Baanjomyut.com ☰

ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ

[ X ] ⇛ หน้าแรก ⇛ ความรู้ทั่วไป ⇛ ปรัชญา ⇛ ศาสนา ความเชื่อ ⇛ สังคมศาสตร์ ⇛ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ⇛ วิทยาศาสตร์ ⇛ เทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ ⇛ ศิลปกรรม ⇛ ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ⇛ วรรณกรรม สำนวน โวหาร ⇛ สุขภาพ อาหารและยา

ค้นหาข้อมูลจากบ้านจอมยุทธ คลิก!

ความรู้ทั่วไป สารนิเทศ การศึกษา คอมพิวเตอร์ >>

กฎหมายไทย - พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ การพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน พ.ศ. 2535

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535
เป็นปีที่ 47 ในรัชกาลปัจจุบัน

  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
  โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการพลังงานแห่งชาติ
  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นไว้
โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

  มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติการพัฒนาและ
ส่งเสริมพลังงาน พ.ศ. 2535

  มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
[รก.2535/9/9/12 กุมภาพันธ์ 2535]

  มาตรา 3 ให้ยกเลิก
  (1) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ พ.ศ.2496
  (2) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2507
  (3) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522
  (4) พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2530
  บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช
บัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัติ
นี้แทน




  มาตรา 4 บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ
คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีใด อ้างถึงสำนักงานพลังงานแห่งชาติ และเลขาธิการ
พลังงานแห่งชาติ ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ
คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีนั้น อ้างถึงกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน และอธิบดี
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ตามลำดับ

  มาตรา 5 ในพระราชบัญญัตินี้
  พลังงาน หมายความว่า ความสามารถในการทำงานซึ่งมีอยู่ในตัว
ของสิ่งที่อาจให้งานได้ ได้แก่ พลังงานหมุนเวียน และพลังงานสิ้นเปลือง และให้
หมายความรวมถึงสิ่งที่อาจให้งานได้ เช่น เชื้อเพลิง ความร้อน และไฟฟ้า
เป็นต้น
  พลังงานหมุนเวียน หมายความรวมถึง พลังงานที่ได้จากไม้ ฟืน
แกลบ กากอ้อย ชีวมวล น้ำ แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ ลม และคลื่น เป็นต้น
  พลังงานสิ้นเปลือง หมายความรวมถึง พลังงานที่ได้จากถ่านหิน
หินน้ำมัน ทรายน้ำมัน น้ำมันดิบ น้ำมันเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ และนิวเคลียร์
เป็นต้น
  เชื้อเพลิง หมายความรวมถึง ถ่านหิน หินน้ำมัน ทรายน้ำมัน น้ำมัน
เชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซเชื้อเพลิง เชื้อเพลิงสังเคราะห์ ไม้ ฟืน แกลบ
กากอ้อย ขยะ และสิ่งอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติกำหนด
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
  พลังงานควบคุม หมายความว่า พลังงานซึ่งได้กำหนดให้มีการ
ควบคุมตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วย
ปิโตรเลียม
  พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนาและ
ส่งเสริมพลังงาน และหมายความรวมถึงเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม
ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจซึ่งพระราชบัญญัตินี้กำหนดให้ถือว่าเป็น
พนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย
  อธิบดี หมายความว่า อธิบดีกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
  รัฐมนตรี หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

  มาตรา 6 ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
  (1) สำรวจ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ ทดลองและตรวจสอบเกี่ยวกับ
พลังงานในด้านแหล่งพลังงาน การผลิต การแปรรูป การส่ง และการใช้
  (2) ศึกษา วางแผน และวางโครงการเกี่ยวกับพลังงานและกิจการ
ที่เกี่ยวข้อง
  (3) ค้นคว้าและพัฒนา สาธิต และก่อให้เกิดโครงการริเริ่มเกี่ยวกับ
การผลิต การแปรรูป การส่ง การใช้ และการอนุรักษ์แหล่งพลังงาน



  (4) ออกแบบ สร้าง และบำรุงรักษาแหล่งผลิต แหล่งแปรรูป ระบบส่ง
และระบบใช้พลังงาน เช่น การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและพลังงาน
ชนิดใหม่ การผลิตเชื้อเพลิงจากชีวมวล และการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า
  (5) กำหนดระเบียบและมาตรฐานเกี่ยวกับการผลิต การแปรรูป
การส่ง การใช้ และการอนุรักษ์แหล่งพลังงาน ตลอดจนควบคุมและกำกับดูแล
ให้เป็นไปตามระเบียบและมาตรฐานนั้น
  (6) กำหนดอัตราค่าตอบแทนสำหรับการใช้พลังงานที่ดำเนินการ
โดยกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
  (7) จัดให้มี ควบคุม สร้าง ซื้อ ขาย เช่า ให้เช่า โอน หรือรับโอน
แหล่งผลิต แหล่งแปรรูป ระบบส่งและระบบจำหน่ายพลังงาน และออกใบอนุญาต
ผลิตหรือขยายการผลิตพลังงาน
  (8) ถ่ายทอดเทคโนโลยี ส่งเสริม ฝึกอบรม เผยแพร่เกี่ยวกับการผลิต
การแปรรูป การส่ง การใช้และการอนุรักษ์แหล่งพลังงาน ตลอดจนเป็นศูนย์กลาง
การประสานความร่วมมือในกิจการที่เกี่ยวข้อง

  มาตรา 7 ให้อธิบดีมีหน้าที่ควบคุมและดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของ
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน และเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้างใน
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน

  มาตรา 8 ในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กรมพัฒนาและส่งเสริม
พลังงานอาจมอบให้กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ
ปฏิบัติการเฉพาะอย่างแทนได้

  มาตรา 9 ในกรณีที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานมอบให้กระทรวง
ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ปฏิบัติการเฉพาะอย่างแทน
ให้ผู้รับมอบดังกล่าวปฏิบัติการให้เป็นไปตามที่ได้รับมอบนั้น และเพื่อประโยชน์
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้เจ้าหน้าที่ของกระทบวง ทบวง กรม
ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ ผู้ปฏิบัติการตามที่ได้รับมอบนั้นเป็นพนักงาน
เจ้าหน้าที่ และมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมพัฒนา
และส่งเสริมพลังงานตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้
  ในการมอบอำนาจหน้าที่ให้กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น
หรือรัฐวิสาหกิจดำเนินการ กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจะโอนเงินไปตั้งจ่าย
ทางกระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจเช่นว่านั้น เพื่อ
ใช้จ่ายตามรายการที่อนุมัติในงบประมาณของกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานก็ได้

  มาตรา 10 ในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 6 กรมพัฒนา
และส่งเสริมพลังงานอาจขอให้กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนท้องถิ่น


รัฐวิสาหกิจ หรือบุคคลใด ๆ เสนอรายละเอียดทางวิชาการ การเงิน สถิติ
และเรื่องต่าง ๆ ที่จำเป็นได้

  มาตรา 11 ในการปฏิบัติราชการของกรมพัฒนาและส่งเสริม
พลังงาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ ในระหว่าง
เวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก หรือเวลาทำการของสถานที่นั้น ๆ
เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง หรือเพื่อตรวจสอบเอกสาร หรือสิ่งของใด ๆ
ที่เกี่ยวกับกิจการพลังงานจากบุคคลที่อยู่ในสถานที่เช่นว่านั้นได้ตามความจำเป็น
ในการนี้ผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าวต้องอำนวยความสะดวกแก่พนักงาน
เจ้าหน้าที่ตามสมควร
  กรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในสถานที่ตามวรรคหนึ่ง ถ้าไม่
เป็นการเร่งด่วนให้แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ครอบครองสถานที่ทราบล่วงหน้า
ไม่น้อยกว่าสามวัน

  มาตรา 12 ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตร
ประจำตัวแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง
  บัตรประจำตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
ในกฎกระทรวง

  มาตรา 13 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

  มาตรา 14 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจที่จะใช้สอยหรือเข้า
ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ในความครอบครองของบุคคลใด ๆ ซึ่งมิใช่เคหสถาน
เป็นการชั่วคราวภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
  (1) การใช้สอยหรือเข้าครอบครองนั้นเป็นการจำเป็นสำหรับการ
สำรวจแหล่งผลิต ระบบส่ง ระบบจำหน่ายพลังงาน และการป้องกันอันตราย
หรือความเสียหายอันอาจเกิดแก่การผลิต การส่ง หรือการจำหน่ายพลังงาน
และ
  (2) ได้แจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ทราบล่วงหน้า
ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
  ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์
หรือผู้ทรงสิทธิอื่น เนื่องจากการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวใน
วรรคหนึ่ง บุคคลเช่นว่านั้นย่อมเรียกค่าทดแทนจากกรมพัฒนาและส่งเสริม
พลังงานได้ และถ้าไม่สามารถตกลงกันในจำนวนค่าทดแทน ให้นำมาตรา 22
และมาตรา 23 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

  มาตรา 15 เมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์
เพื่อใช้ในการผลิต การส่ง หรือการจำหน่ายพลังงาน ถ้ามิได้ตกลงในเรื่องการ
โอนไว้เป็นอย่างอื่น ให้ดำเนินการเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืน
อสังหาริมทรัพย์

  มาตรา 16 เมื่อมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ชุมนุมชน ให้กรม




พัฒนาและส่งเสริมพลังงานมีอำนาจตั้งสถานีพลังงาน เดินสายหรือท่อพลังงานไป
ใต้ เหนือ ตามหรือข้ามพื้นดินของบุคคลใด ๆ หรือปัก ตั้งเสาหรืออุปกรณ์ ลงใน
หรือบนพื้นดินของบุคคลใด ๆ ซึ่งไม่ใช่เป็นที่ตั้งโรงเรือน
  ในกรณีที่ต้องใช้ที่ดินตอนหนึ่งตอนใด เพื่อกระทำการดังกล่าวใน
วรรคหนึ่ง ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจ่ายค่าทดแทนในการใช้ที่ดินนั้น
แก่เจ้าของหรือผู้ครอบครอง โดยจำนวนเงินอันเป็นธรรม เว้นแต่เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองเป็นผู้ได้รับประโยชน์คุ้มค่าในการกระทำนั้นอยู่ด้วย

  มาตรา 17 เพื่อประโยชน์แก่ชุมนุมชน ให้กรมพัฒนาและส่งเสริม
พลังงานมีอำนาจเดินสายหรือท่อพลังงานติดไปกับสิ่งก่อสร้างของบุคคลใด ๆ
ที่อยู่เหนือหรือติดกับทางสัญจรของประชาชน

  มาตรา 18 ก่อนที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจะดำเนินการ
ตามมาตรา 16 หรือมาตรา 17 ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานแจ้งเป็น
หนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องทราบ เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองทรัพย์สินนั้นอาจยื่นคำร้องแสดงเหตุที่ไม่ควรทำเช่นนั้นไปยัง
รัฐมนตรีเพื่อพิจารณาวินิจฉัยได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
ในกรณีเช่นว่านี้ ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานรอการดำเนินการไว้ก่อน
จนกว่าจะแจ้งคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้ผู้ยื่นคำร้องทราบแล้ว
  คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

  มาตรา 19 เพื่อประโยชน์แห่งความปลอดภัยในการส่งพลังงาน
ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานมีอำนาจตัดต้น กิ่ง หรือรากของต้นไม้ ซึ่งอยู่
ใกล้สายหรือท่อพลังงานหรืออุปกรณ์ได้ แต่ต้องแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
ต้นไม้ได้ทราบล่วงหน้าภายในเวลาอันสมควร
  ในกรณีที่ต้นไม้นั้นมีอยู่ก่อนเวลาตั้งสถานีพลังงาน หรือเดินสาย
หรือท่อพลังงานหรือปักตั้งเสาหรืออุปกรณ์ ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
ใช้ค่าทดแทนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในต้นไม้เท่าที่ต้องเสียหายไปเพราะการ
กระทำนั้น

  มาตรา 20 ถ้าเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง
ประสงค์จะก่อสร้างหรือกระทำกิจการใด ๆ ลงในที่ดินซึ่งมีสายหรือ
ท่อพลังงานหรืออุปกรณ์กีดขวางอยู่ เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินนั้น
ชอบที่จะร้องขอต่อกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานให้ย้าย ถอน เปลี่ยนแปลง
หรือแก้ไขสิ่งที่กีดขวางนั้นได้ เมื่อเป็นการสมควรก็ให้กรมพัฒนาและส่งเสริม
พลังงานจัดการตามคำร้องขอนั้น โดยให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน
ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น

  มาตรา 21 ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนพนักงานเจ้าหน้าที่อาจเข้าไป
ในสถานที่ของบุคคลใด ๆ เพื่อตรวจ ซ่อมแซม หรือแก้ไขสายหรือท่อพลังงาน
หรืออุปกรณ์ในเวลาหนึ่งเวลาใดก็ได้ เมื่อได้แจ้งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
ทราบแล้ว





  มาตรา 22 ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือ
ผู้ทรงสิทธิอื่นไม่ยินยอมตกลงในจำนวนเงินค่าทดแทนที่กรมพัฒนาและส่งเสริม
พลังงานจ่ายให้ตามมาตรา 16 หรือมาตรา 19 หรือหาเจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นนั้นไม่พบ ให้กรมพัฒนาและส่งเสริม
พลังงานนำเงินจำนวนดังกล่าวไปวางไว้ต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์
หรือฝากไว้กับธนาคารออมสินในชื่อของเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สิน
หรือผู้ทรงสิทธิอื่น โดยแยกฝากไว้เป็นบัญชีเฉพาะราย และถ้ามีดอกเบี้ย
หรือดอกผลใดเกิดขึ้น เนื่องจากการฝากเงินนั้น ให้ตกเป็นสิทธิแก่เจ้าของ
หรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นนั้นด้วย
  เมื่อกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานนำเงินค่าทดแทนไปวางไว้
ต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์หรือฝากไว้กับธนาคารออมสินตามวรรคหนึ่ง
แล้ว ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานมีหนังสือแจ้งให้เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นทราบ โดยส่งทางไปรษณีย์ตอบรับ
ในกรณีหาเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นไม่พบ
ให้ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายในท้องถิ่นอย่างน้อยสองวัน
ติดต่อกัน เพื่อให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นทราบ
  หลักเกณฑ์และวิธีการในการนำเงินค่าทดแทนไปวางต่อศาลหรือ
สำนักงานวางทรัพย์ หรือฝากไว้กับธนาคารออมสิน และวิธีการในการรับเงิน
ค่าทดแทนดังกล่าวให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด

  มาตรา 23 ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือ
ผู้ทรงสิทธิอื่นไม่พอใจในจำนวนเงินค่าทดแทนที่กรมพัฒนาและส่งเสริม
พลังงานจ่ายให้ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะรับหรือไม่รับเงินค่าทดแทนที่กรมพัฒนา
และส่งเสริมพลังงานวางไว้หรือฝากไว้ บุคคลนั้นมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาล
ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานได้ดำเนินการตาม
มาตรา 22 วรรคสอง แล้ว
  การฟ้องคดีต่อศาลตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้การครอบครอง
หรือใช้อสังหาริมทรัพย์ หรือการดำเนินการใด ๆ ของพนักงานเจ้าหน้าที่
ตามมาตรา 16 หรือมาตรา 19 ต้องสะดุดหยุดลง
  ในกรณีที่ศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น ให้เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองทรัพย์สินได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภท
ประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ นับแต่วันที่ต้องมี
การจ่าย วาง หรือฝากเงินค่าทดแทนนั้น
  ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นยินยอม
ตกลงและได้รับเงินค่าทดแทนไปแล้ว หรือมิได้ฟ้องคดีเรียกเงินค่าทดแทนต่อ
ศาลภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือได้แจ้งเป็นหนังสือสละสิทธิไม่รับ
เงินค่าทดแทนดังกล่าว ผู้ใดจะเรียกร้องเงินค่าทดแทนนั้นอีกไม่ได้




  มาตรา 24 การกำหนดพลังงานประเภทใด ขนาดและวิธีการ
ผลิต หรือการใช้อย่างใดให้เป็นพลังงานควบคุม ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

  มาตรา 25 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต หรือขยายการผลิตพลังงานควบคุม
เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
  การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์
และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
  การผลิตพลังงานควบคุมใดซึ่งจะต้องได้รับอนุญาตหรือรับสัมปทานตาม
กฎหมายอื่น จะต้องได้รับอนุญาตหรือรับสัมปทานตามกฎหมายนั้นด้วย

  มาตรา 26 การกำหนดหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวงตามมาตรา 25
ให้คำนึงถึงกรณีดังต่อไปนี้ด้วย
  (1) ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ
  (2) อันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการผลิตหรือการขยายการผลิตพลังงาน
  (3) การใช้วัตถุดิบหรือวัตถุธรรมชาติตามหลักวิชา

  มาตรา 27 ให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานพิจารณาการขอรับ
ใบอนุญาตตามมาตรา 25 ให้เสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่กรมพัฒนา
และส่งเสริมพลังงานได้รับคำขอที่มีรายละเอียดถูกต้องและครบถ้วนตามที่กำหนด
ในกฎกระทรวง
  ในการอนุญาตดังกล่าว กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานอาจกำหนด
เงื่อนไข ดังต่อไปนี้ได้
  (1) อัตราค่าตอบแทนอย่างสูงที่จะพึงเรียกจากผู้ใช้พลังงานควบคุมให้
สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
  (2) การกำหนดเขตการจ่ายพลังงาน และขนาดของเครื่องจักรที่จะ
ติดตั้งเพื่อทำการผลิต
  (3) การดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักวิชา เช่น การวางสาย
การป้องกันอัคคีภัย การป้องกันความเสียหายของเครื่องจักร การป้องกันอันตราย
หรือการกำหนดประเภทหรือวิธีการใช้วัตถุดิบหรือวัตถุธรรมชาติที่ใช้ในการผลิต
พลังงานควบคุม

  มาตรา 28 ในกรณีที่อาจเกิดการขาดแคลนพลังงานควบคุมเป็น
ครั้งคราว หรือกรณีจำเป็นอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจของประเทศ
อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ผลิตพลังงานควบคุมปฏิบัติดังต่อไปนี้
  (1) ลดหรือเพิ่มการผลิต การจำหน่าย หรือการใช้พลังงานควบคุม




  (2) เปลี่ยนประเภทของวัตถุดิบหรือวัตถุธรรมชาติที่ใช้ในการผลิต
พลังงานควบคุม
  (3) เปลี่ยนแปลงอัตราค่าตอบแทนอย่างสูงที่จะพึงเรียกจากผู้ใช้
พลังงานควบคุม

  มาตรา 29 เพื่อประโยชน์แก่การระงับหรือป้องกันอันตรายที่อาจ
มีแก่บุคคล หรือทรัพย์สิน หรืออนามัยของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ
อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ผลิตพลังงานควบคุมปฏิบัติดังต่อไปนี้
  (1) เปลี่ยนแปลง ซ่อมแซม หรือบูรณะอาคาร เครื่องจักร เครื่อง
อุปกรณ์ เครื่องมือหรือเครื่องใช้
  (2) จัดหา หรือสร้างสิ่งใด ๆ ซึ่งจะขจัดหรือป้องกันอันตราย
  (3) งดการผลิต การส่ง การใช้ หรือการจำหน่ายพลังงานควบคุม
เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งตาม (1) หรือ (2)

  มาตรา 30 ในการใช้อำนาจตามมาตรา 28 หรือมาตรา 29 ให้
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น หรือความสามารถ
ในการจัดหาทุนของผู้ผลิตพลังงานควบคุมด้วย
  การพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจะช่วยหาทุนเพื่อให้ผู้ผลิตพลังงานควบคุม
สามารถปฏิบัติตามคำสั่งก็ได้

  มาตรา 31 ผู้ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 25 หรือได้รับใบอนุญาต
โดยมีเงื่อนไขตามมาตรา 27 หรือผู้ที่ได้รับคำสั่งตามมาตรา 28 หรือมาตรา 29
หากไม่เห็นชอบด้วยกับการไม่อนุญาตเงื่อนไข หรือคำสั่งดังกล่าวนั้น มีสิทธิอุทธรณ์
ต่อรัฐมนตรีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบว่าไม่ได้รับใบอนุญาต หรือได้รับ
ใบอนุญาตโดยมีเงื่อนไข หรือได้รับคำสั่งนั้น
  ให้รัฐมนตรีวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ
อุทธรณ์ ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้เสนอคดีต่อศาลภายใน
สี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์

  มาตรา 32 ห้ามมิให้บุคคลใดกระทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวาง
ต่อการผลิตพลังงานควบคุม หรือทำให้การผลิตพลังงานควบคุมลดน้อยลงโดย
ไม่มีเหตุอันควร

  มาตรา 33 ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกตามสมควรแก่
พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตามมาตรา 11 มาตรา 14 มาตรา 16
มาตรา 17 มาตรา 19 หรือมาตรา 21 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  มาตรา 34 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 25 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี
หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



  มาตรา 35 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของอธิบดีที่สั่งตามมาตรา 28
หรือมาตรา 29 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ

  มาตรา 36 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 32 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

  มาตรา 37 ในการดำเนินคดีตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานอัยการ
มีอำนาจร้องขอต่อศาลให้สั่งให้ผู้กระทำผิดปฏิบัติการให้เป็นไปตามหน้าที่
ที่มีอยู่ตามพระราชบัญญัตินี้

  มาตรา 38 การใดที่เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการพลังงาน
แห่งชาติ และได้มีการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่นั้นไปแล้วตามพระราชบัญญัติ
การพลังงานแห่งชาติ พ.ศ.2496 ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แต่การ
ดำเนินการนั้นไม่ถึงที่สุด หรือมีข้อผูกพันที่จะต้องดำเนินการต่อไป ให้รัฐมนตรี
มีอำนาจพิจารณาสั่งการแทนคณะกรรมการการพลังงานแห่งชาติ

  มาตรา 39 บรรดาพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง หรือคำสั่งที่ออก
ตามพระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ พ.ศ.2496 ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนหรือใน
วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเพียงเท่าที่ไม่ขัด
หรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ระเบียบ
หรือคำสั่งตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

  มาตรา 40 บรรดาการอนุญาต หรือใบอนุญาตที่ออกให้ตาม
พระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ พ.ศ.2496 อยู่ก่อนหรือในวันที่
พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยังมีผลใช้บังคับต่อไป จนกว่าจะสิ้นอายุการ
อนุญาต หรือใบอนุญาตนั้น

  มาตรา 41 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และการพลังงานรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวง
หรือกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
  กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้
บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี



___________________________________
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้
มีการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติขึ้นเป็นส่วนราชการ
ระดับกรมในสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อทำหน้าที่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายพลังงาน
ของประเทศ ในการนี้สมควรปรับปรุงพระราชบัญญัติการพลังงานแห่งชาติ
พ.ศ.2496 เพื่อให้สอดคล้องกัน โดยเปลี่ยนให้สำนักงานพลังงานแห่งชาติ
เป็นกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน และกำหนดอำนาจหน้าที่ของกรมพัฒนาและ
ส่งเสริมพลังงานให้รับผิดชอบเฉพาะในด้านการค้นคว้า พัฒนา กำกับดูแลและ
ปฏิบัติการเกี่ยวกับการผลิต การส่งและการจำหน่ายพลังงาน จึงจำเป็นต้อง
ตราพระราชบัญญัตินี้


กฎหมายไทย - พระราชบัญญัต

แชร์ให้เพื่อนสิ แชร์ให้เพื่อนได้ แชร์ให้เพื่อนเลย


บ้านจอมยุทธ : สร้างเมื่อ สิงหาคม 2543 วิธีใช้: อ่านเพื่อประเทืองปัญญา | วัตถุประสงค์ | ติดต่อ : baanjomyut@yahoo.com