ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497
เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติองค์การ โทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในจังหวัดพระนครและจังหวัด ธนบุรี ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

เมื่อจะใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ในจังหวัดอื่นใด ให้ประกาศโดย พระราชกฤษฎีกา *[รก.2497/16/444/9 มีนาคม 2497]

มาตรา 3 ตั้งแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ในจังหวัดใด ให้ยกเลิก บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช บัญญัตินี้ หรือซึ่งแย้ง หรือขัดกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ในจังหวัดนั้น

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้

"องค์การโทรศัพท์" หมายความว่า องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

"พนักงาน" หมายความว่า พนักงานขององค์การโทรศัพท์

"ผู้อำนวยการ" หมายความว่า ผู้อำนวยการขององค์การโทรศัพท์

"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการขององค์การโทรศัพท์

"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราช บัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้

หมวด 1
การจัดตั้ง ทุน และเงินสำรอง
_______

มาตรา 6 ให้จัดตั้งองค์การขึ้นองค์การหนึ่ง เรียกว่า องค์การ โทรศัพท์แห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดดำเนินการและนำมาซึ่ง ความเจริญของกิจการโทรศัพท์ เพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน และ ดำเนินธุรกิจอันเกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์และธุรกิจอื่นที่ต่อเนื่อง ใกล้เคียงกับ หรือซึ่งเป็นประโยชน์แก่กิจการโทรศัพท์

มาตรา 7 ให้องค์การโทรศัพท์เป็นนิติบุคคล

มาตรา 8* ให้องค์การโทรศัพท์ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดใกล้เคียงและจะตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่ใดภายใน หรือภายนอกราชอาณาจักรก็ได้ แต่การตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนภายนอก ราชอาณาจักรต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีก่อน *[มาตรา 8 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2527]

มาตรา 9* เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวในมาตรา 6 ให้องค์การโทรศัพท์มีอำนาจรวมถึง

(1) ถือกรรมสิทธิ์ ครอบครองที่ดินและทรัพย์สินอื่น ๆ มีทรัพยสิทธิ ต่าง ๆ สร้าง ซื้อ เช่า ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม จัดหา จำหน่าย ทำการแลกเปลี่ยน โอนและรับโอนด้วยประการใด ๆ ซึ่งที่ดิน ทรัพย์สินอื่น หรือสิทธิรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ และดำเนินงานเกี่ยวกับเครื่องใช้บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการโทรศัพท์

(2) ให้บริการต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ในเรื่องเครื่อง โทรศัพท์ อุปกรณ์ เครื่องใช้ และเครื่องบริการต่าง ๆ

(3) กำหนดอัตราค่าเช่า ค่าดำเนินธุรกิจต่าง ๆ และค่าบริการ อื่น ๆ ของกิจการโทรศัพท์ และจัดระเบียบเกี่ยวกับวิธีชำระค่าต่าง ๆ ดังกล่าว

(4) จัดระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้โทรศัพท์ บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการโทรศัพท์

(5) กู้ ยืม เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร ออกพันธบัตร หรือ ตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน ให้กู้ ให้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือ ด้วยทรัพย์

(6) ร่วมการงาน หรือสมทบกับบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์แห่งกิจการ ขององค์การโทรศัพท์ รวมทั้งการเข้าเป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลใด ๆ

(7)* จัดทำ จัดพิมพ์ โฆษณา จำหน่าย หรือเผยแพร่รายชื่อและ หมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าโทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์

*[มาตรา 9 แก้ไขโดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 284 (พ.ศ. 2515) ส่วนความใน (7) เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2530]

มาตรา 10* ทุนขององค์การโทรศัพท์ประกอบด้วย

(1) ทุนประเดิมตามมาตรา 12
(2) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่รับโอนตามมาตรา 13 และมาตรา 14
(3) เงินที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดินที่จ่ายให้ภายหลังเพื่อ ดำเนินงานหรือขยายกิจการ
(4) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่รับโอนจากทางราชการ องค์การของ รัฐบาลหรือที่ได้รับจากรัฐบาล จากต่างประเทศ หรือจากองค์การระหว่าง ประเทศ เงินหรือทรัพย์สินอื่นตาม (4) ถ้ามีหนี้สินอยู่ให้หักออกแล้ว จึงให้ โอนเข้าเป็นทุนได้

*[มาตรา 10 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511]

มาตรา 11 ให้โอนบรรดาทรัพย์สิน สินทรัพย์ ความรับผิด และ ธุรกิจของกองโทรศัพท์ กรมไปรษณีย์โทรเลข ให้แก่องค์การโทรศัพท์ดำเนิน กิจการต่อไป

มาตรา 12 ให้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายสามัญและรายจ่าย วิสามัญลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2497 ของกองโทรศัพท์ กรม ไปรษณีย์โทรเลข และงบประมาณอื่นใด ตามสิทธิที่กองโทรศัพท์ กรมไปรษณีย์ โทรเลข ได้รับจากรัฐบาลอยู่แล้ว เป็นทุนประเดิมให้แก่องค์การโทรศัพท์ นอกจากเงินที่รัฐจ่ายแล้ว ให้นำสินทรัพย์ที่รับโอนมาจากกรมไปรษณีย์ โทรเลขเมื่อได้หักหนี้สินออกแล้ว เข้าอยู่ในทุนประเดิมด้วย

มาตรา 13 เมื่อได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับพระราช บัญญัตินี้ในจังหวัดใด ให้โอนบรรดาทรัพย์สิน สินทรัพย์ ความรับผิด และธุรกิจ เกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ในเขตจังหวัดนั้นจากกองโทรเลข กรมไปรษณีย์ โทรเลข ให้แก่องค์การโทรศัพท์ดำเนินกิจการต่อไป ในกรณีดังกล่าวในวรรคก่อน ให้จ่ายเงินตามงบประมาณประจำปี งบประมาณในปีที่ประกาศพระราชกฤษฎีกานั้น ของกองโทรเลข กรมไปรษณีย์ โทรเลข บรรดาที่เกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ในเขตจังหวัดนั้น ให้แก่องค์การ โทรศัพท์

มาตรา 14 บรรดาทรัพย์สิน สินทรัพย์ ความรับผิด และธุรกิจ เกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ทางไกล จากเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ซึ่งติดต่อกับเขตจังหวัดหนึ่งจังหวัดใด จะโอนจากกองโทรเลข กรมไปรษณีย์ โทรเลข ให้แก่องค์การโทรศัพท์เมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา ในกรณีเช่นนี้ ให้นำความในมาตรา 13 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 15 ทรัพย์สินขององค์การโทรศัพท์ซึ่งใช้เพื่อดำเนินกิจการ และเพื่อประสิทธิภาพแห่งการโทรศัพท์และการคมนาคมสาธารณะไม่อยู่ในความ รับผิดแห่งการบังคับคดี

มาตรา 16 ให้องค์การโทรศัพท์ได้รับสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ บรรดา ที่กฎหมายให้ไว้แก่กรมไปรษณีย์โทรเลข ในส่วนที่ว่าด้วยการโทรศัพท์ *ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การตั้ง ทำหรือบำรุงการโทรศัพท์ ของกระทรวงกลาโหมที่ใช้ในราชการทหารโดยเฉพาะ

*[ความในวรรคสองของมาตรา 16 เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2517]

มาตรา 17 ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ผู้อำนวยการ และ พนักงาน เป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา

มาตรา 18 พระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477 และบรรดากฎ ข้อบังคับ ที่ได้ออกตามพระราชบัญญัตินั้น ในส่วนที่ว่าด้วยการ โทรศัพท์ ให้คงใช้บังคับต่อไป ทั้งนี้เพียงเท่าที่มิได้มีความบัญญัติไว้แล้ว ในพระราชบัญญัตินี้และที่มิได้มีความแย้ง หรือขัดกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์แห่งการนำพระราชบัญญัติและกฎข้อบังคับดังกล่าวใน วรรคก่อนมาใช้บังคับต่อไป ให้อ่านคำบางคำในพระราชบัญญัติ และกฎ ข้อบังคับนั้น ดังต่อไปนี้ คำว่า กรม และ กรมไปรษณีย์โทรเลข ให้อ่านว่า องค์การ โทรศัพท์ คำว่า อธิบดี ให้อ่านว่า ผู้อำนวยการ คำว่า พนักงานโทรศัพท์ และ เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ ให้อ่านว่า พนักงาน

มาตรา 19 ให้องค์การโทรศัพท์ได้รับยกเว้นจากการเสียภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา 20 เงินสำรองขององค์การโทรศัพท์ ให้ประกอบด้วย เงินสำรองธรรมดาซึ่งตั้งไว้เผื่อขาด เงินสำรองเพื่อไถ่ถอนหนี้ และเงิน สำรองอื่น ๆ เพื่อความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะ ตามแต่คณะกรรมการ จะเห็นสมควร

มาตรา 21 เงินสำรองธรรมดาจะนำออกใช้ได้ก็แต่โดยมติของ คณะกรรมการ ด้วยความเห็นชอบจากรัฐมนตรี

มาตรา 22 ให้องค์การโทรศัพท์เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคาร ตามระเบียบของคณะกรรมการซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี

มาตรา 22 ทวิ* ให้องค์การโทรศัพท์มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการจัดทำ จัดพิมพ์โฆษณา จำหน่าย หรือเผยแพร่รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่า โทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์ ผู้ใดกระทำการตามวรรคหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากองค์การ โทรศัพท์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึง สองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่หน่วยงานของรัฐซึ่งจัดทำหรือจัดพิมพ์ รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าโทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์เพื่อใช้ ในราชการ และเอกชน ซึ่งจัดทำหรือจัดพิมพ์รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ ของผู้เช่าโทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์เพื่อใช้ในกิจการของตน

*[มาตรา 22 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2530]

 | หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย