ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2537

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2537
เป็นปีที่ 49 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่ง ประเทศไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสภาผู้ส่งสินค้า ทางเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2537"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2537/4ก/11/4 กุมภาพันธ์ 2537]

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

"การส่งสินค้าทางเรือ" หมายความว่า การส่งออกหรือการนำเข้า สินค้าโดยทางเรือจากประเทศไทยไปต่างประเทศ หรือจากต่างประเทศ มาประเทศไทย หรือจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งนอกราชอาณาจักร และให้ หมายความรวมถึงการใช้บริการด้านอื่นที่เกี่ยวเนื่อง

"การขนส่งสินค้าทางเรือ" หมายความว่า การให้บริการในการ ส่งสินค้าทางเรือ

"ผู้ส่งสินค้าทางเรือ" หมายความว่า ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้าสินค้าที่ใช้ บริการการขนส่งสินค้าทางเรือ

"ผู้ขนส่งสินค้าทางเรือ" หมายความว่า ผู้ประกอบการให้บริการ ในการส่งสินค้าทางเรือไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการเพียงรายเดียว หรือ รวมกันตั้งแต่สองรายขึ้นไป และให้หมายความรวมถึงตัวแทนผู้ขนส่งสินค้า ทางเรือด้วย

"สภา" หมายความว่า สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย

"ข้อบังคับ" หมายความว่า ข้อบังคับของสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ แห่งประเทศไทย "สมาชิก" หมายความว่า สมาชิกสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่ง ประเทศไทย

"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการสภาผู้ส่งสินค้า ทางเรือแห่งประเทศไทย "กรรมการ" หมายคว ามว่า กรรมการสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ แห่งประเทศไทย

"พนักงาน" หมายความว่า พนักงานและลูกจ้างของสภาผู้ส่งสินค้า ทางเรือแห่งประเทศไทย

"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติ การตามพระราชบัญญัตินี้

"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งออก กฎกระทรวงและหรือออกประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงและประกาศนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด 1
การจัดตั้งสภา
_______

มาตรา 5 ให้จัดตั้งสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยขึ้น มีอำนาจหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดในพระราชบัญญัตินี้ ให้สภาเป็นนิติบุคคล

มาตรา 6 สภามีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(1) ส่งเสริมและคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ส่งสินค้าทางเรือ
(2) ให้ความร่วมมือและประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน เกี่ยวกับการส่งสินค้าทางเรือ
(3) เป็นผู้แทนผู้ส่งสินค้าทางเรือในการปรึกษา เจรจาต่อรองหรือ ทำความตกลงกับผู้ขนส่งสินค้าทางเรือ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าทางเรือ ในเรื่องอัตราค่าระวาง ค่าบริการ ค่าใช้จ่าย ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ในการขนส่งสินค้าทางเรือ
(4) สนับสนุนให้มีการขนส่งสินค้าทางเรือที่มีประสิทธิภาพและ เพียงพอ
(5) จัดหา รวบรวม เก็บรักษา และเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสารและ ความรู้เกี่ยวกับการส่งสินค้าทางเรือ
(6) ศึกษา วิจัย และเสนอแนะการแก้ไขปัญหา รวมทั้งการพัฒนา การส่งสินค้าทางเรือ
(7) รับปรึกษาและให้ข้อคิดเห็นหรือคำแนะนำแก่สมาชิกหรือบุคคลอื่น ในเรื่องที่เกี่ยวกับการส่งสินค้าทางเรือ และช่วยเหลืออำนวยความสะดวก ต่าง ๆ แก่สมาชิกในการส่งสินค้าทางเรือ
(8) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลเพื่อพัฒนาการส่งสินค้า ทางเรือ
(9) ประสานงานและร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับผู้ส่งสินค้า ทางเรือของต่างประเทศ

มาตรา 7 ห้ามสภาทำการใด ๆ ดังต่อไปนี้

(1) ประกอบวิสาหกิจ หรือเข้าดำเนินการในการประกอบวิสาหกิจ ของบุคคลใด เข้าถือหุ้น เป็นหุ้นส่วนหรือร่วมทุนในการประกอบวิสาหกิจกับ บุคคลใด เว้นแต่เป็นการดำเนินการเพียงเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสภา ตามมาตรา 6
(2) ดำเนินการด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายการแข่งขัน อันพึงมีตามปกติวิสัยของการประกอบวิสาหกิจ เว้นแต่เป็นการกระทำเพื่อ ปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ
(3) ดำเนินการด้วยประการใด ๆ อันอาจเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
(4) ให้กู้ยืมเงินหรือให้เงินแก่สมาชิกหรือบุคคลอื่นใด เว้นแต่ เป็นการให้กู้ยืมเพื่อเป็นการสงเคราะห์พนักงาน หรือครอบครัวของพนักงาน ตามระเบียบ หรือเป็นการให้เพื่อการกุศลสาธารณะ หรือตามหน้าที่ศีลธรรม หรือตามควรแก่อัธยาศัยในสังคม
(5) กีดกันหรือขัดขวางมิให้ผู้ใดซึ่งมีคุณสมบัติที่จะเข้าเป็นสมาชิกได้ ตามพระราชบัญญัติและข้อบังคับเข้าเป็นสมาชิก หรือให้สมาชิกออกจากสภา โดยขัดต่อพระราชบัญญัติหรือข้อบังคับ
(6) เปิดเผยสถิติ เอกสารหรือข้อความอันเกี่ยวกับประโยชน์ส่วน ได้เสีย โดยเฉพาะของสมาชิกซึ่งไม่ประสงค์จะให้เปิดเผย เว้นแต่จะได้รับ ความยินยอมเป็นหนังสือจากสมาชิกผู้นั้น
(7) แบ่งปันผลกำไรหรือรายได้ให้แก่สมาชิก
(8) ดำเนินการทางการเมือง

มาตรา 8 ให้สภามีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร และมี สำนักงานสาขาในจังหวัดอื่นได้ตามความจำเป็น การจัดตั้งสำนักงานสาขาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับ

มาตรา 9 สภาอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้

(1) ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงที่เรียกเก็บจากสมาชิก
(2) ค่าตอบแทนและค่าบริการที่ได้รับจากการให้บริการแก่สมาชิก หรือบุคคลภายนอก
(3) เงินสมทบจากรัฐบาล
(4) เงินและทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้
(5) ดอกเบี้ยและผลประโยชน์อื่นจากทรัพย์สินของสภา

มาตรา 10 ในกรณีที่สภาเห็นว่าอัตราค่าระวาง ค่าบริการ ค่าใช้จ่าย ข้อกำหนดหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ในการขนส่งสินค้าทางเรือที่ผู้ขนส่ง สินค้าทางเรือ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า ทางเรือกำหนด มีผลกระทบหรือไม่เป็นธรรมต่อผู้ส่งสินค้าทางเรือโดยส่วนรวม ให้สภาดำเนินการปรึกษาและเจรจาทำความตกลงในเรื่องดังกล่าวกับผู้ขนส่ง สินค้าทางเรือ หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชนนั้น

มาตรา 11 ในกรณีที่เกิดข้อขัดแย้งระหว่างสมาชิกกับผู้ขนส่งสินค้า ทางเรือ และสมาชิกร้องขอให้สภาช่วยเหลือ ถ้าสภาเห็นสมควรจะจัดให้มีการ เจรจาหรือตั้งผู้แทนเข้าร่วมในการเจรจาระหว่างสมาชิกกับผู้ขนส่งสินค้า ทางเรือด้วยก็ได้ มาตรา 12 ห้ามบุคคลใดนอกจากสภาใช้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า "สภา ผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย" หรืออักษรต่างประเทศที่หมายความว่า หรืออ่านว่า "สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย"

 | หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย