปเป็นการชั่วคราวตามความจำเป็นก็ได้ แล้วรายงานเพื่อขอรับอนุมัติ จากอธิบดี มาตรา 11 ในกรณีที่มีเหตุอันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัย ของผู้ถูกกักกัน ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถย้ายผู้ถูกกักกันไปกักกันไว้ที่อื่นได้
ทันท่วงที จะปล่อยผู้ถูกกักกันออกนอกเขตกักกันชั่วคราวก็ได้ ผู้ถูกกักกันซึ่งได้รับการปล่อยตามวรรคหนึ่ง ต้องกลับมารายงานต่อพนักงาน เจ้าหน้าที่ที่เขตกักกันภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาปล่อย มาตรา 12 ผู้ถูกกักกันผู้ใดได้รับการกักกันมาแล้วไม่น้อยกว่าสองในสาม ของกำหนดการกักกันตามหมายศาล ถ้าแสดงให้เห็นว่ามีความประพฤติดี มีความ อุตสาหะ มีความก้าวหน้าในการศึกษา และทำการงานเกิดผลดีหรือทำความชอบ แก่ราชการเป็นพิเศษ ผู้ถูกกักกันผู้นั้นอาจได้รับการพักการกักกันตามเงื่อนไขที่ กำหนดในกฎกระทรวง มาตรา 13 ห้ามมิให้ผู้ใดนำสิ่งของต้องห้ามเข้าไปในเขตกักกัน หรือ ส่งมอบสิ่งของต้องห้ามแก่ผู้ถูกกักกัน มาตรา 14 ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปในเขตกักกัน หรือส่งมอบเงินตรา หรือสิ่งของอย่างอื่นที่มิใช่สิ่งของต้องห้ามแก่ผู้ถูกกักกัน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา 15 ห้ามมิให้ผู้ถูกกักกันมีสิ่งของต้องห้ามไว้ในครอบครองหรือ ส่งมอบสิ่งของต้องห้ามแก่ผู้ถูกกักกันหรือผู้อื่น มาตรา 16 สิ่งของต้องห้ามดังกล่าวในมาตรา 13 มาตรา 14 และ มาตรา 15 ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง มาตรา 17 ผู้ถูกกักกันผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11 วรรคสอง โดย ไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับ ไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 18 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 13 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สามเดือนหรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้ฝ่าฝืนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่หรือข้าราชการกรมราชทัณฑ์ ต้อง ระวางโทษเป็นทวีคูณ มาตรา 19 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 14 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน หนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 20 ผู้ถูกกักกันผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 15 ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 21 บรรดาเงินตราและสิ่งของอันเป็นวัตถุแห่งการกระทำ ความผิดตามมาตรา 13 หรือมาตรา 14 หรือมาตรา 15 อธิบดีมีอำนาจสั่ง ให้ริบได้
มาตรา 22 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี

_________________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อปฏิบัติการ เกี่ยวกับวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามมาตรา 40 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จึงออกกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com