ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2537

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร

ให้ไว้ ณ วันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2537
เป็นปีที่ 49 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราช โองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการเคหะแห่งชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติการเคหะ แห่งชาติ พ.ศ. 2537"

มาตรา 2* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป *[รก.2537/40ก./20/20 กันยายน 2537]

มาตรา 3 ให้ยกเลิก

(1) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515
(2) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 พ.ศ. 2517
(3) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 ลงวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2515 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522

มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้

"เคหะ" หมายความว่า อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างและหรือที่ดิน ที่ใช้ เป็นที่อยู่อาศัยหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการอยู่อาศัย หรือเพื่อประโยชน์ในการ อยู่อาศัย

"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ

"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการการเคหะแห่งชาติ

"ผู้ว่าการ" หมายความว่า ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ

"พนักงาน" หมายความว่า พนักงานของการเคหะแห่งชาติ รวมทั้ง ผู้ว่าการ

"ลูกจ้าง" หมายความว่า ลูกจ้างของการเคหะแห่งชาติ "ผู้ปฏิบัติงาน" หมายความว่า ผู้ว่าการ พนักงาน และลูกจ้าง

"รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตาม พระราชบัญญัตินี้

หมวด 1
การจัดตั้ง ทุน และทุนสำรอง
______

มาตรา 6 ให้จัดตั้งการเคหะขึ้น เรียกว่า "การเคหะแห่งชาติ" เรียกโดยย่อว่า "กคช." และให้เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(1) จัดให้มีเคหะเพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัย
(2) ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนผู้ประสงค์จะมีเคหะ ของตนเองหรือแก่บุคคลผู้ประสงค์จะร่วมดำเนินกิจการกับ กคช. ในการจัด ให้มีเคหะขึ้นเพื่อให้ประชาชนเช่า เช่าซื้อ หรือซื้อ
(3) ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารหรือจัดหาที่ดิน
(4) ปรับปรุง รื้อ หรือย้ายแหล่งเสื่อมโทรมเพื่อให้มีสภาพการอยู่อาศัย สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมดีขึ้น
(5) ประกอบกิจการอื่นที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์ ดังกล่าวข้างต้น มาตรา 7 ให้ กคช.มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือ จังหวัดอื่นตามความเหมาะสมและจะตั้งสำนักงานสาขาหรือตัวแทนขึ้น ณ ที่อื่นใด ก็ได้

มาตรา 8 ทุนของ กคช. ประกอบด้วย

(1) ทุนประเดิมของ กคช.ที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา
(2) เงินที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดิน
(3) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากรัฐบาลหรือบุคคลอื่น
(4) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งในประเทศหรือ ต่างประเทศหรือจากองค์การระหว่างประเทศ
(5) รายได้ตามมาตรา 33

มาตรา 9 ให้ กคช.มีอำนาจกระทำกิจการต่าง ๆ ภายในขอบแห่ง วัตถุประสงค์ตามมาตรา 6 อำนาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง

(1) สร้าง ซื้อ จัดหา จำหน่าย เช่า ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ยืม ให้ยืม รับจำนอง ว่าจ้าง รับจ้าง แลกเปลี่ยน โอน รับโอน ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิ ครอบครองหรือมีทรัพยสิทธิอื่นหรือดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน

(2) ให้กู้ยืมเงินหรือจัดหาแหล่งเงินกู้หรือค้ำประกันเงินกู้ให้แก่ ประชาชนผู้ประสงค์จะมีเคหะเป็นของตนเอง

(3) ให้กู้ยืมเงินหรือจัดหาแหล่งเงินกู้หรือค้ำประกันเงินกู้ให้แก่ บุคคลผู้ประสงค์จะร่วมดำเนินกิจการกับ กคช. ในการจัดให้มีเคหะเพื่อให้ ประชาชน เช่า เช่าซื้อ หรือซื้อตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนดด้วยความ เห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

(4) จัดหาที่ดินและวัสดุก่อสร้างสำหรับการก่อสร้างเคหะ

(5) จัดให้มีหรือพัฒนาสาธารณูปโภคหรือบริการอื่นที่จำเป็นเพื่อให้ สภาพการอยู่อาศัยดีขึ้น

(6) กู้ยืมเงินในประเทศหรือต่างประเทศ หรือจากองค์การระหว่าง ประเทศ

(7) ออกพันธบัตรหรือตราสารอื่นใดเพื่อการลงทุน

(8) เข้าร่วมดำเนินกิจการกับบุคคลอื่น หรือถือหุ้นในบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อประโยชน์ของกิจการ กคช.

มาตรา 10 เงินสำรองของ กคช.ให้ประกอบด้วยเงินสำรองธรรมดา ซึ่งตั้งไว้เผื่อขาด เงินสำรองเพื่อไถ่ถอนหนี้ เงินสำรองเพื่อขยาย กิจการและเงินสำรองอื่นเพื่อความประสงค์แต่ละอย่างโดยเฉพาะตามที่ คณะกรรมการเห็นสมควร เงินสำรองตามวรรคหนึ่งจะนำออกใช้ได้ก็แต่โดยมติของคณะกรรมการ

 | หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย