ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ หอการค้า พ.ศ. 2509

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2509
เป็นปีที่ 21 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยหอการค้า จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2509/38/317/26 เมษายน 2509]

มาตรา 3 บรรดาบทกฎหมาย กฎและข้อบังคับอื่นในส่วนที่มี บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

หมวด 1
บททั่วไป
_____

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้

"หอการค้า" หมายความว่า สถาบันที่บุคคลหลายคนจัดตั้งขึ้น เพื่อส่งเสริมการค้า อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงินหรือเศรษฐกิจ อันมิใช่เป็นการหาผลกำไรหรือรายได้แบ่งปันกัน

"รัฐวิสาหกิจ" หมายความว่า รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วย วิธีการงบประมาณเฉพาะที่เป็นนิติบุคคล และมีวัตถุที่ประสงค์เกี่ยวกับการค้า อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงินหรือเศรษฐกิจ

"สหกรณ์" หมายความว่า สหกรณ์ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ เฉพาะที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการค้า อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน หรือเศรษฐกิจ

"นายทะเบียน" หมายความว่า นายทะเบียนกลางหอการค้า หรือนายทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี

"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราช บัญญัตินี้

มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวง กำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ และกำหนดกิจการอื่น เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้

หมวด 2
การจัดตั้งหอการค้า
______

มาตรา 6 หอการค้ามี 4 ประเภท ดังต่อไปนี้

(1) หอการค้าจังหวัด
(2) หอการค้าไทย
(3) หอการค้าต่างประเทศ
(4) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

มาตรา 7 ให้จัดตั้งสำนักงานกลางทะเบียนหอการค้าขึ้นใน กรมการค้าภายใน กระทรวงเศรษฐการ เพื่อควบคุมการออกใบอนุญาตและ การจดทะเบียนหอการค้าทั่วราชอาณาจักร และทำหน้าที่เป็นสำนักงานทะเบียน หอการค้าประจำจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีด้วย ในจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีให้จัดตั้ง สำนักงานทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัดขึ้นตรงต่อสำนักงานกลางทะเบียน หอการค้า ให้อธิบดีกรมการค้าภายในเป็นนายทะเบียนกลางหอการค้า กับเป็นนายทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีด้วย และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นอกจากจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีเป็นนายทะเบียนหอการค้าประจำจังหวัด

มาตรา 8 ห้ามมิให้ผู้ใดจัดตั้งหอการค้า เว้นแต่จะได้รับอนุญาต จากนายทะเบียน การตั้งสาขาหอการค้าจะกระทำมิได้

มาตรา 9 การขออนุญาตนั้น ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งมีจำนวน ไม่น้อยกว่าห้าคน ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวง

มาตรา 10 เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขออนุญาต และได้สอบสวน พิจารณาแล้ว เห็นว่าข้อบังคับไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่เป็นภัยต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ หรือต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ ประชาชน และผู้เริ่มก่อการจัดตั้งเป็นผู้ซึ่งมีฐานะและความประพฤติดี ก็ให้ นายทะเบียนสั่งอนุญาต และออกใบอนุญาตหอการค้าให้แก่ผู้ขอ แล้วจดทะเบียน หอการค้าให้ด้วย ถ้านายทะเบียนมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้แจ้งคำสั่งเป็นหนังสือไปยัง ผู้ขออนุญาตโดยมิชักช้า ผู้ขออนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ โดยยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อรัฐมนตรีภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่ที่ได้รับแจ้งคำสั่ง คำวินิจฉัย ของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด การอนุญาตให้ตั้งหอการค้าและการเลิกหอการค้า ให้นายทะเบียน กลางหอการค้าประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา 11 ให้หอการค้าที่ได้รับอนุญาตและจดทะเบียนแล้ว เป็นนิติบุคคล

มาตรา 12 ถ้าใบอนุญาตหอการค้าสูญหายหรือถูกทำลายให้ หอการค้ายื่นคำขอรับใบแทน

มาตรา 13 หอการค้าต้องมีข้อบังคับ และข้อบังคับนั้นอย่างน้อย ต้องมีข้อความดังต่อไปนี้

(1) ชื่อ
(2) วัตถุที่ประสงค์
(3) ที่ตั้งสำนักงาน
(4) วิธีรับสมาชิกและให้สมาชิกออกจากหอการค้าตลอดจนสิทธิ และหน้าที่ของสมาชิก
(5) การดำเนินกิจการของหอการค้า การตั้ง การออกจาก ตำแหน่ง และการประชุมของกรรมการตลอดจนการประชุมใหญ่

ข้อบังคับของหอการค้าต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนพร้อมกับ การยื่นคำขออนุญาตจัดตั้งหอการค้า ก่อนออกใบอนุญาต ถ้านายทะเบียน เห็นสมควรจะสั่งให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนั้นก็ได้

มาตรา 14 หอการค้าจังหวัดจะจัดตั้งขึ้นและดำรงอยู่ได้เฉพาะ จังหวัดละหนึ่งหอเท่านั้น เว้นแต่จังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีให้มีหอการค้า จังหวัดเพียงหอเดียว เรียกว่า หอการค้าไทย หอการค้าต่างประเทศจะจัดตั้งขึ้นและดำรงอยู่ได้เพียงสัญชาติละ หนึ่งหอเฉพาะแต่ในจังหวัดพระนครหรือจังหวัดธนบุรีเท่านั้น

มาตรา 15 หอการค้าไทย หอการค้าต่างประเทศ สมาคม การค้า รัฐวิสาหกิจและสหกรณ์ อาจรวมกันจัดตั้งขึ้นเป็นสภาหอการค้าแห่ง ประเทศไทยได้

มาตรา 16 ชื่อของหอการค้าต้องเป็นอักษรไทย แต่จะมีอักษร ต่างประเทศกำกับไว้ท้ายหรือใต้ชื่ออักษรไทยด้วยก็ได้ และจะใช้ชื่อได้แต่ เฉพาะที่ปรากฏในข้อบังคับเท่านั้น ห้ามมิให้ใช้ข้อความ "หอการค้าจังหวัด หอการค้าไทย หอการค้าต่างประเทศ หรือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย"

หรือข้อความที่มีความหมายในทำนองเดียวกัน ประกอบชื่อโดยมิได้เป็น หอการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ให้หอการค้าจัดให้มีป้ายชื่ออ่านได้ชัดเจนติดไว้ที่หน้าสำนักงาน

มาตรา 17 ห้ามมิให้บุคคลใดใช้ชื่อที่มีอักษรไทยประกอบว่า หอการค้า หรือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรืออักษรต่างประเทศ ซึ่งแปลหรืออ่านว่า หอการค้า หรือ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในดวงตรา ป้ายชื่อ จดหมาย ใบแจ้งความ หรือเอกสารอย่างอื่นอันเกี่ยวกับ ธุรกิจ โดยมิได้เป็นหอการค้า เว้นแต่เป็นการใช้ในการขออนุญาตจัดตั้ง หอการค้า

มาตรา 18 ให้นายทะเบียนมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือ เรียกบุคคลใด ๆ มาสอบถามหรือให้ส่งเอกสารมาเพื่อประกอบการพิจารณา เกี่ยวกับการขออนุญาตจัดตั้งหอการค้าได้

 | หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย