ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ การพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน พ.ศ. 2535

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535
เป็นปีที่ 47 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการพลังงานแห่งชาติ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการพัฒนาและ ส่งเสริมพลังงาน พ.ศ. 2535

มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

[รก.2535/9/9/12 กุมภาพันธ์ 2535]

มาตรา 3 ให้ยกเลิก

(1) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ พ.ศ.2496
(2) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2507
(3) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522
(4) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2530

บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช บัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัติ นี้แทน

มาตรา 4 บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีใด อ้างถึงสำนักงานพลังงานแห่งชาติ และเลขาธิการ พลังงานแห่งชาติ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีนั้น อ้างถึงกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน และอธิบดี กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ตามลำดับ

มาตรา 5 ในพระราชบัญญัตินี้

พลังงาน หมายความว่า ความสามารถในการทำงานซึ่งมีอยู่ในตัว ของสิ่งที่อาจให้งานได้ ได้แก่ พลังงานหมุนเวียน และพลังงานสิ้นเปลือง และให้ หมายความรวมถึงสิ่งที่อาจให้งานได้ เช่น เชื้อเพลิง ความร้อน และไฟฟ้า เป็นต้น

พลังงานหมุนเวียน หมายความรวมถึง พลังงานที่ได้จากไม้ ฟืน แกลบ กากอ้อย ชีวมวล น้ำ แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ ลม และคลื่น เป็นต้น

พลังงานสิ้นเปลือง หมายความรวมถึง พลังงานที่ได้จากถ่านหิน หินน้ำมัน ทรายน้ำมัน น้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และนิวเคลียร์ เป็นต้น

เชื้อเพลิง หมายความรวมถึง ถ่านหิน หินน้ำมัน ทรายน้ำมัน น้ำมัน เชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซเชื้อเพลิง เชื้อเพลิงสังเคราะห์ ไม้ ฟืน แกลบ กากอ้อย ขยะ และสิ่งอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

พลังงานควบคุม หมายความว่า พลังงานซึ่งได้กำหนดให้มีการ ควบคุมตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วย ปิโตรเลียม

พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาและ ส่งเสริมพลังงาน และหมายความรวมถึงเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจซึ่งพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้ถือว่าเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย

อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน

รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา 6 ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) สำรวจ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ทดลองและตรวจสอบเกี่ยวกับพลังงานในด้านแหล่งพลังงาน การผลิต การแปรรูป การส่ง และการใช้

(2) ศึกษา วางแผน และวางโครงการเกี่ยวกับพลังงานและกิจการ ที่เกี่ยวข้อง

(3) ค้นคว้าและพัฒนา สาธิต และก่อให้เกิดโครงการริเริ่มเกี่ยวกับ การผลิต การแปรรูป การส่ง การใช้ และการอนุรักษ์แหล่งพลังงาน

(4) ออกแบบ สร้าง และบำรุงรักษาแหล่งผลิต แหล่งแปรรูป ระบบส่ง และระบบใช้พลังงาน เช่น การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและพลังงาน ชนิดใหม่ การผลิตเชื้อเพลิงจากชีวมวล และการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า

(5) กำหนดระเบียบและมาตรฐานเกี่ยวกับการผลิต การแปรรูป การส่ง การใช้ และการอนุรักษ์แหล่งพลังงาน ตลอดจนควบคุมและกำกับดูแล ให้เป็นไปตามระเบียบและมาตรฐานนั้น

(6) กำหนดอัตราค่าตอบแทนสำหรับการใช้พลังงานที่ดำเนินการ โดยกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน

(7) จัดให้มี ควบคุม สร้าง ซื้อ ขาย เช่า ให้เช่า โอน หรือรับโอน แหล่งผลิต แหล่งแปรรูป ระบบส่งและระบบจำหน่ายพลังงาน และออกใบอนุญาต ผลิตหรือขยายการผลิตพลังงาน

(8) ถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่งเสริม ฝึกอบรม เผยแพร่เกี่ยวกับการผลิต การแปรรูป การส่ง การใช้และการอนุรักษ์แหล่งพลังงาน ตลอดจนเป็นศูนย์กลาง การประสานความร่วมมือในกิจการที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 7 ให้อธิบดีมีหน้าที่ควบคุมและดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของ
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างใน
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน

มาตรา 8 ในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กรมพัฒนาและส่งเสริม พลังงานอาจมอบให้กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติการเฉพาะอย่างแทนได้

มาตรา 9 ในกรณีที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานมอบให้กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติการเฉพาะอย่างแทน ให้ผู้รับมอบดังกล่าวปฏิบัติการให้เป็นไปตามที่ได้รับมอบนั้น และเพื่อประโยชน์

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้เจ้าหน้าที่ของกระทบวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ผู้ปฏิบัติการตามที่ได้รับมอบนั้นเป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ และมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนา และส่งเสริมพลังงานตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้

ในการมอบอำนาจหน้าที่ให้กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจดำเนินการ กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจะโอนเงินไปตั้งจ่าย ทางกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจเช่นว่านั้น เพื่อ ใช้จ่ายตามรายการที่อนุมัติในงบประมาณของกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานก็ได้

มาตรา 10 ในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 6 กรมพัฒนา และส่งเสริมพลังงานอาจขอให้กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือบุคคลใด ๆ เสนอรายละเอียดทางวิชาการ การเงิน สถิติ และเรื่องต่าง ๆ ที่จำเป็นได้

มาตรา 11 ในการปฏิบัติราชการของกรมพัฒนาและส่งเสริม พลังงาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในระหว่าง เวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือเวลาทำการของสถานที่นั้น ๆ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง หรือเพื่อตรวจสอบเอกสาร หรือสิ่งของใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการพลังงานจากบุคคลที่อยู่ในสถานที่เช่นว่านั้นได้ตามความจำเป็น

ในการนี้ผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าวต้องอำนวยความสะดวกแก่พนักงาน เจ้าหน้าที่ตามสมควร

กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ตามวรรคหนึ่ง ถ้าไม่ เป็นการเร่งด่วนให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ครอบครองสถานที่ทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าสามวัน

มาตรา 12 ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตร ประจำตัวแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด ในกฎกระทรวง

มาตรา 13 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 14 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะใช้สอยหรือเข้า ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในความครอบครองของบุคคลใด ๆ ซึ่งมิใช่เคหสถาน เป็นการชั่วคราวภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) การใช้สอยหรือเข้าครอบครองนั้นเป็นการจำเป็นสำหรับการ สำรวจแหล่งผลิต ระบบส่ง ระบบจำหน่ายพลังงาน และการป้องกันอันตราย หรือความเสียหายอันอาจเกิดแก่การผลิต การส่ง หรือการจำหน่ายพลังงาน และ

(2) ได้แจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ หรือผู้ทรงสิทธิอื่น เนื่องจากการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวใน วรรคหนึ่ง บุคคลเช่นว่านั้นย่อมเรียกค่าทดแทนจากกรมพัฒนาและส่งเสริม พลังงานได้ และถ้าไม่สามารถตกลงกันในจำนวนค่าทดแทน ให้นำมาตรา 22 และมาตรา 23 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 15 เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ เพื่อใช้ในการผลิต การส่ง หรือการจำหน่ายพลังงาน ถ้ามิได้ตกลงในเรื่องการ โอนไว้เป็นอย่างอื่น ให้ดำเนินการเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน อสังหาริมทรัพย์

มาตรา 16 เมื่อมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ชุมนุมชน ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานมีอำนาจตั้งสถานีพลังงาน เดินสายหรือท่อพลังงานไป ใต้ เหนือ ตามหรือข้ามพื้นดินของบุคคลใด ๆ หรือปัก ตั้งเสาหรืออุปกรณ์ ลงใน หรือบนพื้นดินของบุคคลใด ๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นที่ตั้งโรงเรือน

ในกรณีที่ต้องใช้ที่ดินตอนหนึ่งตอนใด เพื่อกระทำการดังกล่าวใน วรรคหนึ่ง ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจ่ายค่าทดแทนในการใช้ที่ดินนั้น แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง โดยจำนวนเงินอันเป็นธรรม เว้นแต่เจ้าของหรือ ผู้ครอบครองเป็นผู้ได้รับประโยชน์คุ้มค่าในการกระทำนั้นอยู่ด้วย

มาตรา 17 เพื่อประโยชน์แก่ชุมนุมชน ให้กรมพัฒนาและส่งเสริม พลังงานมีอำนาจเดินสายหรือท่อพลังงานติดไปกับสิ่งก่อสร้างของบุคคลใด ๆ ที่อยู่เหนือหรือติดกับทางสัญจรของประชาชน

มาตรา 18 ก่อนที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจะดำเนินการ ตามมาตรา 16 หรือมาตรา 17 ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานแจ้งเป็น หนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทราบ เจ้าของหรือ ผู้ครอบครองทรัพย์สินนั้นอาจยื่นคำร้องแสดงเหตุที่ไม่ควรทำเช่นนั้นไปยัง รัฐมนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

ในกรณีเช่นว่านี้ ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานรอการดำเนินการไว้ก่อน จนกว่าจะแจ้งคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้ผู้ยื่นคำร้องทราบแล้ว คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

มาตรา 19 เพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยในการส่งพลังงาน ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานมีอำนาจตัดต้น กิ่ง หรือรากของต้นไม้ ซึ่งอยู่ ใกล้สายหรือท่อพลังงานหรืออุปกรณ์ได้ แต่ต้องแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง ต้นไม้ได้ทราบล่วงหน้าภายในเวลาอันสมควร

ในกรณีที่ต้นไม้นั้นมีอยู่ก่อนเวลาตั้งสถานีพลังงาน หรือเดินสาย หรือท่อพลังงานหรือปักตั้งเสาหรืออุปกรณ์ ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ใช้ค่าทดแทนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในต้นไม้เท่าที่ต้องเสียหายไปเพราะการ กระทำนั้น

| หน้าถัดไป »

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย