Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2537

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร
ให้ไว้ ณ วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2537
เป็นปีที่ 49 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการเคหะแห่งชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติการเคหะ แห่งชาติ พ.ศ. 2537" มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2537/40ก./20/20 กันยายน 2537] มาตรา 3 ให้ยกเลิก (1) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 (2) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 พ.ศ. 2517 (3) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "เคหะ" หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดิน ที่ใช้ เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย หรือเพื่อประโยชน์ในการ อยู่อาศัย "คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ "กรรมการ" หมายความว่า กรรมการการเคหะแห่งชาติ "ผู้ว่าการ" หมายความว่า ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ "พนักงาน" หมายความว่า พนักงานของการเคหะแห่งชาติ รวมทั้ง ผู้ว่าการ "ลูกจ้าง" หมายความว่า ลูกจ้างของการเคหะแห่งชาติ "ผู้ปฏิบัติงาน" หมายความว่า ผู้ว่าการ พนักงาน และลูกจ้าง "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
การจัดตั้ง ทุน และทุนสำรอง
______

มาตรา 6 ให้จัดตั้งการเคหะขึ้น เรียกว่า "การเคหะแห่งชาติ" เรียกโดยย่อว่า "กคช." และให้เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีเคหะเพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัย (2) ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนผู้ประสงค์จะมีเคหะ ของตนเองหรือแก่บุคคลผู้ประสงค์จะร่วมดำเนินกิจการกับ กคช. ในการจัด ให้มีเคหะขึ้นเพื่อให้ประชาชนเช่า เช่าซื้อ หรือซื้อ (3) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารหรือจัดหาที่ดิน (4) ปรับปรุง รื้อ หรือย้ายแหล่งเสื่อมโทรมเพื่อให้มีสภาพการอยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมดีขึ้น (5) ประกอบกิจการอื่นที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์ ดังกล่าวข้างต้น มาตรา 7 ให้ กคช.มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือ จังหวัดอื่นตามความเหมาะสมและจะตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใด ก็ได้
มาตรา 8 ทุนของ กคช. ประกอบด้วย (1) ทุนประเดิมของ กคช.ที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา (2) เงินที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดิน (3) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากรัฐบาลหรือบุคคลอื่น (4) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งในประเทศหรือ ต่างประเทศหรือจากองค์การระหว่างประเทศ (5) รายได้ตามมาตรา 33 มาตรา 9 ให้ กคช.มีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบแห่ง วัตถุประสงค์ตามมาตรา 6 อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (1) สร้าง ซื้อ จัดหา จำหน่าย เช่า ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนอง ว่าจ้าง รับจ้าง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิ ครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิอื่นหรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน (2) ให้กู้ยืมเงินหรือจัดหาแหล่งเงินกู้หรือค้ำประกันเงินกู้ให้แก่ ประชาชนผู้ประสงค์จะมีเคหะเป็นของตนเอง (3) ให้กู้ยืมเงินหรือจัดหาแหล่งเงินกู้หรือค้ำประกันเงินกู้ให้แก่ บุคคลผู้ประสงค์จะร่วมดำเนินกิจการกับ กคช. ในการจัดให้มีเคหะเพื่อให้ ประชาชน เช่า เช่าซื้อ หรือซื้อตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนดด้วยความ เห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (4) จัดหาที่ดินและวัสดุก่อสร้างสำหรับการก่อสร้างเคหะ (5) จัดให้มีหรือพัฒนาสาธารณูปโภคหรือบริการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ สภาพการอยู่อาศัยดีขึ้น (6) กู้ยืมเงินในประเทศหรือต่างประเทศ หรือจากองค์การระหว่าง ประเทศ (7) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน (8) เข้าร่วมดำเนินกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อประโยชน์ของกิจการ กคช. มาตรา 10 เงินสำรองของ กคช.ให้ประกอบด้วยเงินสำรองธรรมดา ซึ่งตั้งไว้เผื่อขาด เงินสำรองเพื่อไถ่ถอนหนี้ เงินสำรองเพื่อขยาย กิจการและเงินสำรองอื่นเพื่อความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะตามที่ คณะกรรมการเห็นสมควร เงินสำรองตามวรรคหนึ่งจะนำออกใช้ได้ก็แต่โดยมติของคณะกรรมการ

หมวด 2
คณะกรรมการและผู้ว่าการ
______

มาตรา 11 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า "คณะกรรมการ การเคหะแห่งชาติ" ประกอบด้วยประธานกรรมการ และกรรมการอื่นอีก ไม่น้อยกว่าห้าคน แต่ไม่เกินเก้าคน ในจำนวนนี้ให้มีผู้แทนกระทรวงมหาดไทย หนึ่งคนและผู้แทนกระทรวงการคลังหนึ่งคน และให้ผู้ว่าการเป็นกรรมการโดย ตำแหน่ง ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตาม วรรคหนึ่ง มาตรา 12 ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ กรรมการ และ ผู้ว่าการ ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และต้องมีความรู้ ความสามารถ ความจัดเจน เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ การบริหารรัฐกิจ การผังเมือง การสาธารณูปโภค สถาปัตยกรรม วิศวกรรม การเศรษฐกิจ การเงิน หรือกฎหมาย มาตรา 13 ผู้มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ ต้องห้ามมิให้เป็น ประธานกรรมการหรือกรรมการ (1) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในธุรกิจที่กระทำกับ กคช. หรือในธุรกิจที่เป็น การแข่งขันกับกิจการของ กคช. ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม เว้นแต่ เป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่จำกัดความรับผิดในกิจการเช่นว่านั้นก่อนวันดำรง ตำแหน่งประธานกรรมการ กรรมการ หรือเป็นผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายให้ เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการในบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ กคช. เป็นผู้ถือหุ้น (2) เป็นพนักงานหรือลูกจ้างนอกจากผู้ว่าการ มาตรา 14 ให้ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรี แต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการซี่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจาก ตำแหน่งก่อนวาระหรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่าง ที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทน ตำแหน่งที่ว่างหรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น อยู่ในตำแหน่งเท่าวาระที่เหลืออยู่ของ กรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธาน กรรมการหรือกรรมการขึ้นใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจาก ตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการ หรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับ แต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้ มาตรา 15 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา 14 ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) คณะรัฐมนตรีให้ออก (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 12 หรือ มาตรา 13 มาตรา 16 ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุม ดูแลโดยทั่วไป ซึ่งกิจการของ กคช. อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง (1) ออกข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรา 6 และ มาตรา 9 (2) ออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการดำเนินกิจการของ คณะกรรมการ (3) ออกข้อบังคับว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานและการบริหารงาน ต่าง ๆ ของ กคช. (4) ออกข้อบังคับกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือนหรือค่าจ้าง บำเหน็จของผู้ปฏิบัติงาน (5) ออกข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติงานของผู้ว่าการ และการมอบ อำนาจให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทนผู้ว่าการ (6) ออกข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้น การตัดหรือการลดขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง การออกจากตำแหน่ง วินัย การลงโทษและการอุทธรณ์ การลงโทษของพนักงานและลูกจ้าง (7) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการเงินของ กคช. (8) ออกข้อบังคับว่าด้วยการร้องทุกข์ของผู้ปฏิบัติงาน (9) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่น เพื่อสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานและครอบครัว ด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (10) ออกข้อบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้และรักษาทรัพย์สิน ของ กคช. ตาม (5) หรือข้อบังคับเกี่ยวกับการเงินของ กคช. ตาม (7) ถ้ามีข้อความจำกัดอำนาจของผู้ว่าการในการทำนิติกรรมไว้ประการใดให้ ประกาศข้อความเช่นว่านั้นในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 17 ประธานกรรมการและกรรมการย่อมได้รับประโยชน์ ตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด มาตรา 18 ให้คณะกรรมการแต่งตั้งผู้ว่าการและกำหนดอัตรา เงินเดือนของผู้ว่าการด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มาตรา 19 ผู้ว่าการต้อง (1) มีความรู้ความสามารถที่จะบริหารกิจการของ กคช. (2) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 13 (1) มาตรา 20 ผู้ว่าการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3) คณะกรรมการให้ออกด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 12 หรือ มาตรา 19 มาตรา 21 ผู้ว่าการมีหน้าที่บริหารกิจการของ กคช.ให้เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ตามนโยบายและข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด ผู้ว่าการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของ กคช. มาตรา 22 ผู้ว่าการมีอำนาจ (1) ปกครอง บังคับบัญชา พนักงานและลูกจ้างทุกตำแหน่ง (2) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อนขั้น ตัดหรือลดขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัยพนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจาก ตำแหน่งตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด แต่ถ้าเป็นพนักงานหรือลูกจ้าง ชั้นรองผู้ว่าการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้อำนวยการกอง หรือผู้ดำรงตำแหน่งที่เทียบเท่าตำแหน่งดังกล่าวขึ้นไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน (3) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ กคช.โดยไม่ขัดหรือแย้ง กับข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด มาตรา 23 ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้ว่าการเป็น ผู้แทนของ กคช. และในการนี้ผู้ว่าการจะมอบอำนาจให้บุคคลใด ๆ กระทำ กิจการเฉพาะอย่างแทนก็ได้ ทั้งนี้ ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
นิติกรรมที่ผู้ว่าการกระทำโดยฝ่าฝืนข้อบังคับที่ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 16 วรรคสอง ย่อมไม่ผูกพัน กคช. เว้นแต่ คณะกรรมการจะให้สัตยาบัน มาตรา 24 ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการหรือมีแต่ไม่อาจ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองผู้ว่าการ ให้รองผู้ว่าการรักษาการแทนผู้ว่าการ ถ้ามีรองผู้ว่าการหลายคน ให้รองผู้ว่าการซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าการเป็น ผู้รักษาการแทนผู้ว่าการ ถ้าผู้ว่าการมิได้มอบหมาย ให้คณะกรรมการแต่งตั้งรอง ผู้ว่าการคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทนผู้ว่าการ ถ้าไม่มีรองผู้ว่าการ หรือรองผู้ว่าการ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้คณะกรรมการแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่งคนใด เป็นผู้รักษาการแทนผู้ว่าการ ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 19 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ให้ผู้รักษาการแทนผู้ว่าการมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับผู้ว่าการ มาตรา 25 ประธานกรรมการ กรรมการ และพนักงานอาจได้รับ โบนัสตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

หมวด 3
การร้องทุกข์และการสงเคราะห์
______

มาตรา 26 ให้ผู้ปฏิบัติงานมีสิทธิร้องทุกข์ได้ตามข้อบังคับที่ คณะกรรมการกำหนด มาตรา 27 ให้ กคช.จัดให้มีกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่น เพื่อสวัสดิการของผู้ปฏิบัติงานใน กคช. และครอบครัวของ ผู้ปฏิบัติงานในกรณีพ้นจากตำแหน่ง ประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ตาย หรือ กรณีอื่นอันควรแก่การสงเคราะห์ ทั้งนี้ ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด

หมวด 4
การกำกับและควบคุม
_______

มาตรา 28 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่กำกับโดยทั่วไปซึ่งกิจการ ของ กคช. เพื่อการนี้อาจสั่งให้ กคช. ชี้แจงข้อเท็จจริง แสดงความคิดเห็น หรือทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำที่ขัดต่อนโยบายของรัฐบาลหรือมติของ คณะรัฐมนตรี ตลอดจนมีอำนาจที่จะสั่งให้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลหรือมติ ของคณะรัฐมนตรี และสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการ ในกรณีที่ กคช.จะต้องเสนอเรื่องไปยังคณะรัฐมนตรี ให้คณะกรรมการ นำเรื่องเสนอรัฐมนตรีเพื่อเสนอต่อไปยังคณะรัฐมนตรี
มาตรา 29 ในการดำเนินกิจการของ กคช. ให้คำนึงถึงประโยชน์ ของรัฐและประชาชน ในการนี้ให้ถือว่า วัตถุประสงค์ตามมาตรา 6 (1) หรือ (4) เป็นวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน อสังหาริมทรัพย์ เมื่อ กคช. มีความจำเป็นจะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เพื่อใช้ ในการดำเนินกิจการตามมาตรา 6 (1) หรือ (4) ให้ดำเนินการเวนคืน ตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ มาตรา 30 การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ ตามมาตรา 6 (1) จะกระทำได้แต่เฉพาะในกรณีจัดทำทางเข้าออกเพื่อเป็น ทางสาธารณะเท่านั้น การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อใช้ในกิจการตามมาตรา 6 (4) จะต้องเป็นการเวนคืนเพื่อการผังเมือง การสาธารณสุข การป้องกันมลภาวะ การใช้ประโยชน์ในที่ดิน หรือการจัดเคหะให้แก่ประชาชนที่ต้องย้ายออกไป จากแหล่งเสื่อมโทรมเป็นสำคัญ มาตรา 31 กคช.ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน จึงจะดำเนินการดังต่อไปนี้ได้ (1) กู้ยืมเงินเป็นจำนวนเกินครั้งละห้าสิบล้านบาท (2) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน

หมวด 5
การเงิน การบัญชี และการตรวจสอบ
_______

มาตรา 32 ให้ กคช.จัดทำงบประมาณประจำปีโดยจำแนกเงิน ที่จะได้รับ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการในปีหนึ่ง ๆ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการให้แยกเป็นงบลงทุนและงบทำการ งบลงทุนนั้นให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ส่วนงบทำการให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ มาตรา 33 รายได้ที่ กคช.ได้รับจากการดำเนินงานให้ตกเป็น ของ กคช. สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และเมื่อหักรายจ่าย สำหรับการดำเนินงานและค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสมรวมตลอดถึงค่าบำรุง รักษา ค่าเสื่อมราคา เงินสำรองตามมาตรา 10 ประโยชน์ตอบแทนตาม มาตรา 17 โบนัสตามมาตรา 25 เงินสบทบกองทุนสงเคราะห์หรือการ สงเคราะห์อื่น ตามมาตรา 27 และเงินลงทุนตามที่ได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรีแล้ว เหลือเท่าใดให้จัดเป็นทุนของ กคช. ถ้ารายได้มีไม่เพียงพอสำหรับรายจ่ายตามวรรคหนึ่ง นอกจาก เงินสำรองตามมาตรา 10 และ กคช.ไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นได้ รัฐอาจจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่ กคช.ได้เท่าที่จำเป็น
มาตรา 34 ให้ กคช.เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารตามระเบียบ ของสำนักนายกรัฐมนตรี มาตรา 35 ให้ กคช.วางและรักษาไว้ซึ่งระบบการบัญชีที่เหมาะสม แก่กิจการแยกตามประเภทงานส่วนที่สำคัญ มีสมุดบัญชีลงรายการรายรับและ รายจ่ายเงินสินทรัพย์และหนี้สินที่แสดงกิจการที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและ ตามที่ควรตามประเภทงาน พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้น ๆ และให้มีการตรวจสอบบัญชีภายในเป็นประจำ มาตรา 36 ให้ กคช. จัดทำงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไร ขาดทุน ส่งผู้สอบบัญชีภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี มาตรา 37 ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี ทำการ ตรวจสอบ รับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของ กคช.ทุกปี มาตรา 38 ให้ผู้สอบบัญชีมีอำนาจตรวจสรรพสมุดบัญชีและเอกสาร หลักฐานของ กคช.เพื่อการนี้ให้มีอำนาจสอบถามประธานกรรมการ กรรมการ ผู้ว่าการ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้อื่นซึ่งเป็นผู้แทนของ กคช. มาตรา 39 ให้ผู้สอบบัญชีทำรายงานผลการสอบบัญชีและการเงิน เสนอต่อคณะกรรมการภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี เพื่อเสนอ ต่อไปยังคณะรัฐมนตรี มาตรา 40 ให้คณะกรรมการทำรายงานปีละครั้งเสนอรัฐมนตรี รายงานนี้ให้กล่าวถึงผลงานในปีที่ล่วงแล้วของ กคช. และคำชี้แจงเกี่ยวกับ นโยบายของคณะกรรมการโครงการและแผนงานที่จะจัดทำในภายหน้า ให้ กคช. โฆษณารายงานประจำปีที่สิ้นไป โดยแสดงงบดุลบัญชี ทำการและบัญชีกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชีรับรองว่าถูกต้องแล้ว รวมทั้งรายงาน สรุปผลงานในปีที่ล่วงมา ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของ กคช.

บทเฉพาะกาล
________

มาตรา 41 ให้ประธานกรรมการและกรรมการการเคหะแห่งชาติ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นประธานกรรมการ และกรรมการการเคหะแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ ต่อไปตามวาระที่เหลืออยู่ และให้ถือว่าวาระดังกล่าวเป็นวาระการดำรง ตำแหน่งวาระแรกตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 42 ให้ผู้ว่าการซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นผู้ว่าการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 43 ให้โอนกิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ทุน ความรับผิด งบประมาณ พนักงานและลูกจ้างของการเคหะแห่งชาติที่มีอยู่ในวันที่พระราช บัญญัตินี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเป็นของ กคช.ตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 44 บรรดาประกาศ คำสั่ง ข้อบังคับ และระเบียบของ การเคหะแห่งชาติ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจา นุเบกษา ให้ใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะได้มีการแก้ไขหรือยกเลิก

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี


_____________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประกาศ ของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2515 ใช้บังคับ เป็น เวลานาน บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน สมควร ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน และเพิ่มบทบัญญัติให้การเคหะแห่งชาติสามารถเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเป็นทางสาธารณะได้ รวมทั้งขยายวงเงินในการกู้ยืมที่จะต้องได้รับความ เห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้สมควรแก้ไขวาระการดำรงตำแหน่งของ กรรมการในคณะกรรมการเคหะแห่งชาติให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติ มาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com