Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ สมาคมการค้า พ.ศ. 2509

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2509
เป็นปีที่ 21 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ และยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ.ศ. 2509" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2509/38/292/26 เมษายน 2509]

มาตรา 3 บรรดาบทกฎหมาย กฎและข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติ ไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

หมวด 1
บททั่วไป
_____

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "สมาคมการค้า" หมายความว่า สถาบันที่บุคคลหลายคนซึ่งเป็น ผู้ประกอบวิสาหกิจจัดตั้งขึ้นเพื่อทำการส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจอันมิใช่ เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้แบ่งปันกัน "ผู้ประกอบวิสาหกิจ" หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบธุรกิจ ทางการค้า อุตสาหกรรมหรือการเงิน และให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่ง ประกอบธุรกิจอื่นใดในทางเศรษฐกิจที่รัฐมนตรีจะได้กำหนดในกฎกระทรวง
"นายทะเบียน" หมายความว่า นายทะเบียนกลางสมาคมการค้า หรือนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี "พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่น เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

หมวด 2
การจัดตั้งสมาคมการค้า
______

มาตรา 6 ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ ห้ามมิให้

ผู้ประกอบวิสาหกิจตกลงเข้ากันเพื่อทำการส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจ ในรูปอื่นใดนอกจากเป็นสมาคมการค้าตามพระราชบัญญัตินี้เท่านั้น มาตรา 7 ให้จัดตั้งสำนักงานกลางทะเบียนสมาคมการค้าขึ้นใน กรมการค้าภายใน กระทรวงเศรษฐการ เพื่อควบคุมการออกใบอนุญาตและ การจดทะเบียนสมาคมการค้าทั่วราชอาณาจักร และทำหน้าที่เป็นสำนักงาน ทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีด้วย ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้จัดตั้ง สำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดขึ้นตรงต่อสำนักงานกลาง ทะเบียนสมาคมการค้า ให้อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นนายทะเบียนกลางสมาคมการค้า กับเป็นนายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีด้วย และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเป็น นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำจังหวัด มาตรา 8 ห้ามมิให้ผู้ใดจัดตั้งสมาคมการค้า เว้นแต่จะได้รับอนุญาต จากนายทะเบียน การตั้งสาขาสมาคมการค้าจะกระทำมิได้
มาตรา 9 การขออนุญาตนั้น ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งมีจำนวน ไม่น้อยกว่าสามคนยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวง มาตรา 10 เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขออนุญาต และได้สอบสวน พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อบังคับไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่เป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศหรือต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน และผู้เริ่มก่อการจัดตั้งเป็นผู้ซึ่งมีฐานะและความประพฤติดี ก็ให้นายทะเบียนสั่งอนุญาตและออกใบอนุญาตสมาคมการค้าให้แก่ผู้ขอ แล้วจดทะเบียนสมาคมการค้าให้ด้วย ถ้านายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือไปยัง ผู้ขออนุญาตโดยมิชักช้า ผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ โดยยื่น อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรี ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง คำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด การอนุญาตให้ตั้งสมาคมการค้าและการเลิกสมาคมการค้า ให้นายทะเบียนกลางสมาคมการค้าประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 11 ให้สมาคมการค้าที่ได้รับใบอนุญาตและจดทะเบียน แล้วเป็นนิติบุคคล มาตรา 12 ถ้าใบอนุญาตสมาคมการค้าสูญหายหรือถูกทำลาย ให้สมาคมการค้ายื่นคำขอรับใบแทน มาตรา 13 สมาคมการค้าต้องมีข้อบังคับ และข้อบังคับนั้น อย่างน้อยต้องมีข้อความดังต่อไปนี้ (1) ชื่อ (2) วัตถุที่ประสงค์ (3) ที่ตั้งสำนักงาน (4) วิธีรับสมาชิกและให้สมาชิกออกจากสมาคมการค้า ตลอดจน สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก (5) การดำเนินกิจการของสมาคมการค้า การตั้ง การออกจาก ตำแหน่ง และการประชุมของกรรมการตลอดจนการประชุมใหญ่ ข้อบังคับของสมาคมการค้าต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน พร้อมกับการยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้า ก่อนออกใบอนุญาต ถ้านายทะเบียนเห็นสมควรจะสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนั้นก็ได้ มาตรา 14 สมาคมการค้าที่มีสมาชิกซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยเกิน กึ่งจำนวนของสมาชิกทั้งหมดจะจัดตั้งขึ้นและดำรงอยู่ได้เฉพาะแต่ในจังหวัด พระนครหรือจังหวัดธนบุรีเท่านั้น
มาตรา 15 ชื่อของสมาคมการค้าต้องเป็นอักษรไทยแต่จะมีอักษร ต่างประเทศกำกับไว้ท้ายหรือใต้ชื่ออักษรไทยด้วยก็ได้ และจะใช้ชื่อได้ แต่เฉพาะที่ปรากฏในข้อบังคับเท่านั้น ห้ามมิให้ใช้ข้อความ แห่งประเทศไทย หรือข้อความที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน ประกอบเป็นชื่อของสมาคมการค้า ให้สมาคมการค้าจัดให้มีป้ายชื่ออ่านได้ชัดเจนติดไว้ที่หน้าสำนักงาน มาตรา 16 ห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อที่มีอักษรไทยประกอบว่า สมาคมการค้า หรืออักษรต่างประเทศซึ่งแปลหรืออ่านว่า สมาคมการค้า ในดวงตรา ป้ายชื่อ จดหมาย ใบแจ้งความ หรือเอกสารอย่างอื่นเกี่ยวกับธุรกิจ โดยมิได้เป็นสมาคมการค้าเว้นแต่เป็นการใช้ในการขออนุญาตจัดตั้งสมาคม การค้า

มาตรา 17 ให้นายทะเบียนมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเรียก บุคคลใด ๆ มาสอบถาม หรือให้ส่งเอกสารมาเพื่อประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับ การขออนุญาตจัดตั้งสมาคมการค้าได้

หมวด 3
การดำเนินกิจการของสมาคมการค้า
_______

มาตรา 18 ให้สมาคมการค้ามีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินกิจการ
ของสมาคมการค้า และเป็นผู้แทนของสมาคมการค้าในกิจการอันเกี่ยวกับ บุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการจะมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งคนใด หรือหลายคนทำการแทนก็ได้ มาตรา 19 นอกจากการออกจากตำแหน่งกรรมการตามข้อบังคับ ของสมาคมการค้าแล้ว ให้กรรมการสมาคมการค้าออกจากตำแหน่งเมื่อเป็น บุคคลล้มละลาย หรือเมื่อต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัตินี้ และไม่มีสิทธิเป็นกรรมการสมาคมการค้าใด ๆ อีก เว้นแต่จะพ้นกำหนดสามปี นับแต่ได้พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายหรือนับแต่วันพ้นโทษ มาตรา 20 สมาชิกของสมาคมการค้ามีสิทธิขอตรวจสอบกิจการ และทรัพย์สินของสมาคมการค้าได้ โดยยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อสมาคมการค้า มาตรา 21 สมาคมการค้าจะดำเนินกิจการได้แต่เฉพาะในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (1) ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์
(2) สนับสนุนและช่วยเหลือสมาชิก แก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่าง ๆ รวมทั้งเจรจาทำความตกลงกับบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ร่วมกันในการ ประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ สอดส่องและติดตามความ เคลื่อนไหวของตลาดการค้าทั้งภายในและภายนอกประเทศเกี่ยวกับสินค้าที่ สมาชิกประกอบวิสาหกิจ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่การค้า การเงิน เศรษฐกิจ หรือความมั่นคงของประเทศ (3) ทำการวิจัยเกี่ยวกับการประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุ ที่ประสงค์ แลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ในทางวิชาการ ตลอดจนข่าวสาร การค้าอันเกี่ยวกับวิสาหกิจนั้น ๆ (4) ขอสถิติหรือเอกสาร หรือขอทราบข้อความใด ๆ จากสมาชิก เกี่ยวกับการดำเนินวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ ทั้งนี้ด้วย ความยินยอมของสมาชิก (5) ส่งเสริมคุณภาพของสินค้าที่ผลิตหรือจำหน่ายโดยผู้ประกอบ วิสาหกิจที่เป็นสมาชิกให้เข้ามาตรฐาน ตลอดจนวิจัยและปรับปรุงวิธีการ ผลิตและการค้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น (6) ร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมการค้า อุตสาหกรรม การเงิน หรือธุรกิจอื่นใดในทางเศรษฐกิจอันอยู่ในวัตถุที่ประสงค์ (7) ส่งเสริมการผลิตเพื่อให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการ ของตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ
(8) ทำความตกลงหรือวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติหรืองดเว้นการ ปฏิบัติ เพื่อให้การประกอบวิสาหกิจประเภทที่อยู่ในวัตถุที่ประสงค์ได้ดำเนิน ไปด้วยความเรียบร้อย (9) ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิกหรือระหว่างสมาชิกกับ บุคคลภายนอกในการประกอบวิสาหกิจ มาตรา 22 ห้ามมิให้สมาคมการค้ากระทำการใด ๆ ดังต่อไปนี้ (1) ประกอบวิสาหกิจโดยสมาคมการค้านั้นเอง หรือเข้าดำเนินการใน การประกอบวิสาหกิจของสมาชิก หรือเข้ามีส่วน ถือหุ้น เป็นหุ้นส่วน หรือร่วมทุน ในการประกอบวิสาหกิจกับบุคคลใด ๆ (2) ดำเนินการค้าด้วยประการใด ๆ ในอันที่จะกดราคาสินค้าหรือ ค่าบริการให้ตกต่ำเกินสมควรหรือทำให้สูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดปั่นป่วน เกี่ยวกับราคาสินค้าหรือค่าบริการ (3) ให้เงิน หรือให้กู้ยืมเงินแก่สมาชิกหรือบุคคลอื่นใด เว้นแต่เป็นการ ให้เพื่อการกุศลสาธารณะหรือตามหน้าที่ศีลธรรม หรือตามควรแก่อัธยาศัยในสังคม (4) ดำเนินการด้วยประการใด ๆ เพื่อเพิ่ม ลด หรือกำกัดปริมาณ
การผลิต ปริมาณสินค้าที่จำหน่ายหรือบริการอื่นและการดำเนินการดังกล่าวนั้น เป็นผลเสียหายแก่ตลาดการค้าการเงิน ภายในหรือภายนอกประเทศ หรือ เศรษฐกิจของประเทศ (5) ดำเนินการด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายการแข่งขัน อันพึงมีตามปกติวิสัยของการประกอบวิสาหกิจ เว้นแต่จะเป็นการปฏิบัติตาม นโยบายหรือระเบียบของทางราชการ (6) ดำเนินการด้วยประการใด ๆ อันอาจเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ หรือต่อความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน (7) กีดกันหรือขัดขวางมิให้ผู้ใดซึ่งมีคุณสมบัติที่จะเป็นสมาชิกได้ตาม ข้อบังคับของสมาคมการค้าเข้าเป็นสมาชิกหรือบังคับด้วยประการใด ๆ ให้ เข้าเป็นสมาชิกโดยผู้นั้นไม่สมัครใจ หรือให้สมาชิกออกจากสมาคมการค้าโดย เจตนาอันไม่สุจริตหรือขัดต่อข้อบังคับของสมาคมการค้า (8) เปิดเผยสถิติ เอกสาร หรือข้อความอันเกี่ยวกับประโยชน์ส่วนได้ เสียโดยเฉพาะของสมาชิกผู้ใด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจาก สมาชิกผู้นั้น (9) ให้ หรือยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการดำเนินกิจการในหน้าที่ ของกรรมการ

มาตรา 23 ห้ามมิให้สมาคมการค้าแบ่งปันผลกำไรหรือรายได้ให้แก่ สมาชิก หรือดำเนินการในทางการเมือง

หมวด 4
การควบคุมสมาคมการค้า
______

มาตรา 24 ให้นายทะเบียนมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้กรรมการ หรือสมาชิกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกิจการของสมาคมการค้า หรือให้ส่ง เอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือรายงานการประชุมของสมาคมการค้าได้ มาตรา 25 เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสำนักงานของสมาคมการค้าได้ ในระหว่างเวลาทำงานของสมาคมการค้า ในการปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัว พนักงานเจ้าหน้าที่ต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
ในการปฏิบัติการของนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกหรือช่วยเหลือตามสมควร หรือให้คำชี้แจง แก่นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ขอร้อง มาตรา 26 ให้สมาคมการค้าจัดทำทะเบียนสมาชิกเก็บรักษาไว้ที่ สำนักงานของสมาคมการค้า และให้ส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกนั้นแก่นายทะเบียน ภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตและจดทะเบียนเป็นสมาคม การค้า ทะเบียนสมาชิกนั้นอย่างน้อยให้มีรายการดังต่อไปนี้ (1) ชื่อและสัญชาติของสมาชิก (2) ชื่อที่ใช้ในการประกอบวิสาหกิจและประเภทของวิสาหกิจ (3) ที่ตั้งสำนักงานของสมาชิก (4) วันที่เข้าเป็นสมาชิก เมื่อมีการรับสมาชิกใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับทะเบียนสมาชิก ให้สมาคมการค้าแจ้งการรับสมาชิกใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงนั้น ต่อนายทะเบียน ภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันที่รับสมาชิกใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลง
มาตรา 27 ให้สมาคมการค้าจัดทำงบดุลอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบ สิบสองเดือน อันจัดว่าเป็นรอบปีในทางบัญชีของสมาคมการค้านั้น งบดุลนั้นต้องมีรายการแสดงจำนวนสินทรัพย์และหนี้สินของสมาคมการค้า กับทั้งบัญชีรายรับรายจ่าย งบดุลต้องทำให้แล้วเสร็จและจัดให้มีผู้สอบบัญชี ตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาคมการค้าภายในกำหนด หนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่สิ้นปีการบัญชี มาตรา 28 ให้สมาคมการค้าจัดทำรายงานประจำปี แสดงผลการ ดำเนินกิจการของสมาคมการค้าเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ในคราวที่เสนองบดุล และ ให้ส่งสำเนารายงานกับงบดุลไปยังนายทะเบียนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่ วันที่มีการประชุมใหญ่ มาตรา 29 การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับของสมาคมการค้าจะ กระทำได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ และต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่ลงมติ แต่ถ้านายทะเบียนเห็นว่า การแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับนั้นขัดต่อวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมการค้าหรือ
ขัดต่อกฎหมาย ห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนการแก้ไขหรือเพิ่มเติม ข้อบังคับนั้น ถ้านายทะเบียนไม่รับจดทะเบียนการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับ ให้นำ มาตรา 10 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 30 การตั้งกรรมการหรือการเปลี่ยนตัวกรรมการของสมาคม การค้า ต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันตั้ง หรือเปลี่ยนตัวกรรมการ ถ้านายทะเบียนเห็นว่าผู้ได้รับการตั้งให้เป็นกรรมการนั้น เป็นผู้ซึ่ง ไม่มีฐานะสมควรหรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจ เป็นภัยต่อเศรษฐกิจความมั่นคงของประเทศ หรือต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน นายทะเบียนมีอำนาจจะไม่รับจดทะเบียนผู้นั้นเป็น กรรมการของสมาคมการค้า มาตรา 31 ผู้ใดประสงค์จะขอตรวจหรือคัดเอกสาร หรือขอให้คัด และรับรองสำเนาเอกสารเกี่ยวกับสมาคมการค้า ให้ยื่นคำขอตามแบบที่ นายทะเบียนกลางสมาคมการค้ากำหนด มาตรา 32 เมื่อปรากฏว่าคณะกรรมการ กรรมการหรือสมาชิก ของสมาคมการค้ากระทำการใด ๆ อันอาจเป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง
ของประเทศ หรือต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้คณะกรรมการ กรรมการหรือสมาชิก นั้นระงับหรือจัดการแก้ไขการกระทำนั้นภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนกำหนด มาตรา 33 เมื่อสมาคมการค้ากระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 22 รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้กรรมการทั้งคณะหรือเป็นรายบุคคลออกจากตำแหน่งได้ ในกรณีเช่นนี้ คณะกรรมการหรือกรรมการนั้นไม่มีสิทธิเป็นกรรมการสมาคม การค้าอีก เว้นแต่จะพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันที่ถูกรัฐมนตรีสั่งให้ออกจากตำแหน่ง มาตรา 34 เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าสมาคมการค้าใดจะดำเนินการ ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรืออาจเป็นภัยต่อเศรษฐกิจความมั่นคงของประเทศ หรือ ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ให้นายทะเบียนมีอำนาจ สั่งเป็นหนังสือให้สมาคมการค้านั้นแจ้งวันเวลาประชุมทุกคราวมาให้นายทะเบียน ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน ในกรณีเช่นนี้ให้นายทะเบียนหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปฟังการประชุมได้
สมาคมการค้าใดไม่แจ้งวันเวลาประชุมตามคำสั่งของนายทะเบียน ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งให้สมาคมการค้านั้นงดการประชุมได้ครั้งหนึ่งไม่เกิน เก้าสิบวันนับแต่วันที่นายทะเบียนสั่ง ในกรณีที่นายทะเบียนมีคำสั่งให้งดการประชุม ให้นำมาตรา 10 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 35 ถ้าที่ประชุมใหญ่ของสมาคมการค้าลงมติอันเป็นการฝ่าฝืน กฎหมายหรือข้อบังคับของสมาคมการค้า เมื่อสมาชิกคนหนึ่งคนใดหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ร้องขอ ให้นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนมตินั้นได้ แต่ในกรณีที่สมาชิก ร้องขอให้เพิกถอนนั้น ให้กระทำภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้ลงมตินั้น มาตรา 36 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้เลิกสมาคมการค้าได้ในกรณี ดังต่อไปนี้ (1) เมื่อปรากฏว่าการกระทำของสมาคมการค้าผิดต่อกฎหมาย หรือ เป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ หรือต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน (2) เมื่อสมาคมการค้าปฏิบัติการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 14
(3) เมื่อสมาคมการค้าปฏิบัติการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 22 และการ กระทำนั้นเป็นการเสียหายอย่างร้ายแรง (4) เมื่อสมาคมการค้าไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป หรือหยุดดำเนิน กิจการตั้งแต่สองปีขึ้นไป

(5) เมื่อปรากฏว่าสมาคมการค้าให้ หรือยอมให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่กรรมการ ดำเนินกิจการในหน้าที่ของกรรมการ กรรมการของสมาคมการค้าที่รัฐมนตรีสั่งให้เลิกตาม (1) (2) (3) หรือ (5) ผู้ใดซึ่งมีส่วนในการกระทำอันเป็นเหตุให้สมาคมการค้านั้นถูกรัฐมนตรี สั่งให้เลิก ไม่มีสิทธิเป็นกรรมการสมาคมการค้าอีก เว้นแต่จะพ้นกำหนดสามปี นับแต่วันที่รัฐมนตรีสั่งให้เลิกสมาคมการค้านั้น

หมวด 5
การเลิกสมาคมการค้า
______

มาตรา 37 สมาคมการค้าย่อมเลิกด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) ถ้ามีข้อบังคับกำหนดให้เลิกในกรณีใด เมื่อมีกรณีนั้น

(2) ถ้าตั้งโดยมีกำหนดเวลา เมื่อสิ้นกำหนดเวลานั้น (3) เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก (4) เมื่อล้มละลาย (5) เมื่อรัฐมนตรีสั่งให้เลิกตามมาตรา 36 ให้สมาคมการค้าที่เลิกตาม (1) (2) (3) หรือ (4) แจ้งให้นายทะเบียนทราบ ภายในกำหนดเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่เกิดมีเหตุที่ทำให้เลิก มาตรา 38 ภายใต้บังคับมาตรา 10 วรรคสาม เมื่อสมาคมการค้าใด เลิกไป เพราะเหตุใดเหตุหนึ่งตามที่ระบุไว้ในมาตรา 37 ให้นายทะเบียน เพิกถอนใบอนุญาตและขีดชื่อสมาคมการค้านั้นออกจากทะเบียน ในกรณีเช่นนี้ ให้ถือว่าสมาคมการค้านั้นคงดำเนินการต่อไปได้เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อการ ชำระบัญชีเท่านั้น มาตรา 39 การชำระบัญชีสมาคมการค้าซึ่งเลิกตามมาตรา 37 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันว่าด้วยการชำระบัญชี ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัด มาใช้บังคับโดย อนุโลม มาตรา 40 เมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด จะแบ่งให้แก่สมาชิกของสมาคมการค้าไม่ได้ ทรัพย์สินทั้งนั้นจะต้องโอนไปให้ แก่นิติบุคคลอื่นที่มีวัตถุที่ประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะตามที่ระบุไว้ใน ข้อบังคับของสมาคมการค้า หรือถ้าไม่ได้ระบุไว้ก็ให้เป็นไปตามมติของ ที่ประชุมใหญ่ว่าจะโอนไปให้แก่นิติบุคคลใดที่มีวัตถุที่ประสงค์เกี่ยวกับการ

กุศลสาธารณะ ในกรณีนอกจากที่กล่าวมาแล้ว ให้ทรัพย์สินที่เหลือนั้นตกเป็น ของรัฐ

หมวด 6
บทกำหนดโทษ
______

มาตรา 41 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 6 หรือมาตรา 8 ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 42 ผู้ใดเป็นสมาชิกของสมาคมการค้าที่มิได้รับอนุญาตตาม มาตรา 8 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท มาตรา 43 สมาคมการค้าใดฝ่าฝืนมาตรา 14 ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา 44 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 15 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน หนึ่งพันบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าสิบบาทจนกว่าจะได้จัดการแก้ไข ให้ถูกต้อง

มาตรา 45 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 16 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน สองพันบาท และปรับอีกไม่เกินวันละห้าสิบบาทจนกว่าจะเลิกใช้ มาตรา 46 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา 17 หรือมาตรา 24 หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 25 วรรคสี่ ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกินหนึ่งพันบาท มาตรา 47 สมาคมการค้าใดไม่ยอมให้สมาชิกตรวจสอบกิจการและ ทรัพย์สินของสมาคมการค้านั้นตามมาตรา 20 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน หนึ่งพันบาท มาตรา 48 สมาคมการค้าใดฝ่าฝืนมาตรา 22 หรือมาตรา 23 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท มาตรา 49 กรรมการของสมาคมการค้าผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 22 หรือ กระทำการอันเป็นการผิดวัตถุที่ประสงค์ของสมาคมการค้าและการกระทำนั้น เป็นภัยต่อเศรษฐกิจความมั่นคงของประเทศ หรือต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท มาตรา 50 สมาคมการค้าใดฝ่าฝืนมาตรา 26 มาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 หรือมาตรา30 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา 51 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา 32 หรือมาตรา 34 วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท มาตรา 52 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 33 หรือยังขืนเป็นกรรมการ หรือ สมาชิกของสมาคมการค้าที่เลิกตามมาตรา 37 หรือตามมาตรา 55 วรรคสาม แล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 53 สมาคมการค้าใดฝ่าฝืนมาตรา 37 วรรคสอง หรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรา 39 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท

มาตรา 54 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 40 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

บทเฉพาะกาล
______

มาตรา 55 บรรดาสมาคมที่ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ อันมีลักษณะหรือวัตถุ ที่ประสงค์อย่างเดียวกับสมาคมการค้า หากประสงค์จะเป็นสมาคมการค้าตาม
พระราชบัญญัตินี้ต้องขออนุญาตเป็นสมาคมการค้าภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่ วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และเมื่อได้รับอนุญาตให้เป็นสมาคมการค้าตาม พระราชบัญญัตินี้แล้ว ให้นายทะเบียนสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขีดชื่อสมาคมนั้นออกเสียจากทะเบียนสมาคม บรรดาทรัพย์สินและหนี้สินของสมาคมที่มีลักษณะหรือวัตถุที่ประสงค์ อย่างเดียวกับสมาคมการค้าที่ได้รับอนุญาตและจดทะเบียนเป็นสมาคมการค้า ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้โอนมาเป็นของสมาคมการค้าที่ได้จัดตั้งขึ้นใหม่ ถ้าสมาคมที่มีลักษณะหรือวัตถุที่ประสงค์อย่างเดียวกับสมาคมการค้าที่ ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ขออนุญาต เป็นสมาคมการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นอันเลิก และให้นายทะเบียนสมาคมตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ขีดชื่อสมาคมนั้นออกเสียจากทะเบียนสมาคม ถ้าสมาคมไม่พอใจในคำสั่งของนายทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ที่ให้ขีดชื่อออกจากทะเบียนสมาคมก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ โดย
ยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรี ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง คำสั่ง คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี

ค่าธรรมเนียม

______

   (1) คำขอ                                                        ฉบับละ      2 บาท
   (2) ใบอนุญาตสมาคมการค้า                          ฉบับละ    500 บาท
   (3) ใบแทนใบอนุญาตสมาคมการค้า                ฉบับละ     50 บาท
   (4) การจดทะเบียนแก้ไขหรือเพิ่มเติม
        ข้อบังคับ หรือการจดทะเบียนตั้ง
        หรือเปลี่ยนตัวกรรมการ                                ครั้งละ      5 บาท
   (5) การขอตรวจหรือคัดเอกสาร                        ครั้งละ      5 บาท
   (6) การขอให้คัดและรับรองสำเนา      
         เอกสาร                                                     ฉบับละ    20 บาท
  


____________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก ในเวลานี้ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าโดยเฉพาะ สมาคมการค้าต่าง ๆ ที่มีอยู่ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมธรรมดาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่วัตถุที่ประสงค์และวิธีดำเนินการของสมาคมการค้าย่อมแตกต่างกับสมาคม ธรรมดาเป็นอันมาก และสมาคมการค้าย่อมมีอิทธิพลสำคัญเกี่ยวกับการค้าและ เศรษฐกิจของประเทศและอาจดำเนินกิจการอันทำให้เกิดความปั่นป่วน แก่ ตลาดการค้าหรือตลาดการเงินทั้งในประเทศและนอกประเทศ หรือกระทำการ ใด ๆ อันเป็นการกระทบกระเทือนการครองชีพของประชาชนได้ จึงเป็นการ สมควรที่จะแยกสมาคมการค้าออกจากสมาคมธรรมดา และวางระเบียบ ในการ จัดตั้ง กำหนดขอบเขตแห่งวัตถุที่ประสงค์ วิธีดำเนินกิจการของสมาคมการค้า และการควบคุมการดำเนินงานของสมาคมการค้า ทั้งกำหนดข้อห้ามมิให้สมาคม การค้าดำเนินการใด ๆ อันจะเป็นผลกระทบกระเทือนการค้า เศรษฐกิจหรือ ความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนกำหนดวิธีการลงโทษสมาคมการค้าเมื่อ ดำเนินการอันผิดกฎหมาย รวมทั้งการสั่งยุบเลิกสมาคมการค้า จึงเป็นการ สมควรที่จะตรากฎหมายว่าด้วยสมาคมการค้าขึ้นโดยเฉพาะ

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com