Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ  องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย  พ.ศ. 2497

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497
เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดย คำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติองค์การ โทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในจังหวัดพระนครและจังหวัด ธนบุรี ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

เมื่อจะใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ในจังหวัดอื่นใด ให้ประกาศโดย พระราชกฤษฎีกา *[รก.2497/16/444/9 มีนาคม 2497] มาตรา 3 ตั้งแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ในจังหวัดใด ให้ยกเลิก บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช บัญญัตินี้ หรือซึ่งแย้ง หรือขัดกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ในจังหวัดนั้น มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "องค์การโทรศัพท์" หมายความว่า องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้ "พนักงาน" หมายความว่า พนักงานขององค์การโทรศัพท์ "ผู้อำนวยการ" หมายความว่า ผู้อำนวยการขององค์การโทรศัพท์ "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการขององค์การโทรศัพท์ "รัฐมนตร"ี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราช บัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้ บังคับได้

หมวด 1
การจัดตั้ง ทุน และเงินสำรอง
_______

มาตรา 6 ให้จัดตั้งองค์การขึ้นองค์การหนึ่ง เรียกว่า องค์การ โทรศัพท์แห่งประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดดำเนินการและนำมาซึ่ง ความเจริญของกิจการโทรศัพท์ เพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน และ ดำเนินธุรกิจอันเกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์และธุรกิจอื่นที่ต่อเนื่อง ใกล้เคียงกับ หรือซึ่งเป็นประโยชน์แก่กิจการโทรศัพท์
มาตรา 7 ให้องค์การโทรศัพท์เป็นนิติบุคคล มาตรา 8* ให้องค์การโทรศัพท์ตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดใกล้เคียงและจะตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่ใดภายใน หรือภายนอกราชอาณาจักรก็ได้ แต่การตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนภายนอก ราชอาณาจักรต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีก่อน *[มาตรา 8 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2527] มาตรา 9* เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวในมาตรา 6 ให้องค์การโทรศัพท์มีอำนาจรวมถึง (1) ถือกรรมสิทธิ์ ครอบครองที่ดินและทรัพย์สินอื่น ๆ มีทรัพยสิทธิ ต่าง ๆ สร้าง ซื้อ เช่า ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม จัดหา จำหน่าย ทำการแลกเปลี่ยน โอนและรับโอนด้วยประการใด ๆ ซึ่งที่ดิน ทรัพย์สินอื่น หรือสิทธิรับทรัพย์สินที่มีผู้อุทิศให้ และดำเนินงานเกี่ยวกับเครื่องใช้บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการโทรศัพท์ (2) ให้บริการต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ในเรื่องเครื่อง โทรศัพท์ อุปกรณ์ เครื่องใช้ และเครื่องบริการต่าง ๆ (3) กำหนดอัตราค่าเช่า ค่าดำเนินธุรกิจต่าง ๆ และค่าบริการ อื่น ๆ ของกิจการโทรศัพท์ และจัดระเบียบเกี่ยวกับวิธีชำระค่าต่าง ๆ ดังกล่าว (4) จัดระเบียบเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้โทรศัพท์ บริการ และความสะดวกต่าง ๆ ของกิจการโทรศัพท์ (5) กู้ ยืม เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร ออกพันธบัตร หรือ ตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน ให้กู้ ให้ยืมเงินโดยมีหลักประกันด้วยบุคคลหรือ ด้วยทรัพย์ (6) ร่วมการงาน หรือสมทบกับบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์แห่งกิจการ ขององค์การโทรศัพท์ รวมทั้งการเข้าเป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือนิติบุคคลใด ๆ (7)* จัดทำ จัดพิมพ์ โฆษณา จำหน่าย หรือเผยแพร่รายชื่อและ หมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าโทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์ *[มาตรา 9 แก้ไขโดยประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 284 (พ.ศ. 2515) ส่วนความใน (7) เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2530] มาตรา 10* ทุนขององค์การโทรศัพท์ประกอบด้วย (1) ทุนประเดิมตามมาตรา 12
(2) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่รับโอนตามมาตรา 13 และมาตรา 14 (3) เงินที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดินที่จ่ายให้ภายหลังเพื่อ ดำเนินงานหรือขยายกิจการ (4) เงินหรือทรัพย์สินอื่นที่รับโอนจากทางราชการ องค์การของ รัฐบาลหรือที่ได้รับจากรัฐบาล จากต่างประเทศ หรือจากองค์การระหว่าง ประเทศ เงินหรือทรัพย์สินอื่นตาม (4) ถ้ามีหนี้สินอยู่ให้หักออกแล้ว จึงให้ โอนเข้าเป็นทุนได้ *[มาตรา 10 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511] มาตรา 11 ให้โอนบรรดาทรัพย์สิน สินทรัพย์ ความรับผิด และ ธุรกิจของกองโทรศัพท์ กรมไปรษณีย์โทรเลข ให้แก่องค์การโทรศัพท์ดำเนิน กิจการต่อไป มาตรา 12 ให้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายสามัญและรายจ่าย วิสามัญลงทุน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2497 ของกองโทรศัพท์ กรม ไปรษณีย์โทรเลข และงบประมาณอื่นใด ตามสิทธิที่กองโทรศัพท์ กรมไปรษณีย์ โทรเลข ได้รับจากรัฐบาลอยู่แล้ว เป็นทุนประเดิมให้แก่องค์การโทรศัพท์ นอกจากเงินที่รัฐจ่ายแล้ว ให้นำสินทรัพย์ที่รับโอนมาจากกรมไปรษณีย์ โทรเลขเมื่อได้หักหนี้สินออกแล้ว เข้าอยู่ในทุนประเดิมด้วย มาตรา 13 เมื่อได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้ใช้บังคับพระราช บัญญัตินี้ในจังหวัดใด ให้โอนบรรดาทรัพย์สิน สินทรัพย์ ความรับผิด และธุรกิจ เกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ในเขตจังหวัดนั้นจากกองโทรเลข กรมไปรษณีย์ โทรเลข ให้แก่องค์การโทรศัพท์ดำเนินกิจการต่อไป ในกรณีดังกล่าวในวรรคก่อน ให้จ่ายเงินตามงบประมาณประจำปี งบประมาณในปีที่ประกาศพระราชกฤษฎีกานั้น ของกองโทรเลข กรมไปรษณีย์ โทรเลข บรรดาที่เกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ในเขตจังหวัดนั้น ให้แก่องค์การ โทรศัพท์ มาตรา 14 บรรดาทรัพย์สิน สินทรัพย์ ความรับผิด และธุรกิจ เกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ทางไกล จากเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ซึ่งติดต่อกับเขตจังหวัดหนึ่งจังหวัดใด จะโอนจากกองโทรเลข กรมไปรษณีย์ โทรเลข ให้แก่องค์การโทรศัพท์เมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา ในกรณีเช่นนี้ ให้นำความในมาตรา 13 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 15 ทรัพย์สินขององค์การโทรศัพท์ซึ่งใช้เพื่อดำเนินกิจการ และเพื่อประสิทธิภาพแห่งการโทรศัพท์และการคมนาคมสาธารณะไม่อยู่ในความ รับผิดแห่งการบังคับคดี มาตรา 16 ให้องค์การโทรศัพท์ได้รับสิทธิและหน้าที่ต่าง ๆ บรรดา ที่กฎหมายให้ไว้แก่กรมไปรษณีย์โทรเลข ในส่วนที่ว่าด้วยการโทรศัพท์ *ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่การตั้ง ทำหรือบำรุงการโทรศัพท์ ของกระทรวงกลาโหมที่ใช้ในราชการทหารโดยเฉพาะ *[ความในวรรคสองของมาตรา 16 เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2517] มาตรา 17 ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ผู้อำนวยการ และ พนักงาน เป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 18 พระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477 และบรรดากฎ ข้อบังคับ ที่ได้ออกตามพระราชบัญญัตินั้น ในส่วนที่ว่าด้วยการ โทรศัพท์ ให้คงใช้บังคับต่อไป ทั้งนี้เพียงเท่าที่มิได้มีความบัญญัติไว้แล้ว ในพระราชบัญญัตินี้และที่มิได้มีความแย้ง หรือขัดกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ เพื่อประโยชน์แห่งการนำพระราชบัญญัติและกฎข้อบังคับดังกล่าวใน วรรคก่อนมาใช้บังคับต่อไป ให้อ่านคำบางคำในพระราชบัญญัติ และกฎ ข้อบังคับนั้น ดังต่อไปนี้ คำว่า กรม และ กรมไปรษณีย์โทรเลข ให้อ่านว่า องค์การ โทรศัพท์ คำว่า อธิบดี ให้อ่านว่า ผู้อำนวยการ คำว่า พนักงานโทรศัพท์ และ เจ้าหน้าที่โทรศัพท์ ให้อ่านว่า พนักงาน มาตรา 19 ให้องค์การโทรศัพท์ได้รับยกเว้นจากการเสียภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 20 เงินสำรองขององค์การโทรศัพท์ ให้ประกอบด้วย เงินสำรองธรรมดาซึ่งตั้งไว้เผื่อขาด เงินสำรองเพื่อไถ่ถอนหนี้ และเงิน สำรองอื่น ๆ เพื่อความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะ ตามแต่คณะกรรมการ จะเห็นสมควร
มาตรา 21 เงินสำรองธรรมดาจะนำออกใช้ได้ก็แต่โดยมติของ คณะกรรมการ ด้วยความเห็นชอบจากรัฐมนตรี

มาตรา 22 ให้องค์การโทรศัพท์เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคาร ตามระเบียบของคณะกรรมการซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี มาตรา 22 ทวิ* ให้องค์การโทรศัพท์มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการจัดทำ จัดพิมพ์โฆษณา จำหน่าย หรือเผยแพร่รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่า โทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์ ผู้ใดกระทำการตามวรรคหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากองค์การ โทรศัพท์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึง สองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ บทบัญญัติมาตรานี้มิให้ใช้บังคับแก่หน่วยงานของรัฐซึ่งจัดทำหรือจัดพิมพ์ รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าโทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์เพื่อใช้ ในราชการ และเอกชน ซึ่งจัดทำหรือจัดพิมพ์รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ ของผู้เช่าโทรศัพท์ขององค์การโทรศัพท์เพื่อใช้ในกิจการของตน

*[มาตรา 22 ทวิ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2530]

หมวด 2
การกำกับ ควบคุม และจัดการ
_______

มาตรา 23 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจและหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการ ขององค์การโทรศัพท์ และเพื่อประโยชน์ในการนี้รัฐมนตรีมีอำนาจเรียก ประธานกรรมการ กรรมการ ผู้อำนวยการหรือพนักงาน มาชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น หรือให้ทำรายงานยื่น
มาตรา 24 เรื่องที่จะต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีตามความใน พระราชบัญญัตินี้ ให้นำเสนอรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี มาตรา 25 ให้มีคณะกรรมการขององค์การโทรศัพท์คณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่าสี่คน แต่ไม่เกินหกคน เป็นผู้ควบคุมและดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการขององค์การโทรศัพท์ ประธานกรรมการ และกรรมการ ต้องมีสัญชาติไทยและอย่างน้อย จะต้องมีผู้มีความรู้และความจัดเจนเกี่ยวกับการโทรศัพท์หนึ่งคน เกี่ยวกับการ โทรคมนาคมหนึ่งคน และเกี่ยวกับการเศรษฐกิจหรือการเงินอีกหนึ่งคน มาตรา 26 ผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้ เป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้อำนวยการ คือ (1) มีส่วนได้เสียในสัญญากับองค์การโทรศัพท์ หรือในกิจการที่ กระทำให้แก่องค์การโทรศัพท์ ทั้งนี้ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยทางอ้อม (2) เป็นพนักงาน มาตรา 27 ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้ง หรือถอดถอน ประธานกรรมการ และกรรมการขององค์การโทรศัพท์ มาตรา 28 ให้ประธานกรรมการ และกรรมการที่ได้รับแต่งตั้ง ดำรงตำแหน่งคราวละห้าปี ในกรณีที่มีการแต่งตั้งซ่อม หรือเพิ่มเติมประธาน กรรมการ หรือกรรมการ ประธานกรรมการหรือกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งซ่อม หรือเพิ่มเติมขึ้นนั้นให้ดำรงตำแหน่งเพียงเท่ากำหนดเวลาของกรรมการชุดนั้น เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคก่อน หากยังมิได้มีการ แต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการ และกรรมการ ที่พ้นจาก ตำแหน่งตามวาระนั้น รักษาการในตำแหน่งต่อไปจนกว่าคณะกรรมการที่แต่งตั้ง ขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ ประธานกรรมการ และกรรมการ ที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจ ได้รับแต่งตั้งอีกก็ได้ มาตรา 29 ประธานกรรมการ และกรรมการ ย่อมพ้นจากตำแหน่ง ก่อนถึงวาระตามความในมาตรา 28 เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก
(3) คณะรัฐมนตรีให้ออก (4) เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเป็นผู้ไร้ความสามารถ (5) ขาดการประชุมคณะกรรมการกว่าสามครั้งต่อเนื่องกันโดยไม่มี เหตุอันสมควร (6) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 25 หรือต้องห้ามตามมาตรา 26 มาตรา 30 ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดเงินผลประโยชน์ตอบแทน ของประธานกรรมการ และกรรมการ ประธานกรรมการ กรรมการ ผู้อำนวยการ และพนักงานอาจได้รับ เงินรางวัลตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด มาตรา 31 ภายใต้บังคับมาตรา 39 และมาตรา 40 ให้ คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่วางนโยบาย และควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่ง กิจการขององค์การโทรศัพท์ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี อำนาจและ หน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง (1) ดำเนินกิจการตามความในมาตรา 6 และมาตรา 9 (2) วางระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการบริหารงานต่าง ๆ (3) วางข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้น เงินเดือน การตัดเงินเดือน การลดขั้นเงินเดือน การถอดถอน และระเบียบ วินัยของพนักงาน ตลอดจนกำหนดจำนวนอัตราตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่น ๆ ของพนักงาน (4) ตั้งอัตราค่าเช่าเครื่องโทรศัพท์ ค่าดำเนินธุรกิจต่าง ๆ และ ค่าบริการอื่น ๆ (5) กำหนดอัตราเงินสะสมของผู้อำนวยการ และพนักงาน และ วางระเบียบการจ่ายคืนเงินสะสม ข้อบังคับว่าด้วยระเบียบปฏิบัติงานที่คณะกรรมการวางขึ้นนั้น ถ้ามี ข้อความจำกัดอำนาจผู้อำนวยการในการทำนิติกรรมไว้ประการใด ให้รัฐมนตรี ประกาศข้อบังคับที่มีข้อความเช่นว่านั้นในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 32 ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งผู้อำนวยการด้วยความ เห็นชอบของคณะรัฐมนตรี และให้อยู่ในตำแหน่งได้โดยไม่มีกำหนดเวลา แต่ในกรณีที่บกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนสมรรถภาพ หรือมีเหตุผลอันสมควรอื่น คณะกรรมการจะให้ออกจากตำแหน่งด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีก็ได้
ผู้อำนวยการจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้และความจัดเจนเกี่ยวกับการ โทรศัพท์และการโทรคมนาคม และให้เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ให้ผู้อำนวยการได้รับเงินเดือนตามที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา 33 ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจ (1) แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อนขั้นเงินเดือน ตัดเงินเดือน หรือลดขั้น เงินเดือน ตลอดจนลงโทษทางวินัยแก่พนักงาน ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่ คณะกรรมการกำหนด (2) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานขององค์การโทรศัพท์ โดย ไม่แย้งหรือขัดต่อระเบียบข้อบังคับที่คณะกรรมการวางไว้ มาตรา 34* เครื่องแบบและเครื่องหมายผู้อำนวยการและพนักงาน มีลักษณะ ชนิด และประเภทเป็นอย่างใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง *[มาตรา 34 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511] มาตรา 35* ผู้ใดแต่งเครื่องแบบ หรือประดับเครื่องหมาย ผู้อำนวยการหรือพนักงานโดยไม่มีสิทธิ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิ หรือ แต่งเลียนเครื่องแบบเครื่องหมายผู้อำนวยการหรือพนักงาน เพื่อให้บุคคลอื่น หลงเชื่อว่าตนเป็นผู้อำนวยการหรือพนักงาน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ *[มาตรา 35 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511] มาตรา 36 ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้บริหารกิจการขององค์การ โทรศัพท์ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และนโยบายที่คณะกรรมการ กำหนด และให้มีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานทุกตำแหน่ง ผู้อำนวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของ องค์การโทรศัพท์
มาตรา 37 ในกรณีจำเป็นและรีบด่วน ซึ่งคณะกรรมการดำเนิน กิจการตามมาตรา 6 และมาตรา 9 ไม่ได้ทันท่วงที ให้ผู้อำนวยการดำเนิน กิจการไปได้ก่อน แต่ต้องรีบรายงานต่อคณะกรรมการโดยไม่ชักช้า มาตรา 38 ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการ เป็นผู้กระทำการในนามขององค์การโทรศัพท์ และเป็นตัวแทนขององค์การ โทรศัพท์ และเพื่อการนี้ ผู้อำนวยการอาจมอบอำนาจให้ตัวแทนขององค์การ โทรศัพท์ที่ได้ตั้งขึ้นตามมาตรา 8 หรือบุคคลใด ๆ ปฏิบัติกิจการเฉพาะอย่าง แทนได้ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด ในกรณีที่มีข้อบังคับซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 31 วรรคท้าย กำหนดไว้ว่า นิติกรรมใดผู้อำนวยการจะทำได้ก็แต่โดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการก่อน บรรดานิติกรรมที่ผู้อำนวยการทำขึ้นโดยมิได้รับ ความเห็นชอบดังกล่าวย่อมไม่ผูกพันองค์การโทรศัพท์ เว้นแต่คณะกรรมการ จะให้สัตยาบัน

หมวด 3
ความสัมพันธ์กับรัฐบาล
______

มาตรา 39 ในการดำเนินกิจการขององค์การโทรศัพท์ ให้คำนึงถึง ประโยชน์ของรัฐและของประชาชน มาตรา 40 องค์การโทรศัพท์จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีก่อน จึงจะดำเนินกิจการดังต่อไปนี้ได้ คือ (1) เลิกชุมสายโทรศัพท์ หรือโทรศัพท์ทางไกล (2) เพิ่ม หรือลดทุน (3) กู้ยืมเงินครั้งหนึ่งเป็นจำนวนเงินเกินกว่าสามล้านบาท (4) จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ (5) ตั้งอัตราค่าเช่าเครื่องโทรศัพท์ และค่าบริการอื่น ๆ มาตรา 41 ให้องค์การโทรศัพท์จัดทำงบประมาณประจำปีโดยให้ แยกเป็นงบลงทุนและงบทำการ สำหรับงบลงทุน ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ส่วนงบทำการ ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบ
มาตรา 42 รายได้ที่องค์การโทรศัพท์ได้รับจากการดำเนินกิจการ ให้ตกเป็นขององค์การโทรศัพท์ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รายได้ที่ได้รับในปีหนึ่ง ๆ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินกิจการ ค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม เช่น ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา และ เงินสมทบกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในองค์การโทรศัพท์และ ครอบครัว เงินผลประโยชน์ตอบแทน และเงินรางวัลตามมาตรา 30 เงินสำรองธรรมดาซึ่งตั้งไว้เผื่อขาด เงินสำรองเพื่อขยายกิจการ เงินสำรอง ไถ่ถอนหนี้ และเงินลงทุนตามงบลงทุนที่ได้รับความเห็นชอบตามความใน มาตรา 41 แล้ว เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ แต่ถ้ารายได้มีจำนวนไม่พอสำหรับรายจ่ายดังกล่าว นอกจากเงิน สำรองที่ระบุไว้ในวรรคสอง และองค์การโทรศัพท์ไม่สามารถหาเงินจาก ทางอื่น รัฐพึงจ่ายเงินให้แก่องค์การโทรศัพท์เท่าจำนวนที่จำเป็น มาตรา 43 ให้คณะกรรมการทำรายงานปีละครั้งเสนอรัฐมนตรี รายงานนี้ให้กล่าวถึงผลงานขององค์การโทรศัพท์ในปีที่ล่วงแล้ว พร้อมด้วย คำชี้แจงเกี่ยวกับนโยบายของคณะกรรมการ โครงการ และแผนงานที่จะ จัดทำในภายหน้า

หมวด 4
การอุทธรณ์ และการสงเคราะห์
________

มาตรา 44 ให้พนักงานมีสิทธิอุทธรณ์เกี่ยวกับคำสั่งลงโทษได้ ตามระเบียบข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา 45 ให้องค์การโทรศัพท์จัดให้มีกองทุนสำหรับจ่าย สงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในองค์การโทรศัพท์และครอบครัว ในกรณีพ้นจาก ตำแหน่ง ประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือกรณีอื่นอันควรแก่การสงเคราะห์ การจัดให้ได้มาซึ่งกองทุนดังกล่าวในวรรคก่อน การกำหนดประเภท ของผู้ที่พึงได้รับการสงเคราะห์จากกองทุน และหลักเกณฑ์การสงเคราะห์ ตลอดจนการจัดการเกี่ยวกับกองทุนให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับที่ คณะกรรมการกำหนด

ระเบียบข้อบังคับดังกล่าวในวรรคก่อนให้นำเสนอคณะรัฐมนตรี
เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแล้ว ให้ใช้บังคับได้
หมวด 5
การบัญชี การสอบ และการตรวจ
________

มาตรา 46 ให้องค์การโทรศัพท์วางและถือไว้ซึ่งระบบการบัญชี อันถูกต้อง แยกตามประเภทงานส่วนที่สำคัญ มีการสอบบัญชีภายในเป็นประจำ และมีสมุดบัญชีลงรายการ (1) การรับและจ่ายเงิน (2) สินทรัพย์และหนี้สิน ซึ่งแสดงการงานที่เป็นอยู่ตามจริง และตามที่ควร ตามประเภทงาน พร้อมด้วยข้อความอันเป็นเหตุที่มาของรายการนั้น ๆ มาตรา 47 ทุกปี ให้สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเป็น ผู้สอบและตรวจบัญชี รวมทั้งการเงินขององค์การโทรศัพท์ มาตรา 48 ผู้สอบและตรวจบัญชีมีอำนาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชี และเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ขององค์การโทรศัพท์ เพื่อการนี้ ให้มีอำนาจ สอบถามประธานกรรมการ กรรมการ ผู้อำนวยการ และพนักงาน ในองค์การ โทรศัพท์ มาตรา 49 ผู้สอบบัญชีต้องทำรายงานผลของการสอบบัญชี เสนอ คณะรัฐมนตรีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี และให้องค์การ โทรศัพท์โฆษณารายงานประจำปีของปีที่สิ้นไปนั้น แสดงบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุน ซึ่งผู้สอบบัญชีรับรองว่าถูกต้องแล้ว ภายในหนึ่งร้อย ห้าสิบวันนับจากวันสิ้นปีบัญชี

หมวด 6
บทเฉพาะกาล
______

มาตรา 50 ในระหว่างที่การโอนกิจการ บรรดาทรัพย์สิน สินทรัพย์ ความรับผิด ธุรกิจและเงิน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 มาตรา 13 และมาตรา 14 ยังไม่เสร็จสิ้น ให้กองโทรศัพท์ หรือกองโทรเลข กรมไปรษณีย์โทรเลข แล้วแต่กรณี ดำเนินกิจการโทรศัพท์ ดังเช่นเดิมไปพลางก่อน มาตรา 51 เงินรายได้อันเกิดจากกิจการโทรศัพท์เฉพาะส่วนที่ได้ โอนไปให้องค์การโทรศัพท์จัดดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งได้ตั้งรับไว้ ในงบประมาณรายรับประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2497 ให้องค์การโทรศัพท์ นำส่งเป็นรายได้ของรัฐทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่ถ้าองค์การ โทรศัพท์มีรายได้เกินสิบหกล้านบาท ให้ส่วนที่เกินสิบหกล้านบาทนั้นตกเป็น ขององค์การโทรศัพท์

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี


_____________________________
พระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497 หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อความ สะดวกในการติดต่อสื่อสารของประชาชน สมควรจะได้ปรับปรุงบริการโทรศัพท์ ทุกประเภทให้มีข่ายกว้างขวางและทันสมัยยิ่งขึ้นทุกจังหวัด โดยจัดตั้งเป็น องค์การ

จึงเห็นสมควรจัดแยกกิจการโทรศัพท์ในเขตจังหวัดพระนครและ จังหวัดธนบุรีซึ่งกองโทรศัพท์ กรมไปรษณีย์โทรเลข ดำเนินการอยู่และกิจการ โทรศัพท์ในเขตจังหวัดอื่นกับกิจการโทรศัพท์ทางไกลซึ่งกองโทรเลข กรม ไปรษณีย์โทรเลข ดำเนินการอยู่นั้น มารวมกันจัดตั้งขึ้นเป็นองค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศไทย ดำเนินกิจการโทรศัพท์ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ แห่งรัฐและประชาชนสืบไป
_____________________________
พระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2511 หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยมีความจำเป็นต้องขยายงานให้กว้างขวาง ยิ่งขึ้น เพื่อสนองความต้องการในปัจจุบันและในอนาคตของประชาชนให้ เพียงพอซึ่งในการนี้อาจได้รับงบประมาณแผ่นดินจากรัฐบาล จากต่างประเทศ หรือจากองค์การระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินการตามความจำเป็นดังกล่าว อนึ่ง โดยที่ขณะนี้กฎหมายว่าด้วยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยมิได้กำหนด เครื่องแบบและเครื่องหมายของผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์ จึงต้องแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

*[รก.2511/111/869/26 พฤศจิกายน 2511]
_____________________________
พระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2517 หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ทาง ราชการทหารมีความจำเป็นจะต้องจัดให้มีและใช้โทรศัพท์ในราชการทหาร โดยเฉพาะขึ้นเพื่อประโยชน์ในการป้องกันราชอาณาจักร แต่พระราชบัญญัติ โทรเลขและโทรศัพท์ พุทธศักราช 2477 และพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์

แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497 กำหนดให้องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เท่านั้นเป็นผู้มีสิทธิและหน้าที่ในการจัดดำเนินการเกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์ ทั้งสิ้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497 เพื่อให้กระทรวงกลาโหมมีอำนาจจัดทำและใช้โทรศัพท์ ดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

*[รก.2517/155/40พ./18 กันยายน 2517]
_____________________________
พระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2527 หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจาก มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497 กำหนดให้องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยมีสำนักงานแห่งใหญ่ในจังหวัด พระนคร (ปัจจุบัน คือ กรุงเทพมหานคร) แต่ปรากฏว่าสำนักงานแห่งใหญ่ ในปัจจุบันคับแคบและไม่สามารถขยายออกไปให้สะดวกแก่การปฏิบัติงานได้ สมควรแก้ไขมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2497 เพื่อให้องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยสามารถตั้งสำนักงานใหญ่ ในกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัดใกล้เคียงได้ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้

*[รก.2527/140/11พ./8 ตุลาคม 2527]
_____________________________
พระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2530
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การ จัดทำ จัดพิมพ์ โฆษณา จำหน่าย และเผยแพร่รายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ ของผู้เช่าโทรศัพท์เป็นสิ่งจำเป็นในการให้บริการและการใช้บริการโทรศัพท์ ในปัจจุบันและรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าโทรศัพท์ดังกล่าวย่อมต้อง มีการจัดทำ จัดพิมพ์ ฯลฯ เปลี่ยนแปลงและเพิ่มเติมอยู่เสมอ สมควรกำหนด ให้กิจการดังกล่าวเป็นอำนาจและเป็นสิทธิขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย แต่ผู้เดียว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

*[รก.2530/254/48พ./7 ธันวาคม 2530]

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com